- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 42 หลี่เอ้อร์มาแล้ว มาพร้อมกับว่าที่ภรรยาของเจียงเทียน
ตอนที่ 42 หลี่เอ้อร์มาแล้ว มาพร้อมกับว่าที่ภรรยาของเจียงเทียน
ตอนที่ 42 หลี่เอ้อร์มาแล้ว มาพร้อมกับว่าที่ภรรยาของเจียงเทียน
ตอนที่ 42 หลี่เอ้อร์มาแล้ว มาพร้อมกับว่าที่ภรรยาของเจียงเทียน
เช้าตรู่วันที่สาม ขณะที่เจียงเทียนพาเสี่ยวเตาและคนอื่นๆ ลงเขาเพื่อเตรียมแจกจ่ายโจ๊ก พวกเขาก็พบว่าที่กระโจมมีการแจกโจ๊กอยู่ก่อนแล้ว และคนที่กำลังแจกก็ไม่ใช่คนของค่ายชิงเฟิงเสียด้วย
"ท่านหัวหน้าค่าย นี่มันเรื่องอะไรกันขอรับ ดูจากการแต่งตัวก็ไม่ใช่คนของทางการเสียด้วย หรือว่าจะมีใครหน้าไหนคิดจะมาชุบมือเปิบแย่งผลงานเรา"
เมื่อเห็นมีคนแปลกหน้ามาใช้กระโจมของพวกเขาแจกโจ๊ก เสี่ยวเตาก็เริ่มกังวล ต้องรู้ไว้ว่าบริเวณเขาชิงเหลียงไม่ได้มีแค่ค่ายชิงเฟิงค่ายเดียว เขาเกรงว่าผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้จะถูกค่ายอื่นแย่งตัวไป
"ใจเย็นๆ ของที่เป็นของเรา ยังไงก็หนีไม่พ้น ส่วนของที่ไม่ใช่ของเรา ฝืนรั้งไว้ก็เปล่าประโยชน์"
เจียงเทียนหรี่ตาลง เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า คนกลุ่มนี้เป็นใครมาจากไหน
"เหล่าหลิว วันนี้ไม่ต้องต้มโจ๊กแล้วล่ะ พาพวกพี่น้องกลับไปพักผ่อนบนค่ายก่อนเถอะ"
เจียงเทียนหันไปบอกพ่อครัวร่างท้วม ก่อนจะพยักหน้าให้เสี่ยวเตา "ไป ลงไปดูลาดเลากันหน่อย"
เมื่อลงมาถึงตีนเขา เจียงเทียนก็เดินไปดูที่กระโจมแจกอาหารก่อนเป็นอันดับแรก เขาประหลาดใจเมื่อเห็นว่าโจ๊กในหม้อนั้นใสแจ๋วราวกับน้ำล้างหม้อ ข้าวสารแทบจะนับเม็ดได้ ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้างด้วยความยินดี
"แหม! นี่มันช่วยทุ่นแรงข้าไปได้เยอะเลยนะเนี่ย ต้องไปขอบคุณพ่อพระที่มาแจกโจ๊กสักหน่อยแล้ว"
เจียงเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบรถม้าหลายคันจอดอยู่ไม่ไกล และใต้ร่มไม้ข้างทางก็มีคนกลุ่มหนึ่งนั่งพักอยู่ เมื่อเพ่งมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นตาเฒ่าหลี่เอ้อร์นั่นเอง
ทว่า ในยามนี้ สีหน้าของหลี่ซื่อหมินดูย่ำแย่เอามากๆ
"ไอ้เจี๋ยลี่ชั่วช้า มันจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว คอยดูเถอะ สักวันหนึ่ง กองทัพเหล็กของข้าจะบุกไปเหยียบราชสำนักของมันให้ราบเป็นหน้ากลอง"
เห็นได้ชัดว่า หลี่ซื่อหมินก็ได้รับรู้สาเหตุที่แท้จริงจากปากของผู้ลี้ภัยแล้วเช่นกัน
"นายท่าน เจียงเทียนกำลังเดินมาทางนี้แล้วขอรับ"
ขณะที่หลี่ซื่อหมินกำลังปรึกษาหารืออยู่กับฝางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ย หลี่จวินเซี่ยนก็สังเกตเห็นเจียงเทียนที่กำลังเดินตรงเข้ามา
"ตั้งแต่นี้ไป พวกเจ้าทุกคนต้องเรียกข้าว่า 'นายท่าน' เข้าใจไหม?" หลี่เอ้อร์รีบสั่งกำชับ
เหล่าขุนนางล้วนฉลาดเป็นกรด มีหรือจะไม่เข้าใจเจตนาของหลี่ซื่อหมิน พระองค์กำลังปกปิดสถานะความเป็นฮ่องเต้อยู่นั่นเอง
"ข้าก็สงสัยอยู่ว่าใครหนอช่างใจบุญมาช่วยแจกโจ๊กแทนข้า ที่แท้ก็เป็นเหล่าหลี่นี่เอง"
เจียงเทียนเดินเข้ามาหาหลี่ซื่อหมิน พร้อมกับตบไหล่เขาเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม "ดีมาก ทำได้ดีเยี่ยมเลย สิ่งที่เจ้าทำในวันนี้ ทำให้ข้าถูกใจมากๆ"
หลี่ซื่อหมินทำหน้างุนงง ส่วนฝางเสวียนหลิง จ่างซุนอู๋จี้ และคนอื่นๆ ต่างก็อ้าปากค้างตกตะลึง ไอ้หนุ่มคนนี้บังอาจมาตบไหล่ฝ่าบาทงั้นหรือ พวกเขาเตรียมจะอ้าปากตวาดด่า แต่ก็ถูกหลี่จิ้งและหลี่จวินเซี่ยนส่งสายตาห้ามปรามไว้เสียก่อน
"ฮ่าๆ ข้าว่าแล้วเชียว ว่าคนที่ตั้งกระโจมแจกโจ๊กให้ผู้ลี้ภัยต้องเป็นน้องเจียงแน่ๆ"
หลี่ซื่อหมินไม่ได้ใส่ใจที่เจียงเทียนมาตบไหล่ตน เขามองไปรอบๆ ก่อนจะถามขึ้น "น้องเจียง วันนี้เจ้าจะเริ่มแจกโจ๊กตอนไหนล่ะ เสบียงที่ข้าพกติดตัวมามีไม่มาก แถมไปกว้านซื้อตามอำเภอใกล้เคียงมาเมื่อคืน ก็ยังได้โจ๊กใสๆ มาแค่นี้ คงต้องพึ่งพาเศรษฐีเสบียงอย่างเจ้าแล้วล่ะ"
ฝางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ยลอบสบตากัน
ฝ่าบาทถึงกับเอ่ยปากยกยอไอ้หนุ่มคนนี้ หรือว่าค่ายชิงเฟิงจะมีเสบียงอุดมสมบูรณ์มากมายอย่างที่ตรัสไว้จริงๆ?
"โจ๊กใสๆ น่ะดีแล้ว ตรงใจข้าเลยล่ะ"
เจียงเทียนมองหลี่ซื่อหมินด้วยรอยยิ้ม "เหล่าหลี่ ข้าขอตัวไปจัดการธุระแป๊บนึงนะ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะมาคุยด้วย เสี่ยวเตา ไปกันเถอะ"
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เจียงเทียนก็เดินจากไปพร้อมกับเสี่ยวเตา
"นายท่าน นี่หรือคือเจียงเทียน หัวหน้าค่ายชิงเฟิง หน้าตาหล่อเหลาเอาการทีเดียวนะขอรับ"
จ่างซุนอู๋จี้ค่อนข้างพอใจกับรูปร่างหน้าตาของเจียงเทียน อีกทั้งเห็นเขาใจบุญสุนทาน ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย จิตใจก็ดูเป็นคนดีใช้ได้เลย นี่ทำให้เขาเริ่มเชื่อคำพูดของฝ่าบาทขึ้นมาบ้างแล้ว
ส่วนฝางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ย กลับตกอยู่ในภวังค์ความคิด เพราะประโยคที่ว่า 'โจ๊กใสๆ น่ะดีแล้ว ตรงใจข้าเลยล่ะ' ของเจียงเทียน พวกเขารู้สึกตงิดๆ ว่า ชายหนุ่มคนนี้กำลังวางหมากกระดานใหญ่อยู่
ในขณะเดียวกัน ที่กระโจมแจกอาหาร ลูกน้องของหลี่ซื่อหมินก็แจกโจ๊กเสร็จพอดี เจียงเทียนพาเสี่ยวเตาเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเอ่ยถามผู้ลี้ภัยไปตลอดทาง
"พี่ชาย วันนี้โจ๊กรสชาติเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
"โจ๊กวันนี้ไม่ข้นเหมือนสองวันก่อนเลย ใสแจ๋วราวกับน้ำเปล่า กินยังไงก็ไม่อิ่มหรอก"
"ท่านลุง วันนี้โจ๊กรสชาติเป็นยังไงบ้าง?"
"มีให้กินก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว ข้าจะไปกล้าหวังเรื่องรสชาติได้ยังไงกันล่ะ พ่อหนุ่ม ท่านช่างเป็นคนใจบุญสุนทานจริงๆ อุตส่าห์แจกโจ๊กให้พวกเรากินทุกวัน"
"เรื่องเล็กน้อยน่า อย่าคิดมากเลย"
เจียงเทียนยิ้มรับ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเสี่ยวเตา
"จำหน้าพวกมันไว้หมดแล้วใช่ไหม?" เจียงเทียนหันไปถามเสี่ยวเตา
"วางใจเถอะขอรับ ท่านหัวหน้าค่าย ไอ้พวกกินบนเรือนขี้บนหลังคาพวกนั้น มีจำนวนไม่เยอะหรอก สีหน้าแววตาอันน่ารังเกียจของพวกมัน ข้าจดจำไว้ในสมองหมดแล้วขอรับ"
เสี่ยวเตาตบหน้าอกรับประกันอย่างมั่นใจ
"ดีมาก เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ เดี๋ยวอีกสักพัก เราจะพาคนกลับค่ายกันแล้ว"
เนื่องจากวันนี้หลี่เอ้อร์มาช่วยแจกโจ๊กแบบไม่ได้นัดหมาย งานทุกอย่างจึงราบรื่นและเสร็จสิ้นเร็วกว่าปกติ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็เรียบร้อย
"ขอรับ ท่านหัวหน้าค่าย"
เสี่ยวเตารับคำสั่ง แล้วถอยไปเตรียมการพากลุ่มผู้ลี้ภัยขึ้นค่าย
ในขณะเดียวกัน เจียงเทียนก็เดินไปหาหลี่อัน
"ท่านลุงหลี่ เตรียมตัวให้พร้อมนะ เดี๋ยวอีกสักพักก็ตามพวกเรากลับค่ายไปได้เลย"
เจียงเทียนกวาดสายตามอง ไม่เห็นลูกสาวของหลี่อันอยู่แถวนั้น จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม "แล้วอินอินล่ะไปไหนเสียแล้ว?"
"อ้อ พอดีมีแม่นางคนหนึ่งพาไปน่ะ บอกว่าจะพาอินอินไปอาบน้ำทำความสะอาด แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ น่าจะอยู่ที่ริมลำธารโน่นแหละ!"