- หน้าแรก
- ข้าเป็นถึงมหาจักรพรรดิ แต่ระบบดันให้ข้าไปเป็นเบ๊นางเอกเนี่ยนะ
- บทที่ 17 ข้าจะล้ำเส้นแล้วจะทำไมล่ะ?
บทที่ 17 ข้าจะล้ำเส้นแล้วจะทำไมล่ะ?
บทที่ 17 ข้าจะล้ำเส้นแล้วจะทำไมล่ะ?
จวินจิ่วเซียวใช้นิ้วชี้เคาะพนักวางแขนเก้าอี้เบาๆ อีกไม่นานอาจารย์ของหลี่เซียนคงจะมาหาเรื่องถึงที่
จะรับมืออย่างไรดี? ฆ่าทิ้งเสียเลยดีหรือไม่? การฆ่าทิ้งโดยตรงนั้นดูจะรุนแรงเกินไป ไม่ใช่วิถีทางของข้า
ทางที่ดีที่สุดคือทรมานพวกมันให้สาสมก่อน แล้วค่อยส่งพวกมันลงนรกไปพร้อมกัน หากไปพร้อมกัน พวกมันจะได้มีเพื่อนร่วมทาง ไม่ต้องเงียบเหงาเดียวดายบนเส้นทางสู่ปรโลก
เป็นไปตามที่จวินจิ่วเซียวคาดการณ์ไว้ ผู้อาวุโสแห่งหอคุมกฎนำคนมาเชิญตัวเขาและจี้หลานชิงไปยังหอคุมกฎด้วยตนเอง
"บุตรศักดิ์สิทธิ์จิ่วเซียว เป็นเพราะเหล่าผู้อาวุโสออกคำสั่ง ข้าน้อยจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล่วงเกินท่าน หวังว่าท่านจะโปรดอภัย" ผู้อาวุโสหอคุมกฎกล่าวขอร้องจวินจิ่วเซียวอย่างนอบน้อม
พวกเขาซึ่งเป็นเพียงตัวหมากเล็กๆ ไม่อยากเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างสายของประมุขศักดิ์สิทธิ์และสายของผู้อาวุโสใหญ่เลยจริงๆ
"นำทางไปสิ" จวินจิ่วเซียวไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับคนของหอคุมกฎ
คนของหอคุมกฎสบตากันและลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จวินจิ่วเซียวเดินนำหน้าจี้หลานชิง โดยมีคนอื่นๆ จากหอคุมกฎเดินตามหลังมา
อำนาจในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เซวียนเทียนตกอยู่ในมือของประมุขศักดิ์สิทธิ์และผู้อาวุโสทั้งห้า ผู้อาวุโสรองคือผู้สนับสนุนตัวยงของอาจารย์จวินจิ่วเซียว ในขณะที่ผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสสี่ล้วนเชื่อฟังผู้อาวุโสใหญ่
ผู้อาวุโสห้าเป็นพวกนกสองหัวที่คอยดูทิศทางลม ไม่ยอมเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน
จวินอู๋ฉีมีนิสัยเด็ดขาดแข็งกร้าวและมีระดับการบำเพ็ญเพียรที่สูงส่ง เขาจึงคอยกดข่มขุมกำลังของผู้อาวุโสใหญ่มาตลอดช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา
เดิมทีขั้วอำนาจของผู้อาวุโสใหญ่ตั้งใจจะพลิกสถานการณ์ด้วยการสนับสนุน 'จงเยว่' ศิษย์เอกของตนให้ขึ้นเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ ทว่าเหนือความคาดหมาย จวินจิ่วเซียวกลับปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน
พรสวรรค์ของจวินจิ่วเซียวนั้นล้ำเลิศเกินไป จงเยว่อายุมากกว่าจวินจิ่วเซียวหลายสิบปี ทว่าระดับการบำเพ็ญเพียรกลับสู้จวินจิ่วเซียวไม่ได้ ส่งผลให้แผนการของฝ่ายผู้อาวุโสใหญ่ต้องพังทลายลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม
ระหว่างทางไปยังหอคุมกฎ จี้หลานชิงกระซิบข้างหูจวินจิ่วเซียว "บุตรศักดิ์สิทธิ์ หาก... ท่านสามารถโยนความผิดให้ข้าเป็นผู้รับเคราะห์แทนได้ ข้ายินดีทำเพื่อแลกกับความปลอดภัยของท่านเจ้าค่ะ"
จวินจิ่วเซียวหันหน้าไปมองจี้หลานชิง พยายามจับสังเกตว่านางกำลังพูดความจริงหรือไม่
เป็นครั้งแรกที่จวินจิ่วเซียวไม่อาจคาดเดาสีหน้าของจี้หลานชิงออก และดูไม่ออกเลยว่านางจริงใจหรือไม่
จวินจิ่วเซียวไม่มีเวลาให้คิดต่อ เพราะกลุ่มของพวกเขาได้เดินทางมาถึงหอคุมกฎแล้ว
ผู้อาวุโสทั้งห้าล้วนอยู่ที่นั่นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา รวมไปถึงหลี่เซียนและหลินมู่อาจารย์ของเขา จวินอู๋ฉีอาจารย์ของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย แต่ก็ดีแล้วที่ตาเฒ่านั่นไม่อยู่ เพราะมันจะทำให้เขาจัดการเรื่องต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เขาเพียงหวังว่าหลินมู่จะมาทันเวลาตาย
จวินจิ่วเซียวเดินไปหาที่นั่งอย่างสบายๆ และทิ้งตัวลงนั่ง โดยมีจี้หลานชิงยืนอยู่เบื้องหลัง
"จวินจิ่วเซียว เจ้าบังอาจนัก!" หลินมู่ อาจารย์ของหลี่เซียนตวาดลั่น น้ำเสียงของเขาดังก้องบาดหูเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบงันภายในโถง
จวินจิ่วเซียวเมินเฉยต่อหลินมู่อย่างสิ้นเชิง และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "มีเหตุอันใดให้เหล่าผู้อาวุโสต้องมารวมตัวกันที่นี่หรือ?"
หลินมู่ต้องการจะเอ่ยปาก แต่ผู้อาวุโสใหญ่ใช้สายตาปรามเขาไว้
"จวินจิ่วเซียว เจ้าทำร้ายหลี่เซียน ศิษย์แห่งยอดเขาเฉียนหยวนของข้า เจ้ายอมรับหรือไม่?" น้ำเสียงของผู้อาวุโสใหญ่แข็งกร้าวและเด็ดขาด ไม่เหมือนการตั้งคำถาม แต่เป็นการบีบบังคับให้จวินจิ่วเซียวยอมรับเสียมากกว่า
"ใช่ ข้าตัดแขนของมันเอง แล้วอย่างไร มีปัญหาหรือ?" จวินจิ่วเซียวกล่าวด้วยท่าทีเกียจคร้าน
เมื่อได้ยินคำพูดของจวินจิ่วเซียว หลี่เซียนที่มีแขนเหลือเพียงข้างเดียวก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าผู้อาวุโส เขาก็มิกล้าทำสิ่งใด และถึงอยากจะทำอะไรก็ทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจวินจิ่วเซียวเลยแม้แต่น้อย
เขาทำได้เพียงจ้องเขม็งไปยังจวินจิ่วเซียวอย่างเคียดแค้น ราวกับอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ
ก่อนที่ผู้อาวุโสใหญ่จะได้เอ่ยปาก หลินมู่ก็ทนไม่ไหวและพูดแทรกขึ้นมา "จวินจิ่วเซียว เจ้าบังอาจนัก! ต่อให้เจ้าจะเป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ แต่เจ้าก็ไม่อาจทำร้ายศิษย์สายในได้ตามอำเภอใจ เจ้ายังสักแต่จะทำตัวไร้สำนึก เจ้าไม่เห็นเหล่าผู้อาวุโสและกฎเกณฑ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่ในสายตาเลยหรือ?"
จวินจิ่วเซียวไม่แม้แต่จะปรายตามองหลินมู่ ไอ้โง่นั่น มันโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง
มิน่าล่ะ คนอื่นที่แซ่หลินถึงได้เป็นตัวเอกกันหมด ในขณะที่คนแซ่หลินอย่างมัน กลับเป็นได้แค่ตัวประกอบที่ถูกคนอื่นหลอกใช้เป็นโล่กำบัง
จวินจิ่วเซียวปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าของตนพลางเอ่ย "อันที่จริง ข้าก็ไม่ได้ใส่ใจกฎเกณฑ์พวกนั้นเลย..."
ราวกับจับได้คาหนังคาเขา หลินมู่ตะโกนใส่จวินจิ่วเซียวก่อนที่เขาจะพูดจบ "นี่ไง จวินจิ่วเซียว เจ้ายอมรับแล้ว! ขอน้อมรับความยุติธรรมจากเหล่าผู้อาวุโส โปรดลงโทษจวินจิ่วเซียวผู้ซึ่งมีพฤติกรรมโอหัง ทำร้ายเพื่อนร่วมสำนักอย่างประสงค์ร้าย ไม่เคารพผู้อาวุโส และละเมิดกฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยเถิด"
ผู้อาวุโสทั้งห้าบนที่นั่งยังคงนิ่งเงียบ ในขณะที่ผู้อาวุโสรองมองไปที่จวินจิ่วเซียวด้วยความกังวล
ผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสสี่มีสีหน้าราวกับต้องการจะลงโทษจวินจิ่วเซียวให้จงได้
ผู้อาวุโสห้ายังคงหลุบตาต่ำ ดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงสิ่งใดรอบตัวเลย
ผู้อาวุโสใหญ่ยังคงเงียบงัน สีหน้าไร้การเปลี่ยนแปลง เขาไม่เชื่อว่าจวินจิ่วเซียวจะโง่เขลาถึงเพียงนี้
จวินจิ่วเซียวมองหลินมู่ด้วยสายตาที่ราวกับกำลังมองคนโง่คนหนึ่ง และกล่าวประโยคที่ยังพูดไม่จบก่อนหน้านี้ต่อ "ข้าเก็บกฎเกณฑ์ของเหล่าผู้อาวุโสและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไว้ในใจเสมอ"
"ส่วนเหตุใดผู้อาวุโสหลินถึงเพียงแค่ทำเป็นใส่ใจ แต่ไม่ยอมเก็บกฎของเหล่าผู้อาวุโสและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไว้ในใจนั้น ข้าก็มิอาจทราบได้"
เมื่อกล่าวจบ จวินจิ่วเซียวก็ยิ้มและหันไปมองผู้อาวุโสใหญ่ ราวกับเป็นการยั่วยุ
หลินมู่เป็นเพียงตัวหมากที่ถูกผลักออกมารับหน้าเท่านั้น หากจวินจิ่วเซียวถูกลงโทษในวันนี้ เขาจะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของสายประมุขศักดิ์สิทธิ์ และจะต้องถูกกำจัดอย่างแน่นอน
หากแผนการล้มเหลว พวกเขาก็จะกลายเป็นแพะรับบาปให้สายของผู้อาวุโสใหญ่ ซึ่งนั่นก็หมายถึงความตาย
จวินจิ่วเซียวไม่อยากแม้แต่จะปรายตามองคนที่กำลังจะตายด้วยซ้ำ
ผู้อาวุโสใหญ่รับรู้ถึงการยั่วยุของจวินจิ่วเซียวแต่ไม่ได้โต้ตอบกลับแต่อย่างใด เขาส่งสายตาเป็นเชิงให้หลินมู่พูดต่อ
หลินมู่รับรู้ถึงสายตาของผู้อาวุโสใหญ่และกล่าวต่อ "จวินจิ่วเซียว เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เจ้าจงใจบิดเบือนคำพูดของข้า"
"ละเว้นเรื่องที่เจ้าไม่เคารพผู้อาวุโสทั้งห้าและไม่แยแสกฎของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ก่อน วันนี้เจ้ายอมรับแล้วว่าได้ทำร้ายหลี่เซียนศิษย์ของข้าโดยไร้เหตุผล ข้าขอร้องให้ผู้อาวุโสทั้งห้าลงโทษจวินจิ่วเซียวด้วย"
หลินมู่ ไอ้หน้าโง่นั่น ทำหน้าตาได้ใจเพราะคิดว่าผู้อาวุโสใหญ่โปรดปรานตน ถูกคนเขาหลอกให้ไปตายแล้ว ยังอุตส่าห์ไปช่วยเขานับเงินอีก
สีหน้าของจวินจิ่วเซียวยังคงราบเรียบ เขาเพียงเอ่ยว่า "ผู้อาวุโสหลิน ท่านสมควรเรียกข้าว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์"
หลินมู่อึ้งไปกับคำพูดของจวินจิ่วเซียว อุตส่าห์พล่ามมาตั้งยืดยาว แต่กลับถูกอีกฝ่ายตอกกลับจนหน้าหงายด้วยประโยคเดียว
ผู้อาวุโสสามจึงเอ่ยขึ้นมาว่า "บุตรศักดิ์สิทธิ์จิ่วเซียว การที่ผู้อาวุโสหลินมู่เรียกขานนามของท่านโดยตรงนั้นไม่เหมาะสมจริงๆ ข้าจะให้เขาขออภัยท่านเดี๋ยวนี้"
"หลินมู่ ขออภัยบุตรศักดิ์สิทธิ์จิ่วเซียวเสีย"
เมื่อผู้อาวุโสสามเอ่ยปาก ใบหน้าของหลินมู่ก็ซีดเผือดลง ทว่าเขาก็ยังคงก้มหัวทำความเคารพจวินจิ่วเซียว "บุตรศักดิ์สิทธิ์ เป็นความเสียมารยาทของข้าเองที่เรียกขานนามของท่านโดยตรง โปรดอภัยให้ข้าด้วย"
"ท่านคิดว่าคำขอโทษส่งๆ แค่นี้จะจบเรื่องได้งั้นหรือ? เอาอย่างนี้ไหม ข้าจะฆ่าท่านทิ้งเสีย แล้วค่อยขอโทษท่านทีหลัง?" น้ำเสียงของจวินจิ่วเซียวเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
หลินมู่คำรามด้วยความเดือดดาล "จวิน... บุตรศักดิ์สิทธิ์ ท่านอย่าให้มันล้ำเส้นจนเกินไปนัก!"
"ถ้าข้าจะล้ำเส้น แล้วท่านจะทำไม?" จวินจิ่วเซียวกล่าวอย่างราบเรียบ ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับใครสักคน
หลินมู่ที่กำลังเผชิญหน้ากับจวินจิ่วเซียวนั้นโกรธจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว หากไม่ใช่เพราะมีผู้อาวุโสทั้งห้าอยู่ที่นี่ หลินมู่คงลงมือโจมตีจวินจิ่วเซียวไปแล้วเป็นแน่