เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - รับสมัครพนักงาน

บทที่ 8 - รับสมัครพนักงาน

บทที่ 8 - รับสมัครพนักงาน


สลิธีรินคือบ้านที่หลินตงเคยเรียนในโลกเวทมนตร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำสมัยเรียนของเขา

ชื่อบริษัทอาจจะต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์สักหน่อย

แต่การตั้งชื่อห้องประชุมคงไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น

บางบริษัทที่ทำเกี่ยวกับสื่อและวัฒนธรรมก็ตั้งชื่อห้องประชุมว่า สร้างรากฐาน แกนทองคำ พันปี หมื่นปี... อะไรเทือกนั้น

คนที่ไม่รู้คงนึกว่าบริษัทนี้มันเบียวสุดๆ แน่ๆ

สิ่งที่ทำให้หลินตงพอใจที่สุดคือโซนพักผ่อนและโซนเจรจาธุรกิจของที่นี่ ซึ่งมีทั้งโซฟานุ่มสบาย ที่นั่งแบบบูท และบาร์กาแฟแบบเปิดโล่ง

ดูทั้งสะดวกสบายและมีศิลปะ

เมื่อถูกใจแล้วก็คุยเรื่องราคา ผู้จัดการเฉินเสนอราคามาที่ 26 หยวนต่อตารางเมตรต่อวัน

หลินตงตอบตกลงโดยไม่ต่อราคาเลยสักคำ

มัดจำสามเดือน จ่ายค่าเช่าเป็นรายไตรมาส

เรื่องนี้ก็ไม่มีปัญหา

หลินตงฟาดเงินไปรวดเดียวสองล้านสามแสนกว่าหยวน

เซ็นสัญญาเสร็จ จ่ายเงินเรียบร้อย

"ยินดีด้วยครับ คุณหลิน"

ผู้จัดการเฉินผ่านโลกมามาก เคยต้อนรับบริษัทชั้นนำระดับโลกมาก็เยอะ แต่ลูกค้าที่อายุเท่านี้และมีสไตล์แบบนี้น่ะเหรอ

เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

วัยรุ่นคนนี้ ถ้าไม่ใช่พวกโง่เง่าเต่าตุ่น ก็ต้องเป็นคนที่มีอนาคตไกลอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ถึงแม้ในใจเขาจะรู้สึกอิจฉาที่ตัวเองอุตส่าห์ดิ้นรนมาตั้งหลายปีก็ยังเป็นได้แค่นี้ แต่คนอื่นกลับหอบเงินหลายล้านมาเช่าออฟฟิศได้อย่างสบายใจเฉิบ

แต่ผู้จัดการเฉินก็ค่อนข้างเอนเอียงไปทางข้อสันนิษฐานหลังมากกว่า

จากประสบการณ์การดูคนของเขา

เขามองเห็นรัศมีเจิดจ้าแผ่ซ่านออกมาจากวัยรุ่นคนนี้

หลินตงใช้เงินไปสองล้านสามแสนกว่าหยวน

ถึงตอนนี้ก็ถือว่าสามารถคิดบัญชีได้แล้วหนึ่งรอบ เพราะขอแค่ใช้จ่ายเงินเกินกว่าเงินทุนตั้งต้นของระบบก็สามารถคิดบัญชีได้แล้ว

เงิน 16,780,000 หยวนในบัญชี ในจำนวนนี้ 14,780,000 หยวนคือเงินที่เขาได้จากการคิดบัญชีครั้งก่อน ซึ่งถือเป็น 'เงินปลอม' ที่ต่อให้ขาดทุนไปก็ไม่สามารถแลกเป็นเกลเลียนได้

แต่เขาก็ได้ยินระบบบอกมาเหมือนกันว่า การใช้จ่ายด้วยวิธีชอปปิงแบบนี้จะได้เกลเลียนไม่เยอะ

งั้นก็ถือว่าการใช้จ่ายครั้งนี้ใช้ 'เงินปลอม' ไปก็แล้วกัน

รอให้เป็นการลงทุนที่มีเทคนิคจริงๆ ในครั้งหน้า ค่อยเอาเงินทุนตั้งต้นสองล้านหยวนที่จมอยู่ในกองเงินปลอมออกมาใช้

ตอนแรกหลินตงก็ไม่ได้ใส่ใจกฎข้อนี้สักเท่าไหร่

แต่พอเข้าใจกฎข้อนี้อย่างถ่องแท้แล้ว เขาถึงได้รู้ว่ามันหลอกลวงขนาดไหน

ทำไมเงินที่พวกแกให้ฉันมาถึงเป็นของจริง ขาดทุนแล้วได้เกลเลียน

แต่ทำไมเงินที่ฉันหามาเองถึงกลายเป็นของปลอมไปได้ล่ะ

มิน่าล่ะถึงบอกว่ามีอำนาจในการตัดสินใจเด็ดขาด มีแต่ลูกเล่นทั้งนั้น!

ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา หลินตงก็เริ่มเปิดรับสมัครพนักงานชุดแรก

ถึงแม้ระบบจะอนุญาตให้หลินตงเช่าพื้นที่ออฟฟิศขนาดห้าร้อยตารางเมตรได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเงื่อนไข

โดยเฉลี่ยแล้ว พื้นที่ห้าสิบตารางเมตรต่อคน ถ้าเช่าพื้นที่กว้างแค่ไหน ก็ต้องรับพนักงานเข้ามาทำงานตามสัดส่วนนั้น

ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่หลินตงต้องการเลย

รับคนมาทำงานก็ต้องจ่ายเงินเดือนนี่นา นั่นก็เป็นรายจ่ายอีกก้อนหนึ่งแล้ว

เขาเช่าพื้นที่ไป 498 ตารางเมตร ตามเงื่อนไขของระบบ เขาจะต้องรับพนักงานให้ครบสิบคนภายในปีนี้

อย่างแรกเลยคือพนักงานต้อนรับสาวสวย

หลินตงตัดสินใจจะจ้างสองคน

ขอแค่สวยก็พอแล้ว ยังไงก็ไม่สามารถสร้างผลกำไรให้บริษัทได้อยู่ดี ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับการผลาญเงินให้ขาดทุนจริงๆ

ระบบอนุญาตให้จ้างพนักงานต้อนรับสาวสวยได้แค่สองคน ไม่อย่างนั้นหลินตงคงจ้างมาสิบคนแล้ว

ต่อไปก็คือคนที่ดูแลฝ่ายธุรการและบุคคล

แบบนี้เขาจะได้โยนงานรับสมัครคนให้เธอไปทำ

หลินตงแค่คอยตรวจสอบอย่าให้เธอรับ 'พนักงานที่เก่งกาจ' เข้ามาก็พอ

ไม่ใช่ว่าหลินตงไม่อยากรับ 'คนเก่งๆ' ด้านนี้เข้ามาเยอะๆ หรอกนะ

ถ้าให้เขาทำตามใจชอบ เขาคงจะรับทั้งผู้จัดการฝ่ายบุคคล หัวหน้าฝ่ายสรรหา หัวหน้าฝ่ายประเมินผล หัวหน้าฝ่ายพนักงานสัมพันธ์ หัวหน้าฝ่ายเงินเดือน...

น่าเสียดายที่ระบบอนุญาตให้รับพนักงานตำแหน่งธุรการและบุคคลได้แค่คนเดียว

แล้วก็รับพนักงานขับรถอีกหนึ่งคน

คนขับรถก็ไม่สามารถสร้างมูลค่าอะไรได้เหมือนกัน

ระบบอนุญาตให้หลินตงซื้อรถในราคาไม่เกินสามแสนหยวน แถมในเมืองหลวงปีนี้ การจะซื้อรถและจดทะเบียนรถสำหรับองค์กรได้ จะต้องมียอดชำระภาษีธุรกิจถึงห้าหมื่นหยวนอีกด้วย

แต่บริษัท ไคลสต์ คัลเจอร์ มีเดีย ยังไม่เคยเสียภาษีเลยสักเฟินเดียว

ถึงจะยังไม่มีรถ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าห้ามจ้างคนขับรถสักหน่อย

หลินตงยังกะจะจ้างบาร์เทนเดอร์อีกคนด้วย

เจ้าของชาวตะวันออกกลางคนก่อนอาจจะเป็นพวกขี้เมา บาร์เครื่องดื่มในบริษัทถึงได้ตกแต่งไว้อย่างดีขนาดนี้ ถ้าไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ก็คงน่าเสียดายแย่

หลินตงไม่ดื่มเหล้า

แต่เขาสามารถให้บาร์เทนเดอร์คั้นน้ำผลไม้ให้เขาได้

ฝ่ายบัญชีก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

เงินทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ของหลินตงมาจากระบบ แต่หน้าที่หลักของฝ่ายบัญชีคือการยื่นภาษี

เรื่องหลบเลี่ยงภาษีใครๆ ก็อาจจะทำได้ ยกเว้นหลินตง

เขาแทบจะอยากเอาเงินทั้งหมดที่หามาได้ยกให้ประเทศชาติให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ตอนแรกหลินตงตั้งใจจะจ้างคนมาเพื่อต่อคิวซื้ออาหารโดยเฉพาะ น่าเสียดายที่ระบบไม่ยอม

แถมยังบอกอีกว่าห้ามรังแกหุ่นยนต์แบบนี้

โควตาอีกสี่คนที่เหลือ จึงจำเป็นต้องรับคนที่มีหน้าที่หลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ผู้กำกับ หรือทีมงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างเช่นรับนักแสดงมาสักคน แล้วก็จ้างผู้จัดการส่วนตัวให้นักแสดงคนนั้น ตามด้วยผู้ช่วยอีกสักคนอะไรแบบนี้

หลินตงมีตัวเลือกที่ 'พึ่งพาได้' อยู่ในใจแล้ว

ไม่สิ ต้องบอกว่ามีตัวเลือกที่ 'พึ่งพาได้' ถึงสองคนต่างหาก

คนแรกก็คือ ตู้ฉี่สี่

พี่ชายคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถอะไรเลยนอกจากขี้โม้กับทำตัวไร้สาระไปวันๆ หนังที่ถ่ายทำออกมายังไม่ทันได้ฉายเลยด้วยซ้ำ

อนาคตข้างหน้าคาดเดาได้ไม่ยากเลย

คนที่สองก็คือ จางซานพั่ง รูมเมตของเขาเอง

พี่ชายคนนี้หน้าตาธรรมดาๆ แถมว่างๆ ยังชอบเล่นเกมอีก มาเป็นนักแสดงเนี่ยถือว่าเลือกเดินผิดทางชัดๆ

ถ้าเซ็นสัญญากับเขาคงทำเงินไม่ได้แน่ๆ

แถมเขายังเป็นคนรักเพื่อนพ้อง หลินตงเองก็คงทำตัวใจดำไม่ตอบแทนน้ำใจเขาไม่ได้หรอก

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เท่ากับว่ามีพนักงานแปดคนแล้ว

นี่คือผลสรุปที่ได้จากการต่อรองกับระบบ

ยังไม่ครบสิบคนก็ไม่เป็นไรหรอก กว่าจะสิ้นปียังอีกนาน ยังไงปีนี้เขาก็ต้องหาคนไม่เอาไหนมาเพิ่มได้อีกสองคนแหละน่า

หลินตงลงประกาศรับสมัครงานเหล่านี้ไป รับพนักงานห้าตำแหน่งหกอัตรา ไม่นานก็มีคนส่งใบสมัครเข้ามามากกว่าสี่พันคน

จำนวนคนที่มาสมัครมันมากเกินไปแล้ว

เจ้าหนุ่มบ้านนอกที่ทะลุมิติมาต้องใช้เวลาศึกษาอยู่นานกว่าจะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

บริษัท ไคลสต์ คัลเจอร์ มีเดีย น่ะไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย บริษัทเปิดใหม่แบบนี้มีเกิดขึ้นทุกวันนั่นแหละ

จุดสำคัญมันอยู่ที่ตึกกั๋วเม่าต่างหาก

ออฟฟิศตั้งอยู่ที่ชั้น 56 ของตึกกั๋วเม่าเฟส 1 แถมยังให้เงินเดือนสูงที่สุดในวงการอีกด้วย

แต่แค่เรื่องนี้ก็ยังไม่น่าจะทำให้มีคนมาสมัครถล่มทลายขนาดนี้ได้หรอก

ปัญหามันอยู่ที่สองปัจจัยนี้มารวมกันต่างหาก

หน้าใหม่ กับ ตึกกั๋วเม่า

บริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่แต่กล้ามาตั้งออฟฟิศที่ตึกกั๋วเม่า ย่อมเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งอย่างแน่นอน แถมส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในช่วงขาขึ้น อนาคตก้าวไกลไม่มีที่สิ้นสุด

มีคนสมัครเข้ามาเยอะมากจนอ่านเรซูเมแทบไม่ทัน

หลินตงเลยตัดสินใจอ่านแค่เรซูเมของคนที่สมัครตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลเท่านั้น

อย่างแรกเลยคือคัดพวกที่จบปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการจัดการออกไปให้หมด คนพวกนี้เก่งเกินไป ถ้าขืนปล่อยให้พวกเขามีอำนาจ ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาบ้าง

จากนั้นก็คัดพวกที่มีประสบการณ์ทำงานมากกว่าหนึ่งปีออก

ถึงแม้จะต้องการคนมีประสบการณ์ แต่ก็ต้องเป็นประสบการณ์ด้านความล้มเหลวต่างหากล่ะ

สุดท้ายตำแหน่งนี้ก็เหลือเรซูเมแค่สิบกว่าใบเท่านั้น

นี่แสดงให้เห็นว่าคุณภาพของเรซูเมที่ส่งเข้ามานั้นสูงมาก ถ้าไม่มีความสามารถจริงๆ ก็คงไม่กล้าส่งมาหรอก

หลินตงเปรียบเทียบดูแล้ว ก็โทรเรียกให้คนหนึ่งเข้ามาสัมภาษณ์เลย

เฉินเสี่ยวหมาน นักศึกษาปีสี่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและแฟชั่นปักกิ่ง เธอมีความฝันอยากมาเรียนที่ปักกิ่งตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ผลการเรียนจะธรรมดา แต่ก็โชคดีที่สอบติดมหาวิทยาลัยนี้ได้

หลังจากมาปักกิ่งและใช้ชีวิตสนุกสนานไปหลายปี

เธอก็เกิดอยากจะมาทำงานที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือก็คือย่านCBDของเมืองหลวง

สงสัยเทพีแห่งโชคลาภจะมาสถิตอยู่กับเธอแล้วไม่ยอมไปไหนแน่ๆ

เพิ่งจะส่งเรซูเมไปที่บริษัทชื่อ ไคลอะไรสักอย่าง ก็มีโทรศัพท์โทรกลับมาทันที

มันจะง่ายดายเกินไปไหม

เธอแค่ส่งเรซูเมไปส่งๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยนะเนี่ย

พอมาถึงสถานที่ที่ระบุในข้อความ เธอก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าไม่มีพนักงานต้อนรับเลยสักคน

พื้นที่ออฟฟิศขนาดห้าร้อยตารางเมตรเงียบสงัดราวกับป่าช้า

นี่มันบริษัทหลอกลวงหรือเปล่าเนี่ย

หรือว่าพวกแก๊งตัดไต

ไตผู้หญิงมันตัดได้ด้วยเหรอ

ตอนนี้วิ่งหนีทันไหมเนี่ย

"มาแล้วเหรอ มานี่สิๆ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" หลินตงถือชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเดินออกมาจากห้องชงกาแฟ พอดีกับที่เห็นหญิงสาวกำลังทำหน้าตื่นตระหนกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

"คุณ... คุณเป็นใคร" หรือว่าฉันจะมาผิดที่

"ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ไง เธอมาสัมภาษณ์ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลไม่ใช่เหรอ" หลินตงถือชามบะหมี่เดินมานั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งในโซนเจรจาธุรกิจ

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากกินของดีๆ หรอกนะ แต่เป็นเพราะเขาไม่มีเงินต่างหาก

ค่าครองชีพที่ทางบ้านส่งมาให้ก็พอแค่ค่ากินข้าว แถมก่อนหน้านี้เหมือนจะเพิ่งป่วยหนักมาด้วย ก็เลยเหลือเงินพอแค่ประทังชีวิตด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น

ถึงในบัญชีจะมีเงินเกือบสิบห้าล้าน แต่เขาก็ยังต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ดี

ชีวิตมันช่างยากลำบากจริงๆ

เฉินเสี่ยวหมานเดินตามหลินตงมา แล้วก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างระมัดระวัง

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ ตอนนี้เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทแล้ว เรื่องเอกสารเข้าทำงานของเธอ เธอจัดการเองได้ใช่ไหม"

"หา... อ้าว"

ฉันถูกรับเข้าทำงานแล้วเหรอ

ไม่ใช่ว่าต้องสัมภาษณ์ก่อนหรือไง

มันจะไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ แล้วฉันก็ไม่ได้เรียนจบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลด้วย ฉันไม่รู้จักหลักการบริหารทรัพยากรบุคคลทั้งหกด้านด้วยซ้ำ

ฉันเรียนจิตรกรรมจีนมาต่างหากล่ะ!

ปล. ย่าน CBD ย่อมาจาก Central Business District คือ ย่านศูนย์กลางธุรกิจของเมือง เปรียบเสมือนที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - รับสมัครพนักงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว