- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 35 - ขับรถสามล้อไปซื้อของ
บทที่ 35 - ขับรถสามล้อไปซื้อของ
บทที่ 35 - ขับรถสามล้อไปซื้อของ
เนื่องจากไม่มีรถประจำทางวิ่งไปถึงชานเมืองฝั่งใต้ และเมื่อพิจารณาว่าอาจจะต้องซื้อวัตถุดิบจำนวนมาก เยี่ยหงจึงต้องไปขอยืมรถสามล้อไฟฟ้าจากเหล่าต่งเพื่อนบ้าน
เหล่าต่งเป็นเจ้าของร้านปิ้งย่างตระกูลต่งที่อยู่ติดกัน บนใบหน้ากลมๆ อวบอ้วนของเขามักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ ดูคล้ายกับพระสังกัจจายน์เลยทีเดียว
ทุกวันเขาจะต้องขับรถสามล้อคันนี้ไปซื้อของที่ตลาด
เหล่าต่งเป็นคนอารมณ์ดี และสนิทชิดเชื้อกับเยี่ยเซียวพ่อของเยี่ยหงมาก ทั้งสองคนมักจะจับเข่าคุยและดื่มเหล้าด้วยกันอยู่บ่อยๆ
แต่เซียวชุนหลาน ภรรยาของเขากลับมีใบหน้าที่ดูใจจืดใจดำ
เมื่อได้ยินว่าเยี่ยหงจะขอยืมรถสามล้อ เหล่าต่งก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ตรงกันข้ามกับเซียวชุนหลานที่มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เธอบ่นกระปอดกระแปดใส่เหล่าต่งเบาๆ อยู่ข้างๆ "วันๆ เอาแต่ให้คนอื่นยืมของ คนอื่นเขาให้ยืมรถแค่วันเดียวยังเก็บค่าเช่าได้เลย แต่นี่อะไร ให้เขายืมไปใช้ฟรีๆ หน้าโง่ทำมาหากินไม่ขึ้นจริงๆ!"
ถึงแม้เสียงของเซียวชุนหลานจะเบาหวิว แต่มีหรือที่จะรอดพ้นทักษะการได้ยินที่ถูกเสริมแกร่งมาแล้วของเยี่ยหงไปได้
เยี่ยหงขมวดคิ้ว แล้วพูดกับเหล่าต่งว่า "ลุงต่งครับ คิดราคามาเลยครับ ผมไม่ขอยืมรถลุงฟรีๆ หรอก"
เหล่าต่งรีบถลึงตาใส่เซียวชุนหลานทันที จากนั้นก็หัวเราะร่วนอย่างมีน้ำใจ "ไอ้หลานชาย เป็นเพื่อนบ้านกับลุงต่งมาตั้งหลายปี ยังไม่รู้นิสัยลุงต่งอีกเหรอ? เลิกพูดเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้แล้ว ถ้าขืนพูดอีก ลุงจะไม่ให้ยืมแล้วนะ!"
เซียวชุนหลานเองก็คงคาดไม่ถึงว่าเยี่ยหงจะได้ยินคำพูดของเธอชัดเจนขนาดนี้ เธอจึงหัวเราะแห้งๆ ออกมาด้วยความอับอาย และไม่กล้าบ่นอะไรอีก
ความขุ่นเคืองในใจเล็กๆ น้อยๆ มลายหายไปในพริบตาด้วยท่าทีของเหล่าต่ง เยี่ยหงจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณลุงต่งมากครับ"
เมื่อก่อนเยี่ยหงเคยขับรถสามล้อของคุณปู่ที่ต่างจังหวัดมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงขับมันออกถนนได้อย่างคล่องแคล่ว
อายุอานามของรถสามล้อคันนี้น่าจะพอๆ กับเหล่าต่งเลยทีเดียว
ตัวถังรถที่เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง ขณะที่แล่นไปบนถนนใหญ่ มันก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่อยู่ตลอดเวลา
คนเดินถนนหลายคนต่างชี้ไม้ชี้มือมาที่รถสามล้อผุพังคันนี้ และหัวเราะเยาะไม่หยุด
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เศษเหล็กก็เอามาวิ่งบนถนนใหญ่ได้ด้วย?"
"ไอ้น้องเอ๊ย รักษาชีวิตไว้ดีกว่านะ!"
"เฮ้ย ลุงคนเก็บของเก่าตรงนั้นน่ะ เลิกมองได้แล้ว เขาหมายถึงลุงนั่นแหละ!"
เยี่ยหงอยากจะหาผ้ามาคลุมหน้าตัวเองไว้ซะจริงๆ
"ติ๊ง! บังคับรถสามล้อไฟฟ้า ทักษะการขับขี่ +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 1/10 ระดับปัจจุบัน: เริ่มต้น"
หลังจากใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที ในที่สุดเยี่ยหงก็มาถึงตลาดสดหม่านหยวนชุนที่อยู่ชานเมืองทิศใต้
"ติ๊ง! บังคับรถสามล้อไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทักษะการขับขี่ +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน 8/10..."
เยี่ยหงหาที่จอดรถสามล้อให้เรียบร้อย จากนั้นก็ถือรายการวัตถุดิบที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วเริ่มต้นภารกิจการจับจ่ายซื้อของ
"อย่างแรกก็ข้าวเหนียว..."
เยี่ยหงถือรายการของ เดินฝ่าฝูงชนในตลาดสดที่จอแจ
เขาแวะเวียนไปตามร้านต่างๆ ทีละร้าน จนในที่สุดถุงเล็กถุงน้อยก็ห้อยเต็มตัวเขาไปหมด
"ติ๊ง! แบกของหนัก ทักษะการแบกน้ำหนัก +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน: 1/10 ระดับปัจจุบัน: เริ่มต้น"
"ติ๊ง! หิ้วของหนัก พละกำลังแขน +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน: 1/10 ระดับปัจจุบัน: เริ่มต้น"
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ร่างของคนต่างวัยสองคนเพิ่งจะก้าวเท้าผ่านประตูใหญ่ของตลาดสดเข้ามา
ชายชราสวมเสื้อโค้ทสีดำราคาแพง บนใบหน้าสวมแว่นตากรอบทอง เผยให้เห็นบุคลิกของนักวิชาการผู้คงแก่เรียน
มือขวาของเขาจูงเด็กผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักอายุราวสี่ห้าขวบ เธอสวมชุดกระโปรงสีชมพู ดูน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตาฝรั่ง
"คุณปู่คุณปู่คะ ตลาดสดคึกคักจังเลย!"
เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น มองดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย อย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อน
ชายชรายิ้มอย่างเอ็นดู "ที่นี่คนเยอะมาก เซียนเอ๋อร์ต้องจับมือปู่ไว้ให้แน่นๆ นะ ปู่ไม่อยากให้เจ้าหญิงน้อยของบ้านเราถูกแก๊งลักพาตัวจับไปหรอกนะ"
ทว่าท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด กลับมีสายตาเย็นชาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองปู่หลานคู่นี้อยู่อย่างเงียบๆ!
(จบแล้ว)