- หน้าแรก
- ข้าเปิดร้านอินเทอร์เน็ตในโลกเซียน
- บทที่ 28 ประตูบานนี้ไม่ธรรมดา
บทที่ 28 ประตูบานนี้ไม่ธรรมดา
บทที่ 28 ประตูบานนี้ไม่ธรรมดา
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ?"
"จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้ล่ะ?"
พวกเขาพากันตะโกนเรียกขึ้นไปยังชั้นสองอยู่เป็นระยะตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว
ตอนแรกพวกเขายังค่อนข้างสงวนท่าทีและตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงปกติ
แต่ยิ่งรอนานเท่าไหร่ เสียงตะโกนก็ยิ่งดังขึ้นเท่านั้น
บางคนถึงกับโคจรพลังยุทธ์ ปลดปล่อยเคล็ดวิชาที่คล้ายคลึงกับราชสีห์คำรามซึ่งมีพลังน่าสะพรึงกลัวพอจะทลายอิฐและกระเบื้องให้แหลกเป็นจุณ เสียงนั้นดังกึกก้องจนหูแทบหนวก
แม้แต่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงก็ยังตื่นตระหนก นึกว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น และเกือบจะไปแจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ลาดตระเวนอยู่แล้ว
ทว่าภายในร้านอินเทอร์เน็ตกลับยังคงไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ
หากเขายังคงนอนหลับอยู่ก็ดูจะผิดปกติเกินไปหน่อยแล้ว
สิ่งนี้ดูเหมือนจะตอกย้ำข้อสันนิษฐานของพวกเขาว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ!
กลุ่มคนมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้
"หรือว่าเขาจะธาตุไฟแตกซ่านระหว่างการฝึกบำเพ็ญเพียรจนเสียสติไปแล้ว?"
"อาจจะเป็นเพราะล้มป่วยหรือโรคเก่ากำเริบก็ได้นะ!"
"ไม่มีทางน่า หากเป็นเช่นนั้นจริงแถมยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลย สถานการณ์จะไม่ย่ำแย่เอาหรือ?"
"แย่แล้วสิ แบบนี้ไม่ดีแน่!"
แล้วตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?
ยิ่งคิด พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงและร้อนรนกระวนกระวายมากขึ้น
ทันใดนั้นมีใครบางคนตะโกนขึ้นมาว่า "ทำไมพวกเราไม่... พังประตูเข้าไปเลยล่ะ!"
"หา? พังประตูงั้นรึ?"
"ใช่แล้ว!"
"......"
ทุกคนต่างตกตะลึงงัน
หลังจากประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีคนเอ่ยขึ้นด้วยความลังเลว่า "นี่มัน... จะไม่ดูเสียมารยาทไปหน่อยหรือ?"
"นั่นสิ หากเถ้าแก่ไม่ได้เป็นอะไรขึ้นมา พวกเจ้ายังอยากจะเล่นเกมอยู่อีกหรือไม่?"
ทว่าหลายคนกลับเอนเอียงไปตามคำชักชวน "มีอะไรต้องกลัวกัน? พวกเราก็แค่เป็นห่วงความปลอดภัยของเถ้าแก่ ไม่ได้ตั้งใจจะก่อเรื่องวุ่นวายเสียหน่อย ต่อให้เขารู้เรื่องเข้า เขาก็ต้องเข้าใจแน่!"
ใช่แล้ว พวกเขากังวลเรื่องความปลอดภัยของซูหรานจากใจจริง
ส่วนความคิดที่จะพังประตูเข้าไปขโมยคอมพิวเตอร์นั้น แม้จะไม่ใช่ว่าไม่มีใครเคยคิด ทว่าความคิดนั้นก็ถูกปัดตกไปในทันที
ของวิเศษที่ทรงพลังอย่างคอมพิวเตอร์ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญจะมีไว้ในครอบครองได้ ต่อให้ความแข็งแกร่งของซูหรานจะไม่ได้สูงส่ง... ไม่สิ ควรจะกล่าวว่า เพราะซูหรานไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่เขากลับยังสามารถเปิดร้านอินเทอร์เน็ตได้อย่างเปิดเผยไร้ข้อกังขาต่างหาก สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีความหวาดเกรง และน่าจะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังเขาอยู่อย่างแน่นอน
หากซูหรานเป็นอะไรไปจริงๆ ก็อาจจะมีคนมาเอาคอมพิวเตอร์กลับไป
ถึงตอนนั้น ไม่เพียงแต่จะไม่ได้คอมพิวเตอร์มาครอง แม้แต่เกมพวกเราก็คงอดเล่นไปด้วย
ดังนั้น พวกเขาจึงรู้สึกร้อนรนและเป็นห่วงความปลอดภัยของซูหรานอย่างแท้จริง และต่างก็ภาวนาไม่ให้เกิดเรื่องร้ายใดๆ ขึ้นกับเขา
โอวหยางชิงเร่งเร้าอยู่ด้านข้าง "หากจะพังประตูก็รีบลงมือเถอะ! หากเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ยิ่งพวกเราเข้าไปได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงทีเท่านั้น ใครจะเป็นคนลงมือล่ะ?"
ตงฟางหมิงร่างกำยำยกแขนล่ำสันขึ้น หมายจะก้าวออกไปข้างหน้า
ทว่าชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคราครึ้มซึ่งยืนอยู่ข้างจ้าวเถี่ยกลับชิงลงมือตัดหน้า เขาเบ่งกล้ามแขนจนปูดโปนแล้วปล่อยหมัดออกไป
ประตูของร้านอินเทอร์เน็ตเป็นประตูบานเลื่อนกระจกที่ติดตั้งระบบล็อคอิเล็กทรอนิกส์ มันดูไม่เห็นจะพิเศษตรงไหน และดูเหมือนจะสามารถทุบให้แตกละเอียดได้ด้วยหมัดเดียว
แต่เมื่อหมัดของชายวัยกลางคนกระแทกเข้ากับพื้นผิวของประตูกระจก...
"..."
กลับไม่มีแม้แต่เสียงใดเล็ดลอดออกมา ประตูกระจกยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน
ชายวัยกลางคนถึงกับชะงักงันด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังซึ่งกำลังร้อนรนอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าเขาไม่สามารถพังได้แม้กระทั่งประตูกระจกธรรมดาๆ บานนี้ พวกเขาก็เริ่มบ่นอุบขึ้นมาทันที
"นี่ หลิวหู่ ที่เจ้าไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้ เป็นเพราะเมื่อเช้าไม่ได้กินข้าวมาหรืออย่างไร?"
"เจ้ารีบหน่อยได้หรือไม่? พวกเรายังไม่รู้เลยว่าเถ้าแก่กำลังตกอยู่ในอันตรายรูปแบบใด!"
"ถูกของเขา เลิกออมแรงแล้วเอาจริงสักทีเถอะ!"
ชายวัยกลางคนนามว่าหลิวหู่หน้าแดงก่ำ เขาตระหนักได้ว่าผลงานเมื่อครู่นี้ของตนนั้นมีปัญหาและน่าอับอายอยู่ไม่น้อยจริงๆ
วินาทีต่อมา เขาอดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่ประตูกระจกราวกับกำลังมองศัตรูคู่อาฆาต เขาสูดลมหายใจเข้าลึก และทันใดนั้น วงแหวนดาราระดับทองแดงก็ปรากฏขึ้นบนข้อมือ
ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะเอาจริงแล้ว การใช้วรยุทธ์เพียงเพื่อพังประตูดูจะเป็นการกระทำที่เสียของไม่น้อยในสายตาของทุกคน
"เคล็ดวิชาทลายขุนเขา!"
หลิวหู่คำรามลั่น กลิ่นอายของเขาปะทุขึ้นฉับพลันขณะปล่อยหมัดที่ดูราวกับจะสามารถถล่มภูเขาทั้งลูกได้ พุ่งกระแทกเข้าใส่ประตูกระจกอย่างจัง
ทว่าในวินาทีต่อมา
"..."
มันกลับเงียบสงบราวกับก้อนหินที่จมหายไปในมหาสมุทร
ไม่เพียงแต่จะไม่มีเสียงใดๆ ดังขึ้น ทว่ากลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนทิ้งไว้บนพื้นผิวกระจกเลยแม้แต่น้อย
"ประตูบานนี้..."
สีหน้าของหลิวหู่แปรเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาฉายแววหวาดหวั่น ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หากหมัดแรกของเขาเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ เช่นนั้นหมัดที่สองที่เขางัดทั้งพลังยุทธ์และเคล็ดวิชาออกมาใช้ก็ย่อมไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาควรจะต่อยทะลุได้แม้กระทั่งแผ่นเหล็กหรือประตูเหล็กหนาเตอะ นับประสาอะไรกับแค่ประตูกระจกบานเดียว
แต่เขากลับรู้สึกว่าในวินาทีที่หมัดกระทบเข้ากับประตูกระจก พละกำลังทั้งหมดกลับถูกสลายหายไปจนสิ้น ราวกับว่าเขาต่อยเข้าไปในอากาศธาตุหรือปุยฝ้ายก็ไม่ปาน
ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลัง พวกเขาเองก็รู้สึกสับสนไม่แพ้กัน
"แม้แต่ใช้พลังยุทธ์แล้วก็ยังพังมันไม่ได้งั้นหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไร!"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้ ประตูบานนี้ก็ดูเหมือนประตูกระจกธรรมดาทั่วไป ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลยนี่!"
"ต้องเป็นหลิวหู่ที่ออมแรงแน่ๆ หลีกไป ให้ข้าลองเอง!"
"ข้าด้วย!"
มาถึงจุดนี้ คนอื่นๆ ต่างก็ไม่ยอมเชื่อและก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อทดลองด้วยตัวเอง พวกเขางัดเอาสารพัดวิธี ทั้งโคจรพลังยุทธ์และใช้เคล็ดวิชาประจำตัว กระหน่ำทุบประตูกระจกอย่างดุเดือด
แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขากลับไม่สามารถทำอันตรายใดๆ มันได้เลย
"นี่มันเรื่องอะไรกัน?"
"บ้าเอ๊ย ไม่ได้ผลเลยสักนิด!"
"เหมือนกับทุบประตูแล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย ราวกับกำลังทุบอากาศอย่างไรอย่างนั้น!"
ทุกคนต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
"ประตูบานนี้ไม่ธรรมดาเลย!" หลังจากสังเกตดูอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง หลิวเฉิงเฟิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้าเกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะพังมันเข้ามาหากไม่มีความแข็งแกร่งมากพอ ให้ข้าลองดูเถอะ ข้าน่าจะทำได้!"
ในบรรดาผู้คนที่อยู่ที่นี่ หลิวเฉิงเฟิงถือว่าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรกับประตูบานนี้ได้ เขาจึงเตรียมตัวก้าวออกไปเพื่อลองดูสักตั้ง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ก็พากันวิ่งกรูกันเข้ามาในตรอก
"นี่ ร้านอินเทอร์เน็ตที่พวกเจ้าพูดถึงอยู่ข้างหน้านี่ใช่หรือไม่?"
"ใช่แล้ว รีบหน่อยเถอะ!"
"เฮ้อ ข้าไม่คิดเลยว่าวันนี้อาจารย์จะไม่เช็คชื่อในชั้นเรียนวรยุทธ์ รู้อย่างนี้ข้าน่าจะโดดเรียนแล้วรีบมาเล่นเกมตั้งแต่แรกก็ดี!"
"ใช่แล้ว ข้าล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าความคืบหน้าขององค์ชายและคนอื่นๆ ไปถึงไหนกันแล้ว พวกเขาต้องนำหน้าพวกเราไปไกลแน่ๆ พวกเราต้องรีบแล้วล่ะ!"
"เฮ้ ดูนั่นสิ องค์ชายนี่นา! แล้วทำไมถึงมีคนไปออกันอยู่ที่หน้าประตูเยอะขนาดนั้นล่ะ?"
เมื่อมองดูให้ชัดเจนก็พบว่า กลุ่มคนที่เดินเข้ามาคือกลุ่มเดียวกับที่มายังร้านอินเทอร์เน็ตพร้อมกับอู่เหล่ยและหลิวเฉิงเฟิงเมื่อวานนี้ รวมถึงมีใบหน้าใหม่ๆ เพิ่มมาอีกไม่น้อย
"องค์ชาย พวกท่านมายืนทำอะไรกันอยู่ที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ?"
พวกเขารีบรุดมาเพื่อเล่นเกม ทว่าเมื่อมาถึงร้านอินเทอร์เน็ต กลับพบทุกคนยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยสีหน้าร้อนรน หงุดหงิด และจนปัญญา สิ่งนี้ทำให้พวกเขางุนงงเป็นอย่างมาก
จนกระทั่งหลิวเฉิงเฟิงอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ ให้ฟัง พวกเขาจึงได้กระจ่าง
"หรือว่าเถ้าแก่ร้านอินเทอร์เน็ตจะเป็นอะไรไป?"
"พวกท่านเปิดประตูร้านอินเทอร์เน็ตไม่ได้งั้นหรือ?"
"แบบนี้แย่แน่!"
ผู้ที่เคยมาเยือนร้านอินเทอร์เน็ตเมื่อวานนี้ต่างก็เผยสีหน้าวิตกกังวลออกมาเช่นกัน
"ข้าถามหน่อยเถอะ มันแย่ขนาดนั้นเลยรึ? มันเวอร์อย่างที่พวกเจ้าพูดกันจริงหรือเปล่า?"
มีเพียงผู้มาใหม่เท่านั้นที่รู้สึกว่าปฏิกิริยาของคนอื่นๆ นั้นออกจะเกินจริงไปสักหน่อย หากมองข้ามเรื่องที่ว่าร้านอินเทอร์เน็ตแห่งนี้มีความวิเศษอย่างที่ว่าจริงหรือไม่ ร้านค้าที่ดูธรรมดาเช่นนี้จะพังประตูเข้าไปไม่ได้เลยเชียวหรือ?
"ก็แค่ประตูผุพังบานเล็กๆ พวกเจ้านี่ช่างไร้น้ำยาเสียจริง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!"
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมก็ก้าวออกมาข้างหน้าด้วยสีหน้าดูแคลน ร่างกายของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่วงแหวนดาราจะปรากฏขึ้นบนข้อมือ ส่องแสงเจิดจ้าบาดตา
สิ่งนี้ทำให้หลายคนถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจทันที "ผู้ฝึกยุทธ์ระดับทอง!"
ในแคว้นเมฆาเหิน แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเงินก็ยังหาได้ยากยิ่ง นับประสาอะไรกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับทอง ซึ่งนับว่าได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งยอดฝีมือแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองดูเด็กหนุ่มผู้นี้ เขาอายุยังน้อยทว่ากลับครอบครองความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จึงนับได้ว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอย่างแท้จริง มิน่าล่ะเขาถึงได้หยิ่งผยองนัก
เด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมเงื้อหมัดขึ้นแล้วซัดเข้าใส่ประตูกระจกอย่างจัง
"ปัง!"
คราวนี้ ประตูกระจกถูกกระแทกจนเกิดเสียงดังฟังชัด
"อะไรกัน!"
คนด้านหลังต่างตกตะลึง พวกเขากระหน่ำทุบประตูมาตั้งหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นประตูมีปฏิกิริยาตอบรับ
มีหวังแล้วงั้นหรือ?
มุมปากของเด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รู้สึกกระหยิ่มใจเป็นอย่างยิ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะเร่งการโคจรพลังยุทธ์ เพิ่มพูนพละกำลังลงไปในหมัดแล้วซัดออกไปอีกครั้ง พร้อมกับตะโกนเสียงกร้าว "แตกซะ!"
ทว่าสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนก็คือ จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องจักรดังแว่วมาจากอีกฝั่งของประตูกระจก "【ประตูถูกโจมตีหลายครั้ง ตรวจพบว่าเป็นการจงใจทำลายล้าง เปิดใช้งานโหมดป้องกัน】"
เมื่อหมัดของเด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมซัดเข้าใส่ประตูกระจกอีกครั้ง คราวนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกเหมือนต่อยอากาศธาตุ ทว่าเหมือนกับกำลังชกเข้ากับกำแพงที่ไม่มีวันถูกทำลาย ยิ่งไปกว่านั้น มันยังก่อให้เกิดคลื่นพลังสะท้อนกลับที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย
"อ๊าก..."
ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช
ร่างของเด็กหนุ่มหน้าเสี้ยมปลิวละลิ่วออกไปไกลหลายเมตรเป็นเส้นโค้งพาราโบลา ก่อนจะร่วงกระแทกพื้น เขากลิ้งไปมา ชักกระตุก และโอดครวญด้วยความเจ็บปวด แม้ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต แต่สภาพของเขานั้นช่างดูอนาถใจยิ่งนัก
ในวินาทีนั้น คนอื่นๆ ต่างมองไปที่เด็กหนุ่มบนพื้นสลับกับประตูกระจกด้วยอาการอ้าปากค้าง ราวกับว่าพวกเขาเพิ่งจะเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น