- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 891 อาวุธดินดำ
ตอนที่ 891 อาวุธดินดำ
ตอนที่ 891 อาวุธดินดำ
ตอนที่ 891 อาวุธดินดำ
ช่วงนี้จ้าวเหยาไม่ได้อยู่ที่จวนอ๋องฮั่น แต่อยู่ที่ภูเขาเป่ยซานของเจ๋อโจว
ที่ตั้งของเป่ยซานพิเศษมาก มีปราการธรรมชาติ เหมาะที่สุดสำหรับทำการทดลองที่ “ให้ผู้อื่นเห็นไม่ได้” ก่อนเทศกาลโคมไฟ จ้าวเหยาระเบิดเตาหลอมโอสถติดต่อกันหลายครั้ง ในที่สุดก็ปรุงดินดำสำเร็จ ตอนนี้เขากำลังศึกษาเรื่องดินดำอยู่ในห้องทดลองภายในถ้ำเป่ยซาน
หลายวันก่อน เพราะครอบครัวของอดีตรัชทายาทตายอย่างอนาถ จ้าวเหยาจึงไม่ได้มาเป่ยซานเพื่อทดลองดินดำ ช่วงหลายวันนี้ จ้าวเหยาลืมเรื่องการตายอย่างน่าเศร้าของครอบครัวอดีตรัชทายาทไปจนหมดสิ้น ทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการสร้างอาวุธดินดำ
เจิ้งเฉิงติดตามจ้าวเหยามายังถ้ำเป่ยซาน ส่วนเรื่องการสร้างระหัดวิดน้ำนั้น มอบให้คนเบื้องล่างจัดการ
เดิมเหอเหลียนฟางตั้งใจจะไปเป่ยซานกับจ้าวเหยา แต่จ้าวเหยาบอกว่า ระหว่างการสร้างอาวุธดินดำอาจมีอันตราย จึงไม่ยอมให้เขาตามไป อีกทั้งจำเป็นต้องมีคนอยู่ที่จวนอ๋องฮั่น หากเวินเต้าจี เจิ้งเฉียน หรือขุนนางคนใดมีเรื่องจะปรึกษา ก็สามารถมาปรึกษาเหอเหลียนฟางได้
ในห้องหนังสือ เหอเหลียนฟางกำลังอ่านข่าวสารที่ส่งมาจากเมืองหลวง หลังอ่านจบ เขาก็เผาจดหมายในมือกับเปลวเทียน
เวลานี้ เงาร่างหนึ่งปรากฏออกมาจากความมืด เขาโค้งกาย รายงานเหอเหลียนฟางด้วยน้ำเสียงเคารพ “อ๋องฮั่นไม่มีความผิดปกติใดๆ ขอรับ”
“ไม่มีความผิดปกติ?” เหอเหลียนฟางเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูไม่ค่อยอยากเชื่อ “เขาไม่ได้แอบติดต่ออ๋องฉู่หรืออ๋องเว่ยหรือ?”
เงาร่างนั้นตอบ “ไม่มีขอรับ อ๋องฮั่นไม่ได้ติดต่อผู้ใดเลย”
เหอเหลียนฟางหรี่ตาเล็กน้อย สีหน้าอ่านไม่ออก “เด็กคนนี้ไม่ได้ติดต่อคนในเมืองหลวงเลยหรือ?”
“ข้าน้อยมั่นใจว่า อ๋องฮั่นไม่เพียงไม่ได้ติดต่อผู้ใดในเมืองหลวง แม้แต่ทางหยางโจวก็ไม่ได้ติดต่อขอรับ”
“ไม่สมเหตุสมผล ด้วยนิสัยของเขา เขาต้องแอบสืบหาความจริงเรื่องการตายของครอบครัวอดีตรัชทายาทลับหลังข้าแน่ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะนิ่งเฉย” เหอเหลียนฟางคิดว่า หรือคำพูดของเขาวันนั้นจะทำให้เด็กคนนี้ตกใจจนไม่กล้าทำอะไร? เป็นไปไม่ได้ เด็กคนนี้ไม่ได้ขี้ขลาดถึงเพียงนั้น
“อ๋องฮั่นกับคุณชายเจิ้งทำอาวุธดินดำทั้งวันทั้งคืน” เงาร่างนั้นไม่ได้บอกเหอเหลียนฟางว่า สองวันนี้จ้าวเหยาทดลองอาวุธดินดำจนทั้งตัวเปื้อนเขม่าดำไปหมด
“ข้าทำให้เขาตกใจจริงหรือ?” ที่จริงคำพูดของเหอเหลียนฟางในวันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำให้จ้าวเหยากลัว แต่ต้องการยั่วยุเขา ไม่คิดเลยว่าจะได้ผลตรงกันข้าม
เงาร่างนั้นรู้ว่าเหอเหลียนฟางแปลกใจเรื่องใด หลังคิดครู่หนึ่งจึงกล่าว “นายท่าน อ๋องฮั่นรังเกียจศึกชิงบัลลังก์”
“ข้าย่อมรู้ว่าเขาไม่ชอบ แต่ข้าคิดว่าเขาจะใส่ใจเรื่องครอบครัวอดีตรัชทายาทถูกสังหาร และจะต้องแอบร่วมมือกับอ๋องฉู่กับคนอื่นๆ สืบเรื่องนี้แน่” คาดไม่ถึงว่าหลังได้ยินคำของเขา เด็กคนนี้จะไม่สนใจเรื่องครอบครัวอดีตรัชทายาทจริงๆ นี่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติของเด็กคนนั้น
ดูท่า ในใจของเด็กคนนั้น การตายของครอบครัวอดีตรัชทายาทยังสำคัญน้อยกว่าการไม่เข้าไปพัวพันกับศึกชิงบัลลังก์ เขาคำนวณพลาดแล้ว
เงาร่างนั้นถาม “นายท่าน ยังต้องจับตาดูอ๋องฮั่นต่อหรือไม่ขอรับ?”
เหอเหลียนฟางโบกมือ “ไม่ต้อง”
เงาร่างถามต่อ “นายท่าน แล้วอ๋องฉู่กับอ๋องเว่ย ยังต้องจับตาดูต่อหรือไม่ขอรับ?”
“จับตาต่อไป”
เงาร่างกำลังจะพูดอะไรอีก ทันใดนั้น เงาร่างอีกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เป็นองครักษ์เงาคนหนึ่งข้างกายจ้าวเหยา
เมื่อเห็นองครักษ์มังกรปรากฏตัวต่อหน้าเขาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ แววตาของเหอเหลียนฟางก็มีประกายเย็นเยียบวาบผ่าน
องครักษ์มังกรหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกจากอก ส่งให้เหอเหลียนฟาง แล้วกล่าวว่า “แม่ทัพเหอ นี่เป็นจดหมายจากฝ่าบาทถึงท่าน”
เมื่อได้ยินว่าเป็นจดหมายจากฮ่องเต้ เหอเหลียนฟางก็ไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย เขารับจดหมายมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก้มหน้าเปิดอ่าน หลังอ่านจบ สีหน้าของเขาก็พลันมืดครึ้ม แผ่กลิ่นอายน่ากริ่งเกรงออกมา
องครักษ์มังกรไม่กลัวกลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากเหอเหลียนฟางเลย เมื่อเห็นเหอเหลียนฟางอ่านจบแล้ว จึงถ่ายทอดคำของฮ่องเต้ให้เขาฟัง
“แม่ทัพเหอ ฝ่าบาทตรัสว่า เรื่องเช่นนี้ห้ามเกิดขึ้นอีก หากท่านลงมือทำเรื่องที่เป็นภัยต่ออ๋องฮั่นอีก ก็อย่าโทษฝ่าบาทที่ไม่ไว้ไมตรี” องครักษ์มังกรกล่าวต่อ “ฝ่าบาทยังตรัสว่า ท่านควรรู้พระนิสัยและวิธีการของพระองค์ดี อีกทั้งฝ่าบาทยังเตือนท่านว่า อย่าลืมหน้าที่ของตน หน้าที่ของท่านคือสนับสนุนอ๋องฮั่น หากท่านลืมหน้าที่ ฝ่าบาทไม่ถือสาที่จะเปลี่ยนคนมาช่วยอ๋องฮั่นแทน ฝ่าบาทยังตรัสอีกว่า ให้ท่านชั่งน้ำหนักคุณค่าของตนเองให้ดี ท่านไม่ใช่คนที่ขาดไม่ได้”
หลังได้ยินคำขององครักษ์มังกร สีหน้าของเหอเหลียนฟางก็มืดทะมึนน่ากลัวอย่างยิ่ง
“แม่ทัพเหอ ฝ่าบาททรงแนะนำให้ท่านทำตัวให้เหมาะสม” องครักษ์มังกรกล่าวต่อ “ฝ่าบาทสั่งให้ข้าน้อยเตือนท่านว่า อ๋องฮั่นไม่ใช่คนโง่ และอย่าคิดว่าเรื่องที่ท่านทำจะไม่มีใครเห็น หากอ๋องฮั่นรู้แผนการของท่านกับฝ่าบาท ท่านย่อมรู้ดีว่าจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร”