เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - นักทดลองนอนบ้านผีสิง

บทที่ 26 - นักทดลองนอนบ้านผีสิง

บทที่ 26 - นักทดลองนอนบ้านผีสิง


บทที่ 26 - นักทดลองนอนบ้านผีสิง

ข้าวผัดไข่สิบจาน เส้นหมี่สามชั่ง ซาลาเปาเย็นชืดที่ขายไม่หมดเมื่อเช้าอีกสองเข่ง แถมด้วยน้ำอัดลมอีกเป็นกอง

อาหารมื้อนี้ผลาญเงินซูอิงฮุยไปสามร้อยกว่าหยวน แพงยิ่งกว่าไปสั่งกับข้าวมากินเป็นโต๊ะเสียอีก

หลังจากกลืนซาลาเปาลูกสุดท้ายลงท้อง ซูอิงฮุยก็ลูบพุงตัวเองอย่างพึงพอใจ

จังหวะนี้เอง เถ้าแก่ร้านก็เดินเข้ามาหาเขาพลางเอ่ยขึ้น "ไอ้น้องเอ๊ย กินจุขนาดนี้ ทำไมไม่ไปแข่งกินจุกินเร็วดูล่ะ พูดจริงๆ นะ ถ้าแข่งกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ พี่ว่าคงไม่มีใครสู้เอ็งได้หรอก ไอ้พวกสตรีมเมอร์ในเน็ตน่ะมันก็แค่พวกปาหี่หลอกเด็กทั้งนั้น"

แข่งกินจุเรอะ? ซูอิงฮุยเคยได้ยินมาบ้าง การแข่งแบบนี้มักจะฮิตกันมากในประเทศญี่ปุ่น

ซูอิงฮุยรีบถาม "มีเงินรางวัลไหมพี่? ประมาณเท่าไหร่?"

เท่าที่เขารู้ พวกเน็ตไอดอลนักกินจุฝั่งญี่ปุ่นน่ะ รวยล้นฟ้ากันทั้งนั้น

เถ้าแก่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจ "ก็น่าจะสักหลักพันหรือหลักหมื่นมั้ง?"

ความสนใจของซูอิงฮุยดับวูบลงในทันที เงินแค่นี้ จะเอาไปทำอะไรได้วะ?

หลังจากคุยสัพเพเหระกับเถ้าแก่ร้านอีกสองสามประโยค ซูอิงฮุยก็ออกจากร้านอาหาร เมื่อกลับมาถึงห้องเช่า เขาก็พบวั่งไฉกำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"เป็นไงล่ะ? อิ่มแล้วสิ?"

"อิ่มสิ อิ่มตื้อเลยแหละ แล้ววันหลังมันจะหิวโซแบบนี้อีกไหมเนี่ย?"

ขืนหิวโซแบบนี้บ่อยๆ คงไม่สนุกแน่ นี่ขนาดพลังเทพแค่หนึ่งในสิบส่วนยังขนาดนี้ ถ้าได้พลังเทพมาเต็มเปี่ยม ไม่ต้องนั่งสวาปามตลอด 24 ชั่วโมงเลยหรือไง!

วั่งไฉส่ายหน้า "ไม่หรอก แค่ต้องเติมพลังทุกๆ สิบวันครึ่งเดือนน่ะ ไม่งั้นร่างกายแกจะรับไม่ไหว พลังที่เพิ่มขึ้นมันก็แลกมาด้วยการเผาผลาญที่มากขึ้นเป็นธรรมดา"

พอพูดถึงเรื่องพลัง ซูอิงฮุยถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขามีพลังเทพสถิตอยู่แล้ว ต้องหาอะไรมาทดสอบดูสักหน่อย

เขากวาดตามองไปรอบๆ ห้องเช่าซอมซ่อ สิ่งที่หนักที่สุดในห้องนี้ก็คือเตียงนอน

เขาเดินไปที่เตียง ย่อตัวลง แล้วออกแรงยกขึ้นนิดเดียว เตียงทั้งหลังก็ลอยหวือขึ้นมาอย่างง่ายดาย เขาพยักหน้าอย่างพอใจ

"อืม! ได้ผลจริงๆ ด้วย"

วั่งไฉกลอกตาบน "ฉันจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อน แกก็เพิ่งจะยกเตียงขึ้นมาทำความสะอาดไม่ใช่หรือไง?"

ก็แค่เตียงไม้เล็กๆ อย่าว่าแต่ซูอิงฮุยเลย ต่อให้เป็นวั่งไฉ มันก็คิดว่ามันยกขึ้น

ซูอิงฮุยยิ้มแห้ง "แหม ก็แค่ล้อเล่นขำๆ น่ะ"

จากนั้นเขาก็เดินไปที่หน้าต่าง เล็งไปที่ลูกกรงเหล็กดัดทึบตัน

เขาเอามือทั้งสองข้างจับลูกกรงเหล็กดัดไว้แน่น แล้วออกแรงดึงแยกออกจากกันสุดแรง

ใบหน้าของซูอิงฮุยแดงก่ำ เส้นเลือดที่คอปูดโปน

เมื่อเขาออกแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลูกกรงเหล็กดัดก็ค่อยๆ โก่งงอออกจากกัน ซูอิงฮุยรู้สึกว่าเขายังไม่ได้ใช้แรงทั้งหมดที่มีด้วยซ้ำ

เขาออกแรงเพิ่มขึ้นอีก ลูกกรงเหล็กดัดที่เคยเหยียดตรงก็ถูกเขาดึงจนโค้งงอเป็นรูปวงรี

เมื่อซูอิงฮุยปล่อยมือ เขาก็จ้องมองผลงานตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

"เจ๋งโครต!"

ต้องรู้ก่อนนะว่านี่ไม่ใช่ลูกกรงอะลูมิเนียมอัลลอยสวยๆ บางๆ ทั่วไป แต่เป็นลูกกรงเหล็กดัดแบบเก่าที่ทำจากเหล็กเส้นตันๆ!

และถึงแม้จะดึงจนโค้งงอได้ขนาดนี้ ซูอิงฮุยก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้งัดพลังทั้งหมดออกมาใช้เลย!

เขาหันขวับไปมองวั่งไฉ "ฉันจำได้ว่าแกเคยบอกว่า พลังเทพจะช่วยเพิ่มพละกำลังได้สองเท่า! แต่นี่แค่หนึ่งในสิบส่วน ทำไมมันถึงได้ทรงพลังขนาดนี้วะ?!"

วั่งไฉตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ "ก็พละกำลังเพิ่มขึ้นสองเท่าจริงๆ นั่นแหละ แต่เป็นสองเท่าของขีดจำกัดพละกำลังมนุษย์นะ แถมยังไม่นับรวมพละกำลังเดิมของแกด้วย ถ้าแกหมั่นฝึกฝนร่างกาย แกก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก"

บ้าไปแล้ว!

พละกำลังสองเท่าของขีดจำกัดมนุษย์!

ซูอิงฮุยไม่รู้หรอกนะว่าขีดจำกัดพละกำลังของมนุษย์มันอยู่ระดับไหน แต่ที่แน่ๆ คือมันต้องมหาศาลมากแน่ๆ

อย่างน้อยๆ พวกนักกล้ามล่ำบึกตัวใหญ่ๆ พวกนั้น ก็ดูเหมือนจะสามารถต่อยวัวตายได้ด้วยหมัดเดียว!

ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เขาก็สามารถต่อยวัวตายได้หนึ่งในสิบส่วนแล้วงั้นสิ?

ไม่สิ ไม่ใช่สิ ถ้ารวมพละกำลังเดิมของเขาเข้าไปด้วย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะต่อยวัวตายได้สักสองในสิบส่วนล่ะมั้ง!

ตอนนี้ซูอิงฮุยรู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น เขาแทบรอไม่ไหวที่จะทดสอบดูว่าพละกำลังของตัวเองมีมากแค่ไหน เขากวาดตามองไปที่ประตูเหล็กนิรภัยของห้องเช่า

"ปัง!"

ซูอิงฮุยง้างหมัดซัดเข้าใส่ประตูเหล็กนิรภัยสุดแรงเกิด ประตูเหล็กนิรภัยถึงกับบุบยุบลงไปในทันที!

ถึงจะยุบลงไปไม่ลึกมาก แต่มันก็ทำให้ซูอิงฮุยพอใจมากแล้ว นั่นมันประตูเหล็กนิรภัยเชียวนะ!

"โอ๊ย~!"

วินาทีต่อมา เขาก็ทรุดฮวบลงไปนั่งยองๆ กับพื้น กุมมือตัวเองไว้แน่นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว

"ซี๊ดดด—! โคตรเจ็บเลยโว้ย!!"

ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาวั่งไฉถึงกับอึ้งกิมกี่ "ลูกพี่ ถึงพละกำลังของแกจะเยอะมหาศาลแค่ไหน แต่มือแกก็ทำมาจากเนื้อนะเว้ย เอาไปต่อยเหล็กแบบนั้น มันก็ต้องเจ็บสิวะ!"

ความเจ็บปวดช่วยดึงสติของซูอิงฮุยให้กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง เขาไม่กล้าเอาตัวเองไปทดสอบอะไรบ้าๆ บอๆ แบบนี้อีกแล้ว

เมื่อตั้งสติได้ เขาก็เริ่มคิดหาวิธีหาเงิน เพราะเรื่องแบบที่เกิดกับหลิวอี้นั้น มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ไม่ได้เจอกันบ่อยๆ

จะให้ยึดอาชีพนักสืบเอกชนต่อไป ก็คงไม่รอด

พูดแบบไม่กลัวบาปเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าหลิวอี้กระเป๋าหนัก ซูอิงฮุยก็คงขี้เกียจแม้แต่จะส่งรูปพวกนั้นไปให้ด้วยซ้ำ และเรื่องราววุ่นวายหลังจากนั้นก็คงไม่เกิดขึ้น

เขาก็ไม่ใช่พ่อพระผู้ใจบุญอะไรเสียหน่อย

"วั่งไฉเอ๊ย ชาติก่อนๆ แกไม่ได้แอบซ่อนสมบัติอะไรไว้ให้ตัวเองใช้ชาติหน้าบ้างเลยเหรอ?"

คำถามนี้จี้ใจดำวั่งไฉเข้าอย่างจัง "ซ่อนสิ ทำไมจะไม่ซ่อน แต่โดนคนอื่นขุดเอาไปหมดแล้วนี่หว่า..."

มีอยู่ชาติหนึ่ง วั่งไฉเคยแอบฝังหีบสมบัติเอาไว้ ชาติต่อมามันก็อุตส่าห์ดั้นด้นพาเจ้านายคนใหม่บุกป่าฝ่าดงไปจนถึงที่ซ่อนสมบัติ แต่ผลปรากฏว่า อย่าว่าแต่สมบัติเลย แม้แต่เส้นขนก็ไม่เหลือให้เห็นสักเส้น

วั่งไฉบ่นอุบอิบ "สมัยก่อนภูมิประเทศมันยังไม่ค่อยเปลี่ยนเท่าไหร่ ก็ยังพอหาเจอ แต่สมัยนี้สิ อย่าว่าแต่หาเลย คนสมัยนี้เล่นไถภูเขาสร้างบ้านกันเป็นว่าเล่น แล้วจะให้ฉันไปแอบซ่อนสมบัติไว้ที่ไหนล่ะ?"

ซูอิงฮุยหน้าเหวอ นี่ไอ้หมานี่มันเคยทำเรื่องพรรค์นี้จริงๆ ด้วย!

เขาแค่ถามไปงั้นๆ เองแหละ

เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องกันต่อ ตอนนี้ต้องหาทางหาเงินให้ได้ก่อน

เรื่องนี้เขาได้ทำการบ้านเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีตลอดหนึ่งเดือนที่หมกตัวอยู่แต่ในห้องเช่าแล้ว

เขาจะไม่เป็นนักสืบเอกชนแล้ว เขาจะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักทดลองนอน!

ส่วนนักทดลองนอนแบบไหนน่ะเหรอที่ทำให้คนหน้าเงินอย่างซูอิงฮุยสนใจได้ขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องเป็น

นักทดลองนอนบ้านผีสิง!

คฤหาสน์หรูราคาหลายล้านหรือหลายสิบล้านที่ขายไม่ออกเพราะถูกตราหน้าว่าเป็นบ้านผีสิง

จึงเป็นที่มาของอาชีพนักทดลองนอน

เพื่อพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าบ้านผีสิงน่ะไม่มีผีอยู่จริง พวกเศรษฐีจะได้กล้าซื้อไปครอบครอง

พูดง่ายๆ ก็คือ อาชีพรับจ้างลบหลู่ความเชื่อเรื่องงมงายนั่นแหละ

หน้าที่ของซูอิงฮุยคือการเข้าไปนอนในคฤหาสน์หรู แถมยังต้องไลฟ์สดตอนนอนด้วยนะ

ส่วนเหตุผลที่มาทำอาชีพนี้น่ะเหรอ ก็ง่ายนิดเดียว ค่าตอบแทนสูงลิ่วไงล่ะ ค่าจ้างแต่ละบ้านก็ไม่เท่ากัน อย่างคฤหาสน์ที่ซูอิงฮุยเลือกไปทดลองนอน ค่าจ้างตกวันละ 8,000 หยวนเชียวนะ!

แต่แน่นอนว่าเงิน 8,000 หยวนนี่ไม่ได้หามาได้ง่ายๆ เขาต้องนอนให้ครบ 15 วันติดกัน ถึงจะได้รับเงินก้อนนี้

มีคนใจกล้าบ้าบิ่นตั้งหลายคนที่เคยไปทดลองนอนที่คฤหาสน์หลังนี้ แต่คนที่อยู่ได้นานที่สุดก็แค่ไม่ถึง 3 วันเท่านั้น คราวนี้ก็ถึงคิวของซูอิงฮุยบ้างล่ะ

"วั่งไฉ แกคิดว่าบนโลกนี้มีผีอยู่จริงไหมวะ?"

"แกเดาสิ?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 26 - นักทดลองนอนบ้านผีสิง

คัดลอกลิงก์แล้ว