บทที่7
บทที่7
ยูจิเดินลงบันไดมาพร้อมกับคทาสีทองอร่ามทอประกายงดงามในมือ ส่วนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นมุ่งตรงไปยังโต๊ะอาหาร ซึ่งที่นั่นเขาได้เห็นพวกพี่สาวน้องสาวรวมถึงคุณน้าที่ดูเหมือนเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน สังเกตได้จากชุดที่เธอสวมใส่อยู่
บนโต๊ะกาแฟสีขาวตัวใหญ่มีทั้งตำราเรียน เอกสาร สมุดโน้ต และดินสอวางแผ่กระจายอยู่ โดยมีพวกพี่สาวน้องสาวนั่งอยู่บนโซฟาเบดสีขาวบริสุทธิ์ดูหรูหรากำลังง่วนอยู่กับการทำขยันทำการบ้าน ขณะที่คุณน้าในมือถือกระป๋องเบียร์เตรียมจะกระดก
เสียงฝีเท้าของเขาทำให้ความสนใจของทุกคนละจากกองการบ้านและเครื่องดื่มในมือชั่วขณะ พวกเธอหันหน้ามามองตามเสียง และสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ พี่ชาย/น้องชาย และหลานชายของบ้านกำลังถือคทาทองคำประดับไพลินระยิบระยับอยู่ซะงั้น
“อะ รุ่นพี่ไอกะ ยินดีต้อนรับกลับครับ”
“โอ้ กลับมาแล้วจ้า... เดี๋ยวนะ ยูจิ... ไอ้นั่นมันคืออะไรกันฟะน่ะ...?”
“อ๊ะ ยูคุง! ทำธุระเสร็จแล้ว... เอ๋? ยะ-ยูคุง ในมือนั่นนายถืออะไรอยู่เนี่ย...?”
“ยะ-ยูจิ...?”
ยูจิได้แต่ส่งยิ้มแห้ง ๆ และฝืนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ออกมา พลางยกคทาในมือขึ้นมาแนบระดับอก เขาคิดหาข้ออ้างสำหรับวินาทีนี้มาหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจ แต่พอเอาเข้าจริง การจะพ่นคำโกหกที่น่าเหลือเชื่อขนาดนี้ออกไปมันก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากใจอยู่ดี
“ทุกคน~ ข้าวเย็นเสร็จแล้ว... เอ๋...? ยูจิ... ไอ้นั่นมันคืออะไรน่ะ?”
คุณแม่มิราที่เพิ่งจะโผล่หัวเข้ามาในห้องนั่งเล่นเพื่อเรียกให้ลูกสาวและน้องสาวไปกินข้าวถึงกับตัวแข็งทื่อไปอีกคนเมื่อได้เห็นคทาทองคำนวบวับนั่น
“คือว่า... ดูเหมือนเพื่อนของผมจะส่งไม้คทาสาวน้อยเวทมนตร์ที่ทำออกมาสมจริงเกินเหตุมาให้เป็นของขวัญน่ะครับ...”
ลูกตาทุกคู่เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาเป็นจานเชิง พวกเธอนิ่งอึ้งพูดไม่ออกและมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“คะ-คือ ผมอธิบายได้นะครับ...”
สุดท้ายทุกคนจึงมานั่งล้อมวงกันบนโซฟา ตำราเรียน การบ้าน และเครื่องเขียนของยูนะกับนีน่าถูกกวาดเก็บไปก่อน และบนโต๊ะกาแฟตอนนี้มีคทาทองคำยาว 50 เซนติเมตรวางอยู่ ส่วนปลายของมันประดับด้วยไพลินทรงหยดน้ำงดงามซึ่งถูกยึดโยงไว้ด้วยเถาวัลย์ทองคำที่พันเกี่ยวลากยาวตลอดตัวคทา
สายตาของทุกคนมองสลับไปมาระหว่างวัตถุโบราณอันเลอค่าชิ้นนี้กับตัวของยูจิด้วยความสับสน ตกใจ และไม่ยากจะเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มิรา
เนื่องจากมิราเคยได้รับการแต่งตั้งและสอนวิธีดูอัญมณีแท้จากเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของร้านอัญมณีระดับความสำเร็จสูง เธอจึงมองออกทันทีว่าไพลินเม็ดนี้คือ 'รอยัล บลู แซฟไฟร์' (Royal Sapphire) ของแท้แน่นอน อัญมณีที่งดงาม ขนาดใหญ่ และมีความบริสุทธิ์ขนาดนี้ อย่างต่ำ ๆ ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าสองล้านเยน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ และนี่ยังไม่นับรวมตัวคทาที่ทำจากทองคำแท้ ๆ ทั้งแท่งอีกนะ!
“จริง ๆ แล้วผมได้รับมันมาจากเพื่อนน่ะครับ... เพื่อนในเน็ต เธอเป็นคุณหนูที่รวยมาก ๆ แต่มีงานอดิเรกแปลก ๆ... คือเธอชอบทำไม้คทาสาวน้อยเวทมนตร์แล้วมักจะเล่นใหญ่เกินเบอร์ไปหน่อย ชิ้นนี้ก็เป็นหนึ่งในผลงานของเธอ... และดูเหมือนเธอจะส่งมาให้ผมเป็นของขวัญเพื่อใช้ตกแต่งบ้านน่ะครับ”
“จะ-จริงเหรอเนี่ย... เหลือเชื่อเกินไปแล้ว...”
“ย...ยูคุง แน่ใจนะว่าเธอส่งมาให้เองจริง ๆ น่ะ? ม...ไม่ใช่ว่านี่เป็นของโจรแล้วเธอยัดเยียดมาให้นายเพื่อทำลายหลักฐานหรอกนะ?!”
“ใช่แล้วค่ะ หนูไม่ยากจะเชื่อเลยว่าจะมีใครส่งวัตถุโบราณที่ดูแพงและเลอค่าขนาดนี้มาให้คนอื่นเฉย ๆ แค่เพราะเป็นงานอดิเรกหรอกนะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะยูนะ นีน่า! ผ...ผมรับประกันได้เลย... เธอแค่รวยล้นฟ้าจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร แล้วก็เป็นคนเพี้ยน ๆ หน่อยเท่านั้นเองครับ...”
มิราเพ่งมองจับผิดลูกชายและวิเคราะห์คำพูดของเขาอย่างละเอียด ตัวยูจิดูจะมีความกระวนกระวายใจและสับสนอยู่บ้างก็จริง แต่ถึงแม้เรื่องเล่าจะดูน่าเหลือเชื่อแค่ไหน เธอกลับไม่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดบาปที่มักจะเกิดขึ้นหากได้สิ่งของนี้มาด้วยวิธีที่ผิดกฎหมายเลยสักนิด
อีกอย่าง เธอรู้ดีว่าลูกชายของเธอเป็นคนมองคนทะลุปรุโปร่งและไม่มีทางไปคบค้าสมาคมกับพวกนอกกฎหมายหรือคนไม่ดีแน่นอน
ถึงอย่างนั้น ในฐานะแม่ เธอก็ยังต้องรอบคอบเพื่อความปลอดภัยของลูกชายอยู่ดี
“แล้วเพื่อนที่ลูกพูดถึงคนนี้ เธอชื่อว่าอะไรเหรอยูจิ?”
“เธอชื่อว่า คิริว ไอกะ ครับ ดูเหมือนจะเป็นคุณหนูจากตระกูลเก่าแก่ที่รวยมาก ๆ แต่ผมก็ไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลนี้มาก่อนเหมือนกัน...”
“คิริว... น่าเสียดายที่แม่เองก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เหมือนกันแฮะ”
“อืม เธอ บอกว่าครอบครัวของเธอแค่ใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบายโดยไม่มีใครรู้จักน่ะครับ การทำแบบนี้... ก็เป็นหนึ่งในวิธีแก้เบื่อในวันว่าง ๆ ของเธอ”
“งั้นเหรอ...”
มิราละสายตาจากยูจิแล้วก้มมองคทาทองคำอีกครั้ง
มันก็มีอยู่จริง ๆ นั่นแหละ พวกตระกูลเก่าแก่ที่ร่ำรวยมหาศาลทว่าเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสันโดษลึกลับ โดยที่ยังคงแผ่อิทธิพลควบคุมสิ่งต่างๆ จากเงามืด แม้พวกเขาจะไม่ได้ลงมาบริหารงานด้วยตัวเอง แต่ก็ถือหุ้นใหญ่และกุมบังเหียนบริษัทซูเปอร์คอร์ปอเรชันยักษ์ใหญ่หลายแห่งทั่วโลก พร้อมรับผลประโยชน์จากสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างไว้ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างหรูหราอู้ฟู่และสงบสุข เพลิดเพลินกับทรัพย์สินที่แทบจะไร้ขีดจำกัดโดยไม่ต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับโลกภายนอก
เธอแทบไม่อยากเชื่อว่าลูกชายของเธอจะไปเป็นเพื่อนกับคุณหนูจากตระกูลระดับนั้นได้ ทว่าหลักฐานชิ้นโตมันก็วางอยู่ตรงหน้าแล้ว คุณหนูที่สามารถส่งของขวัญระดับนี้ให้เพื่อนออนไลน์ที่แทบจะไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของตระกูลได้ มีแต่พวกคนจากตระกูลประเภทนั้นเท่านั้นแหละ
“ย...ยูคุง นายบอกว่าเพื่อนของนายเป็นผู้หญิงใช่ไหม...? คุณหนู... ที่รวยมาก ๆ”
“อืม เธอออกจะแปลก ๆ ไปหน่อยจนยากจะมองว่าเป็นคุณหนูผู้ดีล่ะนะ แต่พอเธอส่งไอ้นี่มาให้ ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อแล้วล่ะครับ...”
“งั้นเหรอ... แล้วลูกมีรูปของเธอไหมจ๊ะ...?”
มิราหันไปมองยูจิเช่นกันเมื่อยูนะเอ่ยถามคำถามนั้น และทันใดนั้นสีหน้าอ่อนเพลียอย่างถึงที่สุดก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลูกชายทันที
“...มีครับ เธอส่งรูป... ของตัวเองมาให้... เยอะแยะเลยล่ะ...”
“พวกเราขอดูลูกหน่อยได้ไหม?”
ยูนะและนีน่าจ้องมองเขาด้วยสายตากดดันเขม็งอย่างที่เขาไม่คาดคิด ยูจิได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมจำนนต่อคำขอของพวกพี่สาวน้องสาว ยอมควักสมาร์ทโฟนออกมาเพื่อเปิดรูปภาพให้ดู
“เอ๋? ยูคุง นายไปเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นมาจากไหนน่ะ?”
“อ๊ะ ไอ้นี่เธอก็ส่งมาให้เหมือนกันครับ... แต่ช่องทางติดต่อของผมยังเหมือนเดิมนะ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงครับ”
“งั้นเหรอ...”
มิราเองก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นโทรศัพท์เครื่องใหม่ของลูกชาย เธอไม่เคยเห็นแบรนด์หรือดีไซน์สมาร์ทโฟนแบบนี้มาก่อนเลย ขนาดเพื่อนในวงการอัญมณีไฮเอนด์ของเธอก็ยังไม่เคยพูดถึงของแบบนี้เลยสักครั้ง
ดูเหมือนเราจะเดาถูกสินะ...
“เอาเป็นว่า นี่ครับรูปของเธอ...”
ยูจิหันหน้าจอสมาร์ทโฟนออกจากตัวแล้วยื่นรูปภาพของไอกะในชุดสาวน้อยเวทมนตร์สุดวาบหวิวที่เธอใส่ถ่ายคู่กับ 'คทาแห่งการปกป้องศักดิ์สิทธิ์' (Scepter of Divine Protection) ที่เขาเคยให้เธอหยิบยืมผ่านระบบแชทกลุ่มต่างมิติ (Multiverse Group Chat)
มิรา, ยูนะ, นีน่า รวมไปถึงไอกะ (น้า) ถึงกับอ้าปากค้างช็อคสนิททันทีที่ได้เห็นรูปนั้น
ในภาพเซลฟี่ที่ถ่ายมุมช้อนขึ้นเล็กน้อย คุณหนูไอกะกำลังโพสท่าสุดยั่วยวนโดยมัดผมทรงทวินเทล เผยให้เห็นต้นคอขาวเนียนชวนมอง มือขวาชูสองนิ้วไว้ตรงดวงตาที่กำลังส่งวิ้งค์โชว์วงแขนขาวเนียนและเนินอกอวบอิ่มล้นทะลักที่โผล่พ้นชุดออกมา ช่วงเอวคอดกิ่วของเธอถูกรัดแน่นด้วยชุดต่อสู้ของสาวน้อยเวทมนตร์ และต้นขาขาวราวกับน้ำนมก็โผล่พ้นกระโปรงมินิสเกิร์ตที่เลิกขึ้นมาเล็กน้อยอย่างชัดเจน
มันเป็นรูปภาพที่เย้ายวนและเปิดเผยเนื้อหนังมาก ทว่านี่ถือเป็นหนึ่งในรูปที่ 'ปลอดภัยที่สุด' แล้วหากเทียบกับรูปอื่น ๆ ที่เธอระดมส่งมาให้เขา อย่างน้อยรูปนี้ก็ไม่มีภาพติดกางเกงใน หรือภาพที่เธอกำลังเลียไม้คทาอย่างหิวกระหายพลางหนีบมันไว้กลางร่องอกบิ๊กบึ้มล่ะนะ
ตอนที่เธอส่งคทาคืนกลับมาให้ ยูจิถึงกับต้องเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดคทาชุดใหญ่เลยทีเดียว ดูเหมือนคุณเธอจะปลาบปลื้มและหลงใหลในรูปลักษณ์ใหม่ของตัวเองมาก... อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ...
“เ...เธอสวยมากเลยนะ...”
“ครับ... สวยจริง ๆ นั่นแหละ แต่สมองของเธอแปลก ๆ อย่างที่บอกไปนั่นแหละครับ คือ... ใครมันจะไปส่งรูปอะไรแบบนี้ให้ผู้ชายที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันจริง ๆ ในชีวิตจริงดูเล่า...”
“น...นั่นก็จริงนะ...”
ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งขณะที่สาว ๆ ในบ้านต่างพากันมองสลับไปมาระหว่างใบหน้าของยูจิกับรูปของไอกะด้วยสายตาเลิกลั่ก
‘ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้... ไม่จริงน่า ใช่ไหม? เ...เธอตกหลุมรักยูคุงงั้นเหรอ...? ข...ขู่... ชักจะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ฉันต้องพยายามให้มากกว่านี้!!!’
‘ผู้หญิงคนนี้... ไม่นึกเลยว่ายูจิจะมีเพื่อนเป็นคุณหนูคนรวยที่สวยขนาดนี้อยู่ด้วย ฉันต้องทำเต็มที่เพื่อไม่ให้เขาโดนยัยนี่ฉกตัวไป!’
แววตาแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้าฉายชัดขึ้นในดวงตาของยูนะและนีน่า ทว่าตอนนี้พวกเธอกำลังจ้องมองภาพ "ศัตรูหัวใจ" ด้วยสายตาที่ลุกเป็นไฟ
ความเงียบดำเนินต่อไปอีกครู่หนึ่ง และยูจิสัมผัสได้ทันทีถึงบรรยากาศตึงเครียดแปลก ๆ ที่เริ่มก่อตัวและเข้มข้นขึ้นตั้งแต่เขาถือคทาลงมา เขาจึงตัดสินใจทำลายความเงียบนี้ลง
“เ...เอาเป็นว่า เธออยากให้ผมเอาคทาชิ้นนี้ไปวางประดับไว้สักที่น่ะครับ เพราะงั้น... จะเป็นไรไหมถ้าผมจะขอเอาไปตั้งไว้ในห้องนอนของตัวเอง?”
มิรานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ
“...ได้สิจ๊ะ แต่ว่า ต้องสัญญานะว่าถ้าเพื่อนของลูกมาเที่ยวบ้าน ต้องเก็บมันซ่อนไว้ให้มิดชิดล่ะ เข้าใจไหม?”
“ครับคุณแม่ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับ ขอบคุณครับ”
“ดีมากจ้า งั้นตอนนี้เราไปกินข้าวเย็นกันเดี๋ยวนะ~ แม่ทำไก่ทอดคาราอาเกะ ปลาแซลมอนย่างเกลือ แล้วก็ซุปมิโซะใส่กุ้งไว้ด้วยนะ~”
“ค...ค่ะ/ครับ...”
--------------------------------X--------------------------------
“เฮ้อออออ... นี่มันเป็นการกินข้าวเย็นที่อึดอัดที่สุดในชีวิตเลยพับผ่าดิ...”
ยูจิเดินกลับเข้ามาในห้องนอนพร้อมคทาในมือ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียง สายตาของเขาจ้องมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยกคทาขึ้นมาตรงหน้า
“อย่างน้อย ตอนนี้เราก็มั่นใจในความปลอดภัยของพวกเธอได้แล้ว...”
เขาสปริงตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วไปนั่งที่โต๊ะทำงาน พลางจัดข้าวของเคลียร์พื้นที่ว่างสำหรับวางคทา
“...ไว้ค่อยไปหาซื้อแท่นวางมาใส่ทีหลังแล้วกัน แต่ตอนนี้วางไว้บนโต๊ะนี่ก่อนแล้วกัน”
เขาวางคทาทองคำไว้ข้างหน้ากรอบรูปถ่ายของเขาและครอบครัว ซึ่งถ่ายไว้ในวันแรกที่เขาได้กลายมาเป็น 'สึบากิฮาระ ยูจิ' ก่อนจะกดเปิดใช้งานมันผ่านระบบแชทกลุ่มต่างมิติ
ทันใดนั้นเอง อัญมณีไพลินที่ส่วนปลายของคทาก็ส่องประกายพ่นละอองแสงระยิบระยับออกมา และตัวคทาทั้งหมดก็เปล่งแสงสีทองอร่ามเจิดจ้า คลื่นพลังงานสีทองแผ่ซ่านกระจายออกจากตัวคทา ปกคลุมไปทั่วห้องนอนก่อนจะขยายวงกว้างออกไปครอบคลุมบ้านทั้งหลัง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเปล่งแสงสว่างวาบอยู่แวบหนึ่งก่อนจะกลับคืนสู่สภาพปกติ
แสงสว่างนั้นช่างดูมหัศจรรย์และเปี่ยมด้วยมนตราอย่างแท้จริง หากไม่ใช่เพราะเขามี 'จิตสัมผัสเทวะ' (Divine Sense) เขาคงไม่สามารถมองเห็นหรือรับรู้ถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเมื่อครู่นี้ได้เลย
[ยินดีด้วย!]
[คุณได้ทำการเปิดใช้งาน (คทาแห่งการปกป้องศักดิ์สิทธิ์) เรียบร้อยแล้ว! ขณะนี้ (คฤหาสน์ตระกูลสึบากิฮาระ) ได้รับการคุ้มครองภายใต้ผลลัพธ์ของ (คทาแห่งการปกป้องศักดิ์สิทธิ์) แล้ว!]
“เยี่ยม... เอาล่ะ ต่อไปก็คือห้องทำงานของคุณแม่”
ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของคุณแม่และหยุดลงตรงหน้าประตู ความรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า และกระวนกระวายใจผสมปนเปกันอยู่ในอก
นี่จะเป็นก้าวแรก ก้าวแรกที่เขาจะเลือกเดินเพื่อทำให้ความฝันของตัวเองกลายเป็นจริง
เขาเบนหน้าสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเคาะประตู และเปิดเข้าไปทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงอันไพเราะงดงามของคุณแม่จากด้านในอนุญาตให้เขาเข้าไปได้
ภายในห้องทำงาน เขาได้เห็นชุดคอมพิวเตอร์สุดอลังการที่มีจอมอนิเตอร์ถึงสี่จอตั้งอยู่บนโต๊ะ มีกรอบรูปภาพที่เหมือนกับภาพที่ตั้งอยู่บนโต๊ะของเขาไม่มีผิดเพี้ยนวางอยู่ และภาพที่งดงามจับตาของคุณแม่ผู้แสนสวยที่กำลังส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้เขา
“อุฟุฟุฟุ~ ไม่ได้เห็นลูกเข้ามาในห้องทำงานของแม่ตั้งนานแล้วนะเนี่ย? ตั้งแต่ตอนที่ลูกเลิกมาอ้อนขอแม่ดูอนิเมะในคอมพิวเตอร์ตอนเด็ก ๆ พลางนั่งตักแม่เลยล่ะ ตอนนั้นลูกน่ารักมาก ๆ เลยนะรู้ไหม~”
“คุ...คุณแม่ครับ...!”
แก้มของยูจิเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันทีเมื่อโดนคุณแม่หยอกล้อเรื่องอดีต
ตัวเขาในตอนนั้น... ช่างน่าอายสิ้นดี ที่ไปอ้อนวอนคุณแม่ขอนั่งตักดูอนิเมะก็เพียงเพราะอยากจะเพลิดเพลินกับสัมผัสอันนุ่มนิ่มราวกับสรวงสวรรค์จากหน้าอกหน้าใจของคุณแม่ที่อยู่ข้างหลังหัวของเขาต่างหาก
มันช่างเป็นประสบการณ์ที่ฟินระดับสวรรค์ชั้นเจ็ด... เหตุผลเดียวที่ทำให้เขาต้องเลิกทำแบบนั้นก็เพราะเมื่อเขาโตขึ้น "เต็นท์" ที่มันชอบกางเด่นชัดอยู่ในกางเกงมันเริ่มจะควบคุมและซ่อนเร้นได้ยากลำบากเกินไปแล้วนั่นเอง
“ฟุฟุฟุฟุ~ ตอนนี้ลูกโตขึ้นมาเป็นหนุ่มหล่อที่แสนดีขนาดนี้แล้ว~ แม่ทั้งรู้สึกภูมิใจและดีใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกใจหายเหมือนกันนะเนี่ย~”
“ผ...ผมก็ยังเป็นลูกชายของคุณแม่เหมือนเดิมนั่นแหละครับ... ผ...ผมยังรักคุณแม่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด...”
ดวงตาของมิราเบิกกว้างขึ้นชั่วครู่ ขณะที่แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อยิ่งกว่าเก่า เธอที่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ข้างใน กลับรู้สึกว่าก้อนเนื้อในอกมันเต้นผิดจังหวะไปเสียอย่างนั้น ความต้องการที่จะดึงตัวลูกชายสุดที่รักเข้ามาสวมกอดแทบจะควบคุมเอาไว้ไม่อยู่
“โ...โอ้ตายจริง~ แม่ดีใจมากเลยนะที่ได้ยินแบบนั้น อ...เอาล่ะ? แล้วลูกมีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับแม่งั้นเหรอจ๊ะ?”
ยูจิสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อทำใจให้สงบลง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับคุณแม่ของเขา
“คุณแม่ครับ... จริง ๆ แล้วผมมีเรื่องอยากจะขอร้องคุณแม่หน่อยน่ะครับ”
“หืม? เรื่องอะไรเหรอจ๊ะ?”
“ผมอยากจะขอเรียนรู้เรื่องการเทรดหุ้น และทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับการลงทุนจากคุณแม่ครับ...”
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ความสับสนจะเริ่มฉายชัดขึ้นบนใบหน้า
“ทำไมจู่ ๆ ลูกถึงมาสนใจเรื่องนี้ล่ะจ๊ะ...?”
“เพราะว่าผมอยากจะลองเจริญรอยตามคุณแม่ และบางที... ในอนาคตผมอาจจะช่วยแบ่งเบาภาระและสืบทอดงานต่อจากคุณแม่ได้บ้าง ผมอยากจะทำให้คุณแม่ ยูนะ นีน่า และรุ่นพี่ไอกะ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายโดยไม่ต้องมีเรื่องให้กังวลใจอีก นั่นแหละครับ... คือความฝันของผม”
ดวงตาของเธอที่ยังคงจับจ้องลึกเข้าไปในตาของลูกชายเริ่มเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยสั่นระริกก่อนที่เธอจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
“...แม่ดีใจมากเลยนะยูจิคุณ ถ้าลูกปรารถนาอยากจะเรียนรู้เรื่องการลงทุน แม่ก็ยินดีที่จะสอนให้ทุกอย่างเลยจ้า แต่แม่ยากให้ลูกรู้นะว่าการได้ทำสิ่งนี้และทำให้ลูก ยูนะ นีน่า และไอกะ มีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล มันก็คือความฝันของแม่เหมือนกันนะจ๊ะ...? อย่าคิดว่ามันเป็นภาระสำหรับแม่เลยนะ”
“...ครับ ขอบคุณครับคุณแม่”
ริมฝีปากของเธอคลี่ออกเป็นรอยยิ้มงดงาม ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ทำงานไปด้านข้างเล็กน้อย มุ่งตรงไปยังลิ้นชักของโต๊ะทำงานตัวใหญ่
เธอเปิดลิ้นชักชั้นที่สามซึ่งอยู่ล่างสุดแล้วหยิบแล็ปท็อปพร้อมกับสายชาร์จออกมา วางมันลงบนโต๊ะทำงานแล้วหันมามองเขา
“นี่เป็นแล็ปท็อปที่เพื่อนของแม่ให้มาน่ะจ้ะ และแม่ก็เคยใช้มันทำงานอยู่ช่วงสั้น ๆ”
มิราเหลือบมองคอมพิวเตอร์ของตัวเองสลับกับลูกชายสุดที่รัก
“อย่างที่ลูกเห็น ตอนนี้แม่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้มันแล้ว เพราะงั้นแม่ยกเครื่องนี้ให้ลูกนะ ในนี้มีทั้งซอฟต์แวร์วิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) และโปรแกรมเกี่ยวกับหุ้นที่ลูกสามารถใช้สำหรับเทรดติดตั้งไว้พร้อมใช้งานหมดแล้วล่ะจ้า”
ดวงตาของยูจิเบิกกว้างขึ้นมองของตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“ผม... ไม่คิดเลยว่าคุณแม่จะยกแล็ปท็อปให้ผมทันทีแบบนี้...”
“อุฟุฟุฟุ~ แน่นอนว่าแม่ยังไม่ปล่อยให้ลูกลุยเดี่ยวทันทีหรอกจ้า เรามาเริ่มจากการเปิดบัญชีของลูกก่อนเลยดีกว่า ระหว่างนั้นแม่จะอธิบายพื้นฐานการลงทุนและภาพรวมของการใช้งานโปรแกรมให้ฟังนะจ๊ะ”
“เข้าใจแล้วครับ จากนี้ไปขอความกรุณาด้วยนะครับ”
มิราจึงใช้เวลาที่เหลือของค่ำคืนนั้นไปกับการสั่งสอนลูกชายในสายงานที่เธอเชี่ยวชาญที่สุด โดยที่เธอยังไม่รู้เลยว่า ความจริงอันน่าตกตะลึงระดับโลกกำลังรอคอยเธออยู่ในอนาคตอันใกล้นี้
*********************************