- หน้าแรก
- ขุดเหมืองจนกลายเป็นเทพ
- บทที่ 11 สเตตัสความแข็งแกร่งทะลุ 10 แต้ม
บทที่ 11 สเตตัสความแข็งแกร่งทะลุ 10 แต้ม
บทที่ 11 สเตตัสความแข็งแกร่งทะลุ 10 แต้ม
"มือปราบหลิน ท่านคิดว่าคนขายเนื้อทำไมถึงจู่ๆ ก็หนีมาที่เมืองชิงซานของพวกเราล่ะ"
จู่ๆ อู๋เชวียก็เอ่ยถามขึ้นมา
มือปราบหลินส่ายหน้าเบาๆ "ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็เพราะมันหนีมาที่เมืองชิงซานนี่แหละ พวกเราถึงมีโอกาสจับตัวมันได้"
"ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะพวกลูกน้องของข้าประมาทและดูถูกศัตรูเกินไป ก็คงไม่ปล่อยให้มันเล็ดลอดมาถึงเหมืองแร่ของพวกท่านได้หรอก ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านเห็นเรื่องน่าขันเสียแล้ว"
ระหว่างที่พูดคุยกัน ลูกน้องมือปราบของเขาก็ช่วยกันเก็บกู้ร่างของจางหาวเรียบร้อยแล้ว
อู๋เชวียถามด้วยความอยากรู้ "ข้าได้ยินมาว่าเมื่อหลายปีก่อน คนขายเนื้อลอบเข้าไปขโมยคัมภีร์มาจากวัดขู่เจวี๋ย? เรื่องนี้จริงหรือเท็จกันแน่? สำนักใหญ่อันดับหนึ่งอย่างนั้น จะปล่อยให้โจรขี้กระจอกแบบนี้เล็ดลอดเข้าไปแล้วหนีรอดกลับมาได้เชียวหรือ?"
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ในเมื่อเบื้องบนไม่ได้มีประกาศแจ้งลงมา ทางวัดขู่เจวี๋ยเองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร คาดว่าคงจะเป็นแค่ข่าวลือโคมลอย ท่านก็รู้ดีนี่ ว่าพวกโจรปลายแถวพวกนี้ชอบแต่งเรื่องโกหกพกหลมขึ้นมาเพื่อยกยอตัวเองทั้งนั้น"
มือปราบหลินหัวเราะแล้วส่ายหน้า
หลังจากพูดคุยทักทายกันอีกสองสามประโยค เขาก็ขอตัวลาแล้วพาคนกลับไป
อู๋เชวียย่อมเดินไปส่งจนถึงหน้าประตูอย่างแน่นอน
ผู้ดูแลหนิวโบกมือไล่ "ไม่มีอะไรแล้ว ไปขุดเหมืองกันต่อเถอะ"
กลุ่มคนงานเหมืองจึงแยกย้ายกันไป แต่ก็ยังคงจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อย่างออกรส
'ขุดเหมืองอัปเลเวล! มีแค่การทำแบบนี้เท่านั้นถึงจะยืนหยัดอยู่ในดินแดนเทพได้'
จางเหว่ยนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ พลางกำหมัดแน่นอย่างลับๆ เขาเหลือบมองหยางหลิงที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปหาแร่หินคริสตัลอัคคีเพื่อขุดต่อ
'สำนักซานเหอ วัดขู่เจวี๋ย น่าจะเป็นสำนักใหญ่ในแคว้นจ้าวทั้งนั้น'
'ตอนที่หัวหน้าผู้คุมอู๋ใช้พลัง ความแข็งแกร่งก็สูงถึง 24 แต้ม แต่กลับไม่สามารถแม้แต่จะเป็นศิษย์สายนอกของสำนักซานเหอได้เลยงั้นเหรอ?'
'แล้วพวกศิษย์ของสำนักพวกนั้น... จะมีสเตตัสที่น่ากลัวขนาดไหนกัน?'
'วิทยายุทธ์ของพวกเขาก็คงจะล้ำลึกเกินกว่าจะคาดเดา ถ้าฉันสามารถเรียนรู้ได้ล่ะก็ จะต้องยืนหยัดในแคว้นจ้าวได้อย่างแน่นอน'
เดิมทีช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาอัปเลเวลติดต่อกันได้หลายเลเวล แถมยังรวบรวมเงินได้ครบ 5 เหรียญเงิน เพื่อซื้อสถานะพลเมืองได้แล้วด้วย
นั่นทำให้หยางหลิงรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย หรือแม้แต่จะรู้สึกภูมิใจในตัวเองด้วยซ้ำ
แต่เหตุการณ์ในวันนี้ ทำให้เขารู้ซึ้งว่าตัวเองยังไม่พ้นจากอันตรายใน 'ดินแดนเทพ' เลยแม้แต่น้อย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นหรอก เอาแค่หัวหน้าผู้คุมอู๋คนนี้ ถ้าเกิดจะลงมือกับเขาขึ้นมา เกรงว่าเขาคงจะไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะตอบโต้ได้เลยด้วยซ้ำ
'อย่างมากที่สุดก็แค่สามกระบวนท่า ข้าก็คงตายสนิท...'
การประลองระหว่างคนงานเหมืองที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า การตายของพี่ห้า และเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ล้วนนำพาความรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนมาสู่หยางหลิง
'อัปเลเวล! ต้องรีบอัปเลเวล!'
'ต่อให้ไม่มีวิทยายุทธ์ ขอแค่มีแต้มสเตตัสมากพอ ก็สามารถเอาชนะคนเก่งๆ ได้ด้วยพละกำลังอันมหาศาล'
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางหลิงก็รีบไปหาแร่หินคริสตัลอัคคี โดยตั้งใจว่าถ้าไม่มีคนอยู่เมื่อไหร่ ก็จะลงไปในอุโมงค์เหมืองต่อทันที
"เฉินซวี่ นั่นใช่ NPC ที่ให้พวกเรายืมเงิน 3 เหรียญทองแดงหรือเปล่า"
หลินกั๋วเหลียงเหลือบไปเห็นหยางหลิง ก็รีบกระซิบถามทันที
เฉินซวี่เพ่งมองไป แววตาก็เป็นประกายด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ
"ไป ไปคุยกับเขาหน่อย!"
ทั้งสามคนรีบเดินไปหาหยางหลิงในเวลาไม่นาน เดิมทีตั้งใจจะเข้าไปทักทายตรงๆ แต่พอเห็นหยางหลิงกำลังแกว่งพลั่วโลหะผสมอย่างรวดเร็ว และสับแร่หินคริสตัลอัคคีร่วงกราวลงมาได้ทีละมากๆ ในแต่ละครั้งที่สับ พวกเขาก็ถึงกับตกตะลึง
แค่เขาสับลงไปครั้งเดียว ก็ได้แร่เยอะพอๆ กับที่พวกเขาสับอย่างยากลำบากมาครึ่งค่อนวันเลยนะ!
"เก่งจังเลย..."
อู๋เหมิงเผลอหลุดปากออกมา
หลินกั๋วเหลียงมีสีหน้าจริงจัง ค่อยๆ พยักหน้า
"ช่วงนี้ฉันสังเกต NPC มาเยอะมาก..."
"อย่าพูดคำนี้อีกนะ"
เฉินซวี่เอ่ยเตือน
หลินกั๋วเหลียงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที
"ช่วงนี้ฉันสังเกตคนงานเหมืองมาเยอะมาก ถึงพละกำลังกับเทคนิคของพวกเขาจะเก่งกว่าพวกเราเยอะ แต่ก็ไม่เห็นมีใครเก่งเท่าคนนี้เลย"
"เขาน่าจะเป็นหนึ่งในคนงานเหมืองที่เก่งที่สุดในเหมืองแร่นี้เลยนะ"
"ฉันไปสืบมาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าผู้คุมอู๋ อีกไม่นานก็จะต้องไปประลองฝีมือกับคนงานเหมืองจากเหมืองแร่อื่นด้วยนะ"
เฉินซวี่บอก
ในตอนนั้นเอง แร่หินคริสตัลอัคคีตรงหน้าหยางหลิงก็ถูกขุดจนหมดเกลี้ยง เขาเก็บรวบรวมเศษแร่เสร็จสรรพ ก็เตรียมจะไปหาเป้าหมายต่อไป
เมื่อเฉินซวี่เห็นดังนั้น ก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาทันที
"ลูกพี่"
"มีเรื่องอะไรเหรอ"
หยางหลิงหันกลับมาหยุดยืน แล้วปรายตามองทั้งสามคนแวบหนึ่ง
"ลูกพี่ คราวก่อนท่านให้พวกเรายืมเงิน 3 เหรียญทองแดง แต่กลับไม่ได้ทิ้งชื่อไว้ พวกเราเลยไม่รู้จะไปตามหาท่านเพื่อคืนเงินได้ที่ไหนเลยครับ"
เฉินซวี่รีบพูด
"หยางหลิง"
หยางหลิงยิ้มบางๆ "เหรียญทองแดง 3 เหรียญนั่นข้ายกให้ ไม่ต้องคืนหรอก"
ใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอ!?
หลินกั๋วเหลียงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จู่ๆ เขาก็โพล่งขึ้นมา
"ลูกพี่ ช่วยสอนพวกเราขุดเหมืองหน่อยได้ไหม"
หยางหลิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
"ทำไมข้าต้องทำอย่างนั้นด้วย"
หลินกั๋วเหลียงชะงักไป สีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย
เฉินซวี่แอบด่าในใจ พลางถลึงตาใส่หลินกั๋วเหลียงอย่างดุดัน ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้หยางหลิง
"ลูกพี่ เพื่อนข้าคนนี้สมองไม่ค่อยจะดี ท่านอย่าไปถือสาเขาเลยนะ แต่ว่าช่วงสองสามวันมานี้พวกเราก็พอจะหาเหรียญทองแดงมาได้บ้าง ยังไงก็ต้องคืนให้ได้ครับ"
พูดจบ เขาก็หยิบเหรียญทองแดง 5 เหรียญออกมายื่นให้หยางหลิง
5 เหรียญเชียวเหรอ?
หยางหลิงยิ้ม แล้วรับมันมาเก็บไว้ ก่อนจะโบกมือแล้วรีบเดินจากไป
"ทำไมนายถึงให้เขาไปตั้ง 5 เหรียญล่ะ..."
หลินกั๋วเหลียงหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย
เหรียญทองแดง 1 เหรียญซื้อซาลาเปาได้ตั้งลูกหนึ่ง นี่มันเงินก้อนโตเลยนะ!
"ถือซะว่าเป็นการลงทุนก็แล้วกัน บางทีเกมนี้อาจจะมีระบบความประทับใจอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่ก็ได้"
"ดูท่าทางเขาจะคุยง่าย การพยายามเพิ่มระดับความประทับใจที่ซ่อนอยู่อาจจะเป็นประโยชน์กับพวกเราในอนาคตนะ"
เฉินซวี่อธิบาย
"ถ้างั้นนายก็ควรจะปรึกษาพวกเราบ้างสิ..."
หลินกั๋วเหลียงบ่นกระปอดกระแปด
อู๋เหมิงพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิ วันหลังมีอะไรแบบนี้ต้องปรึกษากันก่อนนะ เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินส่วนรวมนี่นา"
"..."
เฉินซวี่เงียบไปครู่หนึ่ง "งั้นเอาเป็นว่า 2 เหรียญที่เกินมาถือว่าเป็นเงินส่วนของฉันก็แล้วกัน"
หลินกั๋วเหลียงและอู๋เหมิงพากันยิ้มออกทันที
"ตกลง"
...
คราวนี้หยางหลิงไม่ต้องรอให้ถึงตอนกลางคืน เขาหาจังหวะที่ไม่มีคนอยู่แถวนั้น แล้วแอบมุดเข้าไปในอุโมงค์เหมืองหมายเลข 5 ทันที
ในอุโมงค์เหมืองหมายเลข 1 มีศพของพวกพี่ห้าถูกฝังอยู่ เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ ก็เลยตั้งใจจะหลีกเลี่ยง
ส่วนความคดเคี้ยวของอุโมงค์เหมืองหมายเลข 5 นั้น ก็เรียกได้ว่าสลับซับซ้อนกว่าหมายเลข 1 เสียอีก
หยางหลิงเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ พอเจอแร่หินคริสตัลอัคคีก็ลงมือขุดอย่างขยันขันแข็ง
ถุงผ้าที่เอวเริ่มตุงขึ้นมาอีกครั้ง
หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม เหนื่อยก็พักงีบ
เขาเองก็จำไม่ได้ว่าเวลาผ่านไปกี่วันแล้ว
พอไปเจอแร่หินคริสตัลอัคคีก้อนใหญ่ที่หนักประมาณ 10 จินเข้า เขาก็ตั้งหน้าตั้งตาขุดแร่อย่างจดจ่อ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
กระแสพลังความเย็นเยียบซึ่งก็คือค่าประสบการณ์ไหลเข้าสู่ร่างกายของหยางหลิงสายแล้วสายเล่า
ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าและอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อให้กับเขา
หลายวันมานี้ เขาสับพลั่วลงไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนครั้งแล้ว
จากตอนแรกที่ยังเก้ๆ กังๆ จนถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่สับลงไปเขาสามารถควบคุมแรงได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ท่าทางก็เป๊ะราวกับเครื่องจักร โดยไม่สูญเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์เลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว หลังจากที่ขุดแร่หินคริสตัลอัคคีก้อนนี้จนหมด เสียงแจ้งเตือนการอัปเลเวลก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ ระบบ : ขอแสดงความยินดี คุณอัปเลเวลแล้ว ได้รับ 1 แต้มสเตตัสอิสระ ]
อัปเลเวลแล้ว!
หยางหลิงสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นในร่างกาย มันไหลเวียนไปทั่วร่าง ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตัวเป็นอย่างมาก
เขาเลือกเพิ่มแต้มสเตตัสในความแข็งแกร่งอีกครั้ง
ตัวละคร : หยางหลิง
อาชีพ : คนงานเหมือง
เลเวล : 7
ความแข็งแกร่ง : 13 (3)
ความคล่องตัว : 5
จิตวิญญาณ : 10
พลังชีวิต : 100
"ฮ่าฮ่า สเตตัสความแข็งแกร่งทะลุ 10 แต้มแล้ว เทียบเท่ากับสเตตัสจิตวิญญาณเลย"
หยางหลิงอดไม่ได้ที่จะลองกำหมัดแน่น
ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมานี้เห็นผลชัดเจนมาก!
ตอนนี้สเตตัสรวมของเขาเหนือกว่าหัวหน้าผู้คุมอู๋ไปมากแล้ว ขาดก็แค่วิทยายุทธ์เท่านั้นเอง
แต่ในขณะที่หยางหลิงกำลังดื่มด่ำอยู่กับความยินดีจากการอัปเลเวลนั้น แมงป่องสีดำตัวหนึ่งก็คลานออกมาจากเงามืด เข้ามาใกล้เท้าของเขา แล้วต่อยเข้าให้เต็มเปา!
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำเอาหยางหลิงแทบจะกระโดดเหยงอยู่กับที่
ตามมาด้วยการที่เขาพบว่าพลังชีวิตกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว
99/100
96/100
90/100
86/100
"แมลงเหมือง!? บัดซบเอ๊ย!"
หยางหลิงไม่รอช้า รีบหยิบยาถอนพิษออกมากิน 1 เม็ด จากนั้นก็ตามด้วยยาสมานแผลอีก 1 ขวดทันที