- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างของโฮคาเงะ
- บทที่ 9 สถานการณ์ปัจจุบันของโลกนินจา
บทที่ 9 สถานการณ์ปัจจุบันของโลกนินจา
บทที่ 9 สถานการณ์ปัจจุบันของโลกนินจา
ฐานทัพหน่วยราก
ห้องทำงานของชิมูระ ดันโซ
ในฐานะผู้ช่วยโฮคาเงะแห่งโคโนฮะและผู้นำสูงสุดของหน่วยราก หน้าที่ของชิมูระ ดันโซนั้นรัดตัวเป็นอย่างยิ่ง เขาต้องคอยรับม้วนคัมภีร์ข่าวกรองจากหลากหลายช่องทางในทุกๆ วัน
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ในคัมภีร์ข่าวกรองเหล่านี้ ชิมูระ ดันโซจำเป็นต้องใคร่ครวญหาวิธีกอบโกยผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง... ไม่สิ ต้องพูดว่าเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้แก่โคโนฮะต่างหาก
"แคว้นฝน... ยังคงอยู่ในช่วงสงครามกลางเมือง..."
"ฮันโซ ผู้นำของหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ ยังคงเก็บตัวเงียบ..."
"หึ ไอ้สารเลวฮันโซ ตอนนั้นพวกเราอุตส่าห์ช่วยมันนำกำลังโอบล้อมกวาดล้างกลุ่มแสงอุษาแท้ๆ แต่จนบัดนี้มันก็ยังปฏิเสธที่จะทำตามสัญญาพันธมิตรของเรา..."
"ข่าวจากแคว้นลม..."
"ไดเมียวแห่งแคว้นลมปรับลดงบประมาณของซึนะงาคุเระลงอีกแล้ว..."
"กาอาระ พลังสถิตร่างหนึ่งหางของซึนะงาคุเระถูกลอบสังหารจนคลุ้มคลั่ง แต่ก็ถูกคาเซคาเงะรุ่นที่ 4 ราสะ สยบลงได้ด้วยคาถาแม่เหล็กทรายทอง หึ พวกซึนะงาคุเระยังคงเพ้อฝันที่จะใช้พลังของสัตว์หางอยู่อีกสินะ..."
"ข่าวจากแคว้นดิน..."
"เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นบ่อยครั้งบริเวณนอกหมู่บ้านอิวะงาคุเระ..."
"คาดว่าเป็นฝีมือของลูกศิษย์ซึจิคาเงะรุ่นที่ 3 โอโนกิ ผู้หญิงที่ชื่อยาคุชิ โนโนะนั่น สามารถรวบรวมข่าวกรองให้โคโนฮะได้มากจริงๆ..."
"แต่ทว่า..."
"ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงต้องการรูปถ่ายของยาคุชิ คาบูโตะอีกแล้วล่ะ?"
"ข่าวจากแคว้นสายฟ้า..."
"มีคนอ้างอีกแล้วว่าไรคาเงะรุ่นที่ 4 ขโมยวิชาลับที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนของตระกูลพวกมันไป..."
"คุโมะงาคุเระมักจะมักใหญ่ใฝ่สูงอยู่เสมอ ในอดีตพวกมันก็เคยพยายามจะชิงเนตรสีขาวของโคโนฮะไป พวกเราต้องหาทางสกัดดาวรุ่งพวกมันไว้ ลองยุแยงให้พวกมันบาดหมางกับอิวะงาคุเระดูดีกว่า..."
"แคว้นน้ำ..."
"ยังคงไม่มีข่าวคราวใดๆ"
"เกิดอะไรขึ้นในคิริงาคุเระกันแน่? สายลับทุกคนที่พยายามแฝงตัวเข้าไปในคิริงาคุเระล้วนหายสาบสูญไปจนหมด หรือว่าพวกมันกำลังวางแผนสมรู้ร่วมคิดอะไรอยู่?"
ชิมูระ ดันโซนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมาขณะที่อ่านข่าวกรองจากภายนอกจนจบทั้งหมด จากนั้นเขาก็หันไปมองข่าวกรองอีกกองที่วางอยู่บนโต๊ะ
ข่าวกรองกองนี้ระบุถึงความเคลื่อนไหวภายในหมู่บ้านโคโนฮะอย่างละเอียด
"มาดูกันสิว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้านบ้างช่วง 2 วันที่ฉันไม่อยู่..."
ในฐานะชายชราผู้ทะเยอทะยาน ชิมูระ ดันโซย่อมไม่มุ่งความสนใจไปที่เรื่องภายนอกเพียงอย่างเดียว เขายังส่งคนไปคอยจับตาดูภายในโคโนฮะอย่างลับๆ กวาดล้างปัจจัยที่สร้างความสั่นคลอนให้แก่โคโนฮะ และหาวิธีรักษาสถานการณ์ในหมู่บ้านให้ดูสงบสุขเพียงเปลือกนอก
"พิธีเปิดภาคเรียนใหม่ของสถาบันนินจา..."
"โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ไปกล่าวสุนทรพจน์ที่สถาบัน..."
เมื่อชิมูระ ดันโซเห็นข่าวนี้ สีหน้าของเขาก็ดูไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่นเสียงอย่างดูแคลน "หึ นั่นไม่ใช่สิ่งที่โฮคาเงะควรทำเลย เจ้าลิงนั่น... ยังคงชอบเอาเวลาไปทิ้งกับเรื่องไร้สาระพวกนี้อยู่ได้!"
ข่าวนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
สิ่งที่ชิมูระ ดันโซเกลียดที่สุดก็คือการที่ต้องมาคอยรับรู้ตอกย้ำว่าสหายเก่าอย่างซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ยังคงดำรงตำแหน่งโฮคาเงะอยู่อย่างสง่างามท่ามกลางแสงสว่าง...
ถึงกระนั้น ชิมูระ ดันโซก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคอยจับตาดูซารุโทบิ ฮิรุเซ็นอย่างไม่คลาดสายตา ด้วยหวังว่าจะจับผิดความผิดพลาดของอีกฝ่ายได้ และทางที่ดีที่สุดคือขับไล่เขาออกจากตำแหน่งโฮคาเงะเสีย...
หรือไม่ก็...
หาทางฆ่าเขาทิ้งซะ
ชิมูระ ดันโซพลิกข้ามข่าวเกี่ยวกับพิธีเปิดภาคเรียนไปอย่างไม่ใส่ใจนัก และสายตาก็ไปสะดุดกับข่าวกรองในหน้าถัดไป ซึ่งเป็นรายชื่อนักเรียนที่เข้าเรียนใหม่ในสถาบันนินจา
"ฮิวงะ ฮินาตะ... ลูกสาวคนโตของบ้านหลักตระกูลฮิวงะ..."
"อาบุราเมะ ชิโนะ... อินุซึกะ คิบะ..."
"นารา ชิกามารุ จากตระกูลนารา อาคิมิจิ โจจิ จากตระกูลอาคิมิจิ ยามานากะ อิโนะ จากตระกูลยามานากะ ทีมอิโนะ-ชิกะ-โจ ของรุ่นนี้ก็มาอยู่ที่นี่กันครบเลยสินะ..."
"ลูกชายคนเล็กของอุจิวะ ฟุงาคุ อุจิวะ ซาสึเกะ... หึ เพื่อจะประจบประแจงเจ้าลิงนั่น ถึงกับเอาชื่อพ่อของมันมาตั้งเป็นชื่อลูกชายคนเล็กเลยเชียว..."
โดยปกติแล้ว...
ชิมูระ ดันโซคงจะไม่ใส่ใจเด็กพวกนี้หรอก
แต่น่าเสียดาย...
ในบรรดานักเรียนใหม่ของสถาบันนินจารุ่นนี้ มีเด็กอยู่คนหนึ่งที่สมควรแก่การจับตามอง
แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีอายุเพียงแค่ 6 ขวบ แต่ทั่วทั้งโคโนฮะก็ต้องระแวดระวังและคอยคุมเข้มเขาอย่างหนัก เพราะเด็กคนนี้อาจจะปะทุวิกฤตการณ์ที่จะทำลายล้างโคโนฮะขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้!
"อุซึมากิ นารูโตะ..."
ชิมูระ ดันโซค่อยๆ กวาดสายตาไปเห็นชื่อที่เขาให้ความสนใจมากที่สุด แววตาของเขาแฝงไปด้วยความมืดมน "พลังสถิตร่างเก้าหาง... ตั้งแต่แรกก็ไม่สมควรส่งเขาเข้าไปในสถาบันนินจาด้วยซ้ำ!"
สัตว์หาง
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกนินจา
ในโลกนินจามีสัตว์หางอยู่ทั้งหมด 9 ตัว
ซึนะงาคุเระ ครอบครองหนึ่งหาง
คุโมะงาคุเระ ครอบครองสองหาง และ แปดหาง
คิริงาคุเระ ครอบครองสามหาง และ หกหาง
อิวะงาคุเระ ครอบครองสี่หาง และ ห้าหาง
โคโนฮะ ครอบครองเก้าหาง
ทากิงาคุเระ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ครอบครองเจ็ดหาง
จากจำนวนหางของสัตว์หาง ยิ่งมีหางมากเท่าไหร่ ปริมาณจักระของมันก็ยิ่งมหาศาลมากขึ้นเท่านั้น ผู้คนจึงมักชอบใช้สิ่งนี้เป็นเกณฑ์ตัดสินความแข็งแกร่งของสัตว์หาง
สัตว์หางถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับปริมาณจักระที่น่าสะพรึงกลัวและพละกำลังอันมหาศาล ทันทีที่หมู่บ้านนินจาส่งสัตว์หางเข้าร่วมสงคราม มันจะสามารถพลิกกระดานการรบได้ในชั่วพริบตา
ทว่า สัตว์หางมีนิสัยดุร้ายและโกรธเกรี้ยวโดยธรรมชาติ พวกมันจึงไม่มีทางยอมให้มนุษย์นำมาใช้งานได้ง่ายๆ
เพื่อดึงพลังของสัตว์หางมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แคว้นของตน มหาอำนาจในโลกนินจาจึงได้คิดค้นวิธีการผนึกสัตว์หางไว้ในร่างกายของมนุษย์ สร้างพลังสถิตร่างสัตว์หางที่สามารถหยิบยืมจักระของสัตว์หางมาใช้ได้ขึ้นมา
ในช่วงสงครามโลกนินจา พลังสถิตร่างสัตว์หางส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นอาวุธมนุษย์ในสงคราม หมู่บ้านนินจาของแคว้นอื่นๆ มักจะใช้สัตว์หางเพื่อชี้ขาดผลแพ้ชนะในการต่อสู้
มีเพียงโคโนฮะเท่านั้นที่ไม่เคยนำเก้าหางออกมาใช้งาน นั่นเป็นเพราะเก้าหางคือสัตว์หางที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนินจา โคโนฮะจึงไม่กล้าแม้แต่จะใช้พลังของมัน หนำซ้ำยังคอยปกป้องคุ้มครองพลังสถิตร่างเก้าหางมาโดยตลอด
จนกระทั่ง... เมื่อ 6 ปีก่อน
หมู่บ้านโคโนฮะต้องเผชิญกับเหตุการณ์จิ้งจอกเก้าหางบุกหมู่บ้าน
จู่ๆ เก้าหางก็ทะลวงผนึกของพลังสถิตร่างและคลุ้มคลั่งอาละวาด ส่งผลให้โฮคาเงะรุ่นที่ 4 และนินจาระดับหัวกะทิจำนวนมากของโคโนฮะต้องสละชีวิต ทำให้โคโนฮะสูญเสียอย่างหนักจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในครั้งนี้
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โคโนฮะก็ต้องเผชิญกับปัญหาถาโถมทั้งศึกในและศึกนอก
โชคดีที่ก่อนตาย โฮคาเงะรุ่นที่ 4 ได้ทำการผนึกเก้าหางกลับเข้าไปในร่างของเด็กที่ชื่อ อุซึมากิ นารูโตะ เพื่อปกป้องโคโนฮะ ซึ่งนั่นก็ทำให้โคโนฮะไม่สูญเสียเก้าหางไป
แต่ทว่า สิ่งนี้ก็ทำให้โคโนฮะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก การครอบครองสัตว์หางที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กลับไม่สามารถใช้งานมันได้ แถมยังต้องคอยหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับพลังสถิตร่างเก้าหางอีก
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์จิ้งจอกเก้าหางซ้ำรอย โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น และ ชิมูระ ดันโซ จึงต้องขบคิดกันอย่างหนัก
หลังจากที่หมดหนทาง ชิมูระ ดันโซก็เสนอว่าไม่ควรปกปิดตัวตนของพลังสถิตร่างเก้าหางอีกต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้บุคลิกของพลังสถิตร่างเก้าหางเปราะบางจนเกินไป โดยเสนอให้นำประสบการณ์ของหมู่บ้านนินจาอื่นในการฝึกฝนพลังสถิตร่างมาใช้แทน บางทีนี่อาจจะเปิดโอกาสให้โคโนฮะได้พลังสถิตร่างเก้าหางที่สามารถนำมาใช้งานได้
ปล่อยให้เด็กน้อยอุซึมากิ นารูโตะ ต้องทนทุกข์ทรมานกับวัยเด็กอันเลวร้ายมาตั้งแต่ยังเล็ก เฉกเช่นเดียวกับพลังสถิตร่างสัตว์หางของหมู่บ้านอื่นๆ เพื่อให้เด็กคนนี้ได้รับรู้ว่าในสายตาของคนอื่น ตัวเขาก็คือสัตว์ประหลาด!
ตราบใดที่เด็กคนนี้ถูกบีบให้ต้องคุ้นชินกับชีวิตอันน่าเศร้าสลดตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตเขาก็จะยังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้ และนั่นจะช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์หางในตัวเขาเกิดการสูญเสียการควบคุมได้อีกด้วย
ทว่า สิ่งนี้ก็แฝงความอันตรายอยู่บ้าง
เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่ชื่ออุซึมากิ นารูโตะ มีสภาวะอารมณ์ที่พังทลายระหว่างการเติบโต ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาของเก้าหางที่อยู่ภายในตัว โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น จึงมักจะปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาสำคัญเพื่อคอยปลอบโยนและให้กำลังใจเด็กคนนี้กล้าเผชิญหน้ากับชีวิตอันเลวร้าย
หากใครสักคนได้รับไออุ่นในยามที่มืดมิดที่สุด ความอบอุ่นนั้นก็เปรียบเสมือนดวงไฟที่คอยกระตุ้นให้คนผู้นั้นกล้าที่จะถือคบเพลิงเพื่อเผชิญหน้ากับความมืดมิดต่อไป
ในทางกลับกัน...
และที่สำคัญที่สุด
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ยังได้ทำการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผนึกพลังสถิตร่างบนตัวเด็กน้อยอุซึมากิ นารูโตะให้แน่นหนายิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เก้าหางสูญเสียการควบคุมและเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาตั้งแต่เห็นสัญญาณเตือนแรก
ในทางทฤษฎีแล้ว...
เรื่องนี้ถือว่าไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับเด็กคนหนึ่งนัก
ทว่า...
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ผู้ซึ่งเคยประจักษ์ถึงความโหดร้ายของสงครามมาแล้ว กลับไม่มองว่านี่คือความไม่ยุติธรรม หนำซ้ำเขายังเชื่อว่าอุซึมากิ นารูโตะ คือเด็กที่โชคดีมากคนหนึ่งด้วยซ้ำ
ช่วงเวลาไทม์ไลน์
ผมได้สรุปเหตุการณ์สำคัญๆ โดยอ้างอิงจากอนิเมะและมังงะ ซึ่งจะคล้ายคลึงกับไทม์ไลน์ในเรื่อง 'ผู้ชักใยเบื้องหลัง'
ผมจำได้ว่าเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปีโคโนฮะที่ 60
ในหนังสือเล่มนี้ อากิฮาระ คางุระ และ อุจิวะ อิทาจิ มีอายุเท่ากัน โดยอายุมากกว่าอุซึมากิ นารูโตะ และ อุจิวะ ซาสึเกะ อยู่ 4 ปี