- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 34 - ความสับสนงุนงงของพ่อแม่
บทที่ 34 - ความสับสนงุนงงของพ่อแม่
บทที่ 34 - ความสับสนงุนงงของพ่อแม่
ยังไม่ทันถึงช่วงเที่ยงวัน ร้านอาหารเยี่ยสือก็ประกาศปิดร้าน
เยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงพากันหอบเงินรายได้เดินยิ้มหน้าระรื่นขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อตรวจนับ
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรจักรพรรดิราคาชามละ 10 หยวน เยี่ยหงประเมินคร่าวๆ ว่าแค่ช่วงเช้าช่วงเดียว พวกเขาก็น่าจะทำรายได้อย่างน้อยๆ ก็สามพันหยวนแล้ว
ส่วนเยี่ยหงในตอนนี้กำลังยกก๋วยเตี๋ยวเนื้อสองชามโตชามสุดท้ายออกมาจากในครัว
นี่คือรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เขาตั้งใจทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจางเสวี่ยเวยและหลี่มู่หยาโดยเฉพาะ โดยเพิ่มปริมาณเนื้อวัวแบบจัดเต็ม แถมยังโปะไข่ดาวลงไปให้อีกสองฟองด้วย
"วันนี้เทพธิดาทั้งสองคนเหนื่อยแย่เลย ลองชิมฝีมือของกระผมดูสิครับ~"
สองสาวค้อนขวับใส่เยี่ยหงพร้อมกัน ก่อนจะเริ่มคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากคำเล็กๆ
ภาพดาวเด่นประจำห้องสองคนกำลังเผยริมฝีปากบางเฉียบ ค่อยๆ เคี้ยวอาหารอย่างเรียบร้อยอยู่ตรงหน้า ช่างเป็นภาพที่น่าเจริญหูเจริญตาเสียจริงๆ
ก๋วยเตี๋ยวสองชามนี้ ได้รับคำชมอย่างเป็นเอกฉันท์จากสองสาวสวยตามคาด
"บางทีฉันก็อยากจะเปิดกะโหลกของอาหงดูเหมือนกันนะ ว่าข้างในซ่อนของวิเศษอะไรเอาไว้บ้าง"
"นั่นสิ เรียนก็เก่ง กีฬาก็เด่นยังพอว่า แต่นี่แม้แต่ฝีมือทำอาหารก็ยังอยู่ในระดับแนวหน้าอีก"
"เฮ้อ สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเลย ที่สร้างหมอนี่ออกมาได้เพอร์เฟกต์ขนาดนี้"
สองสาวผลัดกันพูดรับส่งกันไปมา ทำเอาเยี่ยหงที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ภายในร้านเล็กๆ อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสของหญิงสาว แม้แต่อากาศก็ยังดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา
หลังจากที่จางเสวี่ยเวยและหลี่มู่หยานัดแนะกันว่าจะมาช่วยงานต่อในวันพรุ่งนี้ พวกเธอก็บอกลาเยี่ยหง
เยี่ยเซียวและภรรยาก็เดินลงมาส่งพวกเธอที่หน้าร้านด้วย
มองดูแผ่นหลังของเด็กสาวทั้งสองที่ค่อยๆ เดินลับสายตาไป อันเสี่ยวอิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา "เมื่อก่อนแม่ล่ะกังวลมาตลอดว่าลูกชายเราจะเป็นคนธรรมดาๆ จนหาเมียไม่ได้"
เยี่ยเซียวพยักหน้าเห็นด้วย รีบเสริมต่อทันที "แต่ตอนนี้เริ่มจะปวดหัวแทนแล้วล่ะ ว่าอนาคตจะเลือกคนไหนมาเป็นลูกสะใภ้ดี"
"แม่ว่าเด็กผู้หญิงชุดเหลืองนิสัยน่ารักดีนะ ส่วนอีกคนดูเย็นชาไปหน่อย"
"ไม่ๆๆ ถ้าจะเอามาเป็นลูกสะใภ้ล่ะก็ เด็กผู้หญิงเสื้อยืดสีขาวเหมาะสมกว่าเยอะ"
"แม่จะบอกให้นะ..."
เยี่ยหงหน้าดำคร่ำเครียด เขาขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับคู่หูจอมป่วนคู่นี้ จึงส่ายหน้าแล้วเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอน
บนโต๊ะหนังสือ มีกระดาษแบบร่างแผ่นหนึ่งวางนิ่งอยู่
บนนั้นมีภาพสเก็ตช์ขนมอบที่เยี่ยหงวาดไว้ในใจ พร้อมกับจดรายชื่อวัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้กำกับไว้ด้านข้าง
"ขั้นตอนต่อไปก็คือการออกไปซื้อวัตถุดิบ แล้วเริ่มทดลองทำสินะ"
เวลายังคงเช้าอยู่ เขาตั้งใจจะไปตลาดสดเพื่อซื้อวัตถุดิบที่ต้องใช้ให้ครบ
เมื่อก่อนพอถึงช่วงสุดสัปดาห์ ถ้าเขาไม่อยู่ช่วยงานที่ร้าน ก็จะไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนซี้อย่างหวังทั่วและเว่ยต้าเฉิง แทบจะไม่เคยเดินถนนคนเดียวเลยด้วยซ้ำ
เยี่ยหงเดินไปที่อ่างล้างหน้าแล้วส่องกระจก
บนใบหน้าที่ดูธรรมดาๆ ของเขา ดูเหมือนจะมีสิวเม็ดหนึ่งกำลังผุดขึ้นมาใต้ผิวหนังบริเวณหน้าผาก
เมื่อเห็นดังนั้น เยี่ยหงก็เปิดก๊อกน้ำ รองน้ำสะอาดขึ้นมาลูบหน้า
"ติ๊ง! ล้างหน้า 1 ครั้ง หน้าตา +1..."
พอส่องกระจกอีกที ก็เป็นไปตามคาด สิวที่กำลังจะอักเสบเม็ดนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
นี่คือความสามารถในการเสริมแกร่งที่เยี่ยหงค้นพบเมื่อไม่กี่วันก่อน ถึงแม้หน้าตาจะเพิ่มขึ้นแค่ 1 แต้ม ซึ่งดูเผินๆ อาจจะไม่เห็นความแตกต่างอะไรมากนัก แต่มันก็ช่วยรักษาสิวให้หายได้
ปัญหาเรื่องสิวที่กวนใจเด็กวัยรุ่นมากที่สุด ถูกระบบจัดการได้อย่างง่ายดาย
เยี่ยหงผิวปากอย่างอารมณ์ดี เขาอาบน้ำอุ่นเพื่อชำระล้างกลิ่นควันน้ำมันที่ติดตัวมาตั้งแต่เช้าในครัวออกจนหมดจด
จากนั้นก็เปลี่ยนไปใส่เสื้อเชิ้ตสไตล์ลำลอง เตรียมตัวออกจากบ้าน
ก่อนออกจากห้อง เยี่ยหงยังอุตริเอาเจลแต่งผมของเยี่ยเซียวมาขยี้ลงบนผมตัวเองลวกๆ สองสามที
"ติ๊ง! แต่งกายเหมาะสม เสน่ห์ +1..."
"ติ๊ง! จัดแต่งทรงผม เสน่ห์ +1..."
หลังจากหยิบเงินจากในร้านมาจำนวนหนึ่ง เยี่ยหงก็เริ่มต้นการเดินทางไปยังตลาดสด
จุดหมายปลายทางของเขาคือ 'ตลาดสดหม่านหยวนชุน' ซึ่งเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในอำเภออันหมิง ตั้งอยู่ทางชานเมืองทิศใต้
(จบแล้ว)