เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11


หลินอันหลานไม่อยากขยับตัว แต่ว่าเฉิงอวี้ไม่ได้สวมถุงยาง ดังนั้นเขาเลยจ้องอีกฝ่ายตาเขม็ง แล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ความผิดนาย”

เฉิงอวี้หัวเราะแล้วกดจูบไปที่ริมฝีปากหลินอันหลานเบาๆ เขาพูดอย่างปลอบใจว่า “อื้อ ฉันผิดเอง ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

เฉิงอวี้ก้มหน้ามองหลินอันหลาน สายตาของเขาอ่อนโยน เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก “แต่ก็โทษฉันทั้งหมดไม่ได้นะ เพราะภรรยาของฉันมีเสน่ห์เกินไป ทำให้สามีหยุดไม่ได้เลย”

หลินอันหลานได้ยินคำนี้ก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เขาโมโหหยิกเอวของอีกฝ่ายแล้วพูดขึ้นว่า “ยังจะพูดไร้สาระอีก”

เฉิงอวี้จับมือของเขาขึ้นมาจูบแล้วพูดว่า “ไร้สาระที่ไหนกัน ภรรยาของฉันทั้งอ่อนโยน เอาใจใส่ และเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก”

“แล้วนายไม่ใช่เหรอ” หลินอันหลานหัวเราะ

“ฉันจะเทียบกับนายได้ที่ไหนกัน” เฉิงอวี้กอดอีกฝ่ายแน่น

เขาเลิกผ้าห่ม จากนั้นก็อุ้มหลินอันหลานขึ้นมา “ไปเถอะ ฉันจะช่วยนายล้างเอง จากนั้นก็มานอนกันนะ”

หลินอันหลานผลักเขาออก “ฉันไปเองได้”

“ไม่ได้หรอก มีแต่ชายชั่วเท่านั้นที่ปล่อยให้ภรรยาจัดการตัวเองหลังมีอะไรกันเสร็จ”

หลินอันหลานเถียงไม่ออก “ทำไมนายมีเหตุผลเยอะจัง”

เฉิงอวี้หัวเราะ “เพราะว่าฉันชอบนายไง”

เขามองหลินอันหลานแล้วพูดขึ้นว่า “ในโลกนี้ ฉันชอบนายมากที่สุด”

เฉิงอวี้อุ้มหลินอันหลานขึ้นและช่วยเขาล้างตัวอีกรอบ จากนั้นทั้งคู่ก็กลับมาที่เตียงนอน

หลินอันหลานง่วงแล้ว เฉิงอวี้มองอีกฝ่ายนอนโดยที่ยังไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องของบทภาพยนตร์เลย

เขาปิดไฟ หลินอันหลานมุดเข้ามาในอ้อมกอดพร้อมกระซิบเบาๆ ว่า “ฝันดีนะ”

เฉิงอวี้จูบที่หน้าผากของอีกฝ่าย “ฝันดี”

เฉิงอวี้เพิ่งหลับได้ไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ เฉิงอวี้หยิบขึ้นมาดู ในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกตื่นเต็มตา

หลินอันหลานขมวดคิ้ว พร้อมส่งเสียงพึมพำออกมาว่า “ใครอะ”

เฉิงอวี้กดจูบที่หว่างคิ้วของเขาแล้วพูดปลอบว่า “ไม่มีอะไรหรอก นายนอนต่อเถอะ เดี๋ยวฉันไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ”

เขากดปิดเสียง ใช้แสงไฟจากหน้าจอนำทางขณะเดินออกจากห้องโดยที่ไม่เปิดไฟในห้อง

ก่อนเฉิงอวี้จะออกไป เขาไม่ลืมที่จะช่วยหลินอันหลานห่มผ้าให้ดี

เฉิงอวี้เดินมาถึงระเบียงของห้องสมุด ในที่สุดเขาก็รับโทรศัพท์ “พูดมา”

“วันนี้เจี่ยงซวี่ไปพบประธานเฉิง”

“จากนั้นล่ะ”

“พวกเขาคุยกันนานมาก คุยจนถึงดึก จากนั้นเขาก็กลับบ้านไป”

“มีอะไรอีกไหม”

“ไม่มีแล้ว”

“เขาได้ติดต่อหลินอันหลานหรือเปล่า”

“ไม่มี เขาเคยส่งวีแชตหาหลินอันหลาน แต่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับ จากนั้นเขาก็ไม่ได้ส่งหาอีก”

เฉิงอวี้รู้สึกแปลกใจมาก ทำไมอีกฝ่ายไม่โทรหาล่ะ

เจี่ยงซวี่น่าจะรู้แล้วว่าถูกหลินอันหลานบล็อก แล้วทำไมยังไม่โทรหาอีก

“เขายังไปทำอะไรอย่างอื่นอีกไหม”

อีกฝ่ายลังเลไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นมาว่า “เมื่อวานเขาก็ไปพบคุณเฉิงมา”

เฉิงอวี้หัวเราะ “เขาช่างแน่วแน่จริงๆ”

“ดังนั้นคุณชายเฉิง คุณจะเอายังไงต่อครับ”

“ทำไมฉันต้องทำอะไรต่อ” เฉิงอวี้ถามกลับ “จับตาดูต่อไป”

“คุณชายเฉิง...”

“เอาละ” เฉิงอวี้พูดตัดบท “ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ครับ”

“จากนี้ก็จับตาดูเขาไว้ มีอะไรก็ติดต่อฉันได้ตลอดเวลา”

“ครับ”

เฉิงอวี้วางสายโทรศัพท์แล้วเอนตัวมองทิวทัศน์ยามกลางคืนด้านนอก

ท้องฟ้ามืดมาก ดำมากเหมือนสีของน้ำหมึก มีเพียงจันทร์เสี้ยวที่ถูกแขวนไว้อยู่ด้านบน แสงจันทร์นั้นดูชัดเจน แม้ว่าจะไม่โดดเด่น แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เฉิงอวี้จุดบุหรี่ขึ้นสูบ เพิ่งสูบได้ไม่นานเขาก็นึกถึงคำพูดที่เพิ่งพูดกับหลินอันหลานไว้ว่าเขาจะเลิกบุหรี่ ตอนนั้นเองเฉิงอวี้ก็ดับบุหรี่ทันที

เฉิงอวี้คิดว่าหลินอันหลานความจำเสื่อมจริงๆ ไม่อย่างนั้นหลินอันหลานคงไม่ยอมมีความสัมพันธ์แบบนี้กับเขาหรอก

ไม่ว่าหลินอันหลานจะแคร์เจี่ยงซวี่มากแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่คนที่ยอมสละร่างกายของตัวเองเพื่ออีกฝ่าย ความรู้สึกสามารถหลอกกันได้ แต่ความสัมพันธ์ทางกายไม่ใช่ มันซื่อตรงและไม่มีทางหลอกลวง

เมื่อเฉิงอวี้คิดได้ถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจออกมา

ความจริงแล้วเขาไม่อยากจะทำแบบนี้กับหลินอันหลาน

เขาชอบหลินอันหลานมาก ยิ่งชอบก็ยิ่งกลัว กลัวว่าหลินอันหลานจะจากเขาไปหลังจากความทรงจำทุกอย่างกลับคืนมา และกลัวยิ่งกว่าหากหลินอันหลานรู้ว่าเขาทำเรื่องที่ไม่สมควรทำในตอนที่อีกฝ่ายความจำเสื่อม

เขาจะทำยังไงกับเรื่องนี้

เขาจะมองว่าฉันเป็นคนที่ทำร้ายและเหยียดหยามน้ำใจของเขา

ชาตินี้หลินอันหลานคงไม่อยากเห็นหน้าฉันอีกแล้ว

แต่ว่า เฉิงอวี้ก็เป็นคนแบบนั้นจริงๆ

เขาเป็นคนเลวที่โกหก ฉวยโอกาส

เฉิงอวี้อยากสูบบุหรี่อีกแล้ว

ความจริงแล้วเฉิงอวี้ไม่ใช่คนติดบุหรี่ เขาจะสูบก็ต่อเมื่อรู้สึกสับสนหรือว้าวุ่นใจเท่านั้น เขาต้องพึ่งยาสูบเพื่อให้ผ่อนคลาย

ครั้งแรกของเขากับหลินอันหลานก็เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะประมาณต้นสัปดาห์ก่อน

ตอนนั้นเราทั้งคู่ดื่มเหล้าไปนิดหน่อย พวกเรากำลังดูหนังอยู่ในห้อง ด้านนอกฝนตก ด้านในมีแสงไฟสลัวๆ หนังเรื่องนี้กำลังอยู่ในจุดไคลแมกซ์ พระเอกนางเอกรักกันมาก จึงโอบกอดกันอย่างลึกซึ้ง

หลินอันหลานมองฉากนั้นแล้วหลับตาลง คงเป็นเพราะเขารู้สึกเขินอายเล็กน้อย

เฉิงอวี้ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เขาได้ยินเสียงของหลินอันหลานกระซิบมาเบาๆ ว่า “พวกเราเคยทำแบบนั้นบ้างไหม”

“ไม่เคย” เฉิงอวี้พูดอย่างตรงไปตรงมา “นายลืมแล้วเหรอว่าพวกเราเพิ่งเป็นแฟนกัน เรื่องแบบนั้นยังไม่เคยทำหรอก”

“แน่ใจนะว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยทำ”

เฉิงอวี้มองไปในแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของหลินอันหลาน “ไม่มีแน่นอน พวกเราไม่ใช่คู่ขาในเรื่องอย่างว่านะ ก่อนที่เราจะคบกัน ฉันตามจีบนายด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

หลินอันหลานพยักหน้าแล้วส่งเสียงแค่ “อ่า” ออกมา

เดิมทีเฉิงอวี้คิดว่าหัวข้อนี้มันน่าจะจบแล้ว แต่ผ่านไปสักพัก หลินอันหลานกลับกระซิบถามเขาด้วยความระมัดระวังว่า “งั้นนายอยากลองหรือเปล่า”

เฉิงอวี้!!!

จบบทที่ ตอนที่ 11

คัดลอกลิงก์แล้ว