เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 - หาเรื่องใส่ตัว

บทที่ 301 - หาเรื่องใส่ตัว

บทที่ 301 - หาเรื่องใส่ตัว


บทที่ 301 - หาเรื่องใส่ตัว

"ชิงอวี้ คุณรีบกลับขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่อยู่ต่อที่นี่สักสองสามวันล่ะ?" ลีเวลล์ถามด้วยความประหลาดใจ

"เรื่องมันเยอะน่ะสิ มีโอกาสฉันจะมาเยี่ยมคุณใหม่นะ เพื่อนยาก"

หลังจากกินมื้อเที่ยงง่ายๆ กับลีเวลล์เสร็จ หลี่ชิงอวี้ก็เตรียมตัวขอตัวกลับ

ความจริงเขาก็อยากอยู่ต่ออีกสักสองสามวัน จะได้ถือโอกาสไปเยี่ยมลูกสาวของลีเวลล์ด้วย

แต่ในประเทศดันมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแล้ว เขาจำเป็นต้องกลับไปจัดการ

ส่วนต้นตอของเรื่องวุ่นวายนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้เวรซูอิงฮุยนั่นแหละ

ตอนนี้หลี่ชิงอวี้อยากจะด่าแม่มันจริงๆ!

ก่อนหน้าที่ซูอิงฮุยจะโผล่มา ถึงเขาจะยุ่งมาก แต่ก็ยังมีเวลาว่างบ้าง

เวลาว่างๆ ยังไปตกปลา ศึกษาค้นคว้าเรื่องยันต์อะไรพวกนั้นได้

แต่ตอนนี้ เขาต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเต็มตัวเลยเนี่ยสิ!

ไม่เพียงแต่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้ซูอิงฮุยทุกเรื่อง

ยังต้องคอยระวังไม่ให้ไอ้ปัญญาอ่อนนี่ว่างจนหาเรื่องทำอีก

พูดจริงๆ นะ!

ถ้าเพียงแต่หลี่ชิงอวี้มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงกว่าซูอิงฮุยล่ะก็ เขาจะยอมทนรับความหงุดหงิดพวกนี้เหรอ?

เขาคงจับไอ้เวรนี่สะกดไว้ตั้งนานแล้ว!

...

ย้อนเวลากลับไปเมื่อหนึ่งวันก่อน

ซูอิงฮุยกับวั่งไฉพาเฉาซินเดินทางกลับมาถึงประเทศจีนด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

และภายใต้การจัดการของเฉาซิน พวกเขาก็ได้ขึ้นเครื่องบิน

แต่ทว่าจุดหมายปลายทางของพวกเขาในครั้งนี้ ไม่ใช่ทั้งการกลับบ้าน และไม่ใช่การไปหนานโจว

จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือ ศูนย์บัญชาการผู้บำเพ็ญเพียร

นี่เป็นความคิดปุบปับของซูอิงฮุย

เพราะกู้เหยียนชุนกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ซูอิงฮุยจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับไป

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมกู้เหยียนชุนถึงได้บรรลุขั้นจู้จีแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น

ตัวกู้เหยียนชุนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ตาแก่แค่รู้สึกว่าตัวเองหลับไปตื่นหนึ่งเท่านั้นเอง

เมื่อกู้เหยียนชุนถามคำตอบคำ ไม่รู้อะไรเลย ซูอิงฮุยก็จนปัญญาเช่นกัน

แต่ถึงจะจนปัญญา ก็ช่างเถอะ ขอแค่คนกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็พอแล้ว

ส่วนรายละเอียด เอาไว้เขากลับไปค่อยคุยกันอีกที

"คุณซู จะไปจริงๆ เหรอคะ?" เฉาซินรู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง

เพราะแผนการของซูอิงฮุยมันบ้าบิ่นเกินไปจริงๆ

เขาถึงกับคิดจะบุกฝ่าเข้าไปในศูนย์บัญชาการผู้บำเพ็ญเพียรเนี่ยนะ!

"ก็แค่อวี้หลงเจินเหรินคนเดียว เธอจะไปกลัวอะไรเล่า พี่ชายจะปกป้องเธอเอง" วั่งไฉที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับแสยะยิ้ม ก่อนจะยื่นอุ้งเท้าไปตบไหล่เฉาซินเบาๆ

"ใช่แล้ว คิดจะมาอยู่แก๊งเดียวกับพวกเรา ใจมันต้องกล้า! ใจกล้าได้กินอิ่ม ใจเสาะอดตายนะเว้ย!" ซูอิงฮุยจุดบุหรี่ขึ้นสูบอัดเข้าปอดเฮือกใหญ่ ท่าทางสบายใจเฉิบ

"ไอ้เวรอวี้หลงเจินเหรินนั่นยังติดค้างทองคำฉันอยู่อีกหมื่นชั่งยังไม่ได้จ่าย ก็แค่มาทวงหนี้เท่านั้นเอง"

นี่เป็นครั้งแรกที่ซูอิงฮุยมาที่นี่ มันไม่เห็นจะเจริญรุ่งเรืองเหมือนที่คิดไว้เลย

รอบนอกของที่นี่ก็เหมือนเมืองธรรมดาทั่วไป เผลอๆ อาจจะสู้ตัวอำเภอที่เจริญๆ บางแห่งไม่ได้ด้วยซ้ำ

"ที่นี่ถือเป็นแค่เขตชานเมืองค่ะ ตัวเมืองจริงๆ ยังต้องขับไปอีกสักพัก" เฉาซินอธิบาย

เฉาซินเองก็เกิดที่นี่ เธอจึงคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี

"อย่างที่คิดเลย ไม่ว่าที่ไหนก็มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ แม้แต่ใต้เบื้องพระยุคลบาทก็ไม่เว้น" ซูอิงฮุยทอดถอนใจ

ซูอิงฮุยเป็นคนขับ เฉาซินบอกทาง มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง

เมื่อรถแล่นเข้าสู่ถนนวงแหวนรอบสี่ ภาพความเจริญรุ่งเรืองอันน่าตื่นตาตื่นใจของเมืองหลวงก็ปรากฏแก่สายตา

ตึกระฟ้าตั้งตระหง่านเรียงรายราวกับป่าคอนกรีต ผนังกระจกสะท้อนแสงแดดเจิดจ้า

บนท้องถนนรถราขวักไขว่ ร้านรวงและภัตตาคารมีให้เห็นละลานตา ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาอย่างเร่งรีบ

"คุณซู รถของเราโดนจำกัดการวิ่งนะคะ" เฉาซินเตือน

รถคันนี้ซูอิงฮุย 'ยืม' มา เป็นป้ายทะเบียนต่างจังหวัด

"เรื่องหยุมหยิมแค่นี้มองข้ามไปเลย" ซูอิงฮุยไม่ใส่ใจเลยสักนิด

ที่ตั้งของศูนย์บัญชาการอยู่ภายในถนนวงแหวนรอบสอง พวกเขายังต้องขับรถไปอีกพักใหญ่

ความตั้งใจของเฉาซินคือให้ติดต่ออีกฝ่าย เพื่อให้พวกเขาส่งคนมารับซูอิงฮุย

ส่วนความตั้งใจของวั่งไฉคือให้บุกเข้าไปซัดคนข้างในเลย

เห็นได้ชัดว่า ซูอิงฮุยค่อนข้างจะโอนเอียงไปทางความคิดของวั่งไฉมากกว่า

ต้องข่มขวัญให้กลัวซะก่อน แล้วค่อยมาคุยเงื่อนไข แบบนี้เรื่องมันจะง่ายขึ้นเยอะ

...

ช่วงบ่ายคล้อย

กลุ่มของซูอิงฮุยก็เดินทางมาถึงหน้าประตูที่เรียกว่าศูนย์บัญชาการ

ส่วนเรื่องที่เฉาซินกังวลว่าจะถูกตำรวจจราจรเรียกตรวจระหว่างทางนั้น ไม่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

"ที่นี่มัน หรูหราหมาเห่าจริงๆ!"

ที่นี่เป็นคฤหาสน์สไตล์จีนขนานแท้ รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มและสนามหญ้าที่ถูกตัดแต่งมาเป็นอย่างดี

ทางเข้าคฤหาสน์ตั้งตระหง่านด้วยประตูใหญ่โตโอ่อ่า บนบานประตูประดับประดาไปด้วยลวดลายแกะสลักอันวิจิตรตระการตา

ถนนหินกรวดกว้างขวางทอดยาวไปสู่อาคารใหญ่ตรงกลาง

เฉาซินบอกว่าอาคารหลังนั้นแหละคือศูนย์บัญชาการใหญ่

"แม่งเอ๊ย บิดาก็เป็นระดับจินตันเหมือนกัน ทำไมความต่างมันเยอะขนาดนี้วะ!"

เมื่อมองดูคฤหาสน์ตรงหน้า แล้วนึกถึงบ้านหลังเล็กๆ ที่สร้างเองของตัวเอง ซูอิงฮุยก็รู้สึกเปรี้ยวปากอิจฉาตงิดๆ

"พวกเรามันก็แค่พวกไร้สังกัด ส่วนพวกมันเป็นระดับทีมชาติ" ปากวั่งไฉก็บอกว่าไม่แคร์ แต่ในใจจริงๆ ก็อิจฉาตาร้อนสุดๆ

ในตอนนั้นเอง คนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็เดินเข้ามา พูดกับซูอิงฮุยที่อยู่ฝั่งคนขับว่า "กรุณาขับออกไปครับ ที่นี่ไม่อนุญาตให้จอดรถ"

ซูอิงฮุยปรายตามองชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำ "ขอเข้าไปเดินชมหน่อยก็ไม่ได้เหรอ?"

ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเย็น "ไม่อนุญาตครับ"

ซูอิงฮุยหันไปมองเฉาซิน พร้อมกับขยิบตาให้เธอ

เฉาซินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูอิงฮุยจึงพูดให้กำลังใจเธอว่า "ไม่ต้องกลัว ฟ้าถล่มลงมาฉันรับไว้เอง"

เพียงเห็นเฉาซินเปิดประตูก้าวลงจากรถ

เดินตรงไปหาชายวัยกลางคน

ง้างหมัดชกเปรี้ยงเข้าที่หน้าของชายวัยกลางคน

ชายคนนี้ถึงกับหน้ามืด ล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้นดื้อๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า!"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เมื่อเห็นดังนั้น ซูอิงฮุยกับวั่งไฉก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "เยี่ยม! ทำได้สวย!"

ตอนนี้ทั่วร่างของเฉาซินสั่นเทา แต่ในขณะเดียวกันก็มีสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด

ต้องบอกเลยว่า ความรู้สึกนี้มัน...

สุดยอดไปเลย!

ยามเฝ้าประตูอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับอึ้งกิมกี่ ตะคอกถามเสียงหลง "พวกแกเป็นใคร!"

"ฉันเป็นพ่อแกไง!"

ซูอิงฮุยหยิบกระติกน้ำร้อนในรถปาใส่ชายคนนี้โดยตรง

กระติกน้ำร้อนพุ่งเข้าจูบหน้าผากของเขาอย่างจัง วินาทีต่อมา ชายคนนี้ก็สลบเหมือดตามไปอีกคน

ซูอิงฮุยชูนิ้วกลางใส่กล้องวงจรปิดหน้าประตู "ฉันให้เวลาพวกแก 2 นาที รีบไสหัวออกมารับตีนซะดีๆ! ไม่อย่างนั้นบิดาจะพังที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง!"

ทว่า ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีดี ก็มีตาแก่ห้าหกคนวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากอาคารใหญ่ที่อยู่ไกลๆ

ซูอิงฮุยกับวั่งไฉเปิดประตูรถกระโดดลงมา

ภาพอันน่าตื่นตะลึงก็เกิดขึ้น เพียงเห็นซูอิงฮุยยกชูรถเก๋งทั้งคันขึ้นเหนือหัว!

ซูอิงฮุยออกแรงขว้างรถเก๋งในมือพุ่งทะยานราวกับลูกปืนใหญ่ พุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่อยู่ไกลๆ อย่างโหดเหี้ยม

รถเก๋งแหวกอากาศดังแหวก พุ่งตรงเข้าหาเป้าหมาย

คนเหล่านั้นตกใจสุดขีด เมื่อเห็นวัตถุขนาดมหึมาพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก็รีบกระโดดหลบไปด้านข้าง

รถเก๋งร่วงหล่นลงมาจากฟ้า กระแทกพื้นจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี

"ใครอนุญาตให้พวกแกหลบ? เดินมาเข้าแถวเรียงหน้ากระดานให้บิดาเดี๋ยวนี้!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 301 - หาเรื่องใส่ตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว