- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 802 ผู้เหมาะสมเป็นเสนาบดีประจำจวนอ๋อง
ตอนที่ 802 ผู้เหมาะสมเป็นเสนาบดีประจำจวนอ๋อง
ตอนที่ 802 ผู้เหมาะสมเป็นเสนาบดีประจำจวนอ๋อง
ตอนที่ 802 ผู้เหมาะสมเป็นเสนาบดีประจำจวนอ๋อง
ในที่สุดจวนอ๋องของจ้าวเหยาก็สร้างเสร็จก่อนวันเกิดของเขา
เรื่องสร้างจวน จ้าวเหยาไม่ได้ใส่ใจตั้งแต่ต้นจนจบ แต่อ๋องเว่ยกับอ๋องฉู่กลับใส่ใจมาก
อ๋องเว่ยกับอ๋องฉู่ไม่ค่อยสนใจเรื่องสร้างจวนของตนเอง แต่กลับใส่ใจการสร้างจวนของจ้าวเหยามาก เพราะพวกเขาไม่อาจไปเฝ้าดูการก่อสร้างด้วยตนเองทุกวัน จึงส่งคนไปตรวจงานทุกวัน เพื่อไม่ให้ช่างอู้หรือแอบลดคุณภาพงาน
วัสดุที่ใช้สร้างจวนของจ้าวเหยา ล้วนเป็นของดีที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น อ๋องเว่ยกับอ๋องฉู่ยังควักเงินส่วนตัวซื้อของมาตกแต่งจวนให้จ้าวเหยาอีกด้วย
จ้าวเหยาคิดว่าจวนของตนในเมืองหลวงไม่จำเป็นต้องหรูหราเกินไป เพราะเขาอยู่ได้ไม่นาน อีกอย่าง เมื่อเขาไปหลิ่งหนาน จวนว่างๆ ในเมืองหลวงก็ถือว่าสิ้นเปลือง
อ๋องเว่ยกับอ๋องฉู่ไม่คิดเช่นนั้น พวกเขาเห็นตรงกันว่า จ้าวเหยาไม่มีทางอยู่หลิ่งหนานได้นาน ผ่านไปไม่กี่ปี พวกเขาต้องพาจ้าวเหยากลับเมืองหลวงแน่ และจะไม่ให้เขาจากไปอีก
เมื่อเห็นอ๋องฉู่กับอ๋องเว่ยยืนกราน จ้าวเหยาก็ทำได้เพียงปล่อยตามใจ ถึงอย่างไรคนที่เสียเงินก็เป็นพวกเขา ไม่ใช่เขา
“องค์ชาย หากไม่ใช่เพราะอ๋องฉู่กับอ๋องเว่ยคอยจับตาดู จวนของพระองค์คงไม่ได้สร้างดีถึงเพียงนี้”
“นั่นสินะ ต้องขอบคุณพี่สี่กับพี่แปดจริงๆ น่าเสียดายที่ข้าอยู่ได้ไม่นาน” จ้าวเหยารู้สึกปวดใจแทนเงินที่ใช้สร้างจวนอยู่บ้าง เขาคิดว่าหากเอาเงินก้อนนี้ให้เขาโดยตรงจะดีกว่า ใช้ไปกับจวนเช่นนี้ช่างสิ้นเปลือง
“องค์ชาย กระหม่อมเดาว่าอ๋องฉู่กับอ๋องเว่ยคงหวังว่าพระองค์จะกลับจากหลิ่งหนานในอนาคต”
“ข้าจะไม่กลับมาแล้ว” เมืองหลวงดีจริง แต่เขาไม่ชอบ “ข้าไปเป็นอ๋องที่หลิ่งหนานสบายกว่า”
“องค์ชาย ถึงตอนนั้นพระองค์จะได้ทำตามใจจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ถงซีคิดว่านายของตนคิดทุกอย่างง่ายเกินไป “ไม่ว่าจะเป็นอ๋องฉู่หรืออ๋องเว่ยขึ้นครองบัลลังก์ ล้วนต้องการให้พระองค์ช่วยเหลือ ทรงคิดว่าพระองค์จะหนีพ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” จ้าวเหยาคิดว่า ถึงเวลานั้นเขาจะดื้อไม่ยอมกลับเมืองหลวง ดูสิว่าพี่สี่จะทำอะไรเขาได้ “น่าเสียดายที่เสด็จแม่ออกจากวังไม่ได้ ไม่เช่นนั้นข้าอยากให้เสด็จแม่มาดูจวนในเมืองหลวงของข้า”
“องค์ชาย พระองค์ลองทูลฝ่าบาทดูสิพ่ะย่ะค่ะ บางทีฝ่าบาทอาจทรงอนุญาต แล้วพาพระสนมเหลียงมาดูจวนก็ได้”
“ข้าถามเสด็จพ่อแล้ว เสด็จพ่อก็ทรงเห็นชอบ แต่เสด็จแม่ต้องไม่ยอมแน่” จ้าวเหยาเข้าใจพระสนมเหลียงดี “เสด็จแม่ไม่มีทางทำผิดกฎ” นางระมัดระวังในวังมาโดยตลอด ไม่มีทางทำเรื่องบุ่มบ่ามละเมิดกฎ
“องค์ชาย เช่นนั้นตอนกลับวัง พระองค์ก็เล่าเรื่องการตกแต่งจวนให้พระสนมเหลียงฟัง กระหม่อมคิดว่านางต้องดีใจแน่พ่ะย่ะค่ะ”
“คงทำได้เพียงเท่านี้” จ้าวเหยาพูดพลางเดินดูจวนของตนกับถงซีอีกครั้ง ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ และยิ่งรับรู้ได้ถึงความใส่ใจของอ๋องฉู่กับอ๋องเว่ย
ทุกส่วนของจวนของเขาล้วนแสดงถึงความรักและความห่วงใยจากพี่สี่กับพี่แปด ทำให้ในใจเขายิ่งรู้สึกผิดต่อพวกเขามากขึ้น เพราะตนปิดบังเรื่องมากมายจากพวกเขา
หากถึงวันหนึ่งที่พี่สี่หรือพี่แปดต้องการให้เขากลับเมืองหลวงไปช่วยเหลือ เขาคงปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขาติดค้างพวกเขา
เฮ้อ... ตอนนี้ยังไม่คิดเรื่องนี้ดีกว่า ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน
“ไปหาพี่สี่กันเถอะ”
“องค์ชาย พระองค์จะไปจวนอ๋องฉู่เพื่อกินข้าวฟรีอีกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“อะไรคือกินฟรี ข้าไปกินอย่างเปิดเผยต่างหาก”
“องค์ชาย แบบนี้เรียกว่าหน้าหนา”
เมื่อจ้าวเหยามาถึงจวนอ๋องฉู่ อ๋องฉู่ก็ยื่นบัญชีของขวัญให้เขา
“ของที่คนอื่นส่งมาให้ล้วนบันทึกไว้ในนี้ เจ้าเปิดดูเสียหน่อย”
“พี่สี่ เรื่องพวกนี้ ข้าเชื่อใจคนในจวนของท่าน ไม่ต้องให้ข้าดูหรอก” จ้าวเหยารับบัญชีมา แต่ไม่ได้เปิดดู
เมื่อเห็นจ้าวเหยาเชื่อใจ อ๋องฉู่ก็ยิ้มบางๆ “บัญชีนี้เจ้าต้องเก็บไว้ให้ดี ภายหน้าจะต้องตอบแทนของขวัญเหล่านี้”
จ้าวเหยายื่นบัญชีให้ถงซี “พี่สี่วางใจ วันหน้าข้ามีเงินแล้ว ต้องตอบแทนแน่นอน”
“แม้ของในบัญชีนี้จะไม่ได้ล้ำค่ามากนัก แต่ล้วนเป็นน้ำใจของผู้คนที่มีต่อเจ้า”
“พูดจริงๆ พี่สี่ ข้าคิดไม่ถึงว่าจะมีคนส่งของให้ข้ามากขนาดนี้” จ้าวเหยากล่าวอย่างรู้สึกได้รับเกียรติ “ข้าคิดไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ของข้ากับผู้คนจะดีขนาดนี้” เขาเพียงคบหากับขุนนางบางคนในราชสำนักบ้างเป็นครั้งคราว กินอาหารและดื่มชาดีกับพวกเขา แต่ไม่ได้สนิทสนมลึกซึ้งอะไร เขามองพวกเขาเป็นเพียงคนรู้จัก หรือเรียกได้ว่าเป็น “สหายกินดื่มเที่ยวเล่น” เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าเมื่อพวกเขารู้ว่าเขาจะไปหลิ่งหนานเป็นอ๋อง กลับเป็นห่วงเขา และรู้ว่าเขาไม่มีเงินไม่มีอำนาจ กลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ดีในหลิ่งหนาน จึงพากันส่งของมาให้