- หน้าแรก
- ป่ามรณะ ฉันสร้างไอเท็มได้ไม่จำกัด
- ตอนที่ 29 การค้นพบครั้งใหญ่
ตอนที่ 29 การค้นพบครั้งใหญ่
ตอนที่ 29 การค้นพบครั้งใหญ่
ตอนที่ 29 การค้นพบครั้งใหญ่
“คริสตัลหรืออัญมณีล่ะ ? เพชรหรืออัญมณีอื่น ๆ บนแหวนพอจะใช้ได้ไหม ?”
อาจารย์จางถามขึ้น
“ผมไม่ค่อยแน่ใจนะครับ แต่ลองดูก่อนก็ได้ครับ”
ในรถไฟขบวนนี้มีผู้คนและสัมภาระมากมายเต็มไปหมด คงไม่ขาดคริสตัลหรืออัญมณีหรอก
เพราะว่ามีหลายคนที่ชอบสวมเครื่องประดับ
ในสังคมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือคนหนุ่มสาว ต่างมีพฤติกรรมสวมเครื่องประดับที่ทำจากคริสตัล, หยก, เพชร, หรืออัญมณีหลากสี รวมถึงโลหะมีค่าอื่น ๆ
“แต่ว่าคนที่มีพลังเวทย์แสง ในตู้โดยสารนี้น่าจะไม่มีนะ ผมจำได้ว่าตอนเช้าในตู้โดยสารอื่นดูเหมือนจะมีคนที่ปลุกพลังและสามารถปล่อยแสงสีทองออกมาได้” เสียวหมิงหวังพูดด้วยความไม่แน่ใจ
“พลังเวทย์แสง… ควรจะเป็นพลังที่สามารถทำให้พวกสัตว์ประหลาดธาตุมืดได้รับความเสียหายได้” หานหนิงพูดเสริม
“ไม่ว่าอย่างไร เราก็ลองตะโกนถามดูก่อน”
อาจารย์จางพูดจบ ก็หันตะโกนไปข้างหน้า
“มีใครที่ปลุกพลังขึ้นมาและปล่อยแสงออกมาได้บ้างไหม ?”
“มีใครเคยเห็นหินที่มีสีเขียวและสีฟ้าหรือเปล่า?”
พอพูดออกไปสองประโยค ทุกคนต่างพากันเงียบไปเลย
“อาจารย์จางครับ ถ้าเป็นแสงสีเขียวหรือแสงสีแดงได้ไหมครับ ? ก็ยังเป็นแสงในโทนสีเดียวกัน” มีคนตอบกลับมา
“แสงพวกนั้นจะมีผลต่อพวกสัตว์ประหลาดหรือเปล่า ?” อาจารย์จางถามต่อ
“ไม่ครับ…”
“งั้นก็ไม่ได้”
ถามไปหลายรอบทุกคนก็สรุปได้ว่า
ในตู้หมายเลข 9 ไม่มีคนมีพลังเวทย์แสง และก็ไม่เคยเห็นแร่คริสตัลที่มีลายฟ้าเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติไม่มีทางที่ตู้โดยสารตู้หนึ่งจะมีทุกอย่างที่ต้องการได้
แต่… พอคำพูดของหานหนิงดังออกไป แร่เหล็ก, เงิน, คริสตัล และอัญมณีต่าง ๆ ก็ถูกเก็บมาเป็นกองเล็ก ๆ
ส่วนใหญ่ก็เอามาจากซากศพของคนอื่น หรือเครื่องประดับที่ใส่อยู่ ซึ่งคิดว่าในอนาคตอาจจะขายได้
แล้วสิ่งที่เหลือก็คือ พลังเวทย์แสงและแร่คริสตัลที่มีลายฟ้า
…
พวกเขาพยายามอดทนจนถึงตอนเช้า
โชคดีที่ในช่วงเวลาที่เหลือจนถึงเช้า ไม่มีใครถูกผีปิศาจสิงอีกเลย
เมื่อเห็นแสงอ่อน ๆ ที่ขอบฟ้าด้านนอก ทุกคนก็ปล่อยลมหายใจออกอย่างไม่รู้ตัว
ไม่นานหลังจากฟ้าสาง
นอกตู้หมายเลข 9 ก็มีเสียงเคาะที่เบา ๆ ดังขึ้นที่ประตู
“พี่หลี่กับอาจารย์จางอยู่ไหม ?”
“เป็นเสียงของหวังชุนหมิง” อาจารย์จางที่กำลังกินอาหารมื้อเช้า หันไปมองแล้วก็รีบขยับสิ่งของที่บังหน้าต่างออก
มีหัวคนสีดำหลายคนโผล่ออกมาที่นอกหน้าต่าง
“อาจารย์จาง ตอนนี้ฟ้าเพิ่งสาง เวลายังเช้าอยู่ พี่หยูขอเชิญพวกคุณไปที่ตู้หมายเลข 7 เพื่อประชุม เขาบอกว่าเขาค้นพบบางอย่างที่สำคัญ”
หนึ่งในกลุ่มคนข้างนอกตะโกนขึ้นมา
“การค้นพบที่สำคัญเหรอ ? ได้ เราจะไปเดี๋ยวนี้”
อาจารย์จางได้ยินเช่นนั้น ก็รีบกินขนมปังทานมจนหมด แล้วเรียกหานหนิง, โจวหยู และหลี่ป๋อให้ไปด้วยกัน แล้ว มุ่งหน้าไปยังตู้หมายเลข 7
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือพื้นหญ้าข้างนอก เพราะหลังจากหิมะตกเมื่อคืน กลับไม่เห็นรอยของหิมะเลยแม้แต่น้อย
มันยังคงเป็นสีเขียวสดเหมือนกับตอนกลางวันเมื่อวาน เหมือนหิมะเมื่อคืนนี้จะเป็นแค่ความฝัน
เมื่อพวกเขามาถึงตู้หมายเลข 7 ที่นั่นก็เต็มไปด้วยผู้คน
หลังจากผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง ผู้ที่รอดชีวิตในขบวนรถไฟก็มีจำนวนน้อยลง
หานหนิงได้ตรวจสอบแล้ว ที่นี่มีผู้รอดชีวิตจากตู้หมายเลข 6, 7, 8, 9, 10, 11, และ 12 รวมอยู่ด้วย
โดยตู้หมายเลข 6 เสียหายหนักและมีผู้รอดชีวิตน้อยมาก
ส่วนตู้หมายเลข 10 ถึง 12 แม้จะเสียหายน้อยที่สุด แต่เป็นตู้โดยสารที่เป็นตู้นอนจึงมีผู้โดยสารไม่มาก
ส่วนที่รอดชีวิตมากที่สุดก็คือตู้หมายเลข 7, 8, 9
โดยเฉพาะตู้หมายเลข 7 พวกเขามีผู้นำเพียงคนเดียว คือหัวหน้าพนักงานในรถไฟ สมาชิกล้วนแต่เคยเป็นพนักงานรถไฟ
หานหนิงไม่แน่ใจว่าเมื่อเช้าในตู้หมายเลข 7 มีคนมาอยู่กับพวกเขาแล้วแอบขโมยของไปหรือไม่
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ พวกเขามีอาหารที่จัดเตรียมไว้ มันอาจมาจากโกดังเก็บเสบียงอาหารในรถไฟ
ผู้นำของตู้หมายเลข 7 ชื่อ หวังชุนหมิง เป็นชายอายุประมาณ 40 ปี เคยเป็นหัวหน้าขบวนรถไฟ เมื่อเห็นผู้คนจากตู้โดยสารอื่นๆ ทยอยมาถึง หวังชุนหมิงก็ไอแห้งๆ แล้วพูดขึ้น
“เมื่อเช้า ก่อนฟ้าสาง ลูกน้องของผมคนหนึ่งได้ใช้พลังพิเศษของเขาออกไปสำรวจรอบ ๆ”
“เราได้ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจ หลังจากหิมะตก กลุ่มด้วงยักษ์ที่มีพลังทำลายก็หายไปหมด”
“น่าจะเป็นเพราะอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปทำให้มันเข้าสู่การจำศีล”
“เขาใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีด้วงโจมตี สำรวจพื้นที่ภายนอกซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ไกลจากขบวนรถไฟของเรา ไปทางทิศตะวันออก ห่างแค่ไม่ถึง 10 กิโลเมตร ที่นั่นมีหุบเขาหนึ่ง ถ้าเดินออกจากหุบเขาจะเจอกับป่ารกร้างที่กว้างใหญ่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปไกลแค่ไหน เพราะพลังของเขาสามารถตรวจสอบได้แค่ระยะทางเท่านั้น”
“ทางทิศอื่น ๆ ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชัน และในทิศตะวันตกยังมีภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาอยู่ หมอกนี้คล้ายกับหมอกสีเทาที่เราเจอเมื่อคืนนั้น”
“ตรงกันข้าม ถ้าไปทางทิศตะวันออก ความหนาของหมอกจะค่อยๆ จางหายไป”
“ผมสงสัยว่า... ภูเขาทางทิศตะวันตกน่าจะเป็นที่ตั้งหลักของพวกสัตว์ประหลาด หากเราเดินไปทางทิศตะวันออก อาจจะหลบหนีจากพวกมันได้ และไม่ต้องเผชิญกับการโจมตีจากพวกมันอีกต่อไป!”
“เมื่อคืนที่ผ่านมาทุกตู้โดยสารน่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์แปลกประหลาดกันใช่ไหม ? คนในขบวนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
หวังชุนหมิงจ้องหน้าทุกคนอย่างจริงจังแล้วพูดขึ้น
“ถ้าพวกเรายังอยู่ที่นี่ ไม่เพียงแต่ต้องระวังการโจมตีจากด้วงยักษ์ แต่ยังต้องเผชิญกับพวกสิ่งที่หายตัวไปอย่างไร้เหตุผล ที่ดูเหมือนจะเป็นผีสิงด้วย”
“ดังนั้น ผมคิดว่า... เราควรเก็บข้าวของแล้วออกจากที่นี่ แล้วไปที่ป่า”
“ทางไปสู่โลกภายนอกเหรอ ?”
หลังจากพูดออกไป ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าด้วยความยินดี
“ถ้าเกิด... ผมหมายถึงถ้าเกิดในป่าภายนอกมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าเดิมล่ะ จะทำยังไง ?”
หลี่ป๋อขมวดคิ้วถามขึ้น
“นี่แหละเหตุผลที่ผมเชิญทุกคนมาประชุม เราต้องหาวิธีร่วมกัน พวกเราคงไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไป และปล่อยให้ผีสิงจนทุกคนตายไปหมดหรอก”
“10 กิโลเมตร... จริง ๆ มันไม่ไกลหรอก ผมคิดว่าเราน่าจะส่งทีมสำรวจออกไปก่อน สำรวจพื้นที่ข้างนอก ให้กลับมาก่อนมืดแล้วรายงานผล”
มีคนแนะนำอีกว่า “ถ้าไม่มีการโจมตีจากด้วงจริง ๆ คนที่มีพลังพิเศษที่เร็วที่สุด น่าจะสามารถเดินทาง 10 กิโลเมตรได้ภายในเวลาไม่ถึง 40 นาที แถมยังมีเวลาเหลืออีกด้วย ทั้งหมดน่าจะใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ถ้าทุกอย่างไปได้ด้วยดี เราน่าจะกลับมาได้ก่อนเที่ยงวัน”