- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 5 - ลงมือ
บทที่ 5 - ลงมือ
บทที่ 5 - ลงมือ
บทที่ 5 - ลงมือ
"ตอนนี้ฉันอยากจะฆ่าหล่อนให้ตายคามือเลยล่ะ!"
เมื่อซูอิงฮุยได้ยินหลิวอี้พูดแบบนี้ ก็ถือว่าเป้าหมายการเดินทางในครั้งนี้ของเขาบรรลุผลแล้ว
"ฉันช่วยนายจัดการหล่อนได้นะ!"
"จัดการยังไง? นายเป็นนักสืบไม่ใช่เหรอ?"
"นักสืบอะไรกันเล่า ตอนนี้เราเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเลงหัวไม้แล้วต่างหาก" ซูอิงฮุยโบกมือไปมา ขอแค่ได้เงิน อาชีพไหนก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ ไม่เกี่ยงหรอก
"ในเมื่อหล่อนไม่เห็นนายเป็นคน เราก็ไม่ต้องเห็นหล่อนเป็นคนบ้างก็สิ้นเรื่อง" จากนั้นซูอิงฮุยก็พูดต่ออีกว่า "อ้อ จริงสิ ฉันรู้นะว่าวันนี้นายเพิ่งจะเอาเงินค่าสินสอดไปให้บ้านผู้หญิงคนนั้น เงินก้อนนี้นายยังอยากได้คืนอยู่ไหม?"
หลิวอี้แค่นเสียงเย็นชา "แน่นอนว่าต้องเอาคืนสิ ไม่งั้นจะเก็บไว้ให้หล่อนใช้ตอนแก่ตายหรือไง? หล่อนไม่คู่ควรหรอก!"
ซูอิงฮุยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดวิดีโอคลิปหนึ่งให้หลิวอี้ดู ในวิดีโอเป็นภาพของหลี่ซุ่นจวี๋กำลังหิ้วห่อผ้าใบใหญ่เดินตรงดิ่งไปที่ธนาคาร "ฉันว่านะ ค่าสินสอดของนายน่ะ คงเอาคืนมาไม่ง่ายหรอก คล้อยหลังนายกลับปุ๊บ ผู้หญิงคนนี้ก็เอาเงินไปฝากธนาคารปั๊บเลย"
หลิวอี้ไม่ใส่ใจ "ฉันไม่คิดจะแต่งงานกับหล่อนอยู่แล้ว มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ได้เงินคืนล่ะ ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็แค่ฟ้องศาล"
ซูอิงฮุยรู้อยู่แล้วว่าหลิวอี้จะต้องพูดแบบนี้ "ธรรมเนียมของที่กันดารๆ แบบบ้านเรา นายยังไม่รู้อีกเหรอ? ถ้าฝ่ายหญิงยกเลิกงานแต่ง ต้องคืนเงินค่าสินสอดทั้งหมดทันที แต่ถ้าฝ่ายชายเป็นคนยกเลิกงานแต่ง ไม่ต้องคืนสักแดงเดียว ไม่ต้องจ่ายคืนแม้แต่สลึงเดียว"
"ถึงนายจะเอาเงินสินสอดคืนมาได้ แต่ที่สำคัญคือ พวกนายจดทะเบียนสมรสกันล่วงหน้าไปแล้ว สินสอดน่ะคงได้คืนอยู่หรอก แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นดึงดันจะสู้กับนาย นายคงจะหย่าไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ"
เมื่อหลิวอี้ใจเย็นลง เขาก็มองซูอิงฮุยที่กำลังยิ้มหน้าระรื่น "แล้วนายคิดว่าควรจะทำยังไง?"
ซูอิงฮุยหยิบบุหรี่ราคาถูกออกมาจากกระเป๋า ดึงออกมาหนึ่งมวนแล้วยื่นให้หลิวอี้ "ค่าสินสอด ฉันจะช่วยนายหาทางเอาคืนมาให้ แถมยังจะทำให้หลี่ซุ่นจวี๋ยอมไปหย่ากับนายเองด้วย"
หลิวอี้รับบุหรี่มาแต่ไม่ได้พูดอะไร ซูอิงฮุยจึงพูดยิ้มๆ ต่อไปว่า "และจะทำให้ผู้หญิงคนนี้อยู่บนโลกนี้ต่อไปไม่ได้อีก"
ประโยคนี้แหละที่หลิวอี้ต้องการ ถ้าแค่เอาสินสอดคืนมาและหย่าให้จบๆ หลิวอี้จัดการเองได้สบายมาก
สิ่งที่หลิวอี้ต้องการจริงๆ คือการแก้แค้นหลี่ซุ่นจวี๋ "นายพูดเองนะ ว่าจะทำให้หล่อนอยู่ต่อไปไม่ได้!"
ซูอิงฮุยหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ให้หลิวอี้ "พวกเราคงไม่ได้ช่วยฟรีๆ หรอกนะ ส่วนผลลัพธ์รับรองว่านายต้องพอใจแน่นอน"
หลิวอี้สูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ เพราะสูดแรงเกินไป ทำให้ควันที่พ่นออกมามีเพียงน้อยนิด "เล่นงานหล่อนให้หนัก เอาเงินค่าสินสอดคืนมาได้เมื่อไหร่ นายเอาไปเลย 88,000 ส่วนฉันขอแค่ 200,000 พอ"
"เล่นงานให้หนักอะไรกัน ฆ่าคนตายมันต้องชดใช้ด้วยชีวิต ผิดกฎหมายนะโว้ย แค่สั่งสอนหล่อนนิดหน่อยก็พอแล้ว"
หลิวอี้ทำหน้าเหนื่อยหน่าย เมื่อกี้ยังบอกอยู่แหม็บๆ ว่าจะทำให้หลี่ซุ่นจวี๋อยู่ไม่ได้ มาตอนนี้กลับมาบอกว่าผิดกฎหมาย "ถ้างั้นก็จัดหนักหล่อนเลย เอาให้สาสม!"
เมื่อซูอิงฮุยได้ยินดังนั้น เขาก็คว้ามือหลิวอี้มากุมไว้ทันที "ตกลงตามนี้! รับรองว่านายต้องพอใจ!"
หลิวอี้นึกถึงผู้ชายในรูปถ่ายขึ้นมาได้ "แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?"
"ผู้ชายคนนั้น ตอนนี้ยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ถ้านายอยากรู้ ฉันก็ไปสืบให้ได้นะ แต่ต้องเพิ่มค่า..." ซูอิงฮุยถูมือไปมา
แน่นอนว่าหลิวอี้ย่อมเข้าใจความหมายของเขา จึงแค่นเสียงเย็นชา "นายจัดการผู้หญิงคนนี้ให้เรียบร้อย แล้วไปจัดการผู้ชายคนนั้นด้วย เงินค่าสินสอดที่ได้คืนมา นายรับไปเลย 2 แสน! ส่วนฉันเอาแค่ 8 หมื่น 8 พัน ก็พอ!"
ป้าดติโธ่เอ๊ย! ตอนนี้ซูอิงฮุยชักจะนับถือหลิวอี้ขึ้นมาแล้วสิ พี่ชายที่เกือบจะโดนสวมเขาจนหญ้าขึ้นหัวคนนี้ ทุ่มสุดตัวจริงๆ แฮะ
แต่พอลองคิดดูดีๆ ซูอิงฮุยก็เข้าใจได้ เมื่อก่อนเคยรักมากแค่ไหน ตอนนี้ก็คงเกลียดมากแค่นั้นแหละมั้ง
เข้าใจๆ
อันที่จริงมันไม่ใช่แค่สิ่งที่ซูอิงฮุยคิดเท่านั้น ความเคียดแค้นของหลิวอี้ในตอนนี้ ซูอิงฮุยจินตนาการไม่ออกเลยด้วยซ้ำ
เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับความเชื่อฝังใจของหลิวอี้ ความเชื่อที่ว่าอยากแต่งงานกับภรรยาที่สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ไม่สิ เรียกว่าเป็นศรัทธาเลยจะเหมาะกว่า เมื่อศรัทธาของคนเราถูกทำลายย่อยยับ คนคนนั้นจะบ้าคลั่งไปขนาดไหนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
"เอาให้ตายไปข้างเลยเหรอ?"
"เอาให้ตายไปข้าง!"
หลังจากปรึกษาหารือกันง่ายๆ เสร็จ ซูอิงฮุยกับหลิวอี้ก็แยกย้ายกันไป หลิวอี้พุ่งตรงไปที่สถานีอนามัยทันที ตอนนี้เขาจำเป็นต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
ซูอิงฮุยมองแผ่นหลังของหลิวอี้ที่เดินจากไป แล้วพูดกับวั่งไฉว่า "วั่งไฉเอ๊ย วันหลังอย่าเที่ยวไปกัดใครซี้ซั้วสิ ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ามันเจ็บมากนะโว้ย"
เมื่อวั่งไฉได้ยินก็กลอกตาบน แอบคิดในใจว่า วันหลังถ้าซูอิงฮุยโดนรุมกระทืบ มันจะไม่เข้าไปช่วยอีกแล้ว
...
ตอนนี้ซูอิงฮุยขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันจิ๋ว พาวั่งไฉตรงดิ่งไปที่ร้านถ่ายเอกสาร
เมื่อกี้หลิวอี้ให้เงินสดซูอิงฮุยมา 5,000 หยวน เพื่อเอาไว้ใช้เป็นทุนในการดำเนินการ
เอาเถอะ ความจริงแล้วซูอิงฮุยหน้าด้านขอมาเองแหละ
ขาดเงินแค่แดงเดียวยังทำให้ยอดคนต้องยอมจำนนได้เลย ตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดของเขารวมกันแล้วมีไม่ถึง 300 หยวนด้วยซ้ำ ยากที่จะทำตามแผนของเขาให้สำเร็จได้
ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว ร้านถ่ายเอกสารปิดไปตั้งนานแล้ว แต่ด้วยการกระหน่ำโทรศัพท์ของซูอิงฮุย เจ้าของร้านถ่ายเอกสารก็ต้องขับรถมาเปิดร้านให้เพื่อทำงานล่วงเวลาพร้อมกับสบถด่าทอมาตลอดทาง
เจ้าของร้านถ่ายเอกสารทำหน้าไม่สบอารมณ์ เสียบกุญแจเข้าไปในประตูเหล็กม้วน "พี่ชาย พี่รอมาทำพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ?"
ซูอิงฮุยในตอนนี้กำลังอยู่ในอารมณ์หึกเหิมสุดๆ ตามความคิดของเขา ตอนนี้เขาเป็นคนเอาเงินมาให้เจ้าของร้านนะ "ก็บอกไปแล้วไง ว่าธุรกิจใหญ่! งานช้าง! ทำไมพี่ถึงฟังไม่รู้เรื่องล่ะเนี่ย?"
หลังจากเปิดประตูและสับสวิตช์ไฟ เจ้าของร้านก็เปิดเครื่องปริ้นเตอร์ แล้วหันไปถามซูอิงฮุย "จะทำอะไร ทำเท่าไหร่?"
ซูอิงฮุยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดหารูปของหลี่ซุ่นจวี๋ แล้วส่งให้เจ้าของร้าน
"ปริ้นท์รูปนี้ลงกระดาษ A4 แผ่นละเท่าไหร่?"
เจ้าของร้านรับโทรศัพท์ไปดู พอเห็นรูปภาพลามกอนาจารเหล่านั้น ก็ปฏิเสธเสียงแข็งทันที "ไม่ได้ รูปพวกนี้ปริ้นท์ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย"
ซูอิงฮุยพูดไม่ออก ก็แค่ปริ้นท์รูปสีธรรมดา มันจะยุ่งยากอะไรนักหนา "พี่แค่ปริ้นท์ไปก็พอ ฉันเอาหนึ่งพันแผ่น"
เจ้าของร้านยังคงส่ายหน้า "ไม่ได้ ต่อให้ปริ้นท์หนึ่งหมื่นแผ่นฉันก็ทำให้ไม่ได้ ขืนตำรวจมาหาฉันถึงที่ ฉันก็ต้องไปนอนคุกน่ะสิ"
"แผ่นละสามหยวน! เอาไม่เอา!"
จากนั้น ซูอิงฮุยก็ถูกเจ้าของร้านไล่ตะเพิดออกมา จังหวะที่ซูอิงฮุยกำลังจะอ้าปากพูด เจ้าของร้านก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน "ก่อนที่ฉันจะโทรแจ้งตำรวจ รีบไสหัวไปให้พ้นเลยนะ ซวยชะมัด ดึกดื่นป่านนี้ยังต้องมาเจอคนพรรค์นี้อีก"
ซูอิงฮุยทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆ โดยไม่พูดอะไร รอจนกระทั่งเจ้าของร้านขับรถออกไปไกลแล้ว ก็มีเสียงดังกริ๊กขึ้นเบาๆ ประตูร้านถ่ายเอกสารก็เปิดออกเองโดยอัตโนมัติ
หลังจากซูอิงฮุยมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจ เขาก็รีบมุดตัวเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว
คนที่เปิดประตูให้ซูอิงฮุย แน่นอนว่าต้องเป็นวั่งไฉ ตั้งแต่ตอนที่เจ้าของร้านมาเปิดประตู มันก็แอบซ่อนตัวอยู่แล้ว และตอนที่ปิดประตู มันก็แอบอยู่ในร้านตลอด
"แกแน่ใจนะ ว่าทำกล้องวงจรปิดพังหมดแล้ว?" ซูอิงฮุยจ้องมองวั่งไฉพลางถาม เขาชักจะสงสัยแล้วสิว่าวั่งไฉทำงานไว้ใจได้หรือเปล่า
"แกวางใจได้น่า ฉันตั้งใจทำลายมันทิ้งก่อน แล้วค่อยเปิดประตูให้แกเข้ามา"
ซูอิงฮุยพยักหน้า จากนั้นก็เสียบปลั๊กเครื่องปริ้นเตอร์ แล้วลงมือสาละวนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
สมัยก่อนเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง เขาเคยไปเป็นลูกมือในบริษัททำโฆษณาอยู่หลายเดือน ไม่อย่างนั้นเขาก็คงใช้เครื่องมือพวกนี้ไม่เป็นหรอก
ซูอิงฮุยคาดเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เจ้าของร้านจะต้องไม่ยอมตกลงแน่ๆ
และเขาก็ไม่เคยคิดจะเสียเงินตั้งแต่แรกอยู่แล้วด้วย
พี่น้องกันทั้งน้านนนน คุยเรื่องเงินมันเสียความรู้สึก
(จบแล้ว)