- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 53 - เผลออวดรวยโดยไม่ได้ตั้งใจ
บทที่ 53 - เผลออวดรวยโดยไม่ได้ตั้งใจ
บทที่ 53 - เผลออวดรวยโดยไม่ได้ตั้งใจ
"แม่งเอ๊ย หมดสนุกเลย!" ชายร่างอ้วนหน้าเขียวปัด เขาดึงแขนผู้หญิงที่พามาด้วยเตรียมตัวจะเดินหนี
อันเสี่ยวอิงปรับอารมณ์ได้แล้ว พอเห็นว่าก่อนไปเขายังปากหมาไม่เลิก ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ "ก็แค่พวกเศรษฐีใหม่ไม่ใช่เหรอไง?"
"เป็นเศรษฐีใหม่แล้วมันทำไม?!" ชายร่างอ้วนเหมือนโดนจี้จุดดำ เขาถลึงตาใส่อันเสี่ยวอิงแล้วสวนกลับ "เป็นเศรษฐีใหม่ก็ยังดีกว่าพวกบ้านนอกที่ชอบทำตัวรวยหน้าใหญ่ใจโตอย่างพวกแกก็แล้วกัน!"
แต่เยี่ยหงกลับยิ้มรับ "คุณผู้ชายพูดผิดแล้วล่ะครับ ผมว่าต่อให้จะเอาไปเทียบกับเศรษฐีใหม่ คุณก็ยังสู้คุณผู้หญิงอันไม่ได้หรอกนะครับ"
พูดพลาง เยี่ยหงก็หยิบกระเป๋าสะพายของอันเสี่ยวอิงขึ้นมา แล้วรูดซิปเปิดออกอย่าง 'ไม่ตั้งใจ' เผยให้เห็นปึกธนบัตรหนาเตอะที่อัดแน่นอยู่ข้างใน
ชายร่างอ้วนถึงกับอ้าปากค้างตาเหลือก มีใครบ้าที่ไหนพกเงินสดเป็นหมื่นๆ ติดตัวเดินไปเดินมาบ้างเนี่ย?
ไอ้คนที่ทำตัวเป็นเศรษฐีใหม่น่ะ มันพวกแกชัดๆ! แถมยังเป็นเศรษฐีใหม่ของแท้ด้วย!
ชายร่างอ้วนไม่กล้าอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบจูงมือผู้หญิงคนนั้นเดินหางจุกตูดออกจากร้านไปทันที
ครอบครัวเยี่ยหงไม่ได้อารมณ์เสียเพราะเรื่องนี้เลย พวกเขายังคงพูดคุยหัวเราะร่วนและทานอาหารกันต่อไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ตอนที่เยี่ยหงกำลังจะเรียกเก็บเงิน เขาก็พบว่าคนที่เดินมาไม่ใช่พนักงานเสิร์ฟทั่วไป แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน
"ผมเป็นผู้จัดการของเซิ่งหลานซีครับ คืนนี้บริการของเราขาดตกบกพร่องไป ทำให้ทุกท่านต้องรู้สึกรำคาญใจ ผมต้องกราบขออภัยอย่างสูงครับ!"
พนักงานเสิร์ฟสาวผมทองเดินตามหลังผู้จัดการมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง คาดว่าคงเจ็บใจที่โดนเยี่ยหงฉีกหน้า ก็เลยคาบข่าวไปฟ้องผู้จัดการมาล่ะสิ
ถึงแม้ผู้จัดการคนนี้จะส่งยิ้มแบบมืออาชีพมาให้ แต่ไม่รู้ทำไม เยี่ยหงถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมันดูเสแสร้ง และคำขอโทษก็ฟังดูเป็นทางการเกินไป
เขาจึงเปลี่ยนความคิด และตัดสินใจจะสั่งสอนคนพวกนี้อีกสักหน่อย
เยี่ยหงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ และจงใจพูดเสียงดัง "ตอนแรกก็คิดว่าสเต๊กของร้านเซิ่งหลานซีจะอร่อยเลิศเลอซะอีก นึกไม่ถึงเลยว่าพอได้มาชิมคืนนี้ รสชาติก็งั้นๆ แหละ"
เสียงของเยี่ยหงดึงดูดความสนใจของลูกค้าหลายโต๊ะในห้องโถงให้หันมามอง
รอยยิ้มของผู้จัดการหุบฉับลงทันที ใบหน้าของเขาบึ้งตึง "คุณลูกค้าครับ สเต๊กของเซิ่งหลานซีเป็นแบรนด์ระดับโลกนะครับ คุณอาจจะไม่ชอบรสชาติของเราได้ แต่กรุณาอย่ามาดูถูกกันลอยๆ แบบนี้!"
"อยากฟังเหตุผลไหมล่ะ? หึ!"
เยี่ยหงแค่นหัวเราะ อาศัยความรู้ที่ระบบส่งมาให้ เขาขยับปากร่ายยาวถึงข้อบกพร่องของสเต๊กเซอร์ลอยน์ตรงหน้าเป็นฉากๆ
"ความหนาของสเต๊กร้านคุณ ไม่ได้มาตรฐานของระดับความหนาที่เหมาะสมที่สุดเลยสักนิด!"
"ระยะเวลาหมักเนื้อก็น้อยเกินไป รสชาติเลยไม่ซึมเข้าเนื้อ"
"ก่อนหมักก็คงไม่ได้ใช้น้ำมันมะกอกกับเกลือทะเลชั้นดีมาจัดการกับเนื้อก่อนสินะ?"
"แล้วก็..."
เยี่ยหงพูดจาฉะฉานไหลลื่นราวกับสายน้ำ ทำเอาลูกค้าในร้านที่กำลังนั่งฟังอยู่ถึงกับเคลิ้มและพยักหน้าตามเป็นแถว
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าในสเต๊กชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียว จะมีศาสตร์และศิลป์ซ่อนอยู่มากมายขนาดนี้
"ค...คุณลูกค้า กรุณาหยุดพูดเถอะครับ!" ผู้จัดการล็อบบี้มองดูปฏิกิริยาของลูกค้าคนอื่นๆ แล้วเหงื่อแตกพลั่ก เขาหันไปถลึงตาใส่พนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่ข้างหลัง
พร้อมกับสบถในใจ: นี่น่ะเหรอ ลูกค้าที่แกบอกว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วชอบหาเรื่อง?!
พนักงานเสิร์ฟสาวเองก็ยืนอึ้งไปเหมือนกัน
ในฐานะที่เป็นคนประเทศหลานซี เธอย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่เยี่ยหงพูดมานั้นไม่ได้มั่วเลย แต่เขาสามารถชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องของสเต๊กจานนี้ได้อย่างแม่นยำจริงๆ
เยี่ยหงยิ้มอย่างมีเลศนัย "ผมมีเพื่อนคนนึง เขาวางแผนจะมาเปิดร้านสเต๊กที่อำเภออันหมิงมานานแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยมาปรึกษาผม ตอนนี้ดูเหมือนผมคงจะบอกให้เขาสบายใจได้แล้วล่ะ ว่าถ้ามีร้านเซิ่งหลานซีของพวกคุณเป็นตัวเปรียบเทียบ ผมมั่นใจเลยว่ากิจการของเพื่อนผมจะต้องรุ่งเรืองแน่นอน!"
เยี่ยหงจะมีเพื่อนแบบนั้นที่ไหนกัน เขาก็แค่ตั้งใจจะขู่ผู้จัดการคนนี้เล่นๆ เท่านั้นแหละ
แต่ผู้จัดการดันหลงเชื่อเป็นตุเป็นตะ ตกใจจนหน้าซีดเผือด แทบจะพุ่งเข้าไปกอดขาเยี่ยหงร้องไห้อยู่แล้ว!
(จบแล้ว)