- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 93 - มาถึง
บทที่ 93 - มาถึง
บทที่ 93 - มาถึง
บทที่ 93 - มาถึง
"โอเคครับ ไม่มีปัญหา ผ่านได้เลยครับ"
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคืนใบขับขี่ให้กับชายหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์ ก่อนจะส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานเปิดทาง
"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มรับใบขับขี่เก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วบิดมอเตอร์ไซค์หายลับไปตรงหัวโค้งถนน
ตำรวจจราจรสูงวัยมองตามหลังชายหนุ่มพลางส่ายหัว "ตัวเองใส่แว่นกันแดดก็ว่าแปลกแล้ว นี่เล่นจับหมาใส่แว่นกันแดดด้วย วัยรุ่นสมัยนี้มันยังไงกันนะ!"
"โธ่ ลุงไม่รู้อะไร! หมาที่เมียผมเลี้ยงน่ะ แค่พาไปให้น้ำเกลือที่คลินิกสัตว์แป๊บเดียว ก็โดนฟันไปตั้ง 700 กว่าหยวนแล้ว! คราวก่อนผมเป็นไข้หวัดใหญ่ ไปหาหมอยังเสียเงินไม่ถึง 200 หยวนเลย!"
"นั่นสิเนอะ ยุคนี้สมัยนี้ คนยังอยู่ลำบากกว่าหมาซะอีก!"
……
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งสุนัขที่สวมแว่นกันแดดขี่มอเตอร์ไซค์มาเมื่อครู่ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซูอิงฮุยกับวั่งไฉ
หลายวันก่อน ซูอิงฮุยกับวั่งไฉหลงป่า เดินวนเวียนอยู่ในภูเขาตั้งหลายวัน ป่าก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีระบบนำทาง แถมยังมีทางแยกซับซ้อนยึกยือ ทำเอาอัจฉริยะสองตัวนี้ถึงกับหลงทางหาทางออกไม่เจอ
สุดท้าย หลังจากฟันฝ่าอุปสรรคมาอย่างแสนสาหัส พวกเขาก็หาทางออกจากป่าทึบมาได้สำเร็จ และซูอิงฮุยก็สาบานเลยว่าจะไม่ขอกลับเข้าไปในภูเขาอีกแล้ว
หนีมาหลบภัยบ้าบออะไรกัน! ใครมีปัญญาก็มาจับเขาให้ได้สิ!
จากนั้นพวกเขาก็แวะพักที่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซูอิงฮุยยอมควักเงินก้อนโตซื้อมอเตอร์ไซค์มือสิบแปดมาคันหนึ่ง แล้วบิดตะบึงไปตามทางหลวงหมายเลขหนึ่งอย่างไม่คิดชีวิต
ด่านตรวจที่พวกเขาเพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ คือจุดเชื่อมต่อกับชายแดนทางตอนใต้ ตามระบบนำทาง พวกเขายังอยู่ห่างจากป่าดงดิบที่เป็นจุดหมายปลายทางอีกกว่า 200 กิโลเมตร หากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาน่าจะไปถึงที่นั่นในช่วงบ่าย
วั่งไฉที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของซูอิงฮุย จู่ๆ ก็โพล่งถามขึ้นมาว่า "แกคิดแผนไว้หรือยัง?"
"แผนอะไร?"
วั่งไฉกลอกตาบน โชคดีที่แว่นกันแดดช่วยบดบังสายตาเอาไว้ "ก็แผนรับมือกับมังกรเจียวตัวนั้นไงเล่า"
ซูอิงฮุยชะงักไปชั่วครู่ ไอ้ตัวแบบนั้นมันต้องใช้แผนด้วยเหรอ?
"บุกเข้าไปอัดมันในถ้ำเลยสิวะ กูบรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้วนะเว้ย! แถมยังมีวิชาแยกร่างอีกต่างหาก!"
พูดตามตรง พอวั่งไฉได้ยินคำตอบนี้ มันก็แทบอยากจะกระอักเลือดออกมา "ถ้าเป็นอย่างที่ตาเฒ่าบอก ว่าแค่หัวของมังกรเจียวตัวนั้นก็ใหญ่จนอุดปากถ้ำกว้างสามเมตรได้มิด มังกรเจียวที่ตัวใหญ่ขนาดนั้น ต่อให้มันยังไม่บรรลุขั้นสร้างรากฐาน พลังของมันก็คงไม่หนีไปจากขั้นนี้สักเท่าไหร่หรอกนะ"
ซูอิงฮุยพยักหน้ารับอย่างไม่แยแส
แค่ยังไม่ถึงขั้นสร้างรากฐาน เขาก็สามารถซัดมันให้ตายได้สบายๆ!
ต่อให้มันบรรลุขั้นสร้างรากฐานแล้ว เขาก็ยังมั่นใจว่าจะซัดมันให้ร่วงได้อยู่ดี!
"แถมเวลาผ่านมาตั้งหลายสิบปีแล้ว ผีจะไปรู้ล่ะว่าป่านนี้มังกรเจียวตัวนั้นมันจะบำเพ็ญเพียรไปถึงระดับสร้างรากฐานหรือยัง"
"รู้แล้วน่า ถ้าเห็นท่าไม่ดี เราก็แค่โกยแน่บ"
ระดับสร้างรากฐานงั้นเหรอ? หึ! แล้วไงวะ?
ในความคิดของซูอิงฮุย การบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับสร้างรากฐาน นอกจากจะช่วยยืดอายุขัยกับเพิ่มพละกำลังแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรอย่างอื่นเลย
แถมไอ้เรื่องยืดอายุขัยนี่ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ด้วยซ้ำ ก็เขาอายุยังน้อยอยู่นี่นา
อ้อ จริงสิ ยังมีอีกอย่างหนึ่ง คือเวลาใช้เวทมนตร์คาถา มันจะทรงพลังมากขึ้น
วั่งไฉเคยบอกว่า พอทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐาน เขาจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แล้วเป็นไงล่ะ?
เหาะบ้าเหาะบออะไร!
ถ้าเขาเหาะได้ ตอนนั้นเขาคงไม่ต้องกระโดดหนีตายลงมาจากหน้าผาหรอก
วั่งไฉมองเห็นใบหน้าเหยียดหยามของซูอิงฮุยผ่านกระจกมองหลัง มันก็รู้ได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่กำลังทำตัวอวดดีอีกแล้ว
ถ้าต้องรับมือกับคน ซูอิงฮุยอาจจะเก่งกว่าวั่งไฉ
แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดพิสดารพวกนั้น ซูอิงฮุยยังห่างชั้นกับวั่งไฉอยู่หลายขุมนัก "ถึงเวลา เราส่งร่างแยกเข้าไปหยั่งเชิงดูก่อน"
"โอเค ไม่มีปัญหา"
เมื่อเห็นซูอิงฮุยรับปากอย่างว่าง่าย วั่งไฉที่ห้อยหัวใจอยู่เมื่อครู่ ก็ค่อยเบาใจลงได้บ้าง
วั่งไฉกลัวเหลือเกินว่าไอ้หนุ่มเลือดร้อนคนนี้ จะบุ่มบ่ามบุกเข้าไปสู้ตายกับมังกรเจียวในถ้ำ
……
ตกดึก ในที่สุดหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวก็เดินทางมาถึงที่หมาย พวกเขามาหยุดอยู่ที่ชายป่าดงดิบ
ซูอิงฮุยตัดสินใจทิ้งมอเตอร์ไซค์มือสิบแปดคันนั้นไว้ข้างทางอย่างไม่ไยดี แล้วพาวั่งไฉมุดเข้าป่าทึบไปทันที
"แกรู้พิกัดไหมเนี่ย?" วั่งไฉถาม
"ตาเฒ่าเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ก็น่าจะอยู่แถวๆ นั้นแหละ"
ซูอิงฮุยชี้มือไปทางทิศหนึ่ง เมื่อมองตามไป ก็จะเห็นภูเขาสูงลูกหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ลางๆ "ตาเฒ่าบอกว่าอยู่ตรงภูเขาลูกนั้นแหละ เดี๋ยวพอไปถึง ค่อยงมหาเอาอีกที"
"ไปกันเถอะ"
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวเดินลัดเลาะฝ่าดงป่าทึบไป ต้องขอบอกเลยว่า เส้นทางในป่าดงดิบแห่งนี้ มันช่างสมบุกสมบันเสียนี่กระไร
ในป่าไม่มีทางเดินเลยแม้แต่น้อย ต้องเดินฝ่าดงหญ้ารกชัฏและเถาวัลย์ที่เกี่ยวพันกันยุ่งเหยิง ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้ซูอิงฮุยเป็นอย่างมาก
ความเร็วในการเดินเท้าของเขาและวั่งไฉ ช้าเป็นเต่าคลานเลยทีเดียว
"ตอนนั้นตาเฒ่ามันเดินเข้ามาได้ยังไงวะเนี่ย?"
"ก็คงหลงทางมานั่นแหละ"
เป้าหมายน่ะไม่ผิดหรอก แต่ทิศทางที่พวกเขากำลังเดินอยู่นี่สิ ดันผิดเต็มประตู
ใครมันจะบ้าทิ้งมอเตอร์ไซค์ไว้ริมถนน แล้วกระโดดลงข้างทางเพื่อเดินเท้าเข้าป่าล่ะ มีแต่ไอ้บ้าสองตัวนี้แหละที่ทำ!
ยิ่งเดินนานเท่าไหร่ ซูอิงฮุยก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดกับพวกเถาวัลย์และหญ้ารกชัฏพวกนี้ ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว อุ้มวั่งไฉขึ้นมา แล้วกระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ อาศัยวิชาตัวเบากระโดดข้ามไปตามกิ่งไม้แทน
ซึ่งการทำแบบนี้ ช่วยร่นระยะเวลาเดินทางของทั้งสองได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว
"มีคนอยู่ตรงนั้น!"
เมื่อเข้าใกล้บริเวณภูเขาสูง ซูอิงฮุยก็มองเห็นกองไฟกองหนึ่งอยู่แต่ไกล เขากับวั่งไฉจึงรีบลงจากต้นไม้ แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปดูใกล้ๆ
ซูอิงฮุยรู้สึกแปลกใจมาก ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมถึงมีคนมาสุมหัวกันอยู่ในป่าลึกแบบนี้ได้
เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมวงผิงไฟกันอยู่
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวจึงแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ เพื่อดักฟังบทสนทนาของพวกเขา
"พักผ่อนอีก 3 ชั่วโมง แล้วค่อยเดินทางต่อ คราวนี้อย่าให้ใครหลงทางอีกล่ะ ขืนหลงทาง ฉันไม่กลับไปตามหาหรอกนะ! พวกแกก็นอนรอความตายอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน!"
"แม่มึงเอ๊ย กว่าจะได้เงินพวกแกแต่ละแดง นี่มันเหนื่อยสายตัวแทบขาด!"
คนที่พูดคือชายตาเดียวที่สวมผ้าปิดตาโจรสลัด คนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นก็ไม่มีใครกล้าเถียง ดูเหมือนว่าชายตาเดียวคนนี้จะเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้
"รีบนอนซะ! ถึงเวลาเดี๋ยวฉันปลุกเอง!" จากนั้นชายตาเดียวก็ล้มตัวลงนอน เพียงไม่กี่นาที เสียงกรนของเขาก็ดังสนั่นไปทั่ว
พอชายตาเดียวหลับไปแล้ว คนอื่นๆ ถึงกล้าเริ่มกระซิบกระซาบกัน
"เฮ้อ รู้อย่างนี้ไม่มาซะก็ดี เดินจนตีนพองหมดแล้วเนี่ย"
"ทนเอาหน่อยน่า เรามาที่นี่ก็เพื่อจะไปกอบโกยเงินก้อนโตนี่นา!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะอยากประหยัดเงิน ใครมันจะบ้ามาลักลอบข้ามแดนแบบนี้วะ!"
……
ลักลอบข้ามแดน? ซูอิงฮุยถึงกับร้องอ๋อในใจ จังหวัดทางตอนใต้มีอาณาเขตติดกับประเทศพม่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก
เรื่องการลักลอบข้ามแดน ซูอิงฮุยก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง ชายตาเดียวคนนั้นน่าจะเป็นนายหน้าพาลักลอบข้ามแดนนั่นเอง
ถ้าเป็นอย่างนั้น ชายตาเดียวคนนี้ก็ต้องชำนาญเส้นทางในป่าแถบนี้เป็นอย่างดีน่ะสิ
ซูอิงฮุยกับวั่งไฉหันมาสบตากัน ก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาพร้อมกัน
นี่มันง่วงปุ๊บก็มีคนเอาหมอนมาให้หนุนปั๊บเลยนี่หว่า!
……
ชายตาเดียวฝันร้าย ในฝันเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ทรมานสุดๆ
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ก็พบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่สูงตระหง่านจริงๆ
ให้พูดให้ถูกคือ เขาถูกใครบางคนหิ้วปีกขึ้นมา คนคนนั้นยืนอยู่บนกิ่งไม้ ส่วนตัวเขาก็ถูกหิ้วเข็มขัดห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ
เมื่อตั้งสติได้ ชายตาเดียวก็อ้าปากเตรียมจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่คนกิ้วเขาก็พูดดักขึ้นมาก่อน
"ถ้าแกกล้าร้อง ฉันจะโยนแกทิ้งลงไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ชายตาเดียวกลืนน้ำลายดังเอื๊อก รีบกลืนเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่กำลังจะหลุดออกจากปากลงคอไปทันที
"บอกมา! ถ้ำนั่นมันอยู่ตรงไหน!"
ชายตาเดียว: "???"
(จบแล้ว)