- หน้าแรก
- เทพแห่งฟุตบอล
- ตอนที่ 30 เริ่มการแสดง
ตอนที่ 30 เริ่มการแสดง
ตอนที่ 30 เริ่มการแสดง
การตกรอบโคปปาอิตาเลียไม่ได้ส่งผลต่ออารมณ์ของนักเตะฟิออเรนติน่าเลย ยกเว้นอาเธอร์ เพราะคนอื่นๆ ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะไปได้ไกลในถ้วยนี้อยู่แล้ว
เป้าหมายที่ผู้บริหารกำหนดไว้คือการคว้าแชมป์ลีก การพยายามไปให้ไกลในบอลถ้วยจึงถือเป็นการละเลยเป้าหมายหลัก แต่ถึงอย่างนั้น อาเธอร์ยังยืนยันที่จะลงเล่นในศึกโคปปา เซเรีย ซี พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่เรียกได้ว่าน่าทึ่ง
อาเธอร์ให้เหตุผลที่ชัดเจนว่า “ฤดูกาลนี้เราจะเลื่อนชั้นแน่นอน การได้ศึกษาคู่แข่งในฤดูกาลหน้าก่อนล่วงหน้าไม่ใช่เรื่องดีหรือ? ถ้าเราคว้าแชมป์โคปปา เซเรีย ซี ได้ ปีหน้าเราก็จะสามารถเอาชนะคู่แข่งและคว้าแชมป์อีกครั้งได้ทันที จากนั้นก็เลื่อนขึ้นไปเซเรีย บีได้ในคราวเดียว”
หลังการอภิปราย ผู้บริหารเห็นด้วยกับอาเธอร์ และตัดสินใจให้ความสำคัญกับการเล่นในโคปปา เซเรีย ซี โดยตั้งเป้าคว้าแชมป์ ทีมทำผลงานในลีกได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว คะแนนในตารางนำโด่งจนไม่มีอะไรต้องกังวล
เมื่อมีโอกาสคว้าแชมป์เพิ่ม ทำไมถึงจะไม่ลองดู?
นักเตะคนอื่นๆ ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากอาเธอร์เช่นกัน ทุกคนรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา สำหรับนักเตะที่อยู่ในลีกระดับล่าง การได้แชมป์ถือเป็นเกียรติยศสำคัญ ยิ่งมีแชมป์ในมือก็ยิ่งหางานได้ง่ายขึ้น
ในลีก อาเธอร์และริกาโน่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนได้รับการขนานนามว่าเป็นคู่กองหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดในเซเรีย ซี ในเกมที่พบกับโรดิเจียนา อาเธอร์ทำแฮตทริกได้อีกครั้ง
ผู้คนสังเกตเห็นว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่องมากขึ้น สองในสามประตูมาจากการยืนหันหลังในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะหมุนตัวและยิงด้วยเท้าขวาแบบเหมือนกันเป๊ะ
อาเธอร์ใช้เวลาเพียงสองเดือนกว่าในการฝึกทักษะการเล่นหันหลัง ก่อนที่จะสามารถทำประตูจากการเล่นลักษณะนี้ได้ โค้ชเวียร์โควอดได้จัดการฝึกซ้อมแบบพิเศษเพื่อให้อาเธอร์เป็นศูนย์กลางของทีม โดยมีเพื่อนร่วมทีมที่พร้อมช่วยสนับสนุน และนี่คือข้อดีของการเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม
ทีมแบ่งสนามออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ สนาม a, b และ c โดยในแต่ละสนามจะมีการตั้งประตูเล็กไว้หนึ่งประตู ผู้เล่นที่สวมเสื้อสีม่วงทำหน้าที่เป็นฝ่ายรุก ส่วนผู้เล่นที่สวมเสื้อสีขาวทำหน้าที่เป็นฝ่ายรับ
ในสนามฝั่งซ้าย (สนาม a) เพื่อนร่วมทีมส่งบอลให้อาเธอร์ เขาใช้ร่างกายบังผู้เล่นฝ่ายรับที่อยู่ทางด้านขวาหลังของตัวเอง ก่อนจะพักบอลไปทางซ้ายของร่างกาย จากนั้นหมุนตัวและเร่งความเร็วเพื่อเลี้ยงบอลหนีหรือยิงประตูทันที
ในสนามกลาง (สนาม b) เพื่อนร่วมทีมส่งบอลให้อาเธอร์ เขาจะต้องสังเกตตำแหน่งของผู้เล่นฝ่ายรับล่วงหน้า จากนั้นพักบอลไปในทิศทางตรงข้ามกับผู้เล่นฝ่ายรับ ก่อนหมุนตัวเลี้ยงบอลหนีหรือยิงประตู
ในสนามฝั่งขวา (สนาม c) เพื่อนร่วมทีมส่งบอลให้อาเธอร์ เขาใช้ร่างกายบังผู้เล่นฝ่ายรับที่อยู่ทางซ้ายหลังของตัวเอง พักบอลไปทางขวาของร่างกาย ก่อนจะหมุนตัวและเร่งความเร็วเพื่อเลี้ยงบอลหรือยิงประตู
การฝึกซ้อมของนักฟุตบอลอาชีพนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ เพราะต้องฝึกซ้ำเดิมในรูปแบบเดิมอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เทคนิคเดียวกันนี้เมื่ออาเธอร์นำมาใช้กลับทรงพลังมากกว่าผู้เล่นคนอื่น เช่น ริกาโน่
พรสวรรค์ทำให้อาเธอร์ไม่ต้องพยายามมากเหมือนคนทั่วไป แต่กลับสามารถทำได้ดีกว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ เพราะทุกคนไม่ได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกัน
อาเธอร์สูง 186 เซนติเมตร น้ำหนัก 80 กิโลกรัม แต่มีความคล่องตัวสูงถึง 83 ซึ่งนับว่าเหนือกว่าผู้เล่นตัวเล็กที่สูงราว 170 เซนติเมตรหลายคนอย่างน่าเหลือเชื่อ
เขาหมุนตัวได้เร็ว เลี้ยงบอลหนึ่งจังหวะแล้วเร่งความเร็วได้อย่างว่องไว และยิงประตูได้อย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเขามักจะเร็วกว่าผู้เล่นที่มีรูปร่างใกล้เคียงกันอยู่หนึ่งจังหวะ ซึ่งทำให้เวียร์โควอดนึกถึงโรนัลโด
ตอนนี้อาเธอร์สามารถถอยออกไปรับบอลที่ริมเส้นก่อนหมุนตัวเลี้ยงบอลเข้าเขตโทษเพื่อสร้างระยะห่างจากผู้เล่นฝ่ายรับแล้วจบด้วยการยิงประตู
เทคนิคนี้เหมาะกับเขาอย่างมาก เพราะหลังจากหมุนตัวแล้ว ผู้เล่นฝ่ายรับจะเจองานหนัก การปะทะร่างกายในลักษณะปกติทั่วไปมักสู้เขาไม่ได้ หากเลือกพุ่งเสียบ การฟาวล์ในพื้นที่นี้มีความเสี่ยงสูง อาจโดนแจกใบเหลืองหรือใบแดง และบางครั้งยังเสียจุดโทษอีกด้วย
ด้วยความสามารถในการเล่นทั้งริมเส้นและตัดเข้าใน ทำให้อาเธอร์มีบทบาททางแทคติกมากขึ้น การยืนตำแหน่งของทีมก็กระจายกว้างขึ้นกว่าเดิม การฝึกซ้อมอย่างหนักและประสบการณ์ในการเลี้ยงบอลที่เพิ่มขึ้นถึง 60 หน่วย ช่วยพัฒนาทักษะการเลี้ยงบอลของเขาให้ดียิ่งขึ้น
น่าเสียดายที่ตอนนี้ความสามารถในการเปิดบอลยาวของอาเธอร์ยังไม่ดีนัก หากเขาพัฒนาทักษะนี้ได้ เขาจะมีทางเลือกในการเล่นมากขึ้น เช่น การเลี้ยงบอลไปริมเส้นเพื่อหาโอกาสเปิดบอลให้ริกาโน่ในกรอบเขตโทษ
อย่างไรก็ตาม อาเธอร์ยังไม่เร่งฝึกการเปิดบอลกลางอากาศในตอนนี้ เพราะเขาเองเป็นผู้เล่นที่โหม่งบอลได้ดีที่สุดในทีม อนาคตเมื่อมีเวลาว่าง เขาจะฝึกเพื่อพัฒนาตัวเองให้เป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง ซึ่งจะช่วยยกระดับทีมได้มากยิ่งขึ้น
ผลงานอันยอดเยี่ยมของอาเธอร์ทำให้เขากลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของทุกทีมในเซเรีย ซี 2 การแข่งขันนัดต่อไป เขาจะต้องเจอกับการป้องกันที่หนักหน่วงกว่าเดิม โดยในเขตโทษจะมีผู้เล่นอย่างน้อยสองคนประกบเขาเสมอ
อาเธอร์ไม่สามารถทำประตูได้ติดต่อกันสองนัด นับเป็นช่วง "ปืนฝืด" ครั้งแรกของเขา โดยฟิออเรนติน่าทำได้เพียงเสมอ 1-1 ในเกมเยือน ส่งผลให้สถิติชนะรวดของทีมต้องหยุดลง
เมื่อเผชิญหน้ากับเกมรับแบบ "รถบัส" แม้ว่าอาเธอร์จะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยากที่จะหาพื้นที่ในเขตโทษเพื่อทำประตู โอกาสยิงที่หาได้ก็มักถูกกดดันจนยิงไม่แม่นยำ ประตูส่วนใหญ่ของเขามาจากการยิงระยะใกล้ด้วยการอัดเต็มแรงหรือแปบอล ซึ่งความแม่นยำยังค่อนข้างธรรมดา
การจับคู่ของอาเธอร์และริกาโน่มีจุดเด่นและจุดด้อยที่ชัดเจน ทั้งคู่มีความสามารถด้านลูกกลางอากาศที่ไร้เทียมทานในเซเรีย ซี2 แต่ประตูที่ทำได้เกือบทั้งหมดมาจากในเขตโทษ เมื่ออยู่นอกเขตโทษแทบไม่มีความอันตราย อีกทั้งริกาโน่ยังไม่มีความเร็วเท่าอาเธอร์ ทำให้ในจังหวะสวนกลับ ฟิออเรนติน่ามักเสียเปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่น
ริกาโน่มีอาการข้อเท้าขวาพลิก ต้องพักรักษาตัวหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งหมายความว่าอาเธอร์จะต้องลงเล่นโดยไม่มีคู่หูคนสำคัญในนัดถัดไป
โค้ชของเปสคารา ทีมระดับกลางของลีก มองว่าเป็นโอกาสดีที่จะพลิกล็อกเอาชนะฟิออเรนติน่า เนื่องจากทีมของเขามีเซ็นเตอร์แบ็คที่มีความสูงเกิน 190 เซนติเมตรถึงสองคน ซึ่งน่าจะเพียงพอในการรับมืออาเธอร์คนเดียวในเขตโทษ
แม้ว่าฟิออเรนติน่าจะเล่นในบ้าน แต่ผู้บรรยายกลับมองในแง่ลบก่อนเกม โดยเชื่อว่าอาเธอร์จะเจองานยากและอาจไม่สามารถทำประตูได้อีกครั้ง เนื่องจากทีมขาดจุดโจมตีที่สองและผู้ช่วยคนสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากเป็นอาเธอร์ในช่วงที่เพิ่งมาถึงอิตาลี การเจอกับกองหลังตัวใหญ่สองคนในเขตโทษคงสร้างความลำบากให้เขาไม่น้อย แต่ตอนนี้เขาพัฒนาขึ้นและรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว
สองนัดก่อนหน้านี้แม้อาเธอร์จะทำประตูไม่ได้ แต่เขาก็กล้าลองเล่นในสไตล์ที่แตกต่างและสามารถปรับตัวได้ดี
เมื่อริกาโน่ไม่สามารถลงสนามได้ โค้ชเวียร์โควอดเลือกให้บิสมาร์ค เอคเย กองหน้าตัวจี๊ดชาวกานา มาจับคู่กับอาเธอร์ในแนวรุก สำหรับนัดนี้ อาเธอร์ต้องเร่งจังหวะการเล่นของตัวเอง เพราะเอคเยเป็นผู้เล่นที่มีความเร็วสูงและสไตล์การเล่นแบบปีก
วิธีปรับตัวของอาเธอร์คือการขยับไปเล่นริมเส้นและเล่นประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมให้มากขึ้น เขารับบอลเพื่อโต้กลับ รุกตัดเข้าในหาช่องว่าง และสามารถสร้างโอกาสยิงประตูเองหรือจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้
รูปแบบการเล่นนี้ช่วยดึงศักยภาพของเขาออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยการผสมผสานระหว่างความเร็วและพละกำลัง ตั้งแต่ได้ฝึกซ้อมด้วย "สายรัดข้อมือสีชมพู" อาเธอร์มีความมั่นใจในการเลี้ยงบอลและบุกทะลวงมากขึ้น เวลาลากบอลริมเส้นให้ความรู้สึกเหมือนโรเมลู ลูกากู ฉบับ "ฮาซาร์ดตัวใหญ่แห่งเบลเยียม"
เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น อาเธอร์ทำหน้าที่เป็นตัวเป้าข้างหน้า เล่นอย่างยืดหยุ่นและมีบทบาทสำคัญในเกมรุก
"จังหวะพักบอลแล้วคืนหลังสุดคลาสสิก…นี่แค่เริ่มการแสดงของผมวันนี้"
นาทีที่ 8 อาเธอร์ดันไปทางขวา รับบอลยาวจากดิ ลิเวียโอ
"หมุนตัวแบบแรดชน พร้อมปะทะเต็มที่…ตัวใหญ่ 186 เซนติเมตรแบบผมไม่ได้มีไว้เปล่า"
เขาใช้พละกำลังเลี้ยงบอลผ่านแนวรับ เปสคารา โดยแบ็คขวาถูกชนจนเสียหลัก เซ็นเตอร์แบ็คที่พยายามซ้อนก็โดนเเข่งด้วยการเร่งความเร็วหนีไปอีก
เมื่อเลี้ยงบอลตัดเข้าในจนถึงเขตโทษ เขาไม่รอให้กองหลังอีกคนวิ่งมาปิดมุม อาร์เธอร์กดเต็มข้อด้วยเท้าขวา!
จากระยะห่างประตูเพียง 5-6 เมตร ผู้รักษาประตูยืนตำแหน่งค่อนไปด้านนอก มุมยิงที่มีค่อนข้างแคบ แต่สำหรับอาเธอร์ เขาไม่สนใจเรื่องมุมยิงอะไรทั้งนั้น เพียงแค่หวดเต็มแรงใส่ลูกบอลไปข้างหน้า
ลูกฟุตบอลพุ่งผ่านตัวผู้รักษาประตูไปทางเสาใกล้ เสียดสีกับร่างของนายทวาร ก่อนเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างรุนแรง ราวกับว่าตาข่ายเกือบจะฉีกขาดด้วยพลังยิง 1-0
"ตัวสูงกว่าผมก็ไม่เร็วเท่าผม ตัวเร็วเท่าผมก็ไม่แกร่งเท่าผม" นี่คือเคล็ดลับความโดดเด่นของอาเธอร์—การใช้ร่างกายที่เหนือกว่าในการบดขยี้คู่แข่ง!
เสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากแฟนบอลทั่วสนามทำให้อาเธอร์เลือดสูบฉีด เขารู้สึกได้ว่าวันนี้เขาจะต้องระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมา
แม้ว่าเทคนิคการยิงประตูของเขาจะยังไม่สูงนัก แต่เขาก็สร้างโอกาสยิงง่ายๆ ได้มากมาย เมื่อไม่มีการขัดขวาง การยิงด้วยพลังมหาศาลของเขาก็เพียงพอที่จะกลบจุดอ่อนในด้านความแม่นยำ
นอกจากนี้ การยิงเต็มแรงของเขายังดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลได้มากกว่าผู้เล่นที่เน้นยิงเบาๆ หาเหลี่ยมมุมเสียอีก…