- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 4 หลี่เอ้อร์เป็นตัวอะไร จับมัดให้หมด
ตอนที่ 4 หลี่เอ้อร์เป็นตัวอะไร จับมัดให้หมด
ตอนที่ 4 หลี่เอ้อร์เป็นตัวอะไร จับมัดให้หมด
ตอนที่ 4 หลี่เอ้อร์เป็นตัวอะไร จับมัดให้หมด
บนกำแพงเมืองจิงโจว ผู้บัญชาการทหารองครักษ์มองดูกองทัพขนาดมหึมาเคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่เขาชิงเหลียง ในหัวก็หวนนึกถึงความทรงจำอันน่าสยดสยอง
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวกับหยก ดูราวกับบัณฑิตผู้สง่างาม ทว่ากลับมีพลังฝีมือที่ระเบิดออกมาจนน่าสะพรึงกลัว
เพียงพริบตาเดียว เขาก็จัดการทหารผ่านศึกที่ผ่านการต่อสู้มานับร้อยครั้ง ซึ่งสามารถสู้รบได้แบบหนึ่งต่อสิบ ไปได้ถึงสิบกว่านาย ช่างเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ไม่ได้การล่ะ ต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านแม่ทัพหลี่ทราบ" ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล นายทหารองครักษ์จึงหันหลังกลับไปส่งพิราบสื่อสารรายงานเรื่องราวทั้งหมดให้หลี่จวินเซี่ยนที่ฉางอันทราบทันที
หลังจากผ่านค่ำคืนอันว่างเปล่าและโดดเดี่ยวไปอีกคืน เจียงเทียนก็บิดขี้เกียจ เตรียมตัวเริ่มแผนการปรับปรุงค่ายโจรของเขา
ขณะที่เขากำลังจะเริ่มลงมือ เสี่ยวเตาก็กลับมาจากการล่าสัตว์บนเขาพร้อมกับข่าวร้าย
ที่ตีนเขา มีกองทหารอาวุธครบมือมุ่งหน้ามาหาเรื่อง ดูเหมือนจะมาโจมตีค่ายโจรของเรา
จากการกะประมาณคร่าวๆ น่าจะมีทหารอยู่ราวห้าพันนาย
"ดูเหมือนว่าสามีขุนนางใหญ่ของแม่นางทั้งสองคนนั้นจะมาถึงแล้วล่ะ"
เจียงเทียนวางเครื่องมือในมือลง แล้วสั่งการว่า "เสี่ยวเตา ปิดบังเรื่องนี้ไม่ให้คนในค่ายรู้ก่อน เจ้าตามข้าไปดูลาดเลากัน"
เสี่ยวเตาพยักหน้ารับ
ทั้งสองรีบออกจากค่ายไปโดยที่ยามเฝ้าประตูไม่ได้สงสัยอะไร
ไม่นานนัก ภายใต้การนำทางของเสี่ยวเตา เจียงเทียนก็มาถึงต้นไม้ใหญ่ยักษ์บนภูเขา
เขาชิงเหลียงมีภูมิประเทศที่สูงชัน ค่ายโจรของเจียงเทียนก็สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชัน เทือกเขาทอดยาวต่อเนื่อง การจะลัดเลาะผ่านป่าทึบขึ้นมายังค่ายโจรนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ มีเพียงเส้นทางเดียวคือบันไดหินแคบๆ ด้านหน้าเท่านั้น
นี่คือความมั่นใจของเจียงเทียนที่บอกว่า แม้จะมีทหารชั้นยอดนับแสนนาย ก็ไม่อาจเจาะทะลวงค่ายโจรเข้ามาได้
ทหารสวมชุดเกราะแต่ละนายกำลังเดินเรียงแถวไปตามเส้นทางภูเขาที่ไม่กว้างนัก
ด้านหน้าสุด มีชายวัยกลางคนขี่ม้าสีแดงเลือดนก สวมผ้าคลุมสีทอง เหน็บดาบวิเศษไว้ที่เอว กำลังนำกองทัพอันยาวเหยียดค่อยๆ เคลื่อนพลขึ้นมายังไหล่เขา
แม้ทหารชั้นยอดที่หลี่ซื่อหมินนำมาจะกล้าหาญและเชี่ยวชาญการรบ อีกทั้งทหารม้านับร้อยนายก็ยังเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้า แต่ก็จำกัดอยู่แค่การรบในที่ราบหรือพื้นที่โล่งกว้างเท่านั้น ในป่าเขาลำเนาไพรเช่นนี้ ทหารม้าก็เป็นได้แค่เครื่องประดับ แม้แต่ทหารราบก็ยังถูกต้นไม้กีดขวาง ทำให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ลดลงอย่างมาก
ประกอบกับการเดินทัพอย่างเร่งรีบตลอดทั้งคืน ทำให้ทหารแต่ละนายไม่เพียงแต่อ่อนล้าทั้งกายและใจ แต่กำลังใจในการรบก็ลดลงไปกว่าครึ่ง
เจียงเทียนที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้สังเกตเห็นจุดนี้ได้อย่างชัดเจน แม้จะมองดูแล้วมีทหารจำนวนถึงห้าพันนาย แต่พลังการต่อสู้ของพวกเขานั้น แทบจะเรียกได้ว่าอ่อนแอมาก
ในเวลาเดียวกัน เจียงเทียนก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนที่ขี่ม้าสีแดงเลือดนกอย่างละเอียด ชายคนนี้น่าจะเป็นผู้นำของกองทัพนี้ เมื่อพิจารณาจากคำพูดของสาวงามสองคนเมื่อคืน ชายคนนี้ก็น่าจะเป็นเขยร่วมตระกูล... โอ้ ไม่สิ น่าจะเป็นพ่อตาในอนาคตของเขาต่างหาก
"ท่านหัวหน้าค่าย ทหารหลวงเยอะขนาดนี้ พวกเรารีบกลับไปตั้งรับที่ค่ายดีกว่าขอรับ"
นี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเตาได้เห็นทหารหลวงจำนวนมากขนาดนี้ เขาจึงรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
"ไม่เป็นไร!"
เจียงเทียนโบกมือ ปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม "รออีกเดี๋ยว รอให้ทัพหน้าของพวกมันขึ้นมาถึงไหล่เขาเสียก่อน ตอนนั้นแหละจะเป็นตอนที่พวกมันพังทลาย"
เส้นทางภูเขาบริเวณนี้ยังกว้างพอจะเดินเรียงแถวหน้ากระดานได้ห้าหกคน ทั้งยังไม่มีป่าทึบกีดขวาง หากปะทะกัน คงต้องเจอกับการรุมโจมตีจากทหารไม่ต่ำกว่าห้าสิบนายพร้อมๆ กัน
แต่เมื่อผ่านเส้นทางที่ค่อนข้างกว้างนี้ไปแล้ว เมื่อเข้าสู่ไหล่เขาและเดินเข้าไปในป่าทึบ หากปะทะกัน จำนวนทหารที่จะเข้ามาโจมตีได้พร้อมกันก็ไม่เกินสิบนาย
"ไปเถอะ เราไปดักรอพวกมันที่ไหล่เขากัน"
แม้เสี่ยวเตาจะไม่เข้าใจความหมายของเจียงเทียน แต่เขาก็เชื่อใจหัวหน้าค่าย เพราะตั้งแต่เจียงเทียนขึ้นเป็นหัวหน้าค่ายเมื่อครึ่งปีก่อน ก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลย เขาเชื่อว่าครั้งนี้ก็คงเช่นเดียวกัน
หนึ่งเค่อต่อมา ทัพหน้าของหลี่ซื่อหมินก็เข้าสู่บริเวณไหล่เขา
"เอาล่ะ ต่อไปถึงเวลาของข้าบ้างแล้ว"
เจียงเทียนกระโดดลงจากต้นไม้ มาขวางหน้าม้าสีแดงเลือดนกอย่างพอดิบพอดี แล้วตะโกนเสียงดังกังวานว่า "ผู้มาเยือนเป็นใคร จงบอกชื่อมา"
ทุกคนต่างชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง และพบกับชายหนุ่มรูปงามยืนเอามือไพล่หลังอยู่เบื้องหน้า
ทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างกายหลี่ซื่อหมินรีบกระซิบเตือนว่า "ฝ่าบาท นีคือหัวหน้าโจรภูเขาที่ลักพาตัวฮองเฮาและกุ้ยเฟยไปพ่ะย่ะค่ะ"
"กล้าลักพาตัวฮูหยินของข้า แล้วยังกล้าถามอีกว่าข้าเป็นใคร เด็กๆ จับตัวมันมาให้ข้า"
หลี่ซื่อหมินโกรธจัด ชักดาบวิเศษออกมาชี้หน้าเจียงเทียนแล้วสั่งการ
เจียงเทียนหรี่ตาลง อย่างที่คิดไว้เลย ไม่ผิดแน่
"มาได้จังหวะพอดี จับตัวเจ้ากลับไปด้วยเลยดีกว่า ใช้ชีวิตเจ้าเป็นข้อต่อรอง ดูสิว่าภรรยารูปงามทั้งสองของเจ้ายังจะกล้าขัดขืนข้าอีกหรือไม่"
คำพูดของเจียงเทียนทำให้หลี่ซื่อหมินโกรธจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
มันกล้าแตะต้องฮองเฮาและสนมรักของเจิ้นงั้นหรือ
สมควรตาย สมควรตายเป็นร้อยเป็นพันครั้ง!
ไฟแห่งความโกรธลุกโชนในอกเขา อย่าว่าแต่เขาเป็นถึงโอรสสวรรค์เลย ต่อให้เป็นผู้ชายธรรมดา หากภรรยาถูกโจรภูเขารังแก ก็ต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนนี้ยังจะใช้ชีวิตของเขาเป็นข้อต่อรอง เพื่อบังคับให้จ่างซุนและหยางเฟยยอมจำนนอีก
หลี่ซื่อหมินตวาดด้วยความโกรธแค้น "ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น พวกเจ้ายังยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปสับมันให้เป็นชิ้นๆ สิ"
ทหารชั้นยอดหลายนายได้ยินดังนั้น ก็พากันกรูกันเข้าไปหาเจียงเทียน
เสี่ยวเตาเอาตัวเข้าไปขวางหน้าเจียงเทียนตามสัญชาตญาณ หากคิดจะจับตัวหัวหน้าค่าย ก็ต้องข้ามศพเขาไปก่อน
ทว่า เจียงเทียนกลับยิ้มอย่างดูแคลน แล้วผลักเสี่ยวเตาออกไปเบาๆ
"แค่พวกเจ้า ยังไม่คู่ควรหรอก"
ด้วยพละกำลังของลิโป้ เจียงเทียนจึงมีพลังมหาศาล เพียงพริบตาเดียว ทหารชั้นยอดที่ล้อมรอบเขาไว้ก็ล้มลงไปกองกับพื้นร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แม้แต่องครักษ์ที่คุ้มกันหลี่ซื่อหมินก็ถูกซัดกระเด็นไปจนหมด
"พี่ชาย ตามข้ากลับค่ายไปเถอะ!"
เจียงเทียนหัวเราะลั่น จับหลี่ซื่อหมินหิ้วขึ้นมาราวกับลูกไก่ แล้วพากลับไปที่ค่ายโจร