- หน้าแรก
- ทะลุมิติทั้งทีทำไมต้องกลายมาเป็นขันทีน้อยด้วยเนี่ย
- บทที่ 16 - การพบกันที่น่าตกตะลึง
บทที่ 16 - การพบกันที่น่าตกตะลึง
บทที่ 16 - การพบกันที่น่าตกตะลึง
บทที่ 16 - การพบกันที่น่าตกตะลึง
★★★★★
ในตอนที่เฟิ่งเสี่ยวจิ่วคิดว่าตัวเองต้องซวยแน่ๆ เธอก็หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดที่จะตามมา
แต่ทว่าเธอรอกลับนานสองนานก็ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด
กลับรู้สึกว่าตัวเองเหมือนตกลงมาทับอะไรบางอย่างที่ทั้งอุ่นและนุ่มนิ่ม
ที่ปลายจมูกยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกับกลิ่นดอกกล้วยไม้อีกด้วย...
กลิ่นดอกกล้วยไม้อย่างนั้นหรือ!?
ในหอตำรานอกจากกลิ่นหนังสือแล้วจะมีกลิ่นดอกกล้วยไม้มาได้ยังไงกัน!?
เมื่อคิดได้ดังนั้นเฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็รู้สึกสงสัย ค่อยๆ ลืมตากลมโตที่เต็มไปด้วยความงุนงงขึ้นมาแล้วมองไปข้างหน้า
แต่พอเฟิ่งเสี่ยวจิ่วได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรที่อยู่ตรงหน้า ร่างกายของเธอก็ราวกับถูกฟ้าผ่า แข็งทื่อกลายเป็นหินไปในทันที
บุรุษตรงหน้ามีใบหน้าขาวเนียน ริมฝีปากแดงระเรื่อ คิ้วเรียวสวยราวกับถูกตวัดด้วยพู่กัน ช่างดูหล่อเหลางดงามหาใครเปรียบ!
แต่สิ่งที่สะกดสายตามากที่สุดก็คือดวงตาหงส์อันงดงามไร้ที่ติของเขา!
ขนตาของเขายาวและหนาเป็นแพราวกับปัดมาสคาร่า ทอดเงาลงบนเปลือกตาเป็นเงาสลัว
แววตาที่ทอประกายอ่อนโยนราวกับผิวน้ำที่สะท้อนแสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ
ความอ่อนโยนนั้นแทบจะทำให้หัวใจของคนมองละลาย...
เมื่อสบเข้ากับดวงตาหงส์ที่อ่อนโยนราวกับสายน้ำของบุรุษผู้นี้ หัวใจของเฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็อดไม่ได้ที่จะเต้นผิดจังหวะไปหลายครั้ง
ภายในใจรู้สึกตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก
บนโลกใบนี้จะมีบุรุษที่หล่อเหลาขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ!
สวรรค์! เขาดูเหมือนเซียนที่เดินออกมาจากภาพวาดไม่มีผิด...
ชั่วขณะนั้นเฟิ่งเสี่ยวจิ่วถึงกับมองจนตาค้างไปเลย
และถ้าเทียบกับความตกตะลึงของเฟิ่งเสี่ยวจิ่วแล้ว ความตกตะลึงของซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย!
ซือถูจวิ้นเยี่ยนเดินทางมาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อค้นหาข้อมูลบางอย่าง
คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินเสียงร้องเพลงที่ไพเราะเพราะพริ้งขนาดนี้
น้ำเสียงนั้นทั้งอ่อนหวานและกังวานใส เนื้อเพลงก็ไร้ที่ติ ฟังแล้วทำให้ผู้คนหลงใหลจนลืมตัว ราวกับถูกดึงดูดเข้าไปในบทเพลง สัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าและอาวรณ์ที่แฝงอยู่...
เมื่อได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะนี้ สองเท้าของเขาก็ขยับเดินมาทางนี้อย่างไม่รู้ตัว
สิ่งที่เขาเห็นคือขันทีน้อยคนหนึ่งกำลังยืนอยู่บนบันไดไม้ มือก็ขนหนังสือไปพลางปากก็ร้องเพลงไปพลาง โดยไม่ทันสังเกตเห็นการมาเยือนของเขาเลยสักนิด
เพราะขันทีน้อยคนนั้นยืนอยู่สูงกว่า ซือถูจวิ้นเยี่ยนจึงมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัดเจนนัก
จนกระทั่งขันทีน้อยร้องเพลงจบ ซือถูจวิ้นเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะปรบมือชื่นชม
ใครจะไปคิดว่านั่นจะทำให้ขันทีน้อยตกใจ
พอเห็นขันทีน้อยพลัดตกลงมาเพราะตัวเอง ซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ไม่ทันได้คิดอะไร รีบยื่นมือออกไปรับร่างนั้นไว้ทันที
ทว่าพอเขาก้มหน้าลงไปมอง ภาพที่เห็นกลับทำให้เขาต้องตกตะลึง!
ใบหน้าที่กำลังตื่นตระหนกทว่ากลับงดงามล่มเมืองนั้น ราวกับถูกประทับตราฝังลึกเข้าไปในหัวใจของซือถูจวิ้นเยี่ยนในทันที!
คิ้วเรียวโค้งดั่งจันทร์เสี้ยว จมูกโด่งรั้น ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับหยาดน้ำ ริมฝีปากสีแดงสดเผยอขึ้นเล็กน้อย ช่างดูเย้ายวนใจยิ่งนัก!
ช่างเป็นหญิงงามที่หาตัวจับยากจริงๆ!
ซือถูจวิ้นเยี่ยนรู้สึกตื่นตะลึงอยู่ในใจ
แต่พอกวาดสายตามองลงมายังร่างของโฉมงามในอ้อมกอด
เมื่อเห็นชุดขันทีสีน้ำเงินเข้มที่อีกฝ่ายสวมใส่ คิ้วเข้มก็อดไม่ได้ที่จะขมวดเข้าหากัน
แววตาเสียดายฉายชัดอยู่ในดวงตาหงส์เพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไป
คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่มีใบหน้างดงามปานนี้ จะเป็นแค่... ขันทีน้อยคนหนึ่ง!?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ดึงสติกลับมาจากความเสียดาย
ดวงตาหงส์กะพริบปริบๆ ก่อนที่ริมฝีปากแดงระเรื่อจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์
"เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม!?"
[จบแล้ว]