- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 302 - ข้อเรียกร้อง
บทที่ 302 - ข้อเรียกร้อง
บทที่ 302 - ข้อเรียกร้อง
บทที่ 302 - ข้อเรียกร้อง
เสียงตวาดกร้าวของซูอิงฮุยทำให้คนเหล่านั้นตกใจจนยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
เมื่อเห็นซูอิงฮุยและวั่งไฉที่กำลังเดินปรี่เข้ามาด้วยท่าทีดุดัน
ทุกคนก็พากันกลืนน้ำลายเอื้อก
"สหายลัทธิซู... ผู้อาวุโสซู ท่านนี่มัน?" ตาแก่คนหนึ่งแค่นยิ้มขื่น
เขาไม่เคยเจอซูอิงฮุยมาก่อน เพราะประเทศนี้กว้างใหญ่ไพศาล
แต่เขากลับรู้จักเทพเจ้าแห่งความซวยที่ชื่อซูอิงฮุยคนนี้เป็นอย่างดี
คนที่นี่ ไม่มีใครไม่รู้จักซูอิงฮุยหรอก
ยิ่งเฉพาะหลังจากที่เขาเพิ่งจะไปอาละวาดที่ประเทศไอ้ยุ่นมาหมาดๆ...
ซูอิงฮุยเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าตาแก่ ยื่นมือออกไปตบหน้าตาแก่เบาๆ "โอ้โหย พ่อคนกรุง บิดาตรากตรำเหน็ดเหนื่อยแทบตายอยู่ข้างนอก แต่พวกแกกลับมาเสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์ที่ร่มรื่นสวยงามแบบนี้ ใช้ได้นี่นา!"
"ผู้อาวุโสซูล้อเล่นแล้ว ผม..."
"บิดาอนุญาตให้แกพูดตั้งแต่เมื่อไหร่? แกอยู่ระดับไหน? ฉันอยู่ระดับไหน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"
ซูอิงฮุยแค่นเสียงหยัน จากนั้นก็กวาดสายตามองใบหน้าของทุกคนทีละคน "ตาเฒ่าไม่มีวันตายอวี้หลงเจินเหรินล่ะ ไปตามมันมา บอกว่าวันนี้บิดามาเอาชีวิตหมาๆ ของมัน"
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของซูอิงฮุยก็พากันหน้าถอดสี
ซูอิงฮุยคิดจะทำอะไรเนี่ย!
"ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?"
วั่งไฉแสยะยิ้ม จากนั้นก็กระโดดลอยตัว ยกขาถีบยอดอกหนึ่งในนั้นจนหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น "ยังไม่รีบไปอีก เดี๋ยวบิดาก็เชือดแกประเดิมซะเลยหรอก"
"ครับ! ครับ! จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละครับ!" ตาแก่ที่ถูกวั่งไฉถีบจนล้ม รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งหน้าตั้งเข้าไปในตัวอาคาร
...
เวลานี้อวี้หลงเจินเหรินกำลังนั่งสมาธิอยู่ที่ชั้นใต้ดินสอง
เขารู้เรื่องการมาเยือนของซูอิงฮุยแล้ว
และซูอิงฮุยก็กำลังรอเขาอยู่ที่หน้าประตู
สีหน้าของอวี้หลงเจินเหรินดูไม่ได้เอามากๆ ซูอิงฮุยคนนี้ถึงกับกล้ามาหาเรื่องเขาถึงที่เชียวหรือ!
เมื่อมองดูภาพซูอิงฮุยจากในกล้องวงจรปิด อวี้หลงเจินเหรินก็โกรธจนหน้าเขียวปัด
แต่พอคิดถึงเรื่องที่ไอ้เวรนี่เพิ่งจะทำลงไปที่ญี่ปุ่น อวี้หลงเจินเหรินก็เริ่มรู้สึกลังเลในใจ
ไอ้บัดซบนี่ ไม่มีอะไรที่มันทำไม่ได้จริงๆ!
มันบอกว่าจะมาฆ่าตัวเองงั้นเหรอ?
อวี้หลงเจินเหรินเลื่อนสายตาไปมองวั่งไฉ
ลำพังแค่ซูอิงฮุยคนเดียวก็ยังพอทน แต่ถ้ามีวั่งไฉเพิ่มมาอีกตัว...
การต้องรับมือแบบหนึ่งต่อสอง พูดตามตรง อวี้หลงเจินเหรินไม่มีเปอร์เซ็นต์ชนะเลย
"ท่านเจินเหริน ถ้าท่านยังไม่ออกไปจัดการ ที่นี่คงถูกซูอิงฮุยรื้อจนเละเทะแน่ๆ..." ตาแก่ที่เพิ่งโดนวั่งไฉถีบกระเด็นมาเอ่ยเตือน
ในกล้องวงจรปิด ซูอิงฮุยพาวั่งไฉเดินเข้าไปในอาคารแล้ว แถมยังลงไม้ลงมือตบตีคนไปอีกสองสามคนด้วย
"ไปเตรียมค่ายกลพิทักษ์วิญญาณ รอคำสั่งจากฉัน เตรียมพร้อมเปิดใช้งานได้ทุกเมื่อ"
"ที่นี่อยู่ใกล้ตัวเมืองหลวงเกินไป ถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ มันจะยุ่งยากมาก!" อวี้หลงเจินเหรินพูดเสียงเครียด
"เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปเตรียมการเดี๋ยวนี้"
จากนั้นเขาก็ก้าวยาวๆ เดินออกไป
เป็นโชคก็ดีไป ถ้าเป็นเคราะห์ก็หนีไม่พ้น!
เมื่ออวี้หลงเจินเหรินขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นหนึ่ง ทว่าทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ดวงตาของซูอิงฮุยก็ยิงสายฟ้าสีแดงใส่เขาทันที
อวี้หลงเจินเหรินรีบซัดยันต์ออกไปอย่างรวดเร็ว ยันต์แปรสภาพเป็นวังน้ำวนเบื้องหน้าเขา ดูดซับสายฟ้าเข้าไปจนหมด
"โอ้โหย! ไอ้เฒ่าสารเลว ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่หว่า!" ซูอิงฮุยชักดาบฝรั่งที่เอวออกมา ท่าทางเตรียมพร้อมจะเปิดศึกได้ทุกเมื่อ
"จะไปพูดพร่ำทำเพลงกับมันทำไม ฆ่ามันทิ้งซะ!" วั่งไฉเลียริมฝีปาก กระบี่บินไหลฝูพุ่งออกมาจากหว่างคิ้ว ลอยวนอยู่ข้างกาย
คนรอบข้างเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีก็รีบถอยกรูด การต่อสู้ระหว่างระดับจินตันกับระดับจินตันเทียม ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเข้าไปสอดแทรกได้
ส่วนอวี้หลงเจินเหรินกลับทอดสายตามองหนึ่งคนหนึ่งหมาอย่างใจเย็น เมื่อเห็นกระบี่บินไหลฝู มุมปากของเขาก็กระตุกยิกๆ "ซูอิงฮุย บอกจุดประสงค์ของนายมาตรงๆ เลยดีกว่า"
"ฉันจะมีจุดประสงค์อะไรได้ล่ะ จุดประสงค์ของฉันก็คือมาซัดแกให้ตายน่ะสิ" ซูอิงฮุยหัวเราะ
"พวกเราไม่ใช่คนโง่ ฉันตายไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับนาย มีธุระอะไรก็พูดมาตามตรงเถอะ" ตอนนี้อวี้หลงเจินเหรินเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เขาก็ยังคงปั้นหน้าให้ดูใจเย็นที่สุด
เพราะว่าเขา ไม่กล้าเสี่ยง
"ชิ น่าเบื่อจริงๆ ไอ้ขี้ขลาด" ซูอิงฮุยเบ้ปาก
อวี้หลงเจินเหรินไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่จ้องมองซูอิงฮุย
"ฉันน่ะ ก็แค่มาทวงหนี้ หลี่ชิงอวี้ซื้อชีวิตแกไปยังไม่ได้จ่ายเงินเลย" ซูอิงฮุยลากเก้าอี้มานั่ง พร้อมกับไขว่ห้างอย่างสบายใจ
ทวงหนี้?
ทองคำหนึ่งหมื่นชั่งนั่นน่ะเหรอ?
ไม่สิ!
ไม่ใช่เรื่องทองคำแน่นอน!
จากความเข้าใจที่อวี้หลงเจินเหรินมีต่อซูอิงฮุย ไอ้หมอนี่ไม่มีทางถ่อมาถึงนี่เพื่อทองคำแค่นี้แน่
เพราะไม่มีใครกล้าเบี้ยวหนี้มันอยู่แล้ว
"ทองคำน่ะเตรียมไว้ให้เรียบร้อยตั้งนานแล้ว ขนส่งไปที่หนานโจวตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วล่ะ"
"ตอนนั้นนายกับหลี่ชิงอวี้จากไปอย่างกะทันหัน ก็เลยคลาดกัน เรื่องนี้หลี่ชิงอวี้ก็น่าจะบอกนายแล้วนะ" อวี้หลงเจินเหรินอธิบาย
ซูอิงฮุยจุดบุหรี่ขึ้นสูบ มองอวี้หลงเจินเหรินด้วยสายตายียวน "รู้สิ ฉันรู้อยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการที่ฉันมาทวงหนี้นี่"
อวี้หลงเจินเหรินชะงัก "หมายความว่ายังไง?"
"ทองคำหนึ่งหมื่นชั่งนั่นมันแค่ซื้อชีวิตนาย แต่ที่นายหาคนมาลอบทำร้ายฉันมันต้องคิดแยกต่างหาก นี่มันคนละเรื่องกัน" ซูอิงฮุยชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
จากนั้นเขาก็หดนิ้วกลับไปหนึ่งนิ้ว "ตอนนี้ บิดาต้องการค่าทำขวัญเป็นทองคำแสนชั่ง"
"เท่าไหร่นะ? แสนชั่ง!" อวี้หลงเจินเหรินขนลุกซู่ กัดฟันกรอด "ทำไมแกไม่ไปปล้นเลยล่ะ!"
จู่ๆ ซูอิงฮุยก็ลุกพรวดขึ้นมา ทำหน้าถมึงทึง "ฉันก็มาปล้นนี่แหละ ถ้านายไม่ให้ บิดาจะพังตึกนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองเลยคอยดู!"
ทันใดนั้น ร่างของซูอิงฮุยกับวั่งไฉก็เปล่งแสงสีเงินกับสีทองออกมา
ร่างแยกนอกกาย ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว!
"แล้วก็ค่อยซัดแกให้ตายไปเลย! คราวนี้จะไม่มีใครมาช่วยแกได้แล้ว!"
อวี้หลงเจินเหรินเห็นแบบนั้นก็ตกใจสุดขีด เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย มือที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง เตรียมพร้อมที่จะผูกอิน (มุทรา) ทุกเมื่อ
"ซูอิงฮุย แกก็รู้ว่าหนึ่งแสนชั่งมันคือระดับไหน! อย่าให้มันรังแกกันเกินไปนักนะ!" อวี้หลงเจินเหรินตวาดลั่น
"เฮอะ! โทษทีว่ะ ปู่หมาอย่างฉันชอบรังแกคนแก่ว่ะ!" วั่งไฉแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เฉาซินที่ยืนดูละครฉากใหญ่มาตลอดก็พูดขึ้นมาเนิบๆ "ทุกคนค่อยๆ คุยกันดีกว่านะคะ ถอยกันคนละก้าว"
อวี้หลงเจินเหรินหันไปมองเฉาซิน ส่วนเฉาซินก็แอบขยิบตาให้อวี้หลงเจินเหรินอย่างลับๆ
อวี้หลงเจินเหรินย่อมจำเฉาซินได้อยู่แล้ว
อาจารย์ของเฉาซิน เคยทำงานอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของอวี้หลงเจินเหรินมาก่อน
เมื่อเฉาซินยื่นบันไดให้ลงมา อวี้หลงเจินเหรินจึงถือโอกาสว่าตามน้ำ "สหายลัทธิซู สหายลัทธิวั่งไฉ เรื่องที่ไปหาเรื่องพวกนาย เป็นความผิดของฉันเอง พวกนายเปลี่ยนข้อเรียกร้องมาเถอะ ฉันจะพยายามทำตามให้ได้มากที่สุด"
ติดกับแล้ว!
ซูอิงฮุยแอบดีใจอยู่ในใจ แต่ก็ยังคงตีหน้าตายถาม "จริงเหรอ?"
อวี้หลงเจินเหรินถอนหายใจอย่างโล่งอก "จริงสิ!"
"ถ้างั้นก็รอแป๊บนะ ขอฉันคิดก่อน"
ทั้งสองฝ่ายดูเชิงกันอยู่แบบนี้นานกว่าครึ่งชั่วโมง
ซูอิงฮุยกับวั่งไฉสูบบุหรี่ทิ้งก้นบุหรี่เกลื่อนกลาดเต็มพื้น
แม้แต่เก้าอี้หนังราคาแพงก็โดนบุหรี่จี้จนเป็นรู
ในที่สุดซูอิงฮุยก็เปิดปาก เขามองไปที่อวี้หลงเจินเหริน "ตาแก่ นายพูดตามตรงนะ นายว่ามาดของฉันเป็นยังไงบ้าง?"
อะไรนะ?
อวี้หลงเจินเหรินคิดไม่ถึงเลยว่า ซูอิงฮุยอุตส่าห์กลั้นใจคิดมาตั้งนาน ดันโพล่งคำถามแบบนี้ออกมาเนี่ยนะ!
แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันพูด "สหายลัทธิซูมีมาดที่ยอดเยี่ยม ท่วงท่าดุจเทพบุตรจุติ!"
"ปัง!" ซูอิงฮุยลุกขึ้นยืนตบโต๊ะดังสนั่น "พูดได้ดี!"
"ในเมื่อฉันมีท่วงท่าดุจเทพบุตรจุติขนาดนี้แล้ว"
"งั้นนายช่วยหาตำแหน่งเป็นขุนนางใหญ่โตให้ฉันสักตำแหน่ง จะไม่เกินไปหน่อยเหรอ?"
(จบแล้ว)