- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 49 ท่านอา ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ
ตอนที่ 49 ท่านอา ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ
ตอนที่ 49 ท่านอา ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ
ตอนที่ 49 ท่านอา ข้าเต็มใจเจ้าค่ะ
นอกจากหลี่ซื่อหมินแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อ 'หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผา' เป็นครั้งแรก
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลี่ซื่อหมิน พวกเขาก็ต้องประหลาดใจ
หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผานี่ มันมีอานุภาพร้ายแรงถึงขั้นสามารถต้านทานกองทัพทูเจวี๋ยนับแสนนายได้เชียวหรือ?
"ท่านหัวหน้าค่ายเจียง หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผาที่ว่านี่ มันคืออะไรกันแน่?"
หลี่จิ้ง ผู้เป็นถึงเทพแห่งสงคราม ย่อมให้ความสนใจกับอาวุธที่ทรงอานุภาพในการป้องกันเมืองเป็นพิเศษ
"ตอนที่พวกเจ้าขึ้นเขามาตามด่านต่างๆ พวกเจ้าคงจะสังเกตเห็นท่อรูปทรงกระบอกที่ติดตั้งไว้ด่านละห้าจุดใช่ไหมล่ะ นั่นแหละคือหน้าไม้เข็มพิรุณบุปผา หลักการทำงานของมันก็คล้ายๆ กับหน้าไม้กลจูเก๋อนั่นแหละ
แต่ทว่า หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผาที่ข้าออกแบบนั้น ไม่ว่าจะเรื่องพลังทำลายล้างหรือความแม่นยำ ล้วนเหนือชั้นกว่าหน้าไม้กลจูเก๋ออย่างเทียบไม่ติด
และข้อดีที่สำคัญที่สุดก็คือ หน้าไม้กลจูเก๋อมีช่องใส่ลูกศรแบบตายตัว แต่หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผาของข้า สามารถถอดเปลี๋ยนได้อย่างรวดเร็ว"
แม้เจียงเทียนจะอธิบายเพียงคร่าวๆ แต่หลี่จิ้งก็สามารถจินตนาการภาพตามได้อย่างชัดเจน หากหน้าไม้เข็มพิรุณบุปผามีอานุภาพร้ายกาจดั่งที่เจียงเทียนกล่าวอ้างจริงล่ะก็ นี่มันสุดยอดอาวุธสำหรับป้องกันเมืองชัดๆ
"อานุภาพของหน้าไม้เข็มพิรุณบุปผา ข้าเคยเห็นกับตามาแล้วครั้งหนึ่ง ในระยะหนึ่งร้อยก้าว มันไม่เพียงแต่จะพุ่งเข้าชนหุ่นไม้เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ แต่ยังเจาะทะลุหุ่นไม้ไปอย่างง่ายดาย พลังทำลายล้างของมัน ร้ายแรงเกินกว่าจะหาอาวุธใดมาเทียบเคียงได้"
คำบอกเล่าของหลี่ซื่อหมิน ช่วยยืนยันถึงอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของอาวุธชนิดนี้ ทำเอาหลี่จิ้งถึงกับเนื้อเต้นด้วยความตื่นเต้น
"ข้ามีบุตรสาวอยู่คนหนึ่ง นามว่า หลี่อิงเก๋อ แม้รูปร่างหน้าตาอาจจะสู้หลานหมิงเยว่ไม่ได้ แต่ก็จัดว่างดงามหมดจดทีเดียว ข้าอยากจะยกนางให้..."
ยังไม่ทันที่หลี่จิ้งจะพูดจบ เจียงเทียนก็อ่านสีหน้าเขาออก จึงรีบหยุดไว้ก่อน
"หยุดเลย เรื่องขายลูกสาวเพื่อผลประโยชน์น่ะ ให้มันจบที่เหล่าหลี่คนเดียวก็พอแล้ว เจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้วหลี่จิ้ง"
เอ่อ~
หลี่จิ้งไม่คิดว่าเจียงเทียนจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก แต่ใจหนึ่งก็อยากได้หน้าไม้เข็มพิรุณบุปผามาครอบครองเหลือเกิน
หลี่ซื่อหมินโบกมือให้หลี่จิ้งเป็นเชิงปราม ไม่ให้พยายามดันทุรังไปมากกว่านี้ หลี่จิ้งจึงยอมถอย
"ท่านหัวหน้าค่ายเจียง เรามาคุยกันต่อเรื่องสงครามวัฒนธรรมดีกว่า" ฝางเสวียนหลิงยิ้มตาหยี
ทั้งเขาและตู้หรูฮุ่ยต่างก็ทึ่งในความสามารถของเจียงเทียน ที่สามารถคิดค้นยุทธศาสตร์ 'สงครามเศรษฐกิจ' อันแยบยลเช่นนี้ขึ้นมาได้
บัดนี้ พวกเขาต่างก็กระหายใคร่รู้เรื่องสงครามวัฒนธรรมอย่างที่สุด
"สงครามวัฒนธรรมงั้นหรือ?"
เจียงเทียนนึกทบทวนถึงช่วงเวลาที่ตงทูเจวี๋ยล่มสลายในประวัติศาสตร์ และคำนวณระยะเวลาที่สั้นที่สุดในการทำสงครามวัฒนธรรม ก่อนจะส่ายหน้า "สงครามวัฒนธรรมต้องใช้เวลาในการดำเนินการยาวนานกว่าสงครามเศรษฐกิจมากนัก พวกทูเจวี๋ยคงทนอยู่ได้อีกไม่นานหรอก ข้าว่าสงครามวัฒนธรรมคงไม่จำเป็นต้องใช้หรอก"
นี่หมายความว่าอย่างไร?
จะไม่ยอมบอกแล้วงั้นหรือ?
ขณะที่ฝางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ยกำลังจะซักไซ้ต่อ เจียงเทียนก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
"เหล่าหลี่ คำมั่นสัญญาข้อแรกของข้า ข้าทำสำเร็จแล้วนะ ส่วนเรื่องมันเทศ ข้าได้สั่งให้คนเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนที่เจ้าจะกลับ ก็ให้พวกเขาอธิบายวิธีการปลูกอย่างละเอียดให้ฟัง แล้วก็เอากลับไปได้เลย เอาล่ะ พวกเจ้าตามสบายก็แล้วกัน ข้าจะไปดูหน้าภรรยาข้าหน่อย"
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เจียงเทียนก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที
ฝางเสวียนหลิงยังทำท่าจะตามไปเซ้าซี้ แต่ถูกหลี่ซื่อหมินรั้งไว้เสียก่อน
"เมื่อนำมันเทศไปส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก ความแข็งแกร่งของต้าถังก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล บวกกับยุทธศาสตร์สงครามเศรษฐกิจอีก พวกทูเจวี๋ยก็ไม่มีน้ำยาพอที่จะมาคุกคามเราได้แล้ว ไม่ต้องไปดันทุรังอยากรู้เรื่องสงครามวัฒนธรรมอะไรนั่นแล้วล่ะ"
เมื่อหลี่เอ้อร์ออกโรงห้าม ฝางเสวียนหลิงจึงจำต้องยอมรามือ
ณ เรือนฝั่งตะวันออก
เสี่ยวชิงถูกจ่างซุนอู๋โก้วกันให้ออกไปรอด้านนอก ภายในห้องจึงเหลือเพียงจ่างซุนอู๋โก้ว หยางเฟย และจ่างซุนหมิงเยว่ เพียงสามคน
"หมิงเยว่ เป็นข้าเองที่ทำให้เจ้าต้องมาตกระกำลำบาก" จ่างซุนอู๋โก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ รู้สึกผิดอย่างจับใจ
"ท่านอา นี่เป็นความสมัครใจของข้าเองเจ้าค่ะ"
จ่างซุนหมิงเยว่ยิ้มบางๆ "อีกอย่าง เจียงเทียนก็เป็นบุรุษที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจมาก ตรงแบบสามีในฝันของข้าเลยล่ะเจ้าค่ะ"
เมื่อนึกถึงตอนที่เจ้านั่นถือวิสาสะคว้ามือของนางไว้ รอยยิ้มหวานก็ผุดขึ้นที่มุมปากของจ่างซุนหมิงเยว่
และในตอนนั้นเอง เสียงของเจียงเทียนก็แว่วมาจากที่ไกลๆ
"หมิงเยว่ ข้ามีของดีมาฝากเจ้าด้วยนะ"
เสียงพูดยังไม่ทันจางหาย เจียงเทียนก็ผลักประตูเรือนตะวันออกเข้ามา ในมือของเขาถือชุดกระโปรงยาวตัวหนึ่งที่งดงามวิจิตรตระการตา
เมื่อจ่างซุนหมิงเยว่เห็นชุดกระโปรงในมือเจียงเทียน ดวงตากลมโตของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มันช่างเป็นชุดที่งดงามเกินบรรยาย
ไม่เพียงแต่นางเท่านั้น แม้แต่จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยเองก็ยังถูกความงามของชุดกระโปรงตัวนั้นสะกดจนตะลึงงัน
แม้พวกนางจะมีตำแหน่งสูงส่งถึงฮองเฮาและกุ้ยเฟย แต่ก็ยังไม่เคยพานพบชุดกระโปรงที่งดงามวิจิตรถึงเพียงนี้มาก่อน
"ชุดสวยจังเลย นี่ให้ข้าจริงๆ หรือ?"
แม้จะตื่นเต้นจนเนื้อเต้น แต่จ่างซุนหมิงเยว่ผู้มีนิสัยเรียบร้อยอ่อนหวาน ก็ยังคงรักษาความสงบเสงี่ยมไว้ได้ ไม่เหมือนหยางเฟยที่มักจะกระโดดโลดเต้นเวลาเจอของถูกใจ
เจียงเทียนยิ้มอ่อนโยน "แน่นอนสิ นี่คือชุดเจ้าสาวที่ข้าตั้งใจนำมามอบให้เจ้า คืนนี้ เจ้าจะต้องเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดในปฐพี"
จ่างซุนหมิงเยว่รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ขอบคุณนะเจียงเทียน ข้าขอลองใส่ดูเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม?"
"ได้สิ เปลี่ยนให้ดูเดี๋ยวนี้เลยก็ได้" เจียงเทียนยิ้มรับ
"นี่เจียงเทียน เจ้ายังจะมัวมายืนบื้ออยู่ทำไม ยังไม่รีบออกไปอีก" เมื่อเห็นเจียงเทียนยังคงยืนนิ่ง หยางเฟยก็อดไม่ได้ที่จะเอ็ดเอา
"ออกไปทำไมล่ะ คืนนี้หมิงเยว่ก็จะเป็นภรรยาของข้าแล้ว มีอะไรที่ข้าจะดูไม่ได้"
"ตราบใดที่หมิงเยว่ยังไม่ได้เข้าพิธีวิวาห์กับเจ้า เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ดู นี่คือการให้เกียรตินางอย่างหนึ่ง ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ก็ได้ๆ ข้าออกไปก็ได้!"
เจียงเทียนหัวเราะเบาๆ หันหลังเดินออกจากเรือนฝั่งตะวันออกไป อย่างไรเสียนี่ก็ภรรยาของเขา การให้เกียรติกันก็เป็นสิ่งที่สมควรทำ