- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 12 - โจทย์ฟังก์ชันสุดซับซ้อน
บทที่ 12 - โจทย์ฟังก์ชันสุดซับซ้อน
บทที่ 12 - โจทย์ฟังก์ชันสุดซับซ้อน
ท้ายที่สุดหยางเต้าเซินก็ให้เวลาพวกเขาสองคนเพียงแค่หนึ่งวัน พรุ่งนี้ในคาบเรียนคณิตศาสตร์ เขาจะต้องเห็นคำตอบจากพวกเขาทั้งสองคน
เวลานี้ หยางเต้าเซินกลับไปสอนด้วยท่าทางไร้เรี่ยวแรงเหมือนเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ในดวงตาของเขามีแววความพึงพอใจฉายผ่านเป็นระยะ
เยี่ยหงรีบก้มลงมองโจทย์บนกระดาษ
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือโจทย์ฟังก์ชันตรีโกณมิติที่เยี่ยหงไม่เคยเห็นมาก่อน ความยาวของโจทย์ยาวเกือบสิบบรรทัด ทำเอาเยี่ยหงดูแล้วถึงกับตาลาย
"ติ๊ง! อ่านโจทย์ฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ซับซ้อน ค่าประสบการณ์ +1 ความคืบหน้าปัจจุบัน: 19/100..."
"ระบบ ต้องใช้ค่าประสบการณ์เท่าไหร่ถึงจะแก้โจทย์ข้อนี้ได้?"
"ติ๊ง! รับทราบคำขอของโฮสต์... กำลังสแกนโจทย์... กำลังวิเคราะห์... วิเคราะห์เสร็จสิ้น จากระดับความสามารถปัจจุบันของโฮสต์ จำเป็นต้องใช้ค่าประสบการณ์อีกอย่างน้อย 11 แต้ม ถึงจะสามารถแก้โจทย์ฟังก์ชันตรีโกณมิติข้อนี้ได้"
11 แต้ม! ค่อยยังชั่ว ดูเหมือนจะไม่เยอะเท่าไหร่
เยี่ยหงรีบเปิดหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ที่อยู่ตรงหน้าทันที หวังว่าจะได้ค่าประสบการณ์เพิ่มมาบ้าง
แต่การกระทำนี้ ในสายตาของเพื่อนร่วมชั้น กลับมองว่าเขาแค่กำลังพยายามดิ้นรนในนาทีสุดท้ายเท่านั้น
"ฉันว่าแล้วเชียว เยี่ยหงคงเก่งแค่วิชาภาษาอังกฤษวิชาเดียวเท่านั้นแหละ วิชาอื่นทำไม่ได้เรื่องหรอก"
"ที่โหล่ก็คือที่โหล่วันยังค่ำแหละ ต่อให้พยายามเข็นยังไงก็ไม่ขึ้นหรอก"
"ฉันได้ยินมาว่าฉินหลงรู้จักกับรุ่นพี่ ม.5 ม.6 เยอะแยะเลย โจทย์ข้อนี้คงไม่คณามือเขาหรอก"
ผ่านไปพักใหญ่ เยี่ยหงก็วางหนังสือเรียนลงด้วยความห่อเหี่ยว
หนังสือคณิตศาสตร์ของชั้น ม.4 เทอม 1 เล่มนี้ ถูกเยี่ยหงพลิกอ่านจนแทบจะเปื่อยอยู่แล้ว
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ การอ่านเนื้อหาเดิมซ้ำๆ ไม่ได้ช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ให้เขาเลย
เยี่ยหงอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองไปทางฉินหลงที่นั่งอยู่เฉียงๆ ด้านหน้า แต่ก็พบว่าหมอนั่นมีสีหน้ามั่นอกมั่นใจ ราวกับไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
แปลกแฮะ... ตอนสอบเข้า คะแนนของฉินหลงคนนี้ก็ไม่ได้มากกว่าเขาเท่าไหร่เลยนี่นา ทำไมถึงได้มั่นใจว่าจะแก้โจทย์ฟังก์ชันข้อนี้ได้กันนะ?
เมื่อเห็นเยี่ยหงขมวดคิ้วแน่น จางเสวี่ยเวยที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า "อาหง ไม่ต้องห่วงนะ ฉันเชื่อว่านายทำได้แน่นอน!"
เมื่อได้ยินเสียงของจางเสวี่ยเวย จู่ๆ ดวงตาของเยี่ยหงก็เป็นประกายขึ้นมา
เขาหันไปพูดกับจางเสวี่ยเวยว่า "เสวี่ยเวย เธอพอจะยืมหนังสือคณิตศาสตร์ของเด็ก ม.5 หรือ ม.6 มาให้ฉันสักสองสามเล่มได้ไหม?"
"หนังสือคณิตศาสตร์ของ ม.5 ม.6 เหรอ?" จางเสวี่ยเวยชะงักไปครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากัน "อืม... ของ ม.6 อาจจะยากหน่อย แต่ของ ม.5 น่าจะพอได้นะ พอดีลูกชายของเพื่อนร่วมงานแม่ฉัน ชื่อจ้าวป๋อ เขาเป็นรุ่นพี่ ม.5 ของเราน่ะ"
"เยี่ยมไปเลย!" เยี่ยหงแค่อยากลองถามดูเล่นๆ ไม่คิดว่าจางเสวี่ยเวยจะหามาให้ได้จริงๆ
แต่ไม่นานจางเสวี่ยเวยก็ถามด้วยความสงสัย "อาหง นายจะเอาหนังสือคณิตศาสตร์ของ ม.5 ไปทำไมเหรอ? หรือว่าในนั้นจะมีวิธีแก้โจทย์ข้อนี้? แต่เวลาแค่หนึ่งวัน แถมไม่มีครูคอยสอน มานั่งอ่านเอาตอนนี้ มันจะทันจริงๆ เหรอ?"
เยี่ยหงยิ้มอย่างมีเลศนัย "เธอวางใจเถอะ ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน"
......
ตอนเย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน ที่หน้าประตูห้อง ม.5 ห้อง 7
หลังเลิกเรียนปุ๊บ ฉินหลงก็มารอดักอยู่ที่ประตูหลังของห้องเรียนนี้ทันที
ร่างผอมบางร่างหนึ่งเพิ่งจะทำท่าจะเดินเนียนๆ ปะปนไปกับฝูงชนเพื่อหลบหนีออกไป แต่ก็ถูกฉินหลงที่ตาไวพุ่งเข้าไปคว้าตัวไว้ได้ทัน
"หยุดนะ! จะหนีไปไหน? ฉันจะกินนายหรือไง?"
นักเรียนเหล่านั้นเมื่อเห็นฉินหลงที่มีท่าทีดุดันน่ากลัวต่างก็พากันวิ่งหนีไปจนหมด โถงทางเดินจึงโล่งโจ้งไร้ผู้คนในพริบตา
เด็กผู้ชายที่ถูกฉินหลงกระชากคอเสื้อ สวมแว่นตาหนาเตอะ ท่าทางสั่นเทาหวาดกลัว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกหนอนหนังสือ
เขาก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว "พ...พี่หลง มีอะไรให้รับใช้เหรอครับ?!"
ฉินหลงยัดกระดาษที่หยางเต้าเซินให้มาใส่อกเด็กผู้ชายคนนั้น แล้วขู่เสียงเข้ม "จ้าวป๋อ นายเป็นเด็กหัวกะทิไม่ใช่เหรอ ฉันมีงานจะให้นายทำ ก่อนพรุ่งนี้เช้า นายต้องแก้โจทย์ข้อนี้ให้เสร็จ ไม่งั้นฉันจะหักขานายซะ! เข้าใจไหม?!"
(จบแล้ว)