เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 สัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจ

ตอนที่ 7 สัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจ

ตอนที่ 7 สัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจ


ตอนที่ 7 สัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจ

ผู้โดยสารที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ในรถไฟ ต่างผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลในตอนแรกมาได้ แต่ในตอนนี้ทุกคนกลับดูอ่อนล้าจนหมดเรี่ยวแรง บ้างคนก็นั่ง บางคนก็นอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้นรถ แต่ละคนแสดงสีหน้าที่ดูอิดโรยและดูสิ้นหวัง

กลุ่มเพื่อนนักศึกษาที่คุ้นเคยจับกลุ่มกันอยู่บริเวณท้ายรถไฟตรงที่นั่งไม่กี่แถวสุดท้าย กลายเป็นเหมือนวงกลมเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกมาอย่างอิสระ

อาจจะพูดได้ว่า พวกเขายึดพื้นที่ทองของท้ายรถเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

“เอ๊ะ ? ทำไมบางคนถึงหายไป แล้วอาจารย์จางล่ะ ?”

หานหนิงมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นอาจารย์จางที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม และยังมีเพื่อนผู้ชายอีกสองสามคนที่หายไปด้วย

“ตอนนายหมดสติ พวกเราได้พูดคุยกับคนที่อยู่ข้างหน้า อาจารย์จางกับพวกนั้นออกไปตรวจสอบสถานการณ์ในตู้โดยสารอื่น ๆ แล้ว”

หลินเทียนเหอตอบ

ในช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย การสั่นสะเทือนของขบวนรถไฟทำให้ตู้โดยสารแต่ละตู้เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง

ยังไม่พอ การโจมตีของด้วงยักษ์ทำให้คนในตู้โดยสารต้องปิดกั้นทางเชื่อมไว้ ทำให้ตู้โดยสารต่าง ๆ แยกตัวออกจากกัน

สำหรับหานหนิงเองก็ไม่รู้ว่ามีคนในตู้โดยสารที่อยู่ข้าง ๆ ตายไปแล้วกี่คน

“ยังมีข่าวดีนะ หลังจากที่พวกเราช่วยกันจัดการกับด้วงยักษ์สองสามตัวนั้นแล้ว เพื่อน ๆ ของเราอีกหลายคนก็มีพลังพิเศษขึ้นมา และดูเหมือนพลังของพวกเราจะเพิ่มขึ้นด้วย”

หลินเทียนเหอแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าแห่งความหวังออกมาเล็กน้อย

“นี่อาจเป็นข่าวดีเพียงข่าวเดียวในสถานการณ์เลวร้ายทั้งหมด ถ้ามีพลังต่อสู้ เราอาจจะออกไปหาอาหารข้างนอกได้”

หานหนิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนจะเรียกหน้าต่างสถานะของตัวเองออกมา

ระดับ: 2

อาชีพ: ผู้สร้าง

พลังเวท: 4/8

“เลเวลอัพจริง ๆ ด้วย ! หลังจากเลเวลอัพ ขีดจำกัดพลังเวทเพิ่มขึ้น แถมร่างกายก็ดูจะแข็งแรงขึ้นอีกไม่น้อย”

หานหนิงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายตัวเอง

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เสียงพูดคุยเบา ๆ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้า

ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นมามอง ก็เห็นอาจารย์จางเดินกลับมาพร้อมกับนักศึกษาอีกสองสามคน

“อาจารย์จาง สถานการณ์ในตู้โดยสารอื่นเป็นยังไงบ้างครับ ?” หานหนิงยังไม่ทันจะถาม คนอื่น ๆ ก็เริ่มสงสัยและรีบถามคำถามทันที

ใบหน้าของอาจารย์จางดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เขาส่ายหัวไปมาก่อนจะพูดขึ้น “เลวร้ายกว่าที่นี่มาก ฉันไปดูผู้โดยสารทั้งสองตู้ แต่ละตู้มีคนตายไม่ต่ำกว่าสิบคน โชคดีที่ยังมีคนบางกลุ่มลุกขึ้นมาต่อสู้กับด้วงยักษ์นั้น”

“ส่วนเรื่องอาหาร ทุกคนระวังตัวกันมาก ไม่มีใครยอมเอาอาหารออกมาแลกเปลี่ยน เราได้แต่น้ำเปล่าเล็กน้อยจากตู้กดน้ำที่ทางเชื่อมระหว่างตู้โดยสาร”

“แล้วเรายังต้องไปที่ตู้ขายอาหารอีกไหม ?” หานหนิงถาม

เพราะเหตุการณ์ของชายวัยกลางคนในชุดสีดำ ทำให้พวกเขาเสียเวลาช่วงกลางวันที่มีค่าไป

อาจารย์จางมองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงก่อนจะส่ายหัวอีกครั้ง “รอจนกว่าฟ้าสว่าง ตอนนี้อุณหภูมิลดลงต่ำมาก ใครจะรู้ว่ากลางคืนจะเกิดอะไรขึ้นอีก ทุกคนอยู่รวมกันเพื่อให้ผ่านคืนนี้ไปได้ก่อน จะดีที่สุด”

“หาอะไรกินเติมพลัง แล้วฉันจะจัดเวรยามให้คอยเฝ้าระวัง พอถึงตอนเช้าเราค่อยออกสำรวจข้างนอกอีกที”

“ตกลงครับ”

ยามค่ำคืน

“แกร๊ก แกร๊ก”

เสียงลมหนาวที่พัดผ่าน ทำให้หน้าต่างด้านนอกตู้โดยสารดังขึ้น

ภายในตู้โดยสารมีแสงสลัวจากไฟฉุกเฉินที่ติดอยู่บนผนัง ส่องแสงจาง ๆ

หานหนิงที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่นเพราะความหนาวเย็น เขาลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ

“แกร๊ก แกร๊ก”

มีเสียงหนึ่งที่แตกต่างจากเสียงลมดังขึ้นมาอย่างชัดเจน เสียงนั้นแทรกผ่านรอยต่อของตู้โดยสารเข้ามาถึงหูของเขา

เสียงนั้นชัดเจนมาก ราวกับอยู่ห่างออกไปไม่เกินยี่สิบเมตร

“กรี๊ด ! ! !”

จู่ ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องแหลมดังทะลุไปทั่วบริเวณตู้โดยสาร

ทำให้ผู้โดยสารทุกคนสะดุ้งตื่นพร้อมกันในทันที

ไม่ต้องรอให้เวรยามเตือน

ทุกคนรีบหยิบโทรศัพท์หรือไฟฉายขึ้นมาเปิดไฟส่องสว่างไปทั่วตู้โดยสาร

พวกเขามองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะพบว่าเสียงนั้นดังขึ้นมาจากตู้ข้าง ๆ

“ผี ! ผีมาแล้ว !”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน

มันก้องกังวานจนฟังแล้วแสบแก้วหูและมาพร้อมกับเสียงขยับเขยื้อนบางอย่างค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

“อะไรน่ะ !”

“ระวัง มีบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้ ๆ !”

อาจารย์จางและเพื่อนนักศึกษาที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน พวกเขาคว้าอาวุธที่ประดิษฐ์ขึ้นเองไว้แน่น ไม่ว่าจะเป็นขวาน ไม้พลอง หรือไม้แขวนผ้า

ขณะที่ทุกคนพยายามย่องไปใกล้หน้าต่างรถไฟเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ข้างนอก จู่ ๆ เงาดำหลายเงาก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนที่นอกหน้าต่างในทันที

“อ๊ากก !”

มีคนตกใจจนเผลอส่องไฟฉายจากมือถือไปที่เงาดำเหล่านั้น

ภาพที่เห็นคือหัวกะโหลกสีขาวซีด หลายหัวเรียงรายติดกับหน้าต่าง พวกมันจ้องมองเข้ามาในตู้โดยสารด้วยดวงตาที่ไร้อารมณ์

“ผี !”

ผู้โดยสารบางคนที่ขวัญอ่อนถึงกับตัวสั่นอย่างแรง

“แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก”

เสียงข้อต่อเสียดสีกันดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่นาน หน้าต่างทั้งสองด้านของตู้โดยสารก็เต็มไปด้วยหัวกะโหลกที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อแสงไฟฉายส่องผ่าน พวกมันดูน่ากลัวจนน่าขนลุก

“ฮือ…”

พวกมันส่งเสียงร้องต่ำ ๆ แล้วเริ่มใช้หัวกระแทกหน้าต่างอย่างแรง

ปัง ! ปัง ! ปัง !

แรงกระแทกที่ส่งมานั้นหนักหน่วงยิ่งกว่าแรงของด้วงยักษ์ในช่วงกลางวันอีกด้วย

ทุกเสียงกระแทกเหมือนตีกลองกระทบหัวใจของทุกคนที่อยู่ในตู้โดยสาร

หานหนิงขนลุกไปทั้งตัว เขาหยิบหน้าไม้โลหะของตัวเองขึ้นมาโดยไม่ลังเล

คนอื่น ๆ รอบตัวเขาก็เตรียมพร้อมเช่นกัน พวกเขาเรียกใช้พลังพิเศษที่มีของแต่ละคน

ในกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีทั้งหมด 20 คน มีถึง 15 คน รวมทั้งเขาด้วยที่มีพลังพิเศษ

ตอนนั้นเอง เสียงตะโกนดังขึ้นจากชายวัยกลางคนที่อยู่กลางตู้โดยสาร

“ทุกคนที่ไม่สามารถต่อสู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ หรือคนบาดเจ็บ รีบหลบให้ดี ! ส่วนคนที่มีพลังพิเศษและร่างกายแข็งแรง ไปเฝ้าหน้าต่างที่เริ่มแตกไว้ อย่าให้พวกมันบุกเข้ามาได้ !”

อาจารย์จางตอบกลับทันที “ใช่ ซู่จิง เธอหลบไป ส่วนคนที่สู้ได้มาช่วยกันเฝ้าตรงนี้ !”

ปัง ! ปัง ! ปัง !

หัวกะโหลกยังคงกระแทกหน้าต่างไม่หยุด เสียงครางต่ำของพวกมันยิ่งเพิ่มความน่าขนลุกขึ้นไปอีก

กระจกของรถไฟที่ผลิตในประเทศยังคงทนต่อแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะถูกโจมตีหนักหน่วงก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ยังคงแข็งแรงอยู่

ทว่าหน้าต่างที่ร้าวจากแรงกระแทกก่อนหน้านี้กลับแตกละเอียดในที่สุด

สัมภาระของผู้โดยสารส่วนใหญ่ถูกนําไปปิดหน้าต่างที่แตกก่อนหน้านี้

เนื่องจากขาดแคลนวัสดุ หน้าต่างที่เหลือส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการเสริมความแข็งแรง

เพล้ง !

เสียงกระจกแตกดังสนั่นขึ้น

ในทันใดนั้นเอง หน้าต่างสองบานบริเวณกลางตู้โดยสารก็แตกกระจาย

ทันทีที่กระจกแตก เงาร่างเล็ก ๆ หลายตัวก็พยายามปีนเข้ามาภายใน

“ฆ่ามัน !”

ชายวัยกลางคนที่ยืนรวมกับผู้มีพลังพิเศษคนอื่น ๆ ต่างก็โจมตีสัตว์ประหลาดที่พยายามปีนเข้ามา

ปัง ! ปัง !

เขาก้าวไปข้างหน้า แขนที่มีกล้ามเนื้อโป่งพองกำแน่น ก่อนจะต่อยไปที่กะโหลกเหล่านั้นอย่างเต็มแรง

คนรอบตัวเขาบางคนปล่อยลม บางคนพ่นน้ำแรงสูง และบางคนเหมือนชายวัยกลางคน ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งเข้าต่อสู้โดยตรง

คนที่มีพลังพิเศษหลายคนโจมตีอย่างต่อเนื่อง กระแทกใส่สัตว์ประหลาดทั้งสองจนร่างของพวกมันเสียหลักและล้มลงไป

ทว่า… ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ดีใจ…

จบบทที่ ตอนที่ 7 สัตว์ประหลาดที่น่ารังเกียจ

คัดลอกลิงก์แล้ว