- หน้าแรก
- นินจาเงินเดือนแห่งโคโนฮะ ทำไมพวกห้าคาเงะต้องมาขอร้องให้ข้าช่วยกู้โลก
- บทที่ 17 ความอยากรู้อยากเห็นของสามนินจา
บทที่ 17 ความอยากรู้อยากเห็นของสามนินจา
บทที่ 17 ความอยากรู้อยากเห็นของสามนินจา
"โอโรจิมารุ!"
ขณะเดินอยู่บนถนน โอโรจิมารุซึ่งเพิ่งซื้อข้าวของเครื่องใช้เสร็จและเตรียมตัวกลับไปยังฐานลับเล็กๆ ของตนเพื่อวิจัยวิชานินจาต่อ พลันถูกเสียงอันคุ้นเคยร้องทักขึ้นจากเบื้องหลัง
แม้ลึกๆ ในใจจะแอบรู้สึกดีใจอยู่บ้าง ทว่าโอโรจิมารุก็ยังคงปั้นหน้าเย็นชาขณะหันกลับไปมอง
ไม่ไกลจากด้านหลังของเขา ชายหนุ่มผมขาวกำลังฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้เขาอย่างกระตือรือร้น
คนที่ร้องทักโอโรจิมารุจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากเพื่อนร่วมทีมและสหายรักของเขา จิไรยะ
จิไรยะสาวเท้าก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เขายกมือขวาขึ้นวางแหมะลงบนบ่าของโอโรจิมารุอย่างสนิทสนม
โอโรจิมารุปัดมือของอีกฝ่ายออกด้วยสีหน้ารังเกียจ
"มีอะไร"
เมื่อเผชิญกับน้ำเสียงเย็นชาของโอโรจิมารุ จิไรยะกลับไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขาชินชากับท่าทีห่างเหินของหมอนี่มาตั้งนานแล้ว
"ฉันได้ยินมาจากครูซารุโทบิว่าเขาหาลูกศิษย์ให้นายได้แล้วงั้นเหรอ!" จิไรยะเอนตัวไปทางขวาพร้อมกับฉีกยิ้ม เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้โอโรจิมารุและเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด
โอโรจิมารุพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นดันใบหน้าใหญ่โตของจิไรยะให้ออกห่าง
"เด็กจากตระกูลชิมูระ หลานชายของท่านดันโซไงล่ะ" โอโรจิมารุตอบสั้นๆ
"ฉันเคยได้ยินเรื่องเด็กคนนี้มาบ้างเหมือนกัน เห็นเขาว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากเลยนี่นา" จิไรยะไม่ได้สนใจพวกอัจฉริยะอะไรเทือกนั้นนัก น้ำเสียงของเขาจึงแฝงแววหยอกล้อ "ชักอยากจะรู้แล้วสิ ระหว่างนายที่เป็นอัจฉริยะรุ่นพี่ กับอัจฉริยะรุ่นน้องจากตระกูลชิมูระ ใครมันจะแน่กว่ากันนะ"
"ไร้สาระ!" โอโรจิมารุตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในหัวของเขายังคงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องงานวิจัย พอพูดจบเขาก็หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปทันที
"เฮ้ เฮ้! โอโรจิมารุ เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป!" จิไรยะร้องเรียกพลางเดินตามไปติดๆ
"นายคิดยังไงกับลูกศิษย์อัจฉริยะคนนี้ล่ะ นี่เป็นการรับลูกศิษย์ครั้งแรกของนายเลยนี่ ตื่นเต้นรึเปล่า" จิไรยะเดินตามหลังโอโรจิมารุไปติดๆ พร้อมกับยิงคำถามใส่ไม่ยั้ง
โอโรจิมารุถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าจนปัญญา ก่อนจะยอมหยุดเดินอีกครั้ง
"จิไรยะ เด็กคนนั้นเป็นคนที่ครูซารุโทบิฝากฝังมา อันที่จริงฉันเองก็ไม่ได้อยากจะรับปากสักเท่าไหร่หรอกนะ" โอโรจิมารุอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"นายไม่ชอบขี้หน้าเด็กคนนั้นงั้นเหรอ หรือว่านี่จะเป็นกฎแรงผลักระหว่างขั้วเดียวกันในตำนาน ที่อัจฉริยะมักจะเหม็นขี้หน้าอัจฉริยะด้วยกันเอง" จิไรยะเอ่ยแซวติดตลก
"เปล่าหรอก ฉันแค่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นครูที่ดีได้หรือยังต่างหาก" โอโรจิมารุกล่าวด้วยความลังเลและขาดความมั่นใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของจิไรยะก็เลือนหายไป เขาเอื้อมมือไปตบบ่าโอโรจิมารุเบาๆ พร้อมกับให้กำลังใจด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ไม่เป็นไรน่า นายเป็นถึงอัจฉริยะตัวจริงเสียงจริง นายจะต้องกลายเป็นครูที่ยอดเยี่ยมได้อย่างแน่นอน"
คำปลอบโยนของจิไรยะทำให้โอโรจิมารุรู้สึกดีขึ้นมาก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"มันแน่อยู่แล้วล่ะ เจ้าทึ่มเอ๊ย!"
"หนอยแน่ โอโรจิมารุ ไอ้บ้าเอ๊ย!"
เมื่อเห็นจิไรยะเต้นผางด้วยความโมโห โอโรจิมารุก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม
"บ้าเอ๊ย!"
โป๊ก!
"โอ๊ย!"
จิไรยะที่กำลังโวยวายถูกลอบทำร้ายอย่างกะทันหัน เขายกมือขึ้นกุมหัวร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
โอโรจิมารุที่ยืนอยู่ใกล้ๆ มองเห็นรอยปูดโปนบนหัวของจิไรยะที่บวมเป่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก็ถึงกับลอบปาดเหงื่อเย็นเยียบ
ซึนาเดะชักจะอันตรายขึ้นทุกวันแล้วจริงๆ
ขณะที่ลอบบ่นในใจ โอโรจิมารุก็เบนสายตาไปมองซึนาเดะที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังจิไรยะ
"งานที่โรงพยาบาลเสร็จแล้วงั้นเหรอ" โอโรจิมารุเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นก่อน
"ยังหรอก ฉันแอบอู้หนีออกมาน่ะ" ซึนาเดะตอบกลับหน้าตาเฉยราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุดในโลก
โอโรจิมารุถึงกับพูดไม่ออกกับท่าทีของซึนาเดะ เขาทำได้เพียงลอบถอนหายใจอยู่ในใจ
"ซึนาเดะ! ยัยผู้หญิงบ้าพลัง!" จิไรยะที่เพิ่งจะหายจากอาการมึนงงใช้มือกุมหัว ลุกขึ้นยืนและถลึงตาใส่ซึนาเดะ
"ใครใช้ให้นายมาแหกปากโวยวายกลางถนนล่ะ หนวกหูชะมัด ไอ้บ้าเอ๊ย!" ซึนาเดะกอดอกฉะกลับอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
"ดุร้ายขนาดนี้ สมน้ำหน้าแล้วที่ไม่มีใครเอา!" จิไรยะบ่นอุบอิบเบาๆ พลางลูบหัวป้อยๆ
"เมื่อกี้พูดว่าไงนะ" ซึนาเดะส่งสายตาอำมหิต ขยับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมพร้อมกับหักข้อนิ้วดังกร๊อบแกร๊บข่มขวัญ
จิไรยะรีบกระโดดถอยฉากทิ้งระยะห่างจากซึนาเดะทันที ก่อนจะไปมุดหลบอยู่ด้านหลังของโอโรจิมารุอีกฝั่ง
"คนมองกันใหญ่แล้ว เลิกทะเลาะกันเถอะน่า" โอโรจิมารุรับบทคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยอย่างรู้กาลเทศะ
"ชิ!" ซึนาเดะแค่นเสียงขึ้นจมูกก่อนจะยอมคลายหมัดออก
ท่าทีที่อ่อนลงของซึนาเดะทำให้ทั้งโอโรจิมารุและจิไรยะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปพร้อมๆ กัน
"ว่าแต่เมื่อกี้พวกนายกำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่งั้นเหรอ" หลังจบสงครามน้ำลาย ซึนาเดะก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"โอโรจิมารุกำลังจะรับลูกศิษย์น่ะสิ!" ก่อนที่โอโรจิมารุจะทันได้ขยับปาก จิไรยะก็ชะโงกหน้าออกมาแล้วโพล่งขึ้นเสียก่อน
"รับลูกศิษย์งั้นเหรอ"
เป็นไปตามที่โอโรจิมารุคาดไว้ ทันทีที่ได้ยินคำพูดของจิไรยะ ดวงตาของซึนาเดะก็เป็นประกายวาววับ ใบหน้าฉายแววอยากรู้อยากเห็นสไตล์ขาเผือกทันที
"ใครล่ะ ลูกเต้าเหล่าใครกัน"
"เด็กจากตระกูลชิมูระ หลานชายของท่านดันโซน่ะ" โอโรจิมารุตอบกลับไป
"หลานชายของดันโซเนี่ยนะ" ซึนาเดะเบ้ปากด้วยความรังเกียจ
ทว่าความรังเกียจของซึนาเดะนั้นไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คิซารุ หากแต่เป็นดันโซต่างหาก!
ซึนาเดะไม่เคยนึกชอบพอเพื่อนของครูซารุโทบิ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของคุณปู่ของเธอคนนี้เลยแม้แต่น้อย
ซึนาเดะเกลียดชังนิสัยหัวโบราณ เถรตรงจนเกินพอดี เจ้าเล่ห์เพทุบาย และโหดเหี้ยมอำมหิตของดันโซ รวมถึงวิธีการทำงานของเขาก็ด้วย
"หลานชายของดันโซงั้นเหรอ ขืนมีนิสัยเหมือนหมอนั่นล่ะก็..." แค่คิดซึนาเดะก็ถึงกับขนลุกซู่ เธอหันไปมองโอโรจิมารุด้วยสายตาเวทนา
เมื่อสบเข้ากับสายตาของซึนาเดะ โอโรจิมารุก็เดาความคิดของเธอออกได้ทันที
"ฉันดูประวัติของเด็กคนนั้นมาแล้ว เขาแตกต่างจากท่านดันโซอย่างสิ้นเชิงเลยล่ะ"
"เด็กตระกูลชิมูระคนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงในหมู่บ้านเลยนะ เขาว่ากันว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก แถมยังมีศักยภาพเทียบเท่าโฮคาเงะรุ่นที่ 1 เลยด้วย" จิไรยะพูดเสริม
"ศักยภาพเทียบเท่าท่านปู่รุ่นที่ 1 งั้นเหรอ" ซึนาเดะแสดงท่าทีสนใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเบ้ปากด้วยความรังเกียจอย่างรวดเร็ว "คงจะเป็นฝีมือของคนเจ้าเล่ห์อย่างดันโซที่กุข่าวปั่นกระแสให้หลานตัวเองอีกล่ะสิ หน้าไม่อายจริงๆ!"
จิไรยะที่ยังคงชะโงกหน้าอยู่ มองดูซึนาเดะที่กำลังทำหน้ารังเกียจ สลับกับโอโรจิมารุที่ยังคงความสงบนิ่ง จู่ๆ ความคิดพิเรนทร์บางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
"นี่ พวกเราไปทดสอบฝีมือเด็กคนนั้นกันหน่อยดีไหม ไปดูให้เห็นกับตาเลยว่าหมอนั่นจะเก่งกาจสมคำร่ำลือหรือเปล่า!" จิไรยะเสนอไอเดียด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนอยากรู้อยากเห็น
"ไร้สาระ" โอโรจิมารุตอบกลับอย่างเย็นชา เขาไม่อยากจะไปคลุกคลีตีโมงด้วยเลยสักนิด
ปฏิกิริยาของซึนาเดะกลับตรงกันข้ามกับโอโรจิมารุอย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกสนใจข้อเสนอของจิไรยะเข้าอย่างจัง
ศักยภาพเทียบเท่าโฮคาเงะรุ่นที่ 1 เชียวนะ!
ในฐานะหลานสาวแท้ๆ ของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ซึนาเดะย่อมให้ความสำคัญกับคำยกยอเปรียบเปรยนี้เป็นอย่างมาก
"ฉันว่าไอเดียของจิไรยะเข้าท่าดีนะ โอโรจิมารุ พวกเราไปดูกันเถอะ!" ซึนาเดะหันไปมองโอโรจิมารุพร้อมกับทำสายตาเว้าวอนอย่างโอเวอร์แอคติ้ง
เมื่อต้องเผชิญกับสายตาคาดหวังของเพื่อนทั้งสองคน โอโรจิมารุก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าตกลงอย่างเสียไม่ได้
"ไปดูก็ไปดู!" พอรับปากเสร็จ โอโรจิมารุที่นึกกังวลว่าสองคนนี้จะทำอะไรบุ่มบ่ามเกินเหตุ ก็รีบกล่าวเตือน "พวกนายสองคนก็เพลาๆ มือลงหน่อยล่ะ อย่าให้มันเกินเลยไปนัก"
ซึนาเดะตบบ่าโอโรจิมารุฉาดใหญ่จนเขาแทบจะสำลัก เธอหัวเราะร่วนอย่างเบิกบานใจพลางกล่าวว่า "ไม่ต้องห่วงน่า มีองค์หญิงผู้นี้อยู่ทั้งคน รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน"
"ก็เพราะมีเธออยู่นี่แหละ เรื่องมันถึงได้ยิ่งวุ่นวาย" จิไรยะแอบบ่นอุบอิบ
"เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ จิไรยะ!" ซึนาเดะหูไวได้ยินคำบ่นของจิไรยะเข้าพอดี จึงตวาดแว้ดด้วยความไม่สบอารมณ์
"ฉันบอกว่า รีบไปกันเถอะน่า!" พูดจบ จิไรยะที่ตระหนักได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต ก็รีบใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาเผ่นแน่บหนีไปแต่ไกลทันที
"ไอ้บ้าเอ๊ย แน่จริงก็หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ซึนาเดะตะโกนลั่นพร้อมกับวิ่งไล่กวดตามไปติดๆ
โอโรจิมารุมองดูเพื่อนร่วมสำนัก เพื่อนร่วมทีม และสหายรักที่พึ่งพาไม่ค่อยจะได้ทั้งสองคนวิ่งไล่กวดกันไปไกล เขาทำได้เพียงเดินตามพวกนั้นไปอย่างเงียบๆ