เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 - เล่นเอาล่อเอาเถิด

บทที่ 80 - เล่นเอาล่อเอาเถิด

บทที่ 80 - เล่นเอาล่อเอาเถิด


บทที่ 80 - เล่นเอาล่อเอาเถิด

"ไท่ซั่งไถซิง อิ้งเปี้ยนอู๋ถิง ชวีเสียฝู่เม่ย เป่ามิ่งหู้เซิน เก้ออันฟางเว่ย เป้ยโส่วถานถิง จูเชวี่ยเสวียนอู่ ซื่อเว่ยเซินสิง...!"

ซูอิงฮุยยืนอยู่ริมถนน สวมกระสอบปูนซีเมนต์แทนกางเกง มือทำท่ามุทรา ปากพร่ำบริกรรมคาถาอย่างต่อเนื่อง!

"มนตร์คุ้มกาย! จงเร่งรุดดุจราชโองการ!! จงสำแดงเดช!!!"

สิ้นเสียงตวาดลั่นของซูอิงฮุย ปราการแสงสีทองโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา

ปราการสีทองห่อหุ้มร่างของซูอิงฮุยเอาไว้แบบ 360 องศา ไร้จุดบอด ราวกับสร้างเกราะคุ้มกันภัยให้เขากับโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ

"นี่มัน..."

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาซูอิงฮุยอึ้งกิมกี่ไปเลย!

นี่กูเก่งกาจถึงขั้นนี้แล้วเหรอเนี่ย!?

มนตร์คุ้มกายนี้ เป็นเพียงหนึ่งในวิชาเต๋าไม่กี่อย่างที่ซูอิงฮุยเรียนรู้มา

ส่วนสรรพคุณของมันน่ะเหรอ...

ถ้าให้ยืมคำพูดของกู้เหยียนชุนมาอธิบาย ก็คือเอาไว้ใช้ไล่ยุงนั่นแหละ...

และเหตุผลที่เขาเลือกใช้มนตร์คุ้มกาย ก็เพราะมันเป็นวิชาป้องกันตัวเพียงวิชาเดียวที่ซูอิงฮุยรู้จัก

อย่างที่วั่งไฉบอกนั่นแหละ มีวิชาป้องกันตัวไว้ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

แต่ผลลัพธ์ที่ได้ กลับเหนือความคาดหมายของซูอิงฮุยไปไกลโข

เมื่อก่อนตอนที่ซูอิงฮุยใช้มนตร์คุ้มกาย อย่าว่าแต่ปราการสีทองเลย แม้แต่เงาก็ยังไม่เห็นสักนิด

ก็นะ ไม่มีข้อเปรียบเทียบก็ไม่รู้ว่าของตัวเองมันห่วยแตกแค่ไหน

ขนาดกู้เหยียนชุนใช้มนตร์คุ้มกาย ยังมีแค่ไอพลังจางๆ แผ่ออกมาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรอลังการแบบนี้เลย

ซูอิงฮุยรู้สึกว่าปราการสีทองของเขา แข็งแกร่งจนต่อให้โดนปืนยิงก็ไม่มีทางทะลุได้!

"ฮ่าๆๆ! ตอนนี้ข้าบรรลุยอดวิชาแล้ว! ทัณฑ์สวรรค์กระจอกๆ แค่นี้ จะไปทำอะไรข้าได้?"

ราวกับเบื้องบนได้ยินคำท้าทายของซูอิงฮุย ทัณฑ์สวรรค์ที่เตรียมจะฟาดลงมา ก็เริ่มสะสมพลังงานใหม่อีกครั้ง

วั่งไฉที่ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ไกลๆ อดไม่ได้ที่จะสบถด่าในใจ: ไอ้โง่เอ๊ย!

ทัณฑ์สวรรค์ลูกที่หกฟาดเปรี้ยงลงมาอย่างไม่ปรานี ปะทะเข้ากับมนตร์คุ้มกายของซูอิงฮุยอย่างจัง

แต่ทัณฑ์สวรรค์ลูกนี้ ไม่เหมือนกับลูกที่ผ่านๆ มา

ลูกที่ผ่านๆ มา ฟาดลงมาแค่แวบเดียวก็หายไป แต่ลูกนี้กลับฟาดลงมาเป็นเส้นตรงยาวเหยียดราวกับแสงเลเซอร์ ค้างเติ่งอยู่แบบนั้นไม่ยอมสลายไปไหน!

ซูอิงฮุยที่เมื่อกี้ยังหัวเราะร่าอย่างได้ใจ ตอนนี้หน้าถอดสีไปแล้ว มนตร์คุ้มกายของเขาช่วยสกัดกั้นทัณฑ์สวรรค์ได้ในวินาทีแรกก็จริง

แต่เมื่อทัณฑ์สวรรค์ไม่ยอมสลายไป ปราการสีทองของเขาก็เริ่มเกิดรอยร้าวราวกับกระจกแตก

แถมรอยร้าวยังลุกลามขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!

ซูอิงฮุยงัดพลังทั้งหมดที่มีออกมาซ่อมแซมปราการอย่างสุดความสามารถ ถึงขั้นต้องรีดเร้นพลังจนแทบจะหมดตัว

แต่ความเร็วในการซ่อมแซม ก็ยังตามไม่ทันความเร็วในการแตกร้าวอยู่ดี

"เพล้ง!"

เสียงแตกหักดังกังวาน มนตร์คุ้มกายของซูอิงฮุยแตกกระจายไม่มีชิ้นดี และเขาก็ถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดเข้าเต็มเปา

"อ๊าก!!"

เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของซูอิงฮุยถูกทัณฑ์สวรรค์แผดเผาจนไหม้เกรียม ส่งกลิ่นเนื้อย่างโชยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

เมื่อทัณฑ์สวรรค์สลายไป ซูอิงฮุยก็ลงไปนอนชักกระตุกกองอยู่กับพื้น ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่มีผิวหนังชิ้นไหนที่ยังสมบูรณ์อยู่เลย ร่างกายสีแดงเถือกอาบไปด้วยเลือด ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก

วั่งไฉรีบขี่มอเตอร์ไซค์วนกลับมา โยนร่างของซูอิงฮุยขึ้นรถ

ซูอิงฮุยหมดสติไปอย่างสมบูรณ์แบบ

วั่งไฉขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์ตอนนี้ ถ้ายังหาที่กำบังไม่ได้ล่ะก็ ทัณฑ์สวรรค์ลูกที่เจ็ดจะต้องฟาดซูอิงฮุยจนตายคาที่แน่ๆ

หลังจากมัดร่างซูอิงฮุยติดกับมอเตอร์ไซค์แน่นหนาแล้ว วั่งไฉก็บิดคันเร่งมุ่งหน้าเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว

บนเบาะหลังมอเตอร์ไซค์ ร่างกายของซูอิงฮุยที่ไหม้เกรียมจนจำเค้าเดิมไม่ได้ กำลังฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ ผิวหนังชั้นใหม่ค่อยๆ งอกขึ้นมาปกคลุมบาดแผลอย่างน่าอัศจรรย์

……

เมื่อซูอิงฮุยฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในลานจอดรถใต้ดินแห่งหนึ่ง

"ทะ... ตอนนี้... เราอยู่ที่ไหน?"

ซูอิงฮุยเอ่ยถามวั่งไฉที่อยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไร้เรี่ยวแรง

"ยังอยู่แถวชานเมือง เข้าเมืองไม่ทันแล้ว โชคดีที่ตรงนี้มีลานจอดรถใต้ดิน ข้างบนมีห้างสรรพสินค้าน่าจะพอช่วยบังได้บ้าง"

ซูอิงฮุยพยักหน้ารับ ตอนนี้เขารู้สึกอ่อนเพลียจนแทบจะไม่มีแรงขยับตัวเลย

จู่ๆ ลานจอดรถใต้ดินที่มืดสลัวอยู่แล้ว ไฟก็ดับพรึบลงทั้งหมด

ไฟฉุกเฉินสว่างขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดับตามไปเช่นกัน ทำให้ทั้งลานจอดรถตกอยู่ในความมืดมิดสนิท

ซูอิงฮุยคว้าจับรถยนต์คันข้างๆ ไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าตัวเองสามารถมองเห็นทุกอย่างในความมืดได้อย่างชัดเจนแจ๋วแหวว

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องนั้น แรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบน ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้

"เปรี้ยง!"

ทัณฑ์สวรรค์ลูกที่เจ็ดมาแล้ว!

ทั้งลานจอดรถใต้ดินสั่นไหวอย่างรุนแรง สัญญาณกันขโมยของรถยนต์ทุกคันดังระงมไปทั่ว ไฟกะพริบสว่างวาบ

แต่เพียงไม่กี่วินาที รถทุกคันก็ดับวูบลง ราวกับระบบไฟฟ้าถูกตัดขาดกะทันหัน

ลานจอดรถใต้ดินสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น ราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

เพดานคอนกรีตค่อยๆ กะเทาะหลุดร่วงลงมาทีละชั้นๆ

ซูอิงฮุยจ้องมองเพดานด้วยความหวาดผวา ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะทะลุเพดานลงมา!

เขาพยายามจะร่ายมนตร์คุ้มกายอีกครั้ง แต่ก็ล้มเหลว ทำได้เพียงนอนจ้องเพดานตาปริบๆ

ดูเหมือนว่าเทพีแห่งโชคลาภจะยังเข้าข้างเขาอยู่

ทัณฑ์สวรรค์ไม่ได้ทะลวงเข้ามาถึงข้างใน เมื่อสัมผัสได้ว่าแรงกดดันจากเบื้องบนจางหายไป ซูอิงฮุยก็รู้ได้ทันทีว่า ทัณฑ์สวรรค์ลูกที่เจ็ดผ่านพ้นไปแล้ว!

"มอเตอร์ไซค์ล่ะ! รีบหนีเร็วเข้า!"

"อยู่ตรงนู้น!"

วั่งไฉชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ซูอิงฮุยรีบวิ่งไปคว้ามันมา แล้วขับพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถใต้ดินทันที

บนถนนสายหลัก ตอนนี้พวกเขาอยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากแล้ว มองเห็นตึกระฟ้าสูงตระหง่านอยู่ลิบๆ

เป้าหมายของพวกเขาก็คือตึกสูงเหล่านั้น

ต้องหาตึกที่แข็งแรงและสูงพอ ถึงจะต้านทานทัณฑ์สวรรค์ลูกต่อไปได้!

ตอนที่ขับรถเข้าเมือง ซูอิงฮุยก็เจอกับตำรวจจราจรเข้า ตำรวจเห็นชายหนุ่มเปลือยกายล่อนจ้อนขี่รถมาพร้อมกับสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ ก็ถึงกับอึ้งกิมกี่

วัยรุ่นสมัยนี้เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย?

ตำรวจจราจรเป่านกหวีดส่งสัญญาณให้ซูอิงฮุยจอดรถ

"พ่อมึงตาย! หลีกไปโว้ย!!"

แต่สิ่งที่ตำรวจจราจรได้รับ กลับเป็นคำด่าทอหยาบคายพร้อมกับนิ้วกลางที่ชูใส่หน้า

ก่อนที่ตำรวจจราจรจะได้สติ รถมอเตอร์ไซค์ก็พุ่งทะยานผ่านหน้าไปราวกับสายฟ้าแลบ หายลับไปจากสายตาในพริบตาเดียว

บนท้องฟ้า แรงกดดันมหาศาลเริ่มแผ่ซ่านลงมาอีกครั้ง และดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ซูอิงฮุยขับรถฝ่าเข้าไปในย่านใจกลางเมือง สายตาจับจ้องไปที่ตึกที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น

มันคือโรงแรมระดับห้าดาว ความสูงกว่า 60 ชั้น

ซูอิงฮุยขับรถฝ่าฝูงชนในสภาพเปลือยเปล่า สร้างความแตกตื่นให้กับสาวๆ ที่เดินผ่านไปมาเป็นอย่างมาก

หลายคนถึงกับด่าทอเขาว่าเป็นพวกโรคจิต

แต่ตอนนี้ซูอิงฮุยไม่มีเวลามาสนใจคำด่าพวกนั้นหรอก เขาบิดคันเร่งสุดแรง มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังลานจอดรถใต้ดินของโรงแรมทันที

"คุณครับ คุณเข้าไม่ได้นะครับ!"

พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าลานจอดรถพยายามจะเข้ามาขวางซูอิงฮุย ก็แหม สภาพล่อนจ้อนหาเส้นผมสักเส้นก็ยังไม่เจอแบบนี้ มันอุจาดตาเกินไปแล้ว!

เมื่อเห็นซูอิงฮุยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรถ พนักงานรักษาความปลอดภัยก็ตัดสินใจใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเกราะกำบัง ขวางหน้ารถไว้

ซูอิงฮุยจำใจต้องเบรกเอี๊ยด แผนการของพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ผล เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่า ไอ้หนุ่มหัวโล้นคนนี้คงไม่กล้าขับรถชนคนแน่ๆ

"คุณครับ กรุณาเลี้ยวรถกลับไปสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเถอะครับ ไม่งั้นผมคง..."

ซูอิงฮุยตีหน้าตาย ก้มลงไปถอดรองเท้าหนังที่สวมอยู่ออกมาข้างหนึ่ง

แล้วเอาฟาดเข้าที่หน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างจัง พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าหงาย ล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้นทันที

"แม่มึงเอ๊ย! เงินเดือนแค่ไม่กี่พัน มึงจะมาเสี่ยงตายทำหอกอะไรวะ!!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 80 - เล่นเอาล่อเอาเถิด

คัดลอกลิงก์แล้ว