- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 308 - กำแพงไฟ
บทที่ 308 - กำแพงไฟ
บทที่ 308 - กำแพงไฟ
บทที่ 308 - กำแพงไฟ
ข่าวสารจากแนวหน้าถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แทบจะทุกชั่วโมง และล้วนเป็นข่าวร้ายทั้งสิ้น ระยะห่างของฝูงหนูฟันแทะขยับร่นจากเจ็ดสิบกิโลเมตรในตอนแรก เข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกมันอยู่ห่างจากฐานทัพไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตรแล้ว มีนักล่าบางคนพบเห็นพวกมันที่ระยะสิบห้ากิโลเมตรด้วยซ้ำ
ทางด้านฐานทัพก็เร่งส่งกำลังคนไปเสริมทัพอย่างไม่หยุดหย่อน กองกำลังสองหมื่นคนในตอนแรกรับมือไม่ไหวอีกต่อไป ตอนนี้กำลังพลที่ถูกส่งออกไปประจำการมีมากกว่าสี่หมื่นนายแล้ว ทั้งหมดเป็นกองกำลังทหารประจำการ ส่วนนักล่าที่ไม่ได้สังกัดองค์กรใดมีประมาณสามพันคน
กระนั้นก็ยังไม่อาจสกัดกั้นฝูงหนูฟันแทะที่ทะลักทลายมาได้ ข้อความขอความช่วยเหลือปลิวว่อนกลับมายังฐานทัพราวกับเกล็ดหิมะ ภายในฐานทัพเริ่มสัมผัสได้ถึงเค้าลางของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ
กลางดึก หลี่จวีซูจัดการเรื่องในฐานทัพเรียบร้อยแล้ว จึงนำขบวนรถรบเดินทางมายังแนวหน้า เมื่อมองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา สิ่งที่เห็นคือระลอกคลื่นสีดำมืดมิดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอกๆ ฝูงหนูฟันแทะปกคลุมผืนปฐพีจนดำทะมึน พวกมันซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ จนไม่อาจประเมินจำนวนได้เลย
เหล่านักรบใช้รถรบเป็นบังเกอร์ สาดกระสุนใส่ฝูงหนูอย่างบ้าคลั่ง ลำกล้องปืนของทุกคนร้อนฉ่าจนแดงเถือก อาวุธที่ใช้ล้วนเป็นปืนกลทั้งสิ้น ในสถานการณ์เช่นนี้ ปืนพกแทบไร้ประโยชน์
นานๆ ครั้งจะมีคนยิงจรวดเข้าไปกลางฝูงหนู แรงระเบิดเปิดช่องว่างบนพื้นดินได้เพียงชั่วครู่ ก่อนที่ฝูงหนูจะแห่เข้ามาถมจนเต็มในพริบตา ราวกับว่าพื้นที่ตรงนั้นไม่เคยว่างเปล่ามาก่อน
ปืนกลหนักแกตลิงก็ถูกนำมาใช้เป็นระยะๆ เพื่อกู้สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ไม่มีใครกล้ายิงติดต่อกันนานๆ ไม่ใช่เพราะกลัวลำกล้องจะพัง แต่เพราะกระสุนมีไม่มากพอให้ผลาญเล่นต่างหาก
กองกำลังนี้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของซ่างเหมินติง จังหวะที่พวกเขากำลังจะต้านทานไม่ไหวและเตรียมจะถอยร่น หลี่จวีซูก็นำกำลังเสริมมาถึง แม้จำนวนจะไม่มาก มีเพียงหนึ่งร้อยนาย เพราะกำลังพลในฐานทัพแทบจะไม่เหลือแล้ว ต้องกระจายไปช่วยจุดอื่นๆ เมื่อแบ่งกำลังกันมา จึงเหลือมาถึงตรงนี้แค่นี้ แต่ปืนใหญ่สองกระบอกที่ลากจูงมาด้านหลังขบวนรถ กลับทำให้ทุกคนฮึกเหิมเลือดเดือดพล่านขึ้นมาทันที
"ยิง!" ไม่มีคำพูดไร้สาระใดๆ เมื่อติดตั้งปืนใหญ่เสร็จก็ยิงทันที กระสุนปืนใหญ่ไม่ได้พุ่งไปตกลงกลางฝูงหนู แต่กลับระเบิดกลางอากาศ ชั่วพริบตา ม่านหมอกสีขาวก็พองตัวขยายออกและกระจายไปทั่ว ปกคลุมพื้นที่รัศมีหนึ่งพันเมตร ซ่างเหมินติงยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ม่านหมอกสีขาวก็แปรสภาพกลายเป็นเปลวเพลิงในทันที
ตูม—
ผืนแผ่นดินและท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน เปลวไฟลุกโชนราวกับเกลียวคลื่น อุณหภูมิในอากาศพุ่งทะยานทะลุสองพันห้าร้อยองศาเซลเซียสในเวลาเพียงไม่กี่วินาที หนูฟันแทะนับไม่ถ้วนถูกแผดเผาจนเกรียม หรือแม้กระทั่งระเหิดกลายเป็นไอ พื้นดินกลายเป็นสีดำไหม้เกรียม มวลอากาศบิดเบี้ยวด้วยความร้อน
เปลวเพลิงลุกไหม้ต่อเนื่องสามนาที เมื่อไฟสงบลง พื้นที่วงกลมรูปร่างบิดเบี้ยว เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งพันสามร้อยเมตรก็ปรากฏขึ้น เป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่ตัดกับฝูงหนูสีดำทะมึนรอบนอกอย่างชัดเจน
"นี่... นี่มันกระสุนปืนใหญ่อะไรกัน?" ซ่างเหมินติงตกตะลึงกับอานุภาพของมัน
"ระเบิดเชื้อเพลิงอากาศ! เป็นยังไงบ้างล่ะ?" หลี่จวีซูตอบ
"โคตรเท่เลย ยิงมันอีก ระเบิดไอ้แมลงสาบน่ารังเกียจพวกนี้ให้กระจุยไปเลย" ซ่างเหมินติงกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น สองวันที่ผ่านมาพวกเขาถูกฝูงหนูเล่นงานจนอึดอัดใจมาตลอด ทั้งที่มีอาวุธหนักครบมือ สาดกระสุนไปชุดหนึ่งก็ฆ่าพวกมันได้ตั้งหลายสิบตัว แต่กลับถูกบีบให้ต้องถอยร่น ถอยแล้วถอยอีก อย่าว่าแต่เดินหน้าเลย แค่จะยืนยันอยู่กับที่ยังทำไม่ได้ สำหรับมนุษย์ที่เย่อหยิ่งตั้งตนเป็นผู้ปกครองสรรพสิ่ง นี่ถือเป็นความอัปยศอย่างใหญ่หลวง
ปืนใหญ่หลายกระบอกถูกระดมยิงกระสุนระเบิดเชื้อเพลิงอากาศไปในหลายทิศทาง กระสุนแต่ละลูกสร้างพื้นที่ว่างเปล่ารัศมีกว่าหนึ่งพันเมตร การโจมตีเช่นนี้ถือเป็นการทำลายล้างอย่างราบคาบ ภายใต้อุณหภูมิสูงถึงสองพันห้าร้อยองศาเซลเซียส ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดทนทานได้ นอกเหนือจากหนูฟันแทะแล้ว สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ใต้ดินลึกลงไปถึงสองเมตรก็ล้วนถูกย่างสดไปตามๆ กัน
เหล่านักรบฮึกเหิมอย่างมาก พวกเขาโห่ร้องพร้อมกับสาดกระสุนอย่างบ้าคลั่ง สังหารหนูฟันแทะที่อยู่ตรงหน้า ทว่าความตื่นเต้นนี้ก็อยู่ได้ไม่นาน แม้อานุภาพการทำลายล้างของระเบิดเชื้อเพลิงอากาศจะทรงพลังเพียงใด แต่จำนวนหนูฟันแทะก็มีมหาศาลราวกับไร้ที่สิ้นสุด ไม่ว่าระเบิดเชื้อเพลิงอากาศจะสร้างพื้นที่ว่างเปล่าได้มากแค่ไหน ใช้เวลาเพียงสิบกว่านาที หรืออย่างมากก็ยี่สิบกว่านาที ฝูงหนูก็จะแห่เข้ามาเติมเต็มจนเต็มพื้นที่อีกครั้ง กวาดสายตามองไปก็เห็นแต่หนูฟันแทะซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ มองไม่เห็นร่องรอยการถูกทำลายจากระเบิดเชื้อเพลิงอากาศแม้แต่น้อย
"ถอยกันเถอะ" คำสั่งของหลี่จวีซูทำให้ทุกคนตกตะลึง พวกเขายังมีระเบิดเชื้อเพลิงอากาศเหลืออยู่ และยังไม่ถึงขั้นต้องถอยหนี ทุกคนยังพอต้านทานไหว ซ่างเหมินติงเห็นแววตาสงบนิ่งของหลี่จวีซู ก็รู้ว่าไม่ได้พูดเล่น จึงสั่งให้กองกำลังค่อยๆ ถอยร่น และไม่นาน ทุกคนก็เข้าใจเหตุผล
เมื่อถอยกลับมาได้ประมาณหนึ่งกิโลเมตร คูน้ำลึกหนึ่งเมตร กว้างสามเมตรก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า คูน้ำทอดยาวไปทั้งสองฝั่งไกลสุดลูกหูลูกตา ภายในคูน้ำนั้นเต็มไปด้วยหินคริสตัลแดง
หินคริสตัลแดงเป็นแร่ธาตุที่คล้ายกับถ่านหิน แต่มีจุดเดือดต่ำกว่าและให้ความร้อนสูงกว่า เป็นแร่ธาตุติดไฟเพียงชนิดเดียวที่ค้นพบบนดาวเคราะห์หมื่นอสูรจนถึงตอนนี้ ดาวเคราะห์หมื่นอสูรไม่พบน้ำมัน มีเพียงหินคริสตัลแดงเท่านั้น
ที่แท้ฐานทัพก็ได้เตรียมการไว้แล้ว เมื่อเหล่านักรบข้ามคูน้ำมา เฟิงเจิงที่ตามหลี่จวีซูมาด้วยก็จุดพลุสัญญาณสีเขียวขึ้นฟ้า พลุสว่างวาบกลางอากาศ ไม่นานพลุสีเขียวลูกอื่นๆ ก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตามจุดต่างๆ หากสังเกตให้ดีจะพบว่า วิถีของพลุนั้นล้อมรอบฐานทัพไว้อย่างพอดิบพอดี
เมื่อพลุลูกสุดท้ายระเบิดออก หลี่จวีซูก็ออกคำสั่ง
"จุดไฟ!"
หินคริสตัลแดงเมื่อสัมผัสกับไฟก็ลุกพรึบทันที เปลวเพลิงลามเลียไปตามคูน้ำอย่างรวดเร็ว ขยายวงกว้างออกไปทั้งสองฟากฝั่ง เพียงไม่กี่นาที เปลวไฟก็แบ่งแยกแผ่นดินออกเป็นสองส่วน ฝูงหนูฟันแทะที่พุ่งทะยานมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นกำแพงไฟ ก็พยายามเบรกตัวโก่ง แต่พวกมันจะหยุดได้อย่างไร เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็ไม่ทัน หนูฟันแทะเป็นฝูงๆ ร่วงหล่นลงไปในคูน้ำ และถูกเผาเป็นตอตะโกในเวลาไม่กี่วินาที
แม้หนูบางตัวจะเบรกทัน แต่พวกมันก็ต้านทานแรงดันจากฝูงหนูข้างหลังที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว ถูกเบียดจนร่วงลงไปในคูน้ำและกลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ดี
"ยิงปืนใหญ่!" เฟิงเจิงตะโกนสั่ง ระเบิดเชื้อเพลิงอากาศถูกระดมยิงเข้าใส่ฝูงหนูฟันแทะ ระเบิดพื้นที่ว่างบนพื้นดินแห่งแล้วแห่งเล่า ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงหนูพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งจนเกินไป เพราะหากพวกมันวิ่งชนกันเร็วจนเกินไป เปลวไฟอาจจะถูกดับได้ หรือต่อให้ไฟไม่ดับ หากมีซากหนูกองทับถมกันมากพอ หนูตัวอื่นๆ ก็อาจจะเหยียบซากพวกพ้องกระโดดข้ามมาได้
หลี่จวีซูทิ้งปืนใหญ่ไว้หนึ่งกระบอก พร้อมกับรถบรรทุกหินคริสตัลแดงอีกห้าคัน แล้วนำกำลังส่วนที่เหลือจากไป กองกำลังของซ่างเหมินติงกระจายกำลังกันออกไปเพื่อตั้งรับในพื้นที่นี้ หน้าที่หลักตอนนี้คือการเติมหินคริสตัลแดง ตรงไหนไฟใกล้มอดก็เติมหินเข้าไป จำนวนหนูฟันแทะด้านหลังมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานพวกมันต้องรวบรวมความกล้าฝ่าเปลวเพลิงเข้ามาอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น คงเป็นการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่านเป็นแน่
หลี่จวีซูมุ่งหน้ากลับไปยังฐานทัพเป็นระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตร ที่นั่นมีไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ รถแบ็กโฮ รถดันดิน และรถบรรทุกสิบล้อนับร้อยคันกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ไม่ได้กำลังสร้างอาคาร แต่กำลังขุดคูน้ำต่างหาก และไม่ใช่คูน้ำเล็กๆ กว้างสามเมตรลึกสองเมตร แต่เป็นคูน้ำขนาดมหึมาที่กว้างหลายสิบเมตรและลึกเจ็ดถึงแปดเมตร
กำแพงไฟด้านหน้าย่อมไม่อาจต้านทานฝูงหนูฟันแทะได้ตลอดรอดฝั่ง หลี่จวีซูเองก็ไม่คิดว่าคูน้ำเล็กๆ เส้นเดียวจะแก้ไขวิกฤตนี้ได้ กำแพงไฟมีไว้เพื่อซื้อเวลาให้กับการขุดคูน้ำยักษ์นี้ต่างหาก
หลี่จวีซูพากองกำลังเดินตรวจตรารอบฐานทัพหนึ่งรอบ ตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าฐานทัพถูกฝูงหนูฟันแทะปิดล้อมอย่างสมบูรณ์ โชคดีที่มีกำแพงไฟขวางไว้ สถานการณ์จึงยังพอควบคุมได้ แต่เมื่อดูจากความคืบหน้าของการขุดคูน้ำยักษ์แล้ว เกรงว่าจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว
"คงต้องหาทางอื่นแล้วล่ะ!" หลี่จวีซูยืนอยู่หน้ากำแพงไฟ มองดูฝูงหนูฟันแทะที่ทะลักทลายราวกับคลื่นยักษ์ แล้วจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
(จบแล้ว)