- หน้าแรก
- วันพีซ บุตรชายแห่งเซเฟอร์
- บทที่ 29 มอมเหล้ามิฮอร์ค
บทที่ 29 มอมเหล้ามิฮอร์ค
บทที่ 29 มอมเหล้ามิฮอร์ค
บทที่ 29 มอมเหล้ามิฮอร์ค
เขากลับมาที่ปราสาทพร้อมกับจูราคิล มิฮอร์ค จูราคิล มิฮอร์คเพียงแค่พันแผลที่หัวไหล่ จากนั้นจึงเดินเข้าครัวไปเตรียมวัตถุดิบด้วยตัวเอง
เซเทียนเอนหลังบนโซฟา พลางตื่นตาตื่นใจกับสไตล์ยุโรปของปราสาท
ผ่านไปไม่นาน จูราคิล มิฮอร์คก็ยกอาหารที่ทำเสร็จแล้วออกมา และเซเทียนก็หูตาสว่างขึ้นมาทันที รีบลุกขึ้นไปช่วยอย่างรวดเร็ว
ต้องบอกเลยว่า จูราคิล มิฮอร์ค พ่อหนุ่มติดบ้านคนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงอัจฉริยะด้านวิชาดาบเท่านั้น แต่ยังเป็นปรมาจารย์ด้านการทำอาหารอย่างแท้จริง
เนื้อเจ้าแห่งท้องทะเลที่เขาทำนั้นสมบูรณ์แบบทั้งสีสัน กลิ่น และรสชาติ แถมเนื้อย่างเสียบไม้ขนาดใหญ่ยังถูกย่างจนเหลืองกรอบ เซเทียนกินจนน้ำมันหยดย้อยจากมุมปาก
จูราคิล มิฮอร์คมองดูการกินของเซเทียน แล้วมุมปากของเขาก็กระตุก
“เหล้าอยู่ไหน? รีบเอามันออกมาเลย”
“นายพูดว่าอะไรนะ?”
“ไอ้บ้าเอ๊ย เหล้าไง! เหล้า...”
“หึหึหึหึ...”
“วันนี้ดื่มอย่างอื่นกันเถอะ เอ้านี่”
พูดจบ เซเทียนก็หยิบขวดเหล้าออกมาแล้วยื่นให้กับจูราคิล มิฮอร์ค
“นี่มันอะไร? ดูเหมือนน้ำเปล่าเลย นายคงไม่ได้งกขนาดนั้นใช่ไหม?”
จูราคิล มิฮอร์คเบ้ปาก มองดูของเหลวใสแจ๋วในขวด
“ถ้านายไม่เอา ก็เอาคืนมา นี่มันของสะสมสุดล้ำค่าของชั้นเลยนะ ชั้นมีไม่เยอะ เหลืออยู่แค่นิดเดียวเอง”
จูราคิล มิฮอร์คเปิดฝาขวดด้วยความรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย และทันใดนั้น กลิ่นหอมฟุ้งของเหล้าก็ลอยแตะจมูก
“หอมมาก กลิ่นละมุนสุดๆ”
ดวงตาของจูราคิล มิฮอร์คทอประกาย เขารีบรินมันลงในแก้วแล้วกระดกอึกใหญ่ทันที
“ดื่มช้าๆ หน่อย เดี๋ยวนายก็เมาหรอก”
เซเทียนรีบห้ามปรามอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าของจูราคิล มิฮอร์คแดงก่ำ และเขาแทบจะพ่นมันออกมา
เมื่อมองดูสีหน้าขี้เล่นของเซเทียน เขาก็ฝืนกลืนมันลงคอไป แต่ใบหน้ากลับยิ่งแดงเถือกขึ้นไปอีก
“ไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้... เหล้าดีนี่นา...”
จูราคิล มิฮอร์คกลืนน้ำลายอีกสองสามครั้ง รู้สึกถึงสายเส้นเปลวเพลิงที่ไหลลงคอสู่กระเพาะอาหาร จากนั้นกระแสความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“ฮ่าฮ่า ก็นายไม่ได้ถามนี่ เป็นไง? เหล้านี้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?”
ล้อเล่นน่า แม้ว่าโลกโจรสลัดจะมีเหล้าดีกรีแรง แต่จะเอามาเทียบกับเหล้าขาวกลั่นดีกรีสูงแห่งอาณาจักรบุปผาอันยิ่งใหญ่ของชั้นได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น เซเทียนยังได้สั่งการเป็นพิเศษให้ปรับปรุงสูตร โดยเพิ่มสมุนไพรล้ำค่าลงไปมากมาย แค่ปริมาณแอลกอฮอล์ก็พุ่งทะลุ 70 ดีกรีแล้ว
“นี่มันเหล้าสำหรับลูกผู้ชายตัวจริงชัดๆ! นาย ทำไมไม่เอามันออกมาก่อนหน้านี้ล่ะ?”
“มันเพิ่งจะหมักเสร็จน่ะ”
เขาชนแก้วกับจูราคิล มิฮอร์ค และทั้งสองก็ค่อยๆ ลิ้มรสเหล้าขาวอย่างละเมียดละไม
“ตั้งแต่การต่อสู้ที่โอฮาร่าครั้งนั้น ในที่สุดชั้นก็ทะลวงขีดจำกัดได้ ตอนนี้ชั้นมีความแข็งแกร่งระดับพลเรือเอกแล้ว แผนต่อไปของนายคืออะไร?”
“ยังไม่ถึงเวลา แม้เราจะมีสมาชิกระดับพลเรือเอกถึงสองคน แต่ความแข็งแกร่งก็ยังไม่พอ รอให้คนอื่นๆ ทะลวงขีดจำกัดให้ได้ก่อนเถอะ”
“ความแข็งแกร่งระดับพลเรือเอกไม่ใช่สิ่งที่จะทะลวงกันได้ง่ายๆ แต่ความแข็งแกร่งของนายน่ะเหนือกว่าพลเรือเอกทั่วไปจริงๆ วันนี้นายไม่ได้ใช้ฮาคิเลยใช่ไหมล่ะ? พูดตามตรง ชั้นยังไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งเต็มที่ของนายเลย แม้แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับซากาซึกิครั้งก่อน นายก็ยังไม่ใช้วิชาดาบด้วยซ้ำ”
จูราคิล มิฮอร์คมองเซเทียนด้วยความสงสัยว่าความแข็งแกร่งของเซเทียนนั้นไปถึงระดับไหนแล้ว
“อืม! ตอนนี้ ไม่น่าจะมีใครเอาชนะชั้นได้ในการเผชิญหน้าแบบตรงๆ และยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะรับมือชั้นได้ด้วยตัวคนเดียว อย่างไรก็ตาม มีอยู่คนหนึ่งที่ชั้นยังไม่แน่ใจเรื่องความแข็งแกร่งของเขา”
“ใครอีก การ์ปงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่ มันคือคนที่อยู่เบื้องหลังห้าผู้เฒ่าต่างหาก”
“อะไรนะ? มีคนอยู่เบื้องหลังห้าผู้เฒ่าด้วยเหรอ?”
“อืม เรื่องมันยาว เดี๋ยวชั้นจะเล่าให้นายฟังก็แล้วกัน”
ระหว่างที่ดื่มด่ำ เซเทียนก็เล่าเรื่องต้นกำเนิดของเผ่ามังกรฟ้าให้จูราคิล มิฮอร์คฟัง
จูราคิล มิฮอร์คตกอยู่ในสภาวะสับสนมึนงงตลอดเวลา นี่อาจจะเป็นเรื่องที่กระตุ้นความรู้สึกเขาได้มากที่สุดในรอบหลายปีมานี้
ผ่านไปเนิ่นนาน จูราคิล มิฮอร์คก็พ่นลมหายใจที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาอย่างช้าๆ
“แล้ว ตกลงนายวางแผนจะทำอะไรกันแน่? นายตั้งใจจะโค่นล้มรัฐบาลโลก แล้วตั้งตนเป็นราชาจริงๆ งั้นเหรอ?”
“ฮ่าฮ่า การตั้งตนเป็นราชามันก็ไม่ค่อยถูกนักหรอก ชั้นก็แค่ทนดูพวกขยะเผ่ามังกรฟ้าไม่ได้ก็เท่านั้น ตอนนี้ นอกจากชั้นกับนายแล้ว ความแข็งแกร่งของคนอื่นๆ ในองค์กรยังไม่มากพอ”
“มันยังไม่ถึงเวลา และพวกเราก็ยังขาดคนอยู่มาก ชั้นจะไม่เอาชีวิตของพวกเรามาล้อเล่นถ้ายังไม่มีความมั่นใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์”
จูราคิล มิฮอร์คฟังและไม่ถามอะไรอีก เป็นอย่างที่เซเทียนบอก ต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาก่อน...
เขาอยู่บ้านของจูราคิล มิฮอร์คตลอดช่วงบ่าย และพวกเขาก็ดื่มกันจนเย็นย่ำ
ในที่สุด จูราคิล มิฮอร์คก็ถูกแอลกอฮอล์ดีกรีแรงน็อกจนสลบเหมือด ส่วนเซเทียนที่มีอาการมึนงงก็ออกจากปราสาทไปโดยไม่ได้บอกลา
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูมิติก็เปิดขึ้นอีกครั้ง เซเทียนลากจูราคิล มิฮอร์คเข้าไปใต้โต๊ะ
จากนั้นเขาก็หยิบหอยทากสื่อสารสำหรับถ่ายภาพขึ้นมา กดถ่ายภาพรัวๆ เป็นชุด ก่อนจะจากไปอย่างพึงพอใจในที่สุด
“หึหึหึ จูราคิล มิฮอร์คเย็นชาเกินไปแล้ว ชั้นจะเก็บเรื่องน่าอายของเขาไว้แบล็กเมล์ทีหลัง ตอนช็อตเงินก็เอาไปแลกเป็นเบรีได้ด้วย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
เขาเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างชั่วร้าย ทิ้งจูราคิล มิฮอร์คให้นอนกรนเสียงดังลั่นอยู่ใต้โต๊ะ
ปึ้ก!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จูราคิล มิฮอร์คลูบหน้าผาก ลุกขึ้นมาด้วยความงุนงง และเอาหัวไปโขกกับมุมโต๊ะเข้าอย่างจัง
เขามองดูสภาพของตัวเองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“เซเทียนไอ้บ้าเอ๊ย ครั้งหน้าเจอกัน ชั้นจะสับแกให้ตายเลยคอยดู”
ทันใดนั้น เขาก็เห็นกองขวดเหล้าขาวอยู่ข้างๆ น่าจะเป็นร้อยขวดได้
“หึ ครั้งหน้าชั้นจะสับแกลดลงสักสองดาบก็แล้วกัน”
...และเซเทียนก็กลับมาที่มารีนฟอร์ด เขาโผล่หน้ามาให้เห็นสองสามครั้งต่อสัปดาห์ตามปกติ จากนั้นก็ไม่ออกทะเลอีกเลย
แต่เขากลับมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมความแข็งแกร่ง รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก
หนึ่งปีต่อมา
ในช่วงเวลานี้ ไม่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากนัก เซเทียนจึงตัดสินใจออกพเนจรด้วยตัวเอง คราวที่แล้ว เซเฟอร์เป็นคนพาเขาออกพเนจร แต่ตอนนี้เขาต้องการออกไปสำรวจด้วยตัวเองบ้าง
ขณะนั่งอยู่บนเรือการค้าที่สร้างโดยทอม จุดหมายแรกของเซเทียนคือทะเลอีสต์บลู
เขาวางแผนที่จะตามรอยเส้นทางของราชาโจรสลัดลูฟี่ และดูว่าบุตรแห่งโชคชะตาของโลกนี้มีความแตกต่างอย่างไร
และเรือที่เขาโดยสารอยู่นั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่า "โอโร แจ็คสัน" ของราชาโจรสลัดโรเจอร์เลย แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของมันจะเป็นเพียงเรือการค้าก็ตาม
“นายท่าน สถานที่ต่อไปเราจะไปที่ไหนกันดีครับ?”
ออโร่ ลูกน้องคนสนิทของกิลด์ เตโซโร ถามเพื่อขอคำแนะนำจากเซเทียนอย่างนอบน้อม แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มผมม่วงตรงหน้าคนนี้เป็นใครก็ตาม
แต่กิลด์ เตโซโรได้กำชับเขาเป็นพิเศษว่าห้ามซักถามข้อมูลใดๆ และให้เชื่อฟังคำสั่งของเซเทียนอย่างถึงที่สุด
“ออโร่ ไปที่หมู่บ้านฟูชากันก่อนเถอะ ค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะไปไหนต่อ”
“รับทราบครับ นายท่าน”
ออโร่เป็นคนมีไหวพริบ เขาจึงไม่ถามคำถามอื่นใด เพียงแค่รับคำสั่งอย่างนอบน้อมเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เขาอยู่กับกิลด์ เตโซโร เขาก็มองออกว่ากิลด์ เตโซโรชื่นชม และถึงขั้นเคารพบูชาบุคคลผู้นี้เป็นอย่างมาก
ต้องบอกเลยว่าแม้โลกโจรสลัดจะถูกปกคลุมไปด้วยมหาสมุทรเกือบทั้งหมด
ทิวทัศน์ในทะเลนั้นให้ความรู้สึกสดชื่นก็จริง แต่มองไปนานๆ มันก็เริ่มน่าเบื่อ
โชคดีที่เซเทียนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพัฒนาความสามารถของผลปีศาจ แม้ว่าจะไม่มีที่ให้เขาทดลองพลังของผลปีศาจก็ตาม
แต่เซเทียนก็ยังคงระดมความคิดและพัฒนาความสามารถของผลปีศาจอยู่บ่อยครั้ง
ทันใดนั้น เงาดำทะมึนขนาดมหึมาก็โผล่ขึ้นมาจากก้นทะเลที่เคยเงียบสงบ
จากนั้น หัวขนาดมหึมาคล้ายมังกรปนงูก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา แค่เฉพาะส่วนหัวก็ใหญ่กว่าเรือการค้าทั้งลำเสียอีก มันจ้องเขม็งมาที่เรือ
“เจ้าแห่งท้องทะเล สัตว์ประหลาด!”
“เป็นไปได้ยังไง? สัตว์ประหลาดยักษ์ขนาดนี้ ใครจะมาช่วยพวกเราล่ะ?”
ออโร่ก็เหงื่อตกจนเปียกโชกเช่นกัน แม้ว่าเขาจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เขาเพียงแค่เคยได้ยินเกี่ยวกับเจ้าแห่งท้องทะเลที่ตัวใหญ่ขนาดนี้เท่านั้น
หัวของมันใหญ่กว่าเรือเสียอีก ตัวนี้อาจจะยาวกว่าหนึ่งพันเมตรก็เป็นได้
“นายท่าน แย่แล้วครับ! เราต้องรีบหนี! เราเจอเจ้าแห่งท้องทะเลขนาดใหญ่เข้าแล้ว!”
เซเทียนลืมตาขึ้น ปรายตามองเจ้าแห่งท้องทะเล และไม่ได้รู้สึกถึงอันตรายมากมายนัก
“ไม่เป็นไรหรอก ออโร่ บอกลูกเรือให้ประจำที่ไว้ เดี๋ยวชั้นจะจัดการไอ้หนอนแมลงตัวนี้เอง”
“หนอนแมลง? นี่คือเล็กแล้วงั้นเหรอ?”
ออโร่อึ้งกิมกี่ สับสนไปหมด แต่ด้วยการฝึกฝนมาอย่างดี เขาจึงยังสามารถรวบรวมความกล้าเพื่อทำให้ทุกคนสงบลงได้
เซเทียนไม่สนใจคนอื่นๆ เขาเดินตรงไปที่หัวเรือ ระบายยิ้มพลางมองดูเจ้าแห่งท้องทะเลตรงหน้า
“มันตัวใหญ่มากจริงๆ ในชีวิตก่อนของชั้น ตัวใหญ่ขนาดนี้คงก่อภัยพิบัติครั้งใหญ่ได้เลยล่ะ แต่สำหรับชั้นตอนนี้ มันยังไม่คู่ควรให้ชายตามองด้วยซ้ำ”
และเจ้าแห่งท้องทะเลร่างงูก็จ้องมองมนุษย์ตัวจิ๋วตรงหน้า สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันร้องเตือนว่าชายคนนี้อันตรายมาก
แต่พลังชีวิตอันมหาศาลของเซเทียนกลับดึงดูดมันเป็นอย่างมาก จิตใต้สำนึกสั่งให้มันอยู่ห่างจากคนคนนี้ แต่มันก็ไม่อยากยอมแพ้เลย
ความเย้ายวนอันมหาศาลเอาชนะเหตุผลในตัวมันได้ เจ้าแห่งท้องทะเลร่างงูอ้าปากกว้างอาบเลือด เตรียมที่จะกลืนเรือทั้งลำลงไปรวดเดียว
ผู้คนบนเรือหน้าซีดเผือด ส่วนใหญ่ล้มทรุดลงกับพื้น
“เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยแท้ๆ กลับกล้ามาลูบหนวดเสือ”
ร่างของเซเทียนปลดปล่อยฮาคิราชันย์ปะทุขึ้นมาในฉับพลัน แม้ว่ามันจะพุ่งเป้าไปที่เจ้าแห่งท้องทะเลตัวนี้เพียงตัวเดียวก็ตาม
แต่ลูกเรือบนเรือกลับรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจ ทว่าในพริบตานั้น ความหวังในการเอาชีวิตรอดก็ปรากฏขึ้นในใจของพวกเขา
“นายท่านช่างดุดันเสียจริง”
ร่างกายแข็งทื่อจากฮาคิราชันย์ของเซเทียน เจ้าแห่งท้องทะเลร่างงูรู้สึกถึงความหวาดกลัวอย่างรุนแรงที่กำลังจะถาโถมเข้าใส่ และมันก็พยายามจะหลบหนีทันที
“คิดจะหนีงั้นเหรอ? สายไปแล้วล่ะ”
ดาบ "เวิ่นเทียน" ถูกชักออกจากฝัก คลื่นดาบสีเงินขนาดยักษ์พุ่งตรงเข้าฟาดฟันเจ้าแห่งท้องทะเลจนขาดเป็นหลายท่อน
ซากศพอันใหญ่โตของมันลอยคออยู่บนผิวน้ำ และผิวน้ำทะเลก็ถูกผ่าเปิดออกเป็นรอยแยกยาวหลายร้อยเมตร ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะผสานกลับเข้าหากัน
“นายท่าน แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“พวกเรารอดแล้ว! ทรงพระเจริญ นายท่าน!”
ผู้คนบนเรือที่เพิ่งรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด ต่างโห่ร้องดีใจที่ยังมีชีวิตรอด พลางมองดูเซเทียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูน
พวกเขามองดูเขาราวกับเป็นเทพเจ้า แม้แต่สายตาของออโร่ก็ยังเป็นเช่นนั้น และพวกเขาก็คุกเข่าหมอบกราบเซเทียนโดยพร้อมเพรียงกัน
“เอาล่ะ ออโร่ นายไปจัดการส่วนที่เหลือก็แล้วกัน อ้อ แล้วก็เอาเนื้อของเจ้าแห่งท้องทะเลตัวนี้มาให้ชั้นชิมสักหน่อยนะ มันน่าจะบำรุงกำลังได้ดีเลยล่ะ”
“รับทราบครับ นายท่าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ชั้นเอง”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═