- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 39 ความน้อยอกน้อยใจของจ่างซุนอู๋โก้ว!
ตอนที่ 39 ความน้อยอกน้อยใจของจ่างซุนอู๋โก้ว!
ตอนที่ 39 ความน้อยอกน้อยใจของจ่างซุนอู๋โก้ว!
ตอนที่ 39 ความน้อยอกน้อยใจของจ่างซุนอู๋โก้ว!
ที่ตีนเขาชิงเหลียง มีกระโจมแจกจ่ายอาหารห้าหกหลังตั้งเรียงราย ผู้คนกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น จ่างซุนอู๋โก้วเองก็ลงมาช่วยชาวค่ายตักโจ๊กแจกจ่ายให้ผู้ลี้ภัยเช่นกัน
เมื่อเห็นภาพของจ่างซุนอู๋โก้วกำลังง่วนอยู่กับการตักโจ๊ก รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเจียงเทียน
หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาและอ่อนโยนเช่นนี้ ช่างคู่ควรกับตำแหน่งภรรยาที่สมบูรณ์แบบเสียจริง
น่าเสียดายที่สตรีในยุคราชวงศ์ถัง ยึดมั่นในจารีต 'สามเชื่อฟัง สี่คุณธรรม' อย่างเคร่งครัด ต่อให้หลี่เอ้อร์จะทำร้ายจิตใจพวกนางเพียงใด ทั้งจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยก็ยังไม่เคยคิดถึงความสุขของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ในเร็วๆ นี้ หลี่เอ้อร์ก็จะส่งลูกสาวมาที่ค่ายชิงเฟิง หากเขาแต่งงานกับลูกสาวของจ่างซุนอู๋โก้วจริงๆ นางก็จะมีสถานะเป็นแม่ยายของเขา
เมื่อมีกรอบของศีลธรรมจรรยามาค้ำคออยู่ ต่อให้จ่างซุนอู๋โก้วจะเกิดใจอ่อนหลงรักเขาขึ้นมาจริงๆ นางที่เป็นถึงสตรีผู้สูงศักดิ์ ก็คงต้องพยายามกดเก็บความรู้สึกนั้นไว้อย่างสุดความสามารถแน่ๆ
"เจียงเทียน ท่านมองอะไรอยู่น่ะ?"
เสียงใสแจ๋วของหยางเฟยดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเจียงเทียน เมื่อเขาหันไป ก็พบว่านางมายืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และเพราะเขากำลังเหม่อลอย สายตาของเขาจึงบังเอิญไปหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าอกของนางพอดี
"ชิ! ถ้าข้าอยากจะมอง ก็มองตรงๆ ไปเลย ไม่เห็นต้องแอบมองเลยสักนิด"
เจียงเทียนเบ้ปาก ก่อนจะถามหยางเฟยที่กำลังทำแก้มป่อง "แล้วเจ้าลงมาทำไมเนี่ย?"
"ก็มาช่วยน่ะสิ" หยางเฟยเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ "เมื่อก่อนข้ากับท่านพี่มักจะไปแจกทานที่วัดชิ่งฮวาเป็นประจำ เรื่องแบบนี้ ข้าชำนาญกว่าท่านเยอะ"
"เอาเถอะ ขี้เกียจเถียงกับท่านแล้ว ข้าไปช่วยท่านพี่ดีกว่า"
ว่าแล้วหยางเฟยก็วิ่งแจ้นไปสมทบกับจ่างซุนอู๋โก้วที่กระโจมแจกจ่ายอาหารทันที
เจียงเทียนยิ้มขำๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้สงบเรียบร้อยดี ก็ไม่ต้องกังวลว่าผู้ลี้ภัยจะก่อความวุ่นวาย
"ท่านหัวหน้าค่าย ตอนนี้ค่ายของเรากำลังขาดแคลนคนไม่ใช่หรือขอรับ ทำไมเราไม่พาผู้ลี้ภัยพวกนี้กลับไปที่ค่ายให้หมดเลยล่ะขอรับ?"
หลังจากยุ่งอยู่พักใหญ่ เสี่ยวเตาก็เดินเข้ามาหาเจียงเทียน แล้วเสนอความคิดเห็น
"จิตใจมนุษย์คือสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดในโลก เจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ผู้ลี้ภัยพวกนี้เมื่อขึ้นเขาไปแล้ว จะยอมทำงานหนักอย่างขยันขันแข็ง เพื่อร่วมกันพัฒนาค่ายของเรา?"
เจียงเทียนยิ้มบางๆ ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เขาเชื่อว่าเสี่ยวเตาน่าจะเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่
"เรื่องนี้..."
และก็เป็นไปตามคาด เสี่ยวเตาเข้าใจในทันที เขายกนิ้วโป้งให้เจียงเทียนอย่างชื่นชม "ท่านหัวหน้าค่ายคิดรอบคอบจริงๆ ขอรับ แต่ว่า... เราจะตั้งกระโจมแจกอาหารให้พวกเขาแบบนี้ไปตลอดเลยหรือขอรับ?"
"แน่นอนว่าไม่ ข้าจะแจกอาหารให้พวกเขาแค่สามวัน หลังจากนั้น ข้าจะคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมพาขึ้นเขาไป"
"แล้วคนอื่นๆ ล่ะขอรับ?"
"ก็ต้องปล่อยให้ดูแลตัวเองไป ข้าไม่ใช่พ่อพระที่จะเที่ยวช่วยคนพร่ำเพรื่อโดยไม่แยกแยะดีชั่วหรอกนะ ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าช่วยคนไม่ดีขึ้นไป แล้วทำให้ค่ายต้องเดือดร้อน ข้าจะเอาหน้าไปสู้ชาวค่ายที่เชื่อใจข้าได้อย่างไรล่ะ"
"ก็จริงขอรับ ขืนพาพวกปลิงขึ้นไปกินแรงเปล่าๆ ก็คงไม่ดีแน่" เสี่ยวเตาเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ในขณะที่เจียงเทียนกำลังคุยกับเสี่ยวเตาอยู่นั้น หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของจ่างซุนอู๋โก้วค่อยๆ ทรุดฮวบลง กำลังจะล้มหน้าคะมำใส่หม้อต้มโจ๊กที่กำลังเดือดปุดๆ
"ท่านพี่!"
"ฮูหยินใหญ่!"
เจียงเทียนตกใจสุดขีด เขารีบพุ่งเข้าไปคว้าเอวของจ่างซุนอู๋โก้วไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่ศีรษะของนางจะจุ่มลงไปในหม้อโจ๊กเดือดๆ ซึ่งผลลัพธ์คงจะสยดสยองเกินบรรยาย
จ่างซุนอู๋โก้วที่เพิ่งจะวูบไปชั่วขณะ เมื่อได้สติกลับมา ก็พบว่าใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอยู่ห่างจากใบหน้าของนางไม่ถึงหนึ่งคืบ ซ้ำเขายังโอบเอวนางไว้อีก เมื่อรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น นางก็รีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยความเขินอาย
"เสี่ยวชิง ข้าสั่งให้เจ้าดูแลฮูหยินทั้งสองให้ดี แล้วทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้!"
ใบหน้าของเจียงเทียนดำทะมึนด้วยความโกรธจัด หากเขาเข้าไปช่วยไม่ทัน จ่างซุนอู๋โก้วคงต้องเสียโฉมไปแล้ว
"ท่านหัวหน้าค่าย ขะ...ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ข้าผิดไปแล้ว"
เสี่ยวชิงไม่เคยเห็นเจียงเทียนโกรธเกรี้ยวขนาดนี้มาก่อน นางถึงกับกลัวจนน้ำตาคลอ
"เอาล่ะๆ ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่นา อย่าไปดุเสี่ยวชิงเลย"
จ่างซุนอู๋โก้วไม่อยากให้เสี่ยวชิงต้องมารับเคราะห์แทนนาง
"ส่วนเจ้า!"
จู่ๆ เจียงเทียนก็หันมาถลึงตาใส่จ่างซุนอู๋โก้ว ทำเอานางสะดุ้งโหยง "เจ้าก็รู้ตัวดีว่าร่างกายอ่อนแอ แล้วจะฝืนตัวเองทำไม ที่นี่มีคนตั้งเยอะแยะ ใครๆ ก็ตักโจ๊กได้ ทำไมเจ้าต้องมาฝืนทำด้วย"
"ข้า..." จ่างซุนอู๋โก้วอึกอัก พูดไม่ออก ในใจรู้สึกน้อยอกน้อยใจเป็นอย่างมาก
"ข้าอะไรล่ะ ตามข้ามานี่เลย"
เจียงเทียนดึงมือจ่างซุนอู๋โก้วให้เดินตามมา นำนางไปนั่งพักที่ก้อนหินใต้ร่มไม้ ก่อนจะจับชีพจรดู เมื่อแน่ใจว่านางไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ตั้งแต่นี้ไป ข้าขอสั่งห้ามไม่ให้เจ้ามาช่วยงานที่นี่อีก ถ้าขืนฝ่าฝืน คืนนี้กลับไปข้าจะลงโทษเจ้าให้เข็ดเลย" เจียงเทียนชี้หน้าคาดโทษ
"ก็ได้ ข้าไม่ช่วยแล้ว นั่งพักอยู่ตรงนี้ก็ได้" จ่างซุนอู๋โก้วตอบรับเสียงอ่อยๆ ด้วยความน้อยใจ