- หน้าแรก
- เรื่องวุ่นเพี้ยนของเซียนพ่อลูก
- บทที่ 11 ความสัมพันธ์ในโลกมนุษย์
บทที่ 11 ความสัมพันธ์ในโลกมนุษย์
บทที่ 11 ความสัมพันธ์ในโลกมนุษย์
ผู้นำยอดเขาฝุ่นโอสถ ชื่อในนามธรรมว่าหยุนเฉินจื่อ เป็นเทียนเซียนชั้นกลางของสำนักว่านหยุนจง
รูปลักษณ์ออกจะเป็นกันเอง เคราขาว ผมขาว รูปร่างกำยำ มีชื่อเสียงในฐานะผู้มีความเมตตากรุณาภายในสำนัก
ยอดเขาฝุ่นโอสถเป็นแหล่งผลิตยาลูกกลอนขนาดใหญ่ของสำนัก ยาลูกกลอนที่ผลิตนอกจากจะให้เพียงพอต่อการใช้งานในสำนัก ยังมีเหลือให้สำนักว่านหยุนจงนำไปขายในเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นหินวิญญาณอีกด้วย
ดังนั้น ยอดเขาฝุ่นโอสถจึงเป็นยอดเขาที่ติดอันดับหนึ่งในห้าในสามสิบหกยอดเขา
หยุนเฉินจื่อในยามปกติชอบปรุงยาลูกกลอน ไม่ค่อยได้ปิดวิเวก ดังนั้นเมื่อผู้จัดการภายนอกจากหอสรรพสิ่งมาถึงยอดเขาฝุ่นโอสถ รายงานว่าศิษย์ของยอดเขาฝุ่นโอสถทะเลาะวิวาทกับศิษย์จากยอดเขาอื่น หยุนเฉินจื่อก็รู้เรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
เนื่องด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ กฎของสำนักว่านหยุนจงจึงเคร่งครัด บรรยากาศภายในสำนักเรียบง่ายสงบ ไม่ค่อยมีเรื่องศิษย์ต่อสู้กันเป็นส่วนตัว
หยุนเฉินจื่อรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใหญ่โตอะไร แค่ลงโทษหนักตามกฎสำนักก็พอ ยอดเขาฝุ่นโอสถของพวกเขาก็ไม่ใช่เป็นฝ่ายไม่ยอมเหตุผล
แต่เมื่อผู้จัดการเจินเซียนของยอดเขาฝุ่นโอสถกระซิบข้างหูหยุนเฉินจื่อสักสองสามประโยค หยุนเฉินจื่อก็ลังเลขึ้นมาบ้าง
"ผู้ที่มีปัญหากับศิษย์ยอดเขาฝุ่นโอสถของพวกเรา คือลูกของพ่อค้าผู้นั้นงั้นหรือ"
"ใช่แล้วผู้นำยอดเขา เรื่องนี้พวกเราต้องระมัดระวังในการจัดการจริงๆ"
หยุนเฉินจื่อครางฮึมอยู่สองสามครั้ง มองเปลวไฟแท้จริงที่กระพริบอยู่ในเตาปรุงยาสีม่วงทองตรงหน้า แล้วพูดเสียงเนิบช้า "หลี่ต้าจื่อนั้นเป็นลูกศิษย์ของเจ้าสำนัก ไม่ควรประมาทเลย"
รอบๆ มีเซียนพูดขึ้นมา
"แต่ผู้นำยอดเขา ท่านเจ้าสำนักก็ไม่ได้มีแต่ศิษย์ผู้นี้ ท่านกับพ่อค้าผู้นั้นก็เป็นศิษย์รุ่นเดียวกัน ถ้าพวกเราต้องอ่อนข้อให้เขาอีกฝ่ายฝ่ายเดียว กลับจะกลายเป็นถูกเซียนจากยอดเขาอื่นหัวเราะเยาะเอา"
"ยอดเขาฝุ่นโอสถของพวกเราเคยมีผลงานอะไรบ้างล่ะภายในสำนัก!"
"เขาเป็นพ่อค้าจากโลกมนุษย์ ย่อมต้องคิดคำนวณใคร่ครวญทุกอย่างอยู่แล้ว"
"ใช่ พวกเราจะไปยอมให้ชื่อเสียงของยอดเขาฝุ่นโอสถเสียหายได้ยังไง!"
หยุนเฉินจื่อลูบเคราครุ่นคิด เปลวไฟที่พวยพุ่งออกจากปากเตาปรุงยาพัดผมขาวยาวของเขาให้สว่างวาบ
"ถ้าเช่นนั้น" หยุนเฉินจื่อพูด "ข้าผู้ด้อยธรรมจะไปรอที่หน้าหอสรรพสิ่งเอง พวกเจ้าไปรอที่ข้างใน เมื่อหลี่ต้าจื่อมาถึง ถ้าอีกฝ่ายพูดจาคุกคามบังคับ อ้างศักดิ์เจ้าสำนักมารังแกยอดเขาฝุ่นโอสถ ข้าจะปรากฏตัวและรักษาความยุติธรรมให้ศิษย์ยอดเขาฝุ่นโอสถเอง"
เหล่าเซียนต่างก้มหัวรับคำสั่ง
เช่นนี้ ในที่ลับก็มีผู้นำยอดเขา ในที่สว่างมีเทียนเซียนหนึ่ง เจินเซียนหลายราย ออกเดินทางไปยังหอสรรพสิ่งบนยอดเขาหลักพร้อมกัน
ในขณะเดียวกัน
ภายในหอสรรพสิ่งมีผู้ฝึกปราณของสำนักว่านหยุนจงมาชุมนุมกันอยู่ร่วมร้อยชีวิต
หลี่ผิงอันและศิษย์ขั้นรวมสำนึกที่บาดเจ็บสาหัสผู้นั้นต่างค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ถึงแม้เสื้อคลุมบนตัวจะขาดวิ่น แต่อาการบาดเจ็บก็หายเป็นปกติแล้ว
เพราะยาลูกกลอนวิเศษที่เยี่ยนเชิ่งให้พวกเขาทั้งสองกิน นอกจากจะรักษาร่างกายเซียนได้แล้ว ยังสะสมพลังยาลูกกลอนคุณภาพเข้มข้นไว้ในร่างพวกเขาอีกจำนวนมาก สามารถดูดซับเป็นพลังชี่ได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป
นี่ทำให้หลี่ผิงอันรู้สึกว่าคุ้มยิ่งนัก
หลี่ผิงอันมองไปที่ศิษย์ผู้นั้นที่ยืนหน้าก้มตาต่ำอยู่ด้านหลังผู้จัดการศิษย์ภายนอกของยอดเขาฝุ่นโอสถสองสามคน ความรู้สึกในใจนั้นค่อนข้างซับซ้อน
เขาตั้งใจจะเล่นลูกไม้ให้ลำคอของศิษย์ผู้นี้บาดเจ็บจนพูดไม่ได้ ส่วนตัวเองก็ทำให้ตัวเองเส้นลมปราณสั่นสะเทือน เพื่อจะได้แกล้งทำเป็นน่าสงสารเรียกความเห็นใจ
แต่น่าเสียดาย...
หลี่ผิงอันมองไปที่เยี่ยนเชิ่งที่กำลังนั่งสูบยาอยู่บนเก้าอี้ไม้กลางห้อง
ท่านผู้เฒ่าผู้นี้ด้วยยาลูกกลอนวิเศษสองเม็ด ทำให้แผนการเล็กๆ ของเขาต้องพังทลายไปหมด
พัฒนาการของสถานการณ์ตอนนี้เกินกว่าที่หลี่ผิงอันคาดการณ์ไว้มากทีเดียว
การต่อสู้ของศิษย์ผู้ฝึกปราณขั้นรวมสำนึกแค่สามคน กลับพัฒนาไปเป็นการต่อสู้ระหว่างหน้าตาของยอดเขาฝุ่นโอสถกับลูกศิษย์เจ้าสำนัก ดึงดูดเซียนมากกว่าร้อยตนมาดู...นี่มันช่างเป็น...
แขนเสื้อของหลี่ผิงอันถูกดึงเบาๆ
"ศิ-ศิษย์พี่?"
"หืม?" หลี่ผิงอันก้มลงมองมู่หนิงหนิง เห็นใบหน้าเล็กๆ ของนางเต็มไปด้วยความตึงเครียด
มู่หนิงหนิงใช้เสียงลมหายใจถาม "ต่อไปจะไม่มีเรื่องจริงๆ ใช่ไหม? ข้าเห็นเซียนลงมาดักอยู่นอกหอเยอะแยะ พวกเขาดูเหมือนสีหน้าจะไม่ค่อยดี ยังจ้องมองพวกเรามากอีก"
หลี่ผิงอันถอนหายใจ "ต้องขอโทษเจ้าด้วยจริงๆ"
มู่หนิงหนิงไม่เข้าใจ "ทำไมศิษย์พี่ถึงพูดอย่างนั้น? ศิษย์พี่มีศัตรูในสำนักหรือ"
"ไม่มีหรอก" หลี่ผิงอันหัวเราะอย่างอึดอัด "ข้าเข้ามาฝึกฝนในศาลาเมฆาพลบได้ไม่กี่เดือน จะไปทำให้ใครไม่พอใจได้ยังไงกัน เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนหน่อย เดี๋ยวค่อยอธิบายให้ฟัง"
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ผู้จัดการอาวุโสนามว่าหวังซินฮุยพาเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถหลายคนที่ผมหงอกขาว สวมเสื้อคลุมสีคราม รีบเดินมา
เซียนเหล่านี้ต่างค่อยๆ ปล่อยพลังกดดันของตนออกมา เหมือนราวกับเสือดุ คุกคามพวกเขาซึ่งเป็นแกะน้อยๆ สองตัว
"เอ้อ ผิงอัน...สหายน้อย"
หวังซินฮุยใบหน้าเหลี่ยมใหญ่ปรากฏความอึดอัดเล็กน้อย
เรียกชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไรดี? ลูกชายของศิษย์ร่วมสำนักเจ้าสำนัก ผู้มีลำดับรุ่นสูงกว่าเขาถึงเจ็ดแปดรุ่น
เขาเลยต้องใช้คำว่าสหายน้อยมาเรียกแบบกลัวๆกล้าๆ
หวังซินฮุยยิ้มพูด "เซียนเหล่านี้มาจากยอดเขาฝุ่นโอสถ มาสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า พวกเจ้าไม่ต้องกลัว บอกตามความจริงก็พอ เซียนยอดเขาฝุ่นโอสถล้วนเป็นผู้เข้าใจเหตุผล"
หลี่ผิงอันพูด "พวกเราเป็นแค่ศิษย์รุ่นเยาว์จากศาลาเมฆาพลบ ไม่กล้าพูดมั่วๆ ต่อหน้าท่านเซียนทั้งหลาย"
เซียนผู้อาวุโสตรงกลางถามเสียงเหน็บแนม
"ผิงอัน สหายน้อยไม่ต้องถ่อมตัวเช่นนี้หรอก หากมิใช่สถานะของเจ้าพิเศษ พวกเราก็คงไม่มาด้วยกันพร้อมหน้า สหายน้อยต้องการจัดการอย่างไรกับศิษย์ของข้าผู้ด้อยวิชายอดเขาฝุ่นโอสถ? ข้าผู้ด้อยวิชาว่า ศิษย์ขั้นรวมสำนึกเพียงคนเดียวของข้ายอดเขาฝุ่นโอสถนั้นคงไม่เข้าตาสหายน้อยกระมัง?"
พวกเซียนพร้อมกันทำสีหน้าเข้มงวด ปล่อยพลังเซียนออกมาเล็กน้อย
หลี่ผิงอันอดถอนใจไม่ได้ในใจ
นี่คือผลกระทบเชิงลบเล็กน้อยที่การเป็นศิษย์เจ้าสำนักของพ่อนำมาสู่ครอบครัวเขา
แปดส่วนเป็นเพราะมีพ่ออยู่ ยอดเขาฝุ่นโอสถจึงกลัวเสียหน้า เลยต้องมีท่าทีรุกไล่ก่อน
อย่างไรก็ตาม หลี่ผิงอันไม่คิดจะตอบโต้กลับไปต่อ
วันนี้เขาไม่จำเป็นต้องแสดงออกเพิ่มเติมอีก การปล่อยเวทีให้พ่อเป็นผู้รับมือจะมั่นคงกว่า
เรื่องพ่อจะตั้งตัวอยู่ในสำนักได้หรือไม่นี่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาในอนาคตของทั้งคู่
ส่วนเรื่องพ่อจะจัดการสถานการณ์เช่นนี้ได้หรือไม่...หลี่ผิงอันไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุด ทักษะของเขาส่วนใหญ่เขาก็เรียนรู้มาจากพ่อทั้งสิ้น
เมื่อนึกถึงเช่นนี้ หลี่ผิงอันก็ยกมือคารวะ ทำท่าทางเหมือนชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ใช้ความสามารถไม่ถูกที่ผิดทาง แล้วไม่พูดอะไรอีก
แต่มู่หนิงหนิงที่อยู่ข้างๆ กลับพูดขึ้นมาว่า "พวกท่านเป็นเซียนของสำนักว่านหยุนจง และยังเป็นอาวุโสของยอดเขาฝุ่นโอสถ แต่ทำไมต้องออกปากกระทบกระเทียบพวกเราศิษย์รุ่นเยาว์สองคนด้วยเล่า?"
สายตาของพวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถ เซียนสนุกที่วิ่งมาดูเรื่องราวเบื้องหลัง ต่างพุ่งไปยังมู่หนิงหนิง
หลี่ผิงอันกระซิบพูด "ศิษย์น้องหญิงมู่ เจ้าไม่ต้องพูดมาก ความเข้าใจผิดบางอย่างอาจเกิดขึ้น..."
"ความเข้าใจผิด?"
มู่หนิงหนิงส่งเสียงฮึ่มในลำคอ จ้องมองพวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถด้วยสายตาแวววาว เสียงเบาพูดว่า
"ข้าได้ยินหมดแล้ว มีเซียนพูดว่ายอดเขาฝุ่นโอสถมักจะปกป้องคนของตน แต่ข้าไม่คิดว่า เหล่าเซียนผู้มีฝีมือเก่งกาจเช่นท่าน จะมากดดันพวกเราศิษย์ฝึกปราณรุ่นเยาว์แบบนี้"
"ข้าเคยคิดว่าดินแดนเซียนคือที่สำหรับบำเพ็ญตนอย่างบริสุทธิ์ ทำไมถึงต้องมีอคติระหว่างกันและคำนึงถึงอำนาจศักดิ์เช่นนี้ด้วย?"
น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา แต่นางก็สูดจมูก กลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลออกมา ยังคงจ้องมองพวกเซียนผู้นั้นต่อไป
พวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถวัยชราก็นิ่งอึ้งไปด้วย
เด็กสาวนี้โผล่มาจากไหนกัน?
หลี่ผิงอันมองออกไปนอกประตูหอด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้ขัดขวางมู่หนิงหนิงอีกแล้ว
คำพูดเศร้าใจของมู่หนิงหนิงตอนนี้ ไม่เหมือนแสร้งทำเลยจริงๆ
เสียงมู่หนิงหนิงดังขึ้นอีก
"เรื่องวันนี้ ข้าขอกล่าวคำสาบานด้วยชีวิตของตนว่า ไม่ใช่ผิงอันศิษย์พี่หรือข้าเป็นคนต้องการทำร้ายคนหรือสัตว์ สัตว์วิเศษยอดเขาฝุ่นโอสถนั่นต่างหากที่มุ่งร้ายเรา ข้าทำให้มันได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แล้วศิษย์ยอดเขาฝุ่นโอสถผู้นั้นก็ตามมา ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ลงมือทำร้ายพวกเราก่อน เขายังปล่อยดาบลมเล็กๆ มากมาย หวังทำให้พวกเราบาดเจ็บสาหัสแล้วพากลับไปที่ยอดเขา!"
"หากมิใช่ผิงอันศิษย์พี่ต่อสู้อย่างสุดกำลัง ป่านนี้พวกเราคงยืนไม่อยู่แล้ว!"
"ทำไมพอพวกท่านเซียนมาถึง ก็พูดจากล่าวหาเช่นนี้ตั้งแต่แรก สันนิษฐานว่าเป็นความผิดของพวกเราทั้งคู่?"
"ก่อนที่ข้าจะมาขอเรียนวิชากับเหล่าเซียน มารดาเคยย้ำเตือนข้าหลายครั้งว่า การฝึกเป็นเซียนไม่ได้ฝึกเพียงพลังวิชาให้แข็งแกร่ง หรือฝึกจิตใจให้สันโดษเท่านั้น แต่เพื่อฝึกพลังวิชาให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ช่วยเหลือสรรพชีวิตด้วย"
"วันนี้ข้าอดถามไม่ได้ว่า เรื่องนั้นเป็นความจริงหรือไม่"
พวกเซียนแสดงสีหน้าอึดอัด ยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง
มู่หนิงหนิงใบหน้าน้อยฉายแววขรึม ถามขึ้นอีกครั้ง "เป็นความจริงหรือไม่"
เซียนวัยชราผู้หนึ่งพูดเสียงเข้ม "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ไม่ต้องพูดมาก ยอดเขาฝุ่นโอสถจะมีของขวัญมาชดเชยให้เจ้า"
"ศิษย์พวกท่านโดนข้ากับผิงอันศิษย์พี่ร่วมกันลงมือ แล้วจะไม่เกี่ยวกับข้าได้อย่างไร?"
มู่หนิงหนิงมีท่าทีจะโต้เถียงต่อ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงอึกทึกดังมาจากด้านหน้าประตูหอ
เสียงอันดังกึกก้องเรียกขึ้นในทันใด "ผิงอัน! เจ้าเป็นอะไรไปผิงอัน!"
นักพรตวัยกลางคนในชุดคลุมขาวหลวมโบกสะบัดหน้าท้อง เหาะบินผ่านก้อนเมฆบุกเข้ามาในหอ
"พ่อ ข้าอยู่นี่!"
หลี่ผิงอันตะโกนบอก พลางดึงแขนบางเล็กของมู่หนิงหนิงเบาๆ แล้วขยิบตาให้นาง
มู่หนิงหนิงรู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง
หลี่ผิงอันมองพ่อที่กำลังเดินเข้ามา กระซิบบอกเบาๆ "นั่นคือพ่อของข้า"
"พ่อเชียวหรือ?" มู่หนิงหนิงกะพริบตาปริบๆ "พ่อแท้ๆ งั้นเหรอ?"
ใจของหลี่ผิงอันที่ไม่รู้ทำไมนิ่งสงบขึ้นมาเล็กน้อย พึมพำเบาๆ "หากมองจากความเป็นจริง ข้าน่าจะเป็นลูกแท้ๆ ของท่าน เอาล่ะ อย่าพูดอะไรต่อแล้ว"
มู่หนิงหนิงซบใกล้หลี่ผิงอัน ถามเสียงเบา "แต่ศิษย์พี่ เซียนยอดเขาฝุ่นโอสถมีตั้งมาก หากต่อไปต่อสู้กันจะทำอย่างไร ท่านพ่อก็ไม่เหมือนเซียนเลย จะสู้ได้เหรอ?"
"มีเรื่องหนึ่งที่ศิษย์น้องหญิงต้องเข้าใจ"
"เรื่องอะไร?"
"ขั้นฝีมือของเราต่ำเกินไป ต่อให้ใช้วิชาสื่อสารในระยะใกล้ พวกท่านเซียนก็ยังได้ยินชัดเจนอยู่ดี"
หลี่ผิงอันพูดอย่างหมดปัญญา
"เลิกพูดเถอะ เซียนหลายท่านเกือบจะหัวเราะออกมาแล้ว"
มู่หนิงหนิงหันหน้าไปมองรอบๆ ด้วยความห่วงใย
มุมห้องมีเซียนหญิงอีกสองสามคนอดขำไม่ได้ต้องปิดปากหัวเราะคิก เซียนผู้ฝึกปราณส่วนใหญ่ในหอต่างก็มีสีหน้ายิ้มแย้มหน่อยๆ
มู่หนิงหนิงรู้สึกเขินอายยิ่ง ใบหน้าสวยน้อยๆ แดงก่ำขึ้นมาทันที นางจึงรีบแอ่นอกเชิดหน้า เม้มปากบางเล็กน้อย ทำท่าทีไม่ครั่นคร้ามแม้อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมาย
ตอนนี้ หลี่ต้าจื่อได้เดินมายืนอยู่หน้าหลี่ผิงอัน ขมวดคิ้วมองลูกชายไล่ขึ้นไล่ล่งอยู่สองสามรอบ
พวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถตอนนี้ต่างกลั้นหายใจเตรียมพร้อมไว้หมด
พวกเขาเตรียมตัวพร้อมจะทะเลาะเบาะแว้งกันแล้ว
เกียรติของยอดเขาฝุ่นโอสถ หน้าตาของผู้นำยอดเขา วันนี้เด็ดขาดต้องไม่เสียไปแม้แต่น้อย!
หลี่ต้าจื่อเปิดปากขึ้นมาในทันใด แต่สิ่งที่เขาพูดออกมา ทำให้เหล่าเซียนสำนักว่านหยุนจงต่างรู้สึกราวกับหลงอยู่ในหมอกหนา
"โอ้ว เจ็บรึป่าว?"
หลี่ผิงอันนิ่งงันไปเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจทันที
'ภาษานกอินทรี' เช่นนี้ เป็นการสื่อสารลับที่พวกเขาพ่อลูกสามารถใช้ต่อหน้าเหล่าเซียนได้
"ไม่เจ็บขอรับ"
"ไม่เจ็บก็ดี"
หลี่ต้าจื่อพูดภาษาถิ่นบ้านเกิดของพวกเขาต่อ "งั้นเจ้าต้องการหน้าตาหรือผลประโยชน์?"
หลี่ผิงอันตอบโดยไม่ต้องคิด "ผลประโยชน์ครับ"
"เจ้าลูกชายตัวแสบเอ๊ย!"
หลี่ต้าจื่อจับเอวถลึงตาใส่ เสียงดังราวกับเสียงฟ้าร้องดังสะเทือนไปทั่วยอดเขาหลัก
"เจ้าบอกจะแสวงหาเซียนถามหาธรรมะ แต่ทำแบบนี้ได้อย่างไร! เพิ่งเข้าสำนักมาไม่นาน เจ้าก็ไปผูกโกรธเคืองกับคนอื่นแล้ว! ยังไปต่อสู้ทะเลาะวิวาทอีก!"
"วันนี้ถ้าเราไม่สั่งสอนเจ้าให้เข็ดหลาบ เจ้าคงยังจำแม้แต่ชื่อสกุลตัวเองไม่ได้!"
หลี่ต้าจื่อชักสายหยกออกมาจากเอว เติมพลังอาคมลงไปในทันใด ก้มลงจะเอาสายหยกนั้นฟาดก้นหลี่ผิงอัน
หลี่ผิงอันรีบถอยหลัง ยังไม่ลืมดึงมู่หนิงหนิงให้ถอยไปด้วยกัน
ข้างกายมีผู้จัดการเซียนหลายคนโผเข้ามาล้อมรอบหลี่ต้าจื่อเอาไว้ ปากก็ร้องด้วยเสียงร้อนใจ
"ห้ามตี! ห้ามตีเด็ดขาดท่านอาจารย์หลี่!"
"เด็กมันยังเล็ก! อ๊ะไม่ใช่! เด็กผู้นี้เพิ่งอยู่ในขั้นฝึกปราณเท่านั้น! ถ้าโดนตีบาดเจ็บเข้าจะกระทบต่อพื้นฐานเต๋าเลยนะ!"
"เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา! ใช่แล้ว! พวกเขาโต้กลับเพื่อป้องกันตัวต่างหาก!"
"โอ๊ย!"
หลังจากดึงกันไปมา หลี่ต้าจื่อผลักผู้คนออก ความโกรธไม่ลดลงเลย กระทืบเท้าอย่างเจ็บใจ แล้วจ้องลูกชายตัวเองด้วยความขุ่นเคือง
หลี่ผิงอันก้มหน้ายอมรับการสั่งสอน เพียงแต่ทำหูทวนลม
เขาคุ้นเคยกับเล่ห์กลของพ่อดีอยู่แล้ว แม้กระทั่งสิ่งที่พ่อจะทำต่อไป เขายังจินตนาการเป็นบทละครในหัวได้เลย
ไม่มีอะไรหรอก เพราะก้นเขานี่แหละคุ้นเคยมาก
"อือ!"
หลี่ต้าจื่อแสดงสีหน้าเศร้าสร้อย แต่ก็รีบทำหน้าปกติทันที หมุนตัวเดินอย่างรวดเร็วไปหาพวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถ ยกมือควานไปมาในแขนเสื้อกว้าง สีหน้าแสดงความร้อนใจออกมา
เหล่าเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต!
ตามธรรมเนียมของยุทธภพ พวกเขาคิดถึงคำพูดที่จะใช้ตอบโต้ด่าทอกลับไปแล้ว
ส่วนหยุนเฉินจื่อผู้นำยอดเขาที่ซ่อนตัวอยู่นอกหอ ก็พร้อมจะปรากฏตัวแล้วเช่นกัน
แน่นอนว่าหยุนเฉินจื่อมีเรื่องให้คิดมากกว่าเซียนคนอื่นๆ เทียนเซียนผู้เฒ่าผู้นี้กำลังคิดว่า หากเสียหน้าต่อท่านอาจารย์ใหญ่คงหมิง จะมีผล...อะไร...
"อุ๊ย! แย่แล้ว! เรื่องนี้จะทำยังไงดี!"
หลี่ต้าจื่อล้วงออกมาเต็มกำมือเป็นหินวิญญาณล้ำค่าจากในอก เปล่งประกายวาววับอยู่ตรงหน้า
"เรื่องนี้ข้าไม่รู้จะพูดยังไงดี นี่เป็นความผิดของข้าเอง! เป็นความผิดของข้า! ข้าไม่ได้สอนลูกชายให้ดี เขาถึงได้ไปต่อสู้กับศิษย์ยอดเขาของพวกท่าน..."
"ด้วยความใจกว้างของพวกท่าน อย่าได้ไปถือสาเขาเลย! ข้ามาขอโทษขอโพยไว้ที่นี่แล้ว!"
ภายในหอเงียบกริบ จะได้ยินเสียงเข็มตกพื้นเลยทีเดียว
พวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถชัดเจนว่าตะลึงไปเล็กน้อย
หลี่ต้าจื่อรีบวิ่งเข้าไปหาพวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถ พูดด้วยอารมณ์เร่าร้อนต่อไป
"ข้าพูดจริงๆนะ!"
"ของพวกนี้เอาไปชดเชยเด็กๆสักหน่อย!"
"ข้าจะกลับไปสั่งสอนผิงอันให้ดีแน่นอน จะพาผิงอันไปขอโทษที่ยอดเขาฝุ่นโอสถด้วยตัวเอง! คนนี้ใช่ศิษย์ที่ถูกผิงอันทำร้ายหรือเปล่า? ข้ามาดูหน่อย โอ๊ย ลูกชายตัวแสบนี่ทำร้ายหนักจริงๆ! แย่แล้วจริงๆ... เอ้อ ข้ามียาวิเศษรักษาบาดแผลที่ได้มาจากอาจารย์ของข้า... นี่เป็นน้ำใจจากข้า พวกท่านอย่าได้ปฏิเสธไปเลย! เร็วเข้า ให้เด็กกินเม็ดหนึ่งไว้!"
พวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถอ้าปากค้าง เซียนเจินเซียนอาวุโสตรงกลางนั้นยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็โดนยัดเยียดหินวิญญาณมากำใหญ่
ที่ด้านนอกห้อง หยุนเฉินจื่อขมวดคิ้วแน่น
ศิษย์ของท่านเจ้าสำนัก... ดำเนินเรื่องแบบใดกัน?
ผู้นำยอดเขาผู้นี้มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว รีบส่งกระแสจิตให้พวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถในทันที
เหล่าเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถเหมือนน้ำแข็งบนใบหน้าละลายกระทำท่าคารวะอย่างเก้ๆกังๆ
ชั่วพริบตาก็มีแต่เสียงหลี่ต้าจื่อและพวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถต่างถ่อมตนให้กันและกัน
"อ้อ เป็นความผิดของศิษย์ยอดเขาฝุ่นโอสถของพวกเราก่อน ไม่โทษผิงอันสหายน้อยหรอก"
"เรื่องนี้ ท่านอาจารย์หลี่ไม่ต้องทำเช่นนี้ จริงๆนะ ยอดเขาฝุ่นโอสถของเราสอนศิษย์ไม่ดีเอง กลับไปต้องลงโทษอย่างหนักแน่"
"ท่านอาจารย์หลี่! การต่อสู้ของเด็กๆเป็นเรื่องธรรมดา ไม่อาจทำลายมิตรภาพได้ เพียงปฏิบัติตามกฎในเรื่องนี้ ควรจะลงโทษอย่างไรก็ลงโทษตามนั้น ไม่ว่าจะจัดการอย่างไรภายในสำนัก พวกเราก็ยอมรับทั้งหมด!"
"จริงด้วย! ผิงอันสหายน้อยสามารถใช้พลังขั้นฝึกปราณต่อกรกับขั้นรวมสำนึกได้ นี่คือมังกรหรือหงส์ในหมู่มนุษย์ชัดๆ!"
หลี่ต้าจื่อพูดขึ้นตามจังหวะ "ไม่ๆๆ วิชาแมวสามขาของเขาน่ะ เป็นเพราะท่านหนุ่มผู้นี้ปล่อยให้นั่นแหละ! เรื่องนี้ข้าเข้าใจ! ระดับฝีมือต่างกันมากเกินไป! ขอพวกท่านโปรดให้โอกาสพวกข้าพ่อลูกแก้ไขด้วยเถอะ ข้าจะไปหาที่สักแห่งจัดงานเลี้ยง เพื่อขอโทษทุกท่านอย่างเป็นทางการ!"
พวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถรีบพูด
"ยังต้องไปหาที่อื่นทำไม? ไปที่ยอดเขาของเราไม่ดีกว่าหรือ?"
"ไปเถอะ! ท่านอาจารย์หลี่! เรื่องเล็กๆแบบนี้ปล่อยให้พวกหอสรรพสิ่งจัดการไป เราไปดื่มให้เมามายที่ยอดเขาฝุ่นโอสถดีกว่า!"
"อ้าว ข้ารู้สึกเกรงใจจริงๆ!"
"ผู้นำยอดเขาของพวกเราก็อยากได้พบท่านอาจารย์หลี่สักหน่อย ขอเชิญท่านอาจารย์หลี่โปรดกรุณาให้เกียรติเดินทางไปด้วยเถิด"
"ฮึ่ม! ลูกศิษย์ไม่เอาไหนของข้า! แค่ดูแลสัตว์เล็กๆที่กำลังจะเอาไปทำยาไม่ได้ แถมยังคิดจะเอาศิษย์รุ่นเยาว์ผู้บริสุทธิ์สองคนไปใช้ชดใช้ความผิด เดี๋ยวกลับไปมีเรื่องแน่! ท่านอาจารย์หลี่! สัตว์เล็กที่ข้าเลี้ยงนี่น่ะ เติมสมุนไพรสักสองสามขนาน ย่างไฟอ่อนๆ ก็อร่อยมากเลยนะ"
"ไม่ได้ๆๆ พวกท่านโปรดให้อภัยต่อเด็กหนุ่มคนนี้ด้วย ใครจะไม่เคยทำผิดตอนหนุ่มๆบ้าง? ช่วยเห็นแก่หน้าข้าด้วยเถอะ อย่าลงโทษเขาเลย ได้โปรด!"
"ได้! เจ้ายืนงงอยู่ทำไม! รีบไปกราบขอขมาท่านอาจารย์หลี่ของเจ้าเดี๋ยวนี้! กลับไปเจ้ารู้สึกดีแน่!"
ทั้งสองฝ่ายพูดกันไปมา แค่พริบตาเดียว หลี่ต้าจื่อก็ถูกพวกเซียนยอดเขาฝุ่นโอสถห้อมล้อม เหาะบนก้อนเมฆไปยังยอดเขาฝุ่นโอสถพร้อมกัน
เหล่าเซียนในหอมองก้อนเมฆสีขาวที่ลอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงหัวเราะคุยกันอย่างสนุกสนานที่ลอยกลับมาเป็นระยะ ต่างก็มีสีหน้าเซ่อซ่า
นี่มัน?
จบลงแบบนี้เลยเหรอ?
หลี่ผิงอันยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้า ส่วนมู่หนิงหนิงก็ทนไม่ไหวหันหน้ามาเล็กน้อย
"ศิษย์...พี่?"
"ชินๆไปเถอะ"
เยี่ยนเชิ่งวางกล้องยาสูบในมือลง ลืมตามองไปทางหลี่ผิงอัน มุมปากยกยิ้มเป็นกันเองขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินตรงมา