- หน้าแรก
- ฝ่าวิกฤตสมรภูมิเกมมรณะ
- บทที่ 21 - พักจัดเตรียมความพร้อม
บทที่ 21 - พักจัดเตรียมความพร้อม
บทที่ 21 - พักจัดเตรียมความพร้อม
ระหว่างทางที่เร่งรีบกลับไปยังโรงแรมเย่เซ่อซึ่งเป็นเซฟโซน หลินมั่วก็ลองคำนวณรายได้ที่หามาได้ตลอดทั้งช่วงบ่ายวันนี้ดู
นอกจากเลเวลที่พุ่งจากเลเวล 7 ขึ้นมาเป็นเลเวล 9 แล้ว เขายังเก็บเหรียญทองมาได้มากถึง 600 กว่าเหรียญ! เมื่อรวมกับทรัพย์สินเดิมที่มีอยู่ในกระเป๋า ตอนนี้หลินมั่วมีเงินรวมกว่า 900 เหรียญทองเข้าไปแล้ว ซึ่งเกือบจะแตะหลักพันเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่เวลาเพิ่งจะผ่านไปแค่วันเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ เขายังได้อุปกรณ์ดรอปมาอีกสามชิ้น แม้ว่าจะเป็นแค่อุปกรณ์ระดับ 1 ดาวทั้งหมด แต่เพราะมันเป็นของเลเวลสูง สเตตัสของมันจึงดูดีกว่าชุดมือใหม่ที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้เล็กน้อย
ชิ้นแรกคือเข็มขัดเลเวล 9 ที่เพิ่มพลังชีวิต 70 หน่วย ซึ่งเมื่อเทียบกับ 'เข็มขัดผู้กล้า' เลเวล 5 ที่เขาสวมใส่อยู่ มันช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้เขาได้มากกว่าเดิมถึง 30 หน่วย
ชิ้นที่สองคือกางเกงเลเวล 9 ที่เพิ่มค่าเกราะ 5 หน่วย เมื่อเทียบกับ 'กางเกงขายาวสีดำ' ที่เขาสวมอยู่ มันเพิ่มค่าเกราะขึ้นมา 2 หน่วย
ส่วนชิ้นสุดท้ายคือเกราะโซ่ระดับ 1 ดาว เลเวล 9 ซึ่งแน่นอนว่ามันเทียบไม่ได้กับ 'เกราะรบผู้กล้า' ระดับ 2 ดาว เลเวล 7 ที่หลินมั่วสวมใส่อยู่อย่างแน่นอน ดังนั้นอุปกรณ์ชิ้นนี้เขาจึงเก็บไว้ในกระเป๋าเพื่อรอเอาไปโยนขายให้ร้านค้าหลังจากกลับไปถึง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่สเตตัสที่ประเมินคร่าวๆ เท่านั้น เพราะอุปกรณ์ทั้งสามชิ้นยังอยู่ในสถานะที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ จึงจำเป็นต้องนำไปตรวจสอบก่อนถึงจะสามารถใช้งานได้
"เปรี้ยง!"
สายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าเปรี้ยงลงมา ท้องฟ้าเริ่มมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาทีละน้อย ทำให้ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินอยู่ต้องเร่งความเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ
เมื่อกลับมาถึงโรงแรมเย่เซ่อ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงอย่างสมบูรณ์ สัญญาณเตือนของพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังจะมาถึงแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าสีเทาหม่น
หลินมั่วไม่ได้เดินเข้าไปในโรงแรมทันที แต่เขาเลือกที่จะแวะไปยังร้านขายอุปกรณ์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนก่อน เพื่อทำการตรวจสอบเข็มขัดและกางเกงเลเวล 9 ที่หามาได้เมื่อช่วงบ่าย จากนั้นจึงสวมใส่มันลงบนตัว
ส่วน 'เข็มขัดผู้กล้า' และ 'กางเกงขายาวสีดำ' ที่ถูกถอดออก เขาก็ขายทิ้งให้กับร้านค้าไปในราคา 10 เหรียญทองและ 8 เหรียญทองตามลำดับ
ช่างเป็นร้านค้าที่หน้าเลือดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ชิ้นไหนพอเอามาขายคืนร้านก็ดูไร้ราคาไปเสียหมด ทว่าการเก็บอุปกรณ์ระดับต่ำพวกนี้ไว้กับตัวก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรอยู่ดี แถมผู้เล่นคนอื่นๆ เองก็ไม่ได้ต้องการอุปกรณ์ระดับต่ำพวกนี้เช่นกัน
จังหวะที่เขากำลังจะโยนเกราะโซ่เลเวล 9 ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบขายทิ้งให้ร้านค้าไปด้วย หลินมั่วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเปลี่ยนใจและยอมจ่ายเงิน 10 เหรียญทองเพื่อตรวจสอบเกราะตัวนั้นแทน ก่อนจะเดินออกจากร้านขายอุปกรณ์และมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมเย่เซ่อ
"เปรี้ยง!"
สายฟ้าแลบนอกหน้าต่างอย่างต่อเนื่องพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก หลินมั่วซ่อนสัญลักษณ์เลเวล 9 บนหัวของเขาตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าไปในโรงแรม เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าภายในโรงแรมตอนนี้มีผู้เล่นหลายคนที่เพิ่งกลับมาจากการฟาร์มเลเวลเพื่อหลบฝน
ผู้เล่นชายหญิงวัยรุ่นหน้าตาไม่คุ้นเคยหลายคนทยอยวิ่งหนีฝนเข้ามาในโรงแรม บางคนเป็นใบหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในช่วงเช้า แต่ในเซฟโซนแห่งนี้ ทุกคนก็ไม่ได้แบ่งแยกอะไรกันอยู่แล้ว
นอกจากหลินมั่วแล้ว แทบจะไม่มีใครซ่อน ID หรือเลเวลของตัวเองเลย จากการมองดูคร่าวๆ หลินมั่วพบว่าในบรรดาผู้เล่นนับสิบคนที่อยู่ในโรงแรมเย่เซ่อตอนนี้ คนที่มีเลเวลสูงสุดคือชายหนุ่มผมสีเหลือง ซึ่งหลินมั่วจำได้ว่าเมื่อเช้าหมอนี่เคยพูดจาถากถางเขาเอาไว้ โดยเลเวลของชายคนนั้นเพิ่งจะแตะเลเวล 8
ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือยังคงอยู่ที่เลเวล 7 ทำให้หลินมั่วที่เลเวลพุ่งไปถึงเลเวล 9 กลายเป็นตัวตนที่โดดเด่นที่สุดในหมู่คนเหล่านี้ไปโดยปริยาย แต่เพราะเขาซ่อนสัญลักษณ์เลเวลเอาไว้ จึงไม่มีใครรู้ว่าเขาอัปไปถึงเลเวล 9 แล้ว
หลังจากผ่านการเล่นเกมในวันแรกไป ในช่วงเวลานี้ กลุ่มคนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันในโรงแรมต่างก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยถึงรายได้ของวันนี้กันอย่างออกรสออกชาติ
"วันนี้พวกนายหาเหรียญทองมาได้เท่าไหร่แล้ว?"
"ประมาณ 300 กว่าเหรียญ"
"ฉันก็พอๆ กัน"
"เวรเอ๊ย! ฉันหามาได้แค่ 200 กว่าเหรียญเอง ค่ายา ค่าตรวจสอบอุปกรณ์ ค่าซ่อมของ แม่งมีแต่เรื่องให้เสียเงินทั้งนั้น มอนสเตอร์ก็ดรอปเงินให้น้อยนิดเดียว แล้วจะไปเก็บเงินอยู่ได้ยังไงวะ!"
เมื่อชายหนุ่มผมเหลืองเลเวล 8 เปิดบทสนทนาและมีคนคอยตอบรับ เด็กหนุ่มเลเวล 7 ที่ดูอายุเพิ่งจะ 18 ปีก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า "ฉันได้มา 600 เหรียญทองแล้ว! ขาดอีกแค่ 400 ก็จะส่งเควสต์นั้นได้แล้ว!"
พอพูดจบ ทุกคนก็พากันจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นทันที "นายไปหามาจากไหนเยอะแยะเนี่ย?"
"ก็ทำเควสต์ไง!" เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างได้ใจ "ก็แค่โชคดีได้ทำเควสต์ไปสองเควสต์ เลยได้เหรียญทองมาเยอะหน่อย"
การทำเควสต์เป็นวิธีหาเงินที่เร็วที่สุดจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นหลินมั่วก็คงไม่มีทางหาเงินได้ถึง 900 เหรียญทองภายในวันเดียวหรอก! การฟาร์มแมลงสาบเลเวล 9 ตลอดทั้งช่วงบ่ายทำให้เขาได้เงินมา 600 เหรียญทอง ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงโบนัสที่ได้จากหินพรสวรรค์ 'ความมั่งคั่ง' ที่ช่วยเพิ่มเงินให้อีก 100 กว่าเหรียญด้วย ไม่อย่างนั้นเขาคงได้แค่ 500 กว่าเหรียญ
และภารกิจสังหารแมงป่องพิษ 50 ตัวนั่นก็ทำเงินให้หลินมั่วได้ถึง 250 เหรียญทอง
หลินมั่วได้แต่นั่งฟังบทสนทนาของคนพวกนั้นโดยไม่ได้คิดจะอวดอ้างอะไร เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เพียงแค่นั่งดูแผนที่เงียบๆ อยู่ด้านข้าง ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
จากนั้น กลุ่มคนรอบๆ ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็นเรื่องของอุปกรณ์แทน
"ฟาร์มมาทั้งวันยังไม่ได้ของดีๆ เลย มีใครมีอุปกรณ์เหลือๆ ที่ไม่ได้ใช้บ้างมั้ย ขอให้ฉันสักชิ้นสองชิ้นสิ~"
เมื่อได้ยินเสียงโอดครวญของชายหนุ่มคนหนึ่ง ตาลุงที่ดูเหมือนจะมีอุปกรณ์ครบครันกว่าใครเพื่อนก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดูถูก "ฝันไปเถอะว่าจะให้ฟรีๆ ฉันมีเกราะหนังระดับ 1 ดาว เลเวล 7 เหลืออยู่ตัวนึง จะขายให้นาย 100 เหรียญทอง เอาไหมล่ะ?"
"100 เหรียญทอง ปล้นกันชัดๆ!"
"ไม่เอาก็เรื่องของแกฝั่งตรงข้ามมีเกราะเลเวล 1 ขายอยู่ตั้ง 20 กว่าเหรียญทอง ฉันต้องจ่ายค่าตรวจสอบตั้ง 10 เหรียญทองเชียวนะโว้ย~"
ชายหนุ่มคนนั้นยังคงสวมเกราะมือใหม่เลเวล 1 อยู่เลย เห็นได้ชัดว่าอุปกรณ์ที่ตาลุงเสนอมานั้นเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แต่เพราะราคาที่ตั้งไว้สูงลิ่ว ชายหนุ่มจึงทำได้แค่ล่าถอยไป
และในตอนนั้นเอง หลินมั่วก็สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ไป๋หยาง' คนที่เขาเพิ่งทักทายไปเมื่อเช้า แถมยังเป็นคนที่ช่วยให้เขารอดพ้นจากอันตรายมาได้ในช่วงสายของวัน!
ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนสายผุดขึ้นมาในหัวทันที ตอนที่เขาถูกตาลุงหน้าตาน่าเกลียดรูปร่างอ้วนผอมสองคนรุมล้อมเอาไว้ ถ้าไม่ได้ไป๋หยางช่วยไว้ หลินมั่วก็คงตายไปแล้ว และในฐานะผู้เปิดเกม เขาไม่มีโอกาสฟื้นคืนชีพ การตายเพียงครั้งเดียวหมายถึงความพ่ายแพ้ในเกมรอบนี้ทันที
ขณะนั้นเอง โหรวเสวี่ย หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไป๋หยางกำลังหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า ดูเหมือนเธอตั้งใจจะซื้อเกราะหนังจากตาลุงคนนั้นให้กับแฟนหนุ่มของเธอ
สายตาของผู้เล่นชายหลายคนจ้องมองไปที่โหรวเสวี่ยอย่างไม่ปิดบัง สำหรับสาวสวยหุ่นดีแบบนี้ หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะมองแล้วมองอีก
ตาลุงคนนั้นเองก็จ้องมองโหรวเสวี่ยด้วยสายตาหื่นกระหาย รอให้เธอควักเงินออกมาแลกเปลี่ยนกับตน
แต่ก่อนที่โหรวเสวี่ยจะทันได้ยื่นเงินให้ จู่ๆ ชายหนุ่มในชุดเกราะรบสีดำ สวมหมวกเกราะโลหะสีดำ และสะพายธนูยาวจักรกลสีดำไว้ด้านหลัง ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ ก็เดินตรงเข้าไปหาไป๋หยาง ก่อนจะยื่นเกราะโซ่สีดำในมือไปตรงหน้าเขา
"รับนี่ไปสิ"
"นายก็กลับมาแล้วเหรอ เมื่อกี้ฉันยังไม่ทันสังเกตเห็นเลย~" เมื่อเห็นว่าเป็นหลินมั่ว ไป๋หยางก็ยิ้มออกมา จากนั้นก็ก้มลงมองเกราะโซ่ที่หลินมั่วยื่นให้แล้วถามขึ้น "เท่าไหร่ล่ะ?"
หลินมั่วส่ายหน้า "ให้ฟรี"
(จบแล้ว)