- หน้าแรก
- ระบบมิติเปลี่ยนชีวิต จากเมียอ้วนอัปลักษณ์สู่สาวงามล่มเมืองยุคเจ็ดศูนย์
- บทที่ 23 หลอกปั่นหัวเฉินเหม่ยเซียง
บทที่ 23 หลอกปั่นหัวเฉินเหม่ยเซียง
บทที่ 23 หลอกปั่นหัวเฉินเหม่ยเซียง
บทที่ 23 หลอกปั่นหัวเฉินเหม่ยเซียง
หลี่ต้าจวินเป็นคนหัวไว แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปล่อยให้ยัยผู้หญิงปากสว่างคนนั้นเห็นว่าบ้านตัวเองก็ซื้อของกลับมามากมายขนาดนี้
หลี่ซื่อซวงยังตามไม่ทันว่าหลี่ต้าจวินจะเอาผ้าห่มที่บ้านเธอไปทำไม แต่ในเมื่อเขาช่วยดูแลเจ้าสามอย่างเต็มที่ ต่อให้เขาจะเอาผ้าห่ม หรือจะเอาชีวิตเธอ เธอก็ยอมให้ได้ทั้งนั้น
“หลานชาย เอาไปใช้เถอะ!”
“ขอบคุณครับป้า พวกป้าไม่ต้องออกมาส่งนะ รีบกลับไปนอนเถอะครับ!”
เป็นอย่างที่หลี่ต้าจวินคาดไว้ เฉินเหม่ยเซียงแอบย่องตามออกมาหลังจากนั้นไม่นาน แถมยังหาข้ออ้างโง่ๆ ว่าบังเอิญมาเจอกันใต้แสงจันทร์เสียด้วย
“แหม บังเอิญจังเลยนะต้าจวิน ดึกป่านนี้แล้วเธอไปทำอะไรที่บ้านตระกูลจวินล่ะ?”
หลี่ต้าจวินแอบกลอกตาใส่เฉินเหม่ยเซียงท่ามกลางความมืด แต่ปากกลับทักทายอย่างกระตือรือร้น
“อ้าว ป้าเหม่ยเซียง ดึกดื่นค่ำมืดป่านนี้ป้าจะไปไหนเหรอครับ?”
คำถามของหลี่ต้าจวินทำเอาคนฟังจินตนาการไปไกล
“ปัดโธ่ ดึกขนาดนี้ป้าจะไปไหนได้ล่ะ? เมื่อเช้าไปทำนาแล้วลืมเคียวทิ้งไว้ที่นั่นน่ะสิ พอจะเข้านอนถึงเพิ่งนึกออก ลุงของเธอก็ขี้เกียจพึ่งพาไม่ได้เลย พอใช้ให้ไปหาก็แกล้งตายอยู่บนเตียง ป้าเลยไม่มีทางเลือก ต้องออกมาหาเองเนี่ยแหละ กลัวเคียวจะหาย บ้านยิ่งไม่มีเงินซื้ออยู่ด้วย”
หลี่ต้าจวินถามไถ่กลับไปนิ่งๆ
“งั้นป้าก็ลำบากแย่เลย เครื่องมือทำกินหายนี่เรื่องใหญ่จริงๆ ครับ ควรจะรีบไปหาให้ละเอียดหน่อย”
เฉินเหม่ยเซียงกลอกตาไปมา “ว่าแต่หลานชาย... ดึกดื่นป่านนี้เธอควบรถม้าเอาของดีอะไรไปส่งให้บ้านนั้นเหรอ?”
หลี่ต้าจวินรู้ดีว่าถ้าเขาไม่หาวิธีทำลายความสงสัยของเฉินเหม่ยเซียง พรุ่งนี้เช้าสถานีข่าวกรองของพวกผู้หญิงในหมู่บ้านคงได้ลือกันจนเน่าแน่ๆ และนาทีนี้ มีเพียงความทุกข์ยากของบ้านจวินเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มจิตใจอันบิดเบี้ยวของเฉินเหม่ยเซียงได้
“ผมไปส่ง 'คน' ให้บ้านป้าหลี่ครับ ผมจะเอาของดีอะไรไปส่งได้ล่ะ?”
ส่งคน? หลี่ซื่อซวงแอบคบชู้เหรอ? ดวงตาของเฉินเหม่ยเซียงเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คนไหน? ผู้ชายใช่ไหม! สูงหรือผอม อายุเท่าไหร่?”
หลี่ต้าจวินหัวเราะพรืด “ใช่ครับ ผู้ชาย ผิวขาวๆ ผอมๆ สูงประมาณเมตรยี่สิบเมตรสามสิบได้มั้ง อายุถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะสักสิบขวบครับ!”
เฉินเหม่ยเซียงพึมพำกับตัวเองอยู่นาน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าโดนปั่นหัว
“ไอ้เด็กนี่ แกหลอกปั่นหัวป้าเล่นใช่ไหม?”
หลี่ต้าจวินทำเสียงซื่อๆ เหมือนจะบอกว่าป้าเนี่ยแปลกคนจริงๆ “ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปปั่นหัวป้าเล่นล่ะ ก็ป้าถามผมเองไม่ใช่เหรอ? ผมตอบดีๆ ป้าก็ยังไม่พอใจอีก”
เฉินเหม่ยเซียงโกรธจนตัวสั่น จะแอบคบชู้ที่ไหนเขาจะคบเด็กสิบขวบกันเล่า!
หลี่ต้าจวินเห็นว่าหลอกล่อให้เฉินเหม่ยเซียงเดินตามมาได้ระยะใหญ่จนถึงหัวมุมบ้านเขาแล้ว จึงเริ่มตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ป้าไม่รู้เหรอว่าบ้านป้าหลี่เขามีเรื่อง? เมื่อคืนก่อนจวินอู๋คุนกับน้องชายไปหาของกินที่เชิงเขา แล้วโดนพวกนักเลงรุมซ้อมน่ะสิ! เจ้าสามเจ็บหนักหน่อย ต้องนอนโรงพยาบาลตั้งสองวัน พ่อผมเลยให้ผมไปส่งคน นี่เพิ่งจะได้กลับบ้านผมเลยต้องไปส่งให้ถึงมือเนี่ยแหละ ผมไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาสองคืนแล้วนะ!”
หลี่ต้าจวินแกล้งหาวออกมาฟอดใหญ่
“แค่เนี้ย?”
“อ้าว แล้วป้าอยากให้เป็นยังไงล่ะ? หรือจะชวนผมไปกินมื้อดึกที่บ้านป้าดีล่ะครับ? พอดีพ่อกับแม่ผมเขานอนเร็ว ไม่รู้ว่าผมกลับมาแล้ว งั้นผมไปหาอะไรกินรองท้องที่บ้านป้าหน่อยแล้วกันนะ?”
เฉินเหม่ยเซียงไม่กล้ารับคำเด็ดขาด หลี่ต้าจวินคนนี้ถ้าบอกว่าจะกินเขาก็กินจริงๆ ตอนเด็กๆ เขาเคยฟาดมื้อเที่ยงที่เธอเก็บไว้กินเองจนเรียบวุธมาแล้ว โดยไม่สนเลยว่าเธอแค่ชวนตามมารยาทหรือเปล่า
พอเห็นว่าถึงหน้าบ้านหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว เฉินเหม่ยเซียงจึงรีบหาทางหนี
“งั้นต้าจวินก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวป้าจะไปเดินดูที่นาสักรอบ”
หลี่ต้าจวินยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม่ยอมเข้าบ้าน เขามองส่งเฉินเหม่ยเซียงเดินไปทางที่นาส่วนตัวของเธอ พร้อมกับตะโกนไล่หลังกวนประสาทเป็นระยะ บังคับให้เฉินเหม่ยเซียงต้องเร่งฝีเท้า
“ป้า เดินระวังหน่อยนะ ระวังสะดุดก้อนหินนะครับ”
“ป้า ไปคนเดียวมันอันตรายนะ ให้ผมวิ่งไปเรียกคนที่บ้านป้ามาเดินเป็นเพื่อนไหม?”
“ป้า...”
“หึ กระจอก... คิดจะสู้กับข้าเหรอ!”
หลี่ต้าจวินเบะปากอย่างภูมิใจ
ยัยเฉินเหม่ยเซียงนี่ ดึกๆ ดื่นๆ ไม่ยอมหลับยอมนอนดันอยากมาสืบเรื่องชาวบ้านดีนัก งั้นก็เชิญไปให้ยุงหามที่นาคนเดียวเถอะ
เดิมทีเฉินเหม่ยเซียงตั้งใจจะตามออกมาถามให้รู้ความเฉยๆ ใครจะไปนึกว่าหลี่ต้าจวินจะ "ใจดี" เดินมาส่งเธอถึงหน้าบ้านเขา ซึ่งไกลจากบ้านเธอ แถมเธอก็ไม่ได้พกไฟฉายมาด้วย
เฉินเหม่ยเซียง:
“ต้าจวิน ทำไมเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ลูก?”
ฉินชุ่ยหลัน แม่ของหลี่ต้าจวิน มองลูกชายด้วยความสงสารและเป็นห่วง เจิ้งเสี่ยวเอ๋อ เมียหลี่ต้าจวิน ก็รีบสวมเสื้อผ้าออกมาดู หลี่ต้าจวินส่งสัญญาณให้ทั้งคู่ลดเสียงลง
พอย้ายของที่ซื้อมาจากในเมืองไปวางบนเตียงของหลี่ต้าเฉียง เรียบร้อยแล้ว เจิ้งเสี่ยวเอ๋อจึงกล้ากระซิบถาม
“พี่คะ พี่ไปถูกหวยมาเหรอ ทำไมซื้อของมาเยอะแยะขนาดนี้?”
หลี่ต้าเฉียงเพิ่งตื่นพอดี หลี่ต้าจวินเลยยัดเหล้าที่ซื้อมาให้ใส่ในอ้อมกอดพ่อทันที
“พ่อครับ โชคดีที่พ่อมีสายตาที่เฉียบแหลม ให้พวกเราญาติดีกับน้องสาวชิงอันไว้ ใครใช้ให้ทำอะไรก็ทำ คราวนี้เขาให้เงินผมตั้งสิบหยวนแน่ะ!”
“ยังไม่หมดนะ มีครีมเซี่ยงไฮ้ให้แม่กับเสี่ยวเอ๋อด้วย สองกระปุกนี่ก็สิบหยวน ทั้งหมดนี่เงินน้องสะใภ้ทั้งนั้นครับ”
หลี่ต้าเฉียงตาค้าง “เขาให้แล้วแกก็รับมาเลยเหรอ! แถมยังเอาเงินเขามาผลาญจนหมดอีก! ไอ้ลูกล้างผลาญ”
หลี่ต้าเฉียงมองของกินเต็มเตียงแล้วแทบจะเป็นโรคหัวใจกำเริบ ไอ้ลูกคนนี้มันจริงๆ เลย
“พ่อครับ น้องสะใภ้บอกว่า มีเงินแล้วใช้ไม่เป็นน่ะมันคนโง่ ผมเห็นเขาซื้อเสื้อผ้าซื้อขนมให้ป้าหลี่กับพวกจวินอู๋คุนตั้งเยอะแยะ ผมมีเงินในมือก็ต้องซื้อของมากตัญญูพวกพ่อกับแม่บ้างสิครับ! จริงๆ เลย ผมโตขนาดนี้แล้วพ่อยยังจะดุอยู่อีก”
ฉินชุ่ยหลันถลึงตาใส่หลี่ต้าเฉียง “ไอ้แก่คนนี้จริงๆ เลย มีวาสนาได้เสวยสุขก็ดันไม่ชอบ ลูกอุส่าห์มีความกตัญญู แกอยากจะเลี้ยงลูกให้เป็นคนอกตัญญูหรือไงถึงจะพอใจ? ของที่ลูกซื้อมาฉันจะกิน ใครเก่งก็อย่ามากินกับฉันแล้วกัน”
หลี่ต้าเฉียงชี้หน้าฉินชุ่ยหลัน “ยัยแก่สายตาสั้น นั่นมันเงินของสวี่ชิงอันนะ แกใช้เงินเขาไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง!”
เจิ้งเสี่ยวเอ๋อก็ช่วยกล่อมสามี “พ่อพูดถูกนะคะ พี่ก็เกินไปจริงๆ บ้านป้าหลี่ยิ่งลำบากอยู่ พี่จะไปรับเงินน้องสะใภ้มาได้ยังไง...”
ฉินชุ่ยหลันเริ่มสงบสติจากความดีใจลงบ้าง “งั้นฉันจะเก็บของพวกนี้ไว้ก่อน พรุ่งนี้ไปถามแม่หนูนั่น ถ้าเขาไม่เอาคืน ฉันจะจ่ายเงินคืนให้เขาเอง”
หลี่ต้าจวินถอนหายใจ “เขาไม่เอาคืนหรอกครับพ่อแม่ พวกท่านดูแลคนบ้านจวินให้ดีๆ เถอะ น้องสะใภ้ชิงอันคนนี้ทำงานทำการพึ่งพาได้และยุติธรรมกว่าผู้ชายทั่วไปเสียอีก เงินนี่เขาให้ผมเป็นค่าจ้างที่ไปเฝ้าเจ้าสามที่โรงพยาบาล
รวมถึงค่าข้าวค่าที่พักด้วย ผมไม่ได้ใช้เงินนั่นเลย น้องสะใภ้เลยบอกว่าผมประหยัดได้เองก็เป็นความสามารถของผม เขาไม่เอาคืน เขาบอกว่าเอาเงินนี่มาซื้อของกินดีๆ ให้คนในครอบครัวเขาก็มีความสุขแล้ว นานๆ ทีจะได้เข้าเมือง
พวกเราสองคนเลยยั้งมือไม่อยู่ซื้อมาเยอะไปหน่อย ขากลับเกือบจะโดนเฉินเหม่ยเซียงจับได้ด้วย...”
“อะไรนะ! แล้วยัยปากสว่างนั่นไม่ได้ถามอะไรแกเลยเหรอ?”
“ถามสิครับ!”
หลี่ต้าจวินเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง ทำเอาคนในบ้านหัวเราะกันลั่น ฉินชุ่ยหลันกับเจิ้งเสี่ยวเอ๋อต่างรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของสวี่ชิงอัน และตั้งใจว่าวันข้างหน้าจะคอยช่วยเหลือดูแลพวกกำพร้าพ่อในบ้านจวินให้มากขึ้น
(จบบท)