เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 ฉางเล่ออยากไปค่ายชิงเฟิง หลี่เอ้อร์ถึงกับเหงื่อตก

ตอนที่ 32 ฉางเล่ออยากไปค่ายชิงเฟิง หลี่เอ้อร์ถึงกับเหงื่อตก

ตอนที่ 32 ฉางเล่ออยากไปค่ายชิงเฟิง หลี่เอ้อร์ถึงกับเหงื่อตก 


ตอนที่ 32 ฉางเล่ออยากไปค่ายชิงเฟิง หลี่เอ้อร์ถึงกับเหงื่อตก 

"นี่เป็นขนมที่ท่านพี่จ่างซุนลงมือทำเองเลยนะ เจ้าจะไม่ชิมดูหน่อยจริงๆ หรือ?"

จ่างซุนอู๋โก้วลงมือทำเองงั้นหรือ?

เจียงเทียนเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ สายตาปะทะเข้ากับจ่างซุนอู๋โก้วที่กำลังเดินเข้ามาหา โดยมีเสี่ยวชิงเดินตามหลังมาติดๆ เขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะละสายตามามองขนมกุ้ยฮวาสีชมพูในมือหยางเฟย พลันความอยากอาหารก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที

เขาตั้งท่าจะยื่นมือไปหยิบขนมในมือหยางเฟย แต่ใครจะไปรู้ว่า จู่ๆ นางก็แลบลิ้นออกมาเลียขนมก้อนนั้น

"คิกคิก ยังอยากกินอยู่ไหมล่ะ?" หยางเฟยขยิบตาให้อย่างซุกซน

"จะไปยากอะไร ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าเสียหน่อย"

สิ่งที่หยางเฟยคาดไม่ถึงก็คือ เจียงเทียนกลับคว้าขนมชิ้นนั้นไปจากมือนางอย่างรวดเร็ว แล้วยัดเข้าปากหน้าตาเฉย

"อืม! รสชาติใช้ได้เลยนะเนี่ย"

กินเสร็จ เจียงเทียนก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากชม ทำเอาหยางเฟยหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายแทบจะมุดดินหนี

ก็ขนมชิ้นนั้นนางเพิ่งจะเลียไปหมาดๆ วันนี้นางจะกินมันลงได้อย่างไร มันก็เท่ากับจูบทางอ้อมไม่ใช่หรือ...

"เป็นแม่คนแล้วนะน้องหยาง ทำไมถึงยังซุกซนเป็นเด็กๆ ไปได้"

จ่างซุนอู๋โก้วยิ้มพลางตำหนิเบาๆ แน่นอนว่านางไม่ได้โกรธเคืองอะไร ตรงกันข้าม นางกลับรู้สึกยินดีกับหยางเฟยเสียด้วยซ้ำ

เดิมที หยางเฟยคือพระราชธิดาองค์โปรดของจักรพรรดิสุยหยาง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวล ร่าเริงแจ่มใสในทุกๆ วัน

ทว่า ตั้งแต่แต่งงานกับหลี่ซื่อหมิน แม้จะยังคงใช้ชีวิตอยู่ในวัง แต่หยางเฟยผู้ร่าเริงสดใสคนเดิม ก็ถูกปิดตายไว้ในส่วนลึกของจิตใจ นางต้องสวมบทบาทเป็นพระสนมผู้สง่างามตลอดเวลา

ไม่คาดคิดเลยว่า เมื่อมาอยู่ที่ค่ายชิงเฟิงแห่งนี้ หยางเฟยจะได้ปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงออกมาอีกครั้ง

และเมื่อนึกถึงโรคเรื้อรังที่ทรมานตนมานานกว่ายี่สิบปี ที่กำลังจะได้รับการรักษาให้หายขาดในเร็วๆ นี้ จ่างซุนอู๋โก้วก็เริ่มรู้สึกว่า การถูกเจียงเทียนจับตัวมาในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องโชคร้ายเลย กลับเป็นเรื่องน่ายินดีเสียมากกว่า

"นั่นสิ อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ยังจะมาทำตัวเป็นเด็กๆ อีก ไม่อายบ้างหรือไง"

เจียงเทียนรีบเสริมทัพ

"ใครอายุมากหา! เจียงเทียน เจ้าพูดให้มันดีๆ หน่อยนะ" หยางเฟยงัดเอาความเย่อหยิ่งสมัยยังเป็นองค์หญิงหรูอี้ออกมาข่มขู่

"เหอะ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าคืนนั้นใครกันที่พูดว่า 'ข้าอายุมากแล้ว เป็นสตรีวัยกลางคนแล้ว...'"

เจียงเทียนดัดเสียงเลียนแบบคำพูดของหยางเฟยในคืนนั้น ทำเอาทั้งหยางเฟยและจ่างซุนอู๋โก้วหน้าแดงก่ำไปตามๆ กัน

"หนอย สมควรโดนตีนัก!" หยางเฟยทำแก้มป่อง ยกมือขึ้นทำท่าจะฟาดเจียงเทียน

"เอาล่ะๆ เลิกเล่นกันได้แล้ว เจียงเทียน ข้าเอาผลไม้จากสวนมาทำขนมไว้ให้เจ้า เจ้าพักมือแล้วมากินสักหน่อยเถิด"

จ่างซุนอู๋โก้วยิ้มพลางแย่งเครื่องมือจากมือของเจียงเทียน ก่อนจะจูงมือเขาเดินไปที่ศาลาพักร้อนด้านนอก

เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของมือนั้น เจียงเทียนก็แอบยิ้มกริ่มอยู่ในใจ

หลายวันมานี้ เขาสังเกตเห็นว่าท่าทีของสองพี่น้องจ่างซุนและหยางเฟยที่มีต่อเขา เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะหยางเฟยที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป การจะรวบหัวรวบหางจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยมาเป็นภรรยา ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เจียงเทียนคิดในใจว่า "เหล่าหลี่เอ๊ย ไม่ใช่ว่าข้าจะหน้าด้านไปแย่งภรรยาเจ้าหรอกนะ แต่เป็นภรรยาทั้งสองของเจ้าต่างหากที่เปลี่ยนใจมาหาข้าเอง"

ส่วนหลี่ซื่อหมินที่อยู่ไกลถึงฉางอัน กำลังนั่งตรวจฎีกาอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกคันจมูกยิบๆ แล้วจามออกมาติดๆ กันหลายครั้ง

ในขณะนั้นเอง สตรีผู้งดงาม รูปร่างอ้อนแอ้น และกิริยามารยาทงดงาม ก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทรงงาน

"เสด็จพ่อ บอกความจริงลูกมาเถิด เสด็จแม่ถูกปองร้ายไปแล้วใช่หรือไม่เพคะ"

การที่จ่างซุนอู๋โก้วยังไม่เสด็จกลับวังเสียที ทำให้หลี่ลี่จื้อ (ฉางเล่อ) อดคิดไม่ได้ว่า เสด็จแม่ที่ถูกพวกโจรภูเขาจับตัวไป อาจจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว

"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แม่ของลูกยังมีชีวิตอยู่ แถมยังได้พบกับยอดคนผู้เก่งกาจ ตอนนี้กำลังรับการรักษาโรคหอบหืดอยู่ พอรักษาหายเมื่อไหร่ แม่ของลูกก็จะกลับมาเองแหละ"

หลี่ซื่อหมินวางฎีกาในมือลง แล้วอธิบายให้พระธิดาฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เพียงแต่ว่า เมื่อรักษาหายแล้ว จะได้กลับมาหรือไม่นั้น ก็คงต้องขึ้นอยู่กับเจตจำนงของเจียงเทียนแล้วล่ะ

เมื่อคิดถึงจุดนี้ หลี่ซื่อหมินก็รู้สึกอัดอั้นตันใจ สู้ก็สู้ไม่ได้ จะแต่งตั้งให้เป็นขุนนางก็ไม่เอา เจียงเทียนนี่มันดื้อด้านเกินเยียวยาจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาต้าถังในอนาคต ยังต้องพึ่งพาสิ่งประดิษฐ์อันน่าทึ่งของเจียงเทียนอีก ไม่แน่ว่าจ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยอาจจะไม่ได้กลับมาอีกนาน

ซึ่งอาจจะเป็นสามปี ห้าปี หรืออาจจะนานถึงสิบยี่สิบปีก็เป็นได้

เมื่อได้ยินว่าโรคเรื้อรังของเสด็จแม่จะได้รับการรักษาให้หายขาด หลี่ลี่จื้อก็ดีใจมาก

"เสด็จพ่อ พาลูกไปเยี่ยมเสด็จแม่ด้วยนะเพคะ ลูกคิดถึงเสด็จแม่เหลือเกิน"

หลี่ลี่จื้อเขย่าแขนหลี่ซื่อหมิน ออดอ้อนเสียงหวาน

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ซื่อหมินก็สะดุ้งเฮือก

อะไรนะ?

ลี่จื้อจะไปค่ายชิงเฟิงงั้นหรือ?

ไม่ได้ๆๆ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!

ขืนให้เจียงเทียนเห็นลี่จื้อเข้า มีหวังได้ถูกกักตัวไว้แน่

แค่ภรรยาสองคนก็ถูกจับเป็นตัวประกันไว้แล้ว ขืนต้องเสียลูกสาวไปอีกคน หลี่ซื่อหมินคงได้เป็นบ้าแน่ๆ

"ลี่จื้อ ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากพาลูกไปนะ แต่ว่ายอดคนผู้นั้นเขาชอบความสงบ หากพ่อพาลูกไปด้วย เกิดเขาไม่พอใจขึ้นมา แล้วไม่ยอมรักษาแม่ของลูก จะทำอย่างไรล่ะ"

เพื่อดับความตั้งใจของลูกสาว หลี่ซื่อหมินถึงกับยอมสรรหาข้ออ้างสารพัด

"ถ้าอย่างนั้น ลูกไม่ไปก็ได้เพคะ ไว้คราวหน้าเสด็จพ่อไปเยี่ยมเสด็จแม่ ฝากกราบทูลเสด็จแม่ด้วยนะเพคะ ว่าลูกคิดถึงเสด็จแม่มาก"

แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของหลี่ลี่จื้อกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย

ในฐานะพระธิดาของหลี่ซื่อหมินมาสิบกว่าปี หลี่ลี่จื้อย่อมรู้ใจพระบิดาเป็นอย่างดี

นางรู้ดีว่า เมื่อครู่นี้ พระบิดากำลังพูดโกหก!

จบบทที่ ตอนที่ 32 ฉางเล่ออยากไปค่ายชิงเฟิง หลี่เอ้อร์ถึงกับเหงื่อตก

คัดลอกลิงก์แล้ว