- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 114 - ถูกจับกุม
บทที่ 114 - ถูกจับกุม
บทที่ 114 - ถูกจับกุม
บทที่ 114 - ถูกจับกุม
ซูอิงฮุยยังคงนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา ไม่แยแสต่อสายตาตำหนิติเตียนของชาวบ้านรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
เขาถึงขั้นหยิบแอปเปิลบนพื้นขึ้นมากัดกินหน้าตาเฉย
"ไอ้สารเลวนี่กะจะยึดที่นี่เป็นบ้านตัวเองเลยหรือไง?!"
ชาวบ้านทำได้เพียงซุบซิบนินทาก่นด่าด้วยความเอือมระอา
ทว่า ทันทีที่ชาวบ้านคนนั้นพูดจบ แอปเปิลที่ถูกกัดแหว่งไปครึ่งลูกก็ลอยละลิ่วมาตกแหมะอยู่แทบเท้า
"มึงลองพูดอีกคำสิ! กูจะบุกไปพังบ้านมึง! มึงเชื่อกูไหม?!"
ชาวบ้านคนนั้นรีบหุบปากฉับ เขาไม่อยากจะไปตอแยกับพวกอันธพาลไร้สติแบบนี้หรอก
ผู้ใหญ่บ้านหญิงมีสีหน้าเคร่งเครียด หันไปถามซูอิงฮุยว่า "ว่ามาสิ คุณต้องการค่าเสียหายเท่าไหร่?"
พอเห็นช่องทาง ซูอิงฮุยก็เด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันที ยิ้มกริ่มพลางตอบว่า "เรามันคนมีเหตุผลอยู่แล้ว เอาเป็นว่าพาผมไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล จ่ายค่าเสียขวัญมานิดหน่อย เรื่องนี้ก็จบ"
"เรื่องเงินน่ะ ผมไม่เอาของป้าแกหรอก ดูจากสภาพครอบครัวแล้ว คงไม่มีปัญญาจ่ายให้หรอก"
ผู้ใหญ่บ้านเห็นซูอิงฮุยยอมอ่อนข้อลง ก็เตรียมจะเจรจาต่อรอง "ถ้างั้น..."
ใครจะไปรู้ว่าวินาทีต่อมา ซูอิงฮุยจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แผดเสียงกร้าวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว "หุบปากไปเลย! ไม่งั้นพวกมึงก็แจ้งตำรวจไปเลย! กูจะไปนอนซังเตสักพักแล้วกลับมาหาพวกมึงเรียงตัวเลย! โดยเฉพาะมึง! มึงแอบด่ากูลับหลังใช่ไหม! มึงคอยดูเถอะ!"
ชายวัยกลางคนที่เพิ่งโดนปาแอปเปิลใส่หน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกจากวงล้อมอย่างเงียบเชียบ
ผู้ใหญ่บ้านถึงกับพูดไม่ออก ทำไมถึงได้มาเจอไอ้อันธพาลหน้าด้านแบบนี้เนี่ย!
จะพาไปโรงพยาบาล หรือส่งเข้าโรงพัก สำหรับซูอิงฮุยแล้ว มันก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ
พูดกันตามตรง ซูอิงฮุยยังอยากจะเข้าไปนอนเล่นในคุกสักคืนสองคืนด้วยซ้ำ
ชีวิตคนเราน่ะ ต้องลองอะไรใหม่ๆ บ้าง ไม่งั้นมันจะไม่คุ้มค่าที่เกิดมา
"เราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ"
ผู้ใหญ่บ้านพาป้าหลินเดินออกไปนอกบ้าน ส่วนชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ยังคงยืนล้อมซูอิงฮุยอยู่ไม่ห่าง
"เฮ้ย! ไอ้แก่ ไปหยิบบุหรี่มาให้กูสูบหน่อยสิ" ซูอิงฮุยหันไปสั่งตาแก่สามีป้าหลิน
ตาแก่หน้าซีดเผือด ยืนนิ่งไม่ยอมขยับ
"มัวยืนบื้ออยู่ทำไม! ถ้างั้นกูจะถอดกางเกงเยี่ยวใส่โซฟาบ้านมึงเลยนะ เชื่อไหม?"
ซูอิงฮุยทำท่าจะปลดเข็มขัดกางเกง ผู้หญิงในกลุ่มเห็นดังนั้นก็ร้องวี้ดว้าย รีบวิ่งหนีออกจากห้องไปเป็นแถว
"อย่านะ! อย่านะ!" ตาแก่รีบล้วงซองบุหรี่ราคาถูกออกจากกระเป๋า ดึงออกมามวนหนึ่งแล้วโยนให้ซูอิงฮุยด้วยมือสั่นเทา
ซูอิงฮุยรับบุหรี่มาพิจารณาดู หึ! กระจอกชะมัด กล้าดีสูบบุหรี่ยี่ห้อเดียวกับกูเลยเหรอ?
"สูบบุหรี่ซองละเจ็ดหยวนเนี่ยนะ? ตาแก่ ลูกหลานมึงไม่ยอมเลี้ยงดูมึงล่ะสิ? ถ้างั้นเดี๋ยวกูรับเลี้ยงมึงเอง พอตายสมบัติก็ตกเป็นของกูหมด! ตกลงไหม?"
"แก... แก!" ตาแก่โกรธจนหน้ามืดแทบจะล้มพับ
จังหวะนี้ ชายหนุ่มเลือดร้อนคนหนึ่งในกลุ่มก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตะโกนด่าทอซูอิงฮุย "รังแกคนแก่คนเฒ่ามันเก่งนักหรือไงวะ! แน่จริงออกไปซัดกับกูตัวต่อตัวข้างนอกสิโว้ย!"
ซูอิงฮุยหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่สูบอย่างช้าๆ พ่นควันออกมาเป็นสายยาว "ตาแก่นี่เป็นพ่อบุญธรรมมึงหรือไง ถึงได้ออกโรงปกป้องขนาดนี้? จะซัดกับกูเหรอ? มาสิ! มึงลองแตะตัวกูดูสิ กูจะเรียกร้องค่าเสียหายให้มึงหมดตัวเลยคอยดู!"
ซูอิงฮุยนอนพิงโซฟา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ท่าทางกวนโอ๊ยสุดๆ
ชายหนุ่มหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ทำท่าจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนไอ้อันธพาลหน้าด้านคนนี้ แต่กลับถูกใครบางคนดึงตัวเอาไว้
เขาหันกลับไปมอง ก็พบว่าคนที่ดึงเขาไว้คือแม่ของเขานั่นเอง "แม่ ปล่อยผม! วันนี้ผมต้องสั่งสอนมันให้ได้!"
แม่ของชายหนุ่มขมวดคิ้วดุ "กลับบ้านเดี๋ยวนี้! อย่ามาหาเรื่องใส่ตัว!"
ชายหนุ่มเตรียมจะเถียง แต่ก็โดนแม่ถลึงตาใส่ แล้วลากแขนเดินออกไปนอกบ้านทันที
ซูอิงฮุยเห็นดังนั้นก็หัวเราะร่า ตะโกนไล่หลังไปว่า "ป้า ปล่อยเขามาเถอะ! เดี๋ยวผมจะสอนให้มันรู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของสังคมเอง"
แต่เสียงตะโกนของซูอิงฮุยก็ไร้การตอบรับ สองแม่ลูกเดินหน้าบึ้งจากไปแล้ว
"ส่วนพวกมึงที่เหลือ ก็ไสหัวออกไปให้หมด อย่ามาเกะกะขวางหูขวางตา กูจะดูทีวี"
ซูอิงฮุยโบกมือไล่ชาวบ้านที่เหลืออย่างรำคาญ
……
ในลานหน้าบ้าน กลุ่มชาวบ้านกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด
บางคนเสนอให้แจ้งตำรวจ ถ้าจับเข้าคุกแล้วมันยังกล้ากลับมาอีก ก็แจ้งตำรวจจับมันอีก
"มึงไม่ได้ยินที่มันพูดเหรอ? ถ้าบีบให้มันจนมุม มันฆ่าคนได้เลยนะเว้ย!"
"มันขู่ไปงั้นแหละ! สมัยนี้ใครมันจะกล้าฆ่าคน!"
"มึงคิดว่ามันขู่เหรอ? งั้นมึงก็ลองเดินไปหามัน แล้วโทรแจ้งตำรวจต่อหน้ามันดูสิ! กูกราบล่ะ อย่าลากกูไปซวยด้วยเลย!"
"ใช่! มึงลองไปสิ หมู่บ้านเราดึกๆ ดื่นๆ มืดตึ๊ดตื๋อ เกิดมันแอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้แล้วลอบทำร้ายมึง มึงจะวิ่งหนีทันไหม?"
พอเจอคำขู่นี้เข้าไป ก็ไม่มีใครกล้าเถียงต่อ และแผนแจ้งตำรวจก็ตกไป
ผู้ใหญ่บ้านก็รู้สึกจนปัญญา เธออุตส่าห์ดึงตัวป้าหลินออกมา เพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้ป้าหลินยอมจ่ายเงินพาไอ้อันธพาลนั่นไปหาหมอ เรื่องจะได้จบๆ ไป
หมอนั่นก็บอกแล้วนี่นาว่า ขอแค่ค่ารักษาพยาบาลกับค่าเสียขวัญ ไม่เรียกร้องอะไรเกินเลย
ก็ป้าแกเล่นปาของใส่เขาก่อนนี่นา จะไปโทษใครได้ล่ะ?
แต่พอป้าหลินได้ยินเรื่องเสียเงิน ก็ไม่ยอมท่าเดียว "ไม่ได้! ไอ้สารเลวนั่นอย่าหวังว่าจะได้เงินจากฉันสักแดงเดียว! พวกเธอไม่ยอมช่วยฉันก็ช่าง! เดี๋ยวฉันจัดการเอง!"
ป้าหลินล้วงโทรศัพท์มือถือรุ่นคุณย่าออกมา แต่เธอไม่ได้กดแจ้งตำรวจ เธอเลือกที่จะโทรหาลูกสาวที่แต่งงานไปอยู่ต่างจังหวัดแทน
"เอาล่ะๆ งั้นฉันขอตัวก่อน พวกแกก็จัดการกันเองก็แล้วกัน"
ผู้ใหญ่บ้านบอกลาชาวบ้านคนอื่นๆ แล้วเดินออกจากบ้านป้าหลินไปเป็นคนแรก
ในเมื่อเจ้าตัวบอกว่าจะจัดการเอง แล้วชาวบ้านอย่างพวกเธอจะหน้าด้านอยู่เสนอหน้าไปทำไม?
เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านเดินจากไป ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วพากันทยอยเดินออกจากลานบ้านไปทีละคนสองคน
ป้าหลินเห็นดังนั้นก็พยายามจะรั้งพวกเขาไว้ แต่โทรศัพท์ก็ดันมีคนรับสายพอดี
พอได้ยินเสียงลูกสาว ป้าหลินก็ปล่อยโฮออกมาทันที "ลูกเอ๊ย! มีคนมารังแกแม่! มารังแกถึงในบ้านเลย! พวกชาวบ้านใจดำมันก็ไม่ยอมช่วยแม่เลย...!"
……
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ซูอิงฮุยที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา ก็ได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล
ในที่สุดก็แจ้งตำรวจจนได้สินะ?
ซูอิงฮุยยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วทิ้งมีดปอกผลไม้ในมือลงกับพื้น
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นประสานกันที่ท้ายทอย ยืนนิ่งๆ อยู่กลางห้องนั่งเล่น รอให้ตำรวจเข้ามาจับกุม
"หยุดนะ...!"
ตำรวจที่พุ่งพรวดเข้ามาในบ้าน พอเห็นท่าทางยอมจำนนของซูอิงฮุย ก็ถึงกับชะงักกึกไปเลย
ตำรวจก็เพิ่งจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ มันต่างจากที่พวกเขาจินตนาการไว้ลิบลับเลย!
ซูอิงฮุยส่งยิ้มให้ตำรวจ "คุณตำรวจครับ ผมไม่ได้ขัดขืนนะ! อย่าทำร้ายผมเลย ผมมันก็แค่คนตาดำๆ"
ตำรวจสองนายเดินเข้าไปประกบซูอิงฮุย ใส่กุญแจมือ แล้วคุมตัวเขาเดินออกจากห้องไป
ตอนที่โดนคุมตัวออกไปที่ลานบ้าน ซูอิงฮุยก็หันไปส่งยิ้มอาฆาตให้ป้าหลิน
ป้าหลินตกใจกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดอะไร
"รีบเดินสิ!"
ตำรวจตวาดสั่ง ก่อนจะดันตัวซูอิงฮุยขึ้นรถตำรวจไป
……
หลังจากซูอิงฮุยถูกตำรวจคุมตัวไปแล้ว ชายสวมหน้ากากอนามัยและหมวกแก๊ปคนหนึ่ง ก็แอบย่องออกมาจากด้านหลังบ้านของป้าหลิน
และชายคนนั้น ก็คือร่างแยกของซูอิงฮุยนั่นเอง
(จบแล้ว)