เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่6

บทที่6

บทที่6


เช่นเดียวกับโรงอาหารของโรงเรียนอื่น ๆ โรงอาหารของโรงเรียนมัธยมปลายโบนยาริกำลังเนืองแน่นไปด้วยเหล่านักเรียนที่พยายามจะยื้อแย่งอาหารกลางวันในช่วงเวลาพัก

แม้ว่านักเรียนทุกคนไม่ได้มารวมตัวกันที่นี่ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้พกข้าวกล่องมาจากบ้านต่างก็ตบเท้าเข้าร่วมในสมรภูมิรบนี้ หลายคนถอดใจไปต่อคิวซื้ออาหารอย่างเดียวหลังจากเห็นว่าไม่มีโต๊ะในโรงอาหารว่างเลย แต่สำหรับคนกลุ่มน้อยที่มาเร็วพอและมีโชคเข้าข้าง พวกเขาก็สามารถจับจองที่นั่งและเพลิดเพลินกับมื้อเที่ยงร่วมกับกลุ่มเพื่อนได้

ทว่า... เช้าวันนี้กลับแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย

นอกจากนักเรียนที่มาซื้ออาหารแล้ว ยังมีกลุ่มนักเรียนที่ยืนออกันอยู่ตามขอบโรงอาหาร จับกลุ่มคุยกันกระซิบกระซาบ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงจากทั้งสามสายชั้นของโบนยาริ และสายตาของพวกเธอต่างก็จับจ้องไปยังโต๊ะตัวหนึ่งที่อยู่มุมด้านในสุดของโรงอาหาร ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่นักเรียนคนอื่น ๆ เกือบทั้งหมดกำลังมองไปเช่นกัน

ข่าวลือเกี่ยวกับ "นักเรียนย้ายมาใหม่" ที่หล่อระดับเทพบุตรได้แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็วปากต่อปาก รวมถึงภาพแอบถ่ายจากสมาร์ตโฟนของนักเรียนหญิงผู้โชคดีที่บังเอิญเดินสวนกับเขา เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง สาว ๆ ผู้มีความอยากรู้อยากเห็นที่ได้เห็นภาพเหล่านั้นต่างก็ลากเพื่อน ๆ ของตัวเองมาตามหา เพื่อหวังจะได้ยลโฉมพ่อเทพบุตรในข่าวลือให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้งว่าจะหล่อสมคำร่ำลือขนาดไหน

และเมื่อพวกเธอได้เห็นเขาตัวเป็น ๆ ทุกคนต่างก็ปักใจเชื่อในความจริงข้อหนึ่งทันที... ภาพถ่ายพวกนั้นไม่ได้เศษเสี้ยวความหล่อของเขาเลยแม้แต่น้อย ตัวจริงของเขาน่ะ... มันเหนือกว่าที่คาดไว้ไปไกลโข!

ในรูปแอบถ่ายเขาไม่ได้ยิ้มก็จริง แต่ตอนนี้เขากำลังยิ้ม แถมยังหัวเราะอย่างสนุกสนานขณะพูดคุยกับเพื่อน ๆ ของเขาอีกด้วย!

พวกเธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย! ในใจต่างพากันอิจฉาและปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้เป็นหนึ่งในสาว ๆ ที่ได้ร่วมนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับเขา ต่อให้ต้องทนอยู่ในโรงอาหารที่แออัดขนาดนี้ก็ตาม!

ขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่พุ่งความสนใจมาที่เขา ยูจิก็ได้แต่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะทำเป็นไม่สนใจสายตาเหล่านั้น และโฟกัสไปที่อาหารกลางวันรวมถึงบทสนทนากับราคุ ชู และพวกสาว ๆ

มัน... แย่ยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องเรียนเสียอีก การมาโรงอาหารนี่มัน... คิดผิดชัด ๆ

'บางทีเราควรจะขอให้คุณแม่ทำข้าวกล่องให้เรากับพวกพี่ ๆ น้อง ๆ ดีไหมนะ...?' ยูจิคิดในใจ 'เพราะถ้ามื้อเที่ยงต้องเป็นแบบนี้ทุกวันล่ะก็ มีหวังเราทนไม่ไหวแน่...'

'อืม... ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป ขอให้แม่ทำข้าวกล่องให้ดีกว่า...'

ในที่สุดเขาประมวลผลและตัดสินใจได้ แม้จะรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง... แต่มันคงยากเกินไปสำหรับเขาหากต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ในทุก ๆ วัน

'อา... หรือว่าเราควรจะไปช่วยแม่ทำดีนะ? ด้วยความสามารถ เรียนรู้แบบก้าวกระโดด (Accelerated Learning) เราน่าจะเรียนรู้วิธีทำอาหารจากแม่ได้อย่างรวดเร็วและช่วยแบ่งเบาภาระได้ แถมยิ่งไปกว่านั้น...'

'ถ้าเราช่วยแม่ทำข้าวกล่อง... งั้นตอนเช้าตรู่ก็จะมีแค่เราสองคนสิ...'

'ต-นั่นเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยนะ...'

เพียงแค่จินตนาการถึงภาพของคุณแม่ผู้งดงามและสง่างามในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังยืนทำอาหารอยู่เคียงข้างเขา... ได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารพร้อมกับฟังเสียงอันมีเสน่ห์น่าหลงใหลของเธอเป็นสิ่งแรกหลังจากตื่นนอน

มันเป็นอะไรที่สุดยอดที่สุด ไม่สิ... ยิ่งใหญ่ที่สุดเลยต่างหาก! เขาอยากให้เป็นแบบนั้นใจจะขาด!!!

"นี่ ยูจิ! ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย?!"

"เอ๊ะ? อะไรนะ? ขอโทษที พอดีฉันไม่ได้ฟังน่ะ"

ยูจิสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความฮาเร็มในหัว และหันไปทางโยตสึบะที่กำลังยืนทำแก้มป่อง จ้องมองเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึง

"ก็ที่ฉันถามไปไง ว่านายอยากจะมาช่วยกันทำรายงานวิชาเอกสารวิทยาศาสตร์ที่เราเพิ่งได้มาเมื่อกี้ไหม?"

"หืม? รายงานอันนั้นมันไม่ได้ยากอะไรเลยไม่ใช่เหรอ? เราแค่ต้องทำรายงานสรุปหัวข้อย่อยที่เราสนใจและเจาะลึกมันแค่นั้นเองนี่นา แค่ดูจากโน้ตที่จดในห้องก็น่าจะทำได้สบาย ๆ แล้ว"

โยตสึบะยิ่งทำแก้มป่องหนักกว่าเดิม ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด

"นั่นแหละคือปัญหา! ฉันไม่ได้จดโน้ตในห้องเลยน่ะสิ!"

'ก็เพราะนายนั่นแหละ!!!' โยตสึบะตะโกนก้องอยู่ในใจ

ก็ตลอดทั้งคาบเรียน สายตาของเธอเอาแต่เหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของยูจิจนสติหลุดลอย ส่งผลให้จดโน้ตได้น้อยกว่าปกติที่ก็น้อยอยู่แล้วเสียอีก!

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้มันเป็นความผิดของยูจิ! ชัดเจนที่สุด!!!

เมื่อเห็นสายตาทิ่มแทงที่ส่งมา ยูจิก็ได้แต่ส่ายหัวพร้อมกับลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ

"เฮ้อ... ช่วยไม่ได้แฮะ งั้นเดี๋ยวฉันให้ยืมโน้ตของฉันไปลอกแล้วกัน"

"จริงเหรอ?! ไชโย!!! ขอบคุณนะ ยูจิ~!!!"

"ครับ ๆ... อ้อ แล้วก็ จริง ๆ ฉันแอบจดเนื้อหาของบทเรียนระดับสูง (Advanced) ล่วงหน้าเอาไว้ด้วยเหมือนกันนะ ถ้าเธออยากเอาไปใช้ประกอบการทำรายงานด้วยก็ได้"

"เอ๊ะ? ยูคุง จดเนื้อหาล่วงหน้าของบทระดับสูงไว้ด้วยเหรอ?"

ยูนะและนีน่า รวมไปถึงคนอื่น ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ต่างหันขวับมามองเขาด้วยความประหลาดใจ

พวกเธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนขยัน แต่ต่อให้เป็นนักเรียนที่ขยันที่สุด อย่างมากก็แค่จดโน้ตตามที่ครูสอนจนละเอียด แล้วใครมันจะบ้าไปนั่งทำสรุปเนื้อหาบทเรียนขั้นสูงล่วงหน้ากันขนาดนี้?!

"อืม พอดีฉันเข้าใจเนื้อหาที่เรียนอยู่ตอนนี้หมดแล้วน่ะ เลยคิดว่าศึกษาล่วงหน้าไปอีกหน่อยน่าจะดีกว่า"

'อันที่จริง... ฉันจำและเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเรียนได้ทะลุปรุโปร่งเหมือนหลังมือตัวเองแล้วต่างหาก...' ยูจิคิดในใจ 'ผลลัพธ์ของความเร็วในการเรียนรู้แบบก้าวกระโดดนี่มันน่ากลัวชะมัด อ่านปุ๊บก็เข้าใจในพริบตาเลย'

"เห~ สุดยอดไปเลยนะเนี่ย!"

"เฮะเฮะเฮะ~ ยูคุงของพวกเราขยันจังเลยน้า~"

"อืม พี่ควรจะดูเขาเป็นตัวอย่างนะ"

"โธ่! นีน่าจัง อย่าพูดแบบนั้นสิ!"

"เหวอ... สุดยอดไปเลยแฮะ..."

ไอกะมองเขาด้วยความทึ่ง เช่นเดียวกับโคซากิและรุยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ

"เห~ ขยันจังเลยนะ ขนาดฉันที่เป็นนักเรียนระดับท็อปเท็นของสายชั้นยังไม่เคยจดโน้ตอะไรพวกนี้เลย"

"นี่เธอแอบขิงเหรอ ยัยคุณหนูติดท็อปเท็น?"

"หืม? เปล่าซะหน่อย ก็แค่วิเคราะห์ตามความจริง"

ยูจิมองเธอด้วยสายตาไม่ยากจะเชื่อ ส่วนคนอื่น ๆ ได้แต่ยิ้มแห้งให้กับคำพูดของเธอจนพูดไม่ออก... แต่มันก็เป็นความจริงที่น่าเจ็บใจล่ะนะ ทว่าสำหรับยูจิในตอนนี้ ถ้าเขาจะทำแบบเดียวกันก็คงไม่ใช่เรื่องยากแล้ว

"โอเค! งั้นเดี๋ยวคาบหน้าเอาโน้ตมาให้ฉันยืมนะ! ฉันจะลอกมันในคาบถัดไปเลย!"

"...แล้วเธอจะไม่โดดเรียนคาบนั้นหรือไง?"

"ไม่เป็นไรน่า! คาบนั้นฉันก็ค่อยไปลอกโน้ตนายย้อนหลังอีกทีไง!"

โยตสึบะพูดด้วยสีหน้าภูมิใจพร้อมกับยกมือขึ้นเท้าสะเอวบาง ๆ และยืดอกขึ้นอย่างมั่นใจในแผนการอันชาญฉลาด (ที่แสนขี้เกียจ) ของตัวเอง

ยูจิได้แต่ลอบถอนหายใจยาว พลางมองเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มเอ็นดูปนระอา

"อย่างน้อยเธอก็ควรจะลองจดด้วยตัวเองดูบ้างนะ..."

--------------------------------X--------------------------------

กริ่งเลิกเรียนคาบสุดท้ายดังสนั่นไปทั่วโรงเรียนมัธยมปลายโบนยาริ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการสิ้นสุดวันเรียนอันยาวนาน

ทันทีที่อาจารย์ผู้สอนก้าวเท้าออกจากห้อง โยตสึบะก็สปริงตัวลุกจากเก้าอี้และพุ่งตรงมายังโต๊ะของยูจิทันที จนชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ

เธอใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันลงบนโต๊ะเรียนของเขาอย่างแรง ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของเธออยู่ห่างจากหน้าของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร

"ยูจิ! ขอฉันยืมโน้ตตัวนี้กลับไปอ่านที่บ้านหน่อยนะ! พรุ่งนี้เช้าฉันจะรีบคืนให้เลย!"

หลังจากที่เธอได้ลองอ่านและลอกโน้ตบางส่วนในคาบเรียน โยตสึบะก็รู้สึกทึ่งในความอัจฉริยะของสมุดเล่มนี้อย่างถึงที่สุด

โน้ตของเขามันละเอียดมาก แต่มันกลับเข้าใจง่ายอย่างเหลือเชื่อ เขาเน้นจุดสำคัญ ๆ เอาไว้ทั้งหมดในขณะที่ยังคงเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้เข้าใจบริบทของเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

'แค่เปิดอ่าน... ยังเข้าใจง่ายกว่านั่งฟังอาจารย์บ่นหน้าห้องทั้งคาบซะอีก!!! มันสุดยอดเกินไปแล้ว! นี่มันคู่มือสรุปสูตรโกงข้อสอบชัด ๆ!' ด้วยสิ่งนี้ เธอเชื่อมั่นว่าเธอจะสามารถทำคะแนนผ่านเกณฑ์ในการสอบครั้งต่อไปได้อย่างแน่นอน! เธอต้องได้ไอเทมโกงชิ้นนี้ไปครอบครอง!!!

เมื่อถูกจู่โจมด้วยสายตาอันมุ่งมั่นและใบหน้าที่ใกล้ชิดขนาดนี้ ยูจิถึงกับผงะถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความเลิ่กลั่ก ก่อนจะพยักหน้ารับช้า ๆ

"ด-ได้สิ..."

ทันใดนั้น รอยยิ้มสดใสก็เข้ามาแทนที่ใบหน้าจริงจังทันที

"ขอบคุณนะ!!! นายนี่มันดีที่สุดเลย!! ไม่ต้องห่วง! คืนนี้ฉันจะรีบเคลียร์ให้เสร็จแล้วเอามาคืนพรุ่งนี้แน่นอน!"

"อ-อืม ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ แต่... ค-คือว่า... หน้าเธอใกล้เกินไปแล้ว..."

"เอ๊ะ?"

พอได้ยินคำทักท้วง โยตสึบะถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าใบหน้าของเธอแทบจะชิดกับเขาอยู่แล้ว แก้มเนียนใสพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเบิดระเรื่อราวกับมะเขือเทศสุก ก่อนที่เธอจะรีบดีดตัวถอยห่างออกมาทันที

"ข-ข-ข-ขอโทษที! ฉ-ฉันไม่ได้ตั้งใจจะยื่นเข้าไปใกล้ขนาดนั้นนะ!"

"อ-อาฮะฮะ ไม่เป็นไร..."

"อูยยย..."

เธอรีบก้มหน้าลงต่ำแล้วใช้มือทั้งสองข้างปิดใบหน้าที่แดงแจ๋เอาไว้ ไม่กล้าสบตากับเขาตรง ๆ อีกต่อไป

'เราทำเรื่องน่าอายและใจกล้าขนาดนั้นลงไปได้ยังไงเนี่ย! ฮือออ ตอนนี้ในหัวมีแต่ภาพใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาเต็มไปหมดเลย!!!!'

"แหม ๆ~ ทำอะไรน่ะยูจิ? การล่วงละเมิดทางเพศเพื่อนผู้หญิงในห้องเรียนมันไม่ดีเลยน้า~?"

ชูเอ่ยแซวขำ ๆ ขณะที่เขาและราคุเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาร่วมวงที่โต๊ะ

"ฉันไม่ได้ล่วงละเมิดใครทั้งนั้นเฟ้ย ไอ้งั่งนี่ เธอแค่มาขอยืมโน้ตกลับบ้านเฉย ๆ"

"อาฮะฮะ~ งั้นหรอกเหรอ~"

"เฮ้อ... เอาล่ะ เลิกเล่นไร้สาระแล้วกลับบ้านกันได้แล้ว เดี๋ยวฉันต้องแวะไปรับพวกพี่ ๆ น้อง ๆ ก่อน พวกนายจะล่วงหน้าไปก่อนเลยไหม?"

"เปล่า แสตนด์บายรอได้ กลับพร้อมกันนี่แหละ"

"การได้เดินกลับบ้านพร้อมกับสาว ๆ ระดับพรีเมียมขนาดนั้น ถือเป็นสิทธิพิเศษของการเป็นเพื่อนนายเลยนะเพื่อนยาก!"

"...จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกไม่อยากเป็นเพื่อนกับนายขึ้นมาตงิด ๆ แฮะ รีบไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจดีกว่า"

ยูจิเก็บอุปกรณ์การเรียนทุกอย่างบนโต๊ะลงกระเป๋าและยกขึ้นสะพายไหล่ ก่อนจะลุกขึ้นยืน

"อ้าว ไอกะ จะกลับบ้านเลยไหม? หรือว่าวันนี้มีซ้อมชมรมว่ายน้ำ?"

"อืม วันนี้ฉันต้องเข้าชมรมสระน่ะ พวกนายกลับกันก่อนได้เลย"

"โอเค งั้นเจอกันพรุ่งนี้ะ"

"อืม เจอกัน"

"นี่ จิโตเกะ จะกลับบ้านแล้วนะ ไปด้วยกันไหม?"

จิโตเกะที่กำลังยืนคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนสาวของเธอ ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อได้ยินยูจิเรียกชื่อเธอ เสียงของเขาในตอนนี้... มันฟังดูเซ็กซี่และนุ่มนวลกว่าความทรงจำในอดีตของเธอมาก จนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งตึกยามที่เธอหันกลับมามองเขา

"เอ๊ะ? อ้อ อื้ม! รอแป๊บนึงนะ!"

"ได้"

ยูจิหันไปหาโยตสึบะต่อ

"โยตสึบะ จะกลับพร้อมกันเลยไหม?"

"เอ๊ะ? อ-เอ่อ... อยากกลับด้วยอยู่หรอกนะ แต่พอดีวันนี้ฉันต้องกลับพร้อมกับพวกพี่สาวน่ะ มีเรื่องด่วนจะคุยด้วยพอดี"

"งั้นเหรอ โอเค ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้านะ"

"อื้อ ไว้คราวหน้าจ้ะ"

ยูจิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ การได้เห็นโยตสึบะทำตัวเรียบร้อยและเหนียมอายขนาดนี้ถือเป็นครั้งแรก... ช่างขัดกับบุคลิกที่มักจะร่าเริงสดใสอยู่เสมอของเธอจริง ๆ ตอนนี้เธอเหมือนกับสัตว์ตัวน้อย ๆ ที่กำลังลนลานไม่มีผิด

"รุยจัง~ ออนิเดระซังด้วย สนใจจะกลับบ้านด้วยกันไหมครับ~?" ชูเอ่ยทักเสียงหวาน

"เลิกเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงน่าขนลุกแบบนั้นซะที โคซากิ เธอคิดว่าไง?" รุยตัดบทพลางหันไปถามเพื่อน

"ม-ไม่มีปัญหาจ้ะ กลับด้วยกันสิ"

"โอเค งั้นพวกเราจะยอมร่วมทางไปด้วยก็ได้" รุยตอบนิ่ง ๆ

หลังจากที่จิโตเกะรีบโบกมือลาเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่กำลังมองมาด้วยสายตาอิจฉาตาร้อนตบเท้าเข้าร่วมกลุ่ม พวกเขาทั้งหมดก็เดินออกจากห้องเรียนไปยังห้องข้าง ๆ เพื่อรับยูนะและนีน่า ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมกัน

ในขณะเดียวกัน โยตสึบะก็รีบยัดสมุดโน้ตของยูจิและข้าวของทั้งหมดลงกระเป๋าแล้ววิ่งออกจากห้องเรียนไปอย่างรวดเร็ว

'ต้องรีบไปบอกพวกพี่ ๆ กับคุณพ่อเรื่องยูจิแล้ว! ถ้าให้เขามาเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้ล่ะก็ พวกเราต้องสอบผ่านฉลุยแน่!'

ด้วยความมุ่งมั่นอันเต็มเปี่ยมในอก เธอรีบตรงดิ่งไปยังห้องเรียนของพี่น้องร่วมสายเลือด เพื่อลากตัวพวกเธอกลับบ้านไปเปิดประชุมสภาครอบครัวด่วนทันที

--------------------------------X--------------------------------

"กลับมาแล้วค่า/ครับ~!"

ยูนะ นีน่า และยูจิประสานเสียงบอกการกลับมาตามปกติขณะถอดรองเท้า ยามที่ยูจิกำลังก้มลงจัดแจงวางรองเท้าสลิปเปอร์สำหรับใส่ในบ้านให้พี่น้องของเขา สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นว่ารองเท้าส้นสูงของคุณน้าไม่ได้วางอยู่

'อ้อ จริงด้วย น้ายังอยู่ที่คาเฟ่นี่นา'

"โรส" (Rose) คาเฟ่ของคุณน้าของเขา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากบ้านไปเพียงไม่กี่บล็อก เป็นร้านกาแฟที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเรียนมัธยมปลายและวัยรุ่น เนื่องจากมีบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง การตกแต่งที่ทันสมัยและหรูหรา รวมถึงเมนูกาแฟตามกระแสนิยม (Trendy) ที่คอกาแฟสายโหดอาจจะเบือนหน้าหนีและมองว่าไม่ใช่กาแฟแท้ ๆ

อย่างไรก็ตาม นั่นคือสิ่งที่ไอกะตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตัวเธอเองก็ไม่ใช่คอกาแฟสายลึกอะไรขนาดนั้น เธอแค่ชอบดื่มเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่มีส่วนผสมของกาแฟเฉย ๆ ดังนั้นเธอจึงสร้างคาเฟ่นี้ขึ้นมาด้วยแนวคิดนั้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าคนรุ่นใหม่ และมันก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ตอนนี้ คาเฟ่ของเธอกลายเป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในเมือง มีทั้งวัยรุ่น คู่รัก นักศึกษามหาวิทยาลัย และนักเรียนมัธยมปลายแวะเวียนมานั่งพักผ่อน ติวหนังสือ หรือแวะซื้อเครื่องดื่มก่อนกลับบ้านเป็นจำนวนมาก

และเพราะความฮิตติดลมบนนี้เอง ทำให้คุณน้าของเขาต้องยุ่งมากในช่วงเวลานี้ แม้ว่าเธอจะเซ็ตระบบร้านให้รันได้ด้วยตัวเองผ่านพนักงานที่จ้างมาแล้วก็ตาม

คงต้องใช้เวลาอีกสองสามชั่วโมงกว่าเธอจะกลับถึงบ้าน อย่างเร็วที่สุดก็น่าจะทันมื้อค่ำพอดี

ทันใดนั้นเอง ร่างอันงดงามของอัญมณีเม็ดงามประจำบ้าน... คุณแม่ของพวกเขาก็ปรากฏกายออกมาต้อนรับ ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนพาดทับอยู่บนส่วนหน้าของร่างกาย ชายผ้าคลุมยาวลงมาปิดต้นขาขาวเนียนราวกับน้ำนมได้เพียงครึ่งเดียว เนื่องจากมันถูกดึงรั้งขึ้นไปจากความอวบอิ่มของปทุมถันคู่โตระดับภูเขาไฟ

"แหม~ ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้า~ แม่กำลังทำมื้อเย็นอยู่พอดี พวกเราไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนนะจ๊ะ~"

"อา ขอบคุณครับแม่~ งั้นพวกเราไปรอที่ห้องนั่งเล่น—"

"พี่คะ พวกเรายังมีรายงานต้องทำนะ รีบไปทำให้เสร็จก่อนมื้อเย็นกันเถอะ" นีน่าขัดขึ้น

"เอ๊ะ? ต-แต่ว่า..." ยูนะท้วง

"ไม่มีแต่ค่ะ ยูจิ นายเองก็ควรจะทำรายงานให้เสร็จก่อนมื้อเย็นเหมือนกันนะ"

"อืม เดี๋ยวฉันตามไป ขอคุยกับแม่แป๊บนึงก่อน พวกเธอสองคนล่วงหน้าไปก่อนเลย"

"เอ๊ะ? ยูจิมีเรื่องอะไรจะคุยกับแม่เหรอ~?"

ยูนะทำแก้มป่องป่องและส่งสายตาค้อนใส่เขา ซึ่งในสายตาของยูจิมันดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว เธอแอบงอนเล็กน้อยที่รู้สึกเหมือนโดนกันออกจากบทสนทนา

นีน่าเองก็มองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน แต่ยูจิทำเพียงส่งยิ้มบาง ๆ ให้พวกเธอ

"เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เองแหละ"

สองสาวเอียงคอด้วยความฉงน แต่สุดท้ายก็ยอมเดินจากไปหลังจากโดนยูจิพูดหว่านล้อมอยู่ครู่หนึ่ง ทิ้งให้เขาอยู่กับคุณแม่ตามลำพัง

"อุฟุฟุฟุ~ ตอนนี้แม่เริ่มจะอยากรู้ขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิว่าลูกอยากคุยอะไรกับแม่~ เข้ามาในครัวกันเถอะยูจิ คุยไปด้วยระหว่างที่แม่ทำอาหารนะจ๊ะ?"

"ครับ"

ยูจิเดินตามคุณแม่เข้าไปในครัว สายตาของเขาเผลอหลุดโฟกัสและดึงดูดเข้าหาบั้นท้ายกลมกลึงได้รูปของเธอโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบสะบัดหัวเรียกสติกลับมาพร้อมกับความรู้สึกเขินอายที่ดันไปโดนก้นสุดเซ็กซี่ของคุณแม่สะกดจิตเข้าให้เต็ม ๆ

เธอกลับไปทำอาหารต่อ มือเรียวบางกำลังหั่นผักและเต้าหู้ก้อน คาดว่าน่าจะเป็นวัตถุดิบสำหรับทำซุปมิโซะ

ใกล้ ๆ กับเขียง ยูจิสังเกตเห็นจานที่มีเนื้อปลาแซลมอนห้าชิ้นที่ถูกปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และกระเทียมเล็กน้อยเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีเนื้อไก่หั่นชิ้นพอดีคำหมักอยู่ในถุงซิปล็อกที่เต็มไปด้วยซอสสีน้ำตาลเข้มและชิ้นกระเทียมสับละเอียด

บนเตาแก๊ส ยูจิเห็นหม้อขนาดใหญ่ใบหนึ่งตั้งอยู่ มันกำลังส่งกลิ่นหอมหวนของกุ้งอบอวลไปทั่ว คาดว่าน่าจะเป็นการเคี่ยวหัวกุ้งและเปลือกกุ้งเพื่อใช้เป็นน้ำซุปเบสสำหรับซุปมิโซะกุ้ง ในขณะที่เตาข้าง ๆ เป็นหม้อสำหรับทอดที่มีน้ำมันบรรจุอยู่เต็มและเพิ่งจะเริ่มตั้งไฟจนร้อน

ด้วยความชำนาญและท่วงท่าอันสง่างามที่ยูจิไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน มิระรีบหั่นผักและเต้าหู้จนเสร็จเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะจัดวางไว้มุมหนึ่งของเขียงแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา

"เอาล่ะ~ มีอะไรจะคุยกับแม่เหรอจ๊ะ~?"

ความสนใจของยูจิถูกดึงกลับมาจากภาพการทำอาหารอันน่าหลงใหล เขาประสานสายตากับคุณแม่ของตน

"อา ครับ คือ... ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องแม่สองเรื่องครับ"

"หืม? ได้สิจะ เรื่องอะไรเหรอ?"

"เรื่องแรกคือ... ผมอยากให้ยูนะ นีน่า และผม พกข้าวกล่องไปกินที่โรงเรียนตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปน่ะครับ ถ้าเป็นไปได้..."

จากนั้นยูจิก็เริ่มอธิบายถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงอาหารของโรงเรียน และการที่เขาและพี่น้องตกเป็นเป้าสายตามากเกินไปจนรู้สึกอึดอัดที่จะนั่งทานอาหารที่นั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รูปลักษณ์ภายนอกของเขาเปลี่ยนไป

มิระรับฟังอย่างสงบ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรของลูกชายพร้อมกับริ้วแดงจาง ๆ ที่ปรากฏบนแก้ม ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

"อุฟุฟุฟุ~ เข้าใจแล้วจ้า~ ตกลงตามนั้นนะ~ แม่จะยินดีเตรียมข้าวกล่อง bento ให้พวกลูกทั้งสามคนเอง~"

"อา... แล้วผมขอมาช่วยทำด้วยได้ไหมครับ? ถึงแม้ว่ายูนะกับนีน่าจะเป็นจุดสนใจของโรงอาหารมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนแล้ว แต่ไอ้ความเปลี่ยนแปลงล่าสุดของผม... มันดูเหมือนจะทำให้สถานการณ์มันแย่ลงไปอีก เพราะงั้นผมเลยอยากมาช่วยแบ่งเบาครับ!"

มิระมองลูกชายของเธอด้วยดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะเสนอสิ่งที่เป็นดั่งความฝันนี้ออกมาด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขนาดนี้!!

'ได้ทำอาหารร่วมกับลูกชาย... ได้ทำเบนโตะด้วยกันสองต่อสองในตอนเช้าตรู่ในขณะที่ลูกสาวคนอื่น ๆ ยังหลับใหลอยู่...'

'เธอจะได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา ได้เฝ้ามองเขาได้อย่างอิสระ ได้กุมมือเขาตอนที่เขากำลังใช้มีดเพื่อเมคชัวร์ว่าเขาจะไม่ทำมีดบาดมืออันล้ำค่า ได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด และได้ใช้เวลาร่วมกันเป็นสิ่งแรกในยามเช้า...'

'ช่างเป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้~!'

มิระสะบัดหัวหลุดจากโลกแฟนตาซีอันแสนหวานของเธอและกลับมาโฟกัสที่ยูจิ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นริ้วแดงจาง ๆ บนแก้มของเขา

'ล-ลูกกำลังเขินงั้นเหรอ~? ที่หน้าแดงเนี่ย เพราะกำลังคิดเรื่องเดียวกับแม่ใช่ไหมจ๊ะ~? ตายจริง อุฟุฟุฟุ~ เด็กทะลึ่งคนนี้~'

ริมฝีปากของเธอคลี่ออกเป็นรอยยิ้มงดงามทรงเสน่ห์ก่อนจะพยักหน้ารับ

"แน่นอนอยู่แล้วจ้า~ เป็นความคิดที่วิเศษมากเลย~ อุฟุฟุฟุ~ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวแม่จะช่วยสอน ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ลูกจำเป็นต้องรู้ให้เองจ้ะ~"

ความรู้สึกบางอย่างในท้องของยูจิพลันเต้นระรัวราวกับมีผีเสื้อนับพันตัวบินวนอยู่ข้างในยามที่เขาได้ยินคำว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง จากปากของคุณแม่

ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มขึ้นกว่าเดิมเมื่อสบเข้ากับดวงตาเย้ายวนของคุณแม่ที่กำลังมองมา

"ข-ขอบคุณครับแม่!"

"จ้า~ แต่อย่าลืมตื่นให้เร็วกว่าเดิมในตอนเช้านะจ๊ะ~ แล้วเรื่องที่สองที่อยากจะขอคืออะไรล่ะ~?"

"ครับ สำหรับเรื่องที่สอง..."

มิระสังเกตเห็นสีหน้าของลูกชายที่แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในพริบตา โทนเสียงของเขาดูสุขุมและหนักแน่นยามที่เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอตรง ๆ

"ผมอยากจะเรียนรู้วิธีการลงทุนจากแม่ครับ"

--------------------------------X--------------------------------

ด้วยความรู้สึกโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก และความรู้สึกตื่นเต้นปนซ่านในท้องยามที่นึกถึงการจะได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันตามลำพังกับคุณแม่ในคืนนี้และเช้าวันพรุ่งนี้ ยูจิเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองหลังจากคุยธุระเสร็จเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า รอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของเขา

เธอค่อนข้างประหลาดใจมากตอนที่เขาบอกว่าอยากเรียนเรื่องการลงทุน มันกะทันหันมาก แต่เธอก็ตอบตกลงและบอกให้เขาแวะไปพบเธอที่ห้องทำงานหลังมื้อค่ำ ถือเป็นการติ๊กเครื่องหมายถูกในช่องสิ่งที่ต้องทำไปได้อีกหนึ่งข้อ

จากนั้น เขาก็ก้าวไปนั่งที่โต๊ะเรียนและเริ่มลงมือทำรายงานวิชาเอกสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งเขาทำมันเสร็จได้อย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึง 30 นาทีด้วยซ้ำ ต้องขอบคุณพลังความเร็วในการเรียนรู้และความจำที่ถูกยกระดับขึ้นมาใหม่

หลังจากเก็บอุปกรณ์เครื่องเขียนและหนังสือละลานตาบนโต๊ะเข้ากระเป๋าเรียบร้อย เขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มพลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเพื่อเช็กดูความเคลื่อนไหวใน "กลุ่มแชทมัลติเวิร์ส" (Multiverse Group Chat) ว่ามีอะไรอัปเดตบ้าง

เขาใช้เวลาพูดคุยกับคนในกลุ่มอยู่พักใหญ่ รวมถึงส่งข้อความไปเบรกไอกะให้หยุดส่งรูปเซลฟี่ของตัวเองในชุดสตรีทแฟชั่นสุดเซ็กซี่หลากหลายสไตล์มาให้เขาได้แล้ว

ยอมรับเลยว่าตอนนี้เธอเป็นสาวงามที่สะดุดตามาก และฝืนใจพูดได้ยากว่าเธอน่าจะงดงามในระดับที่สูสีกับคุณแม่ พี่น้อง และคุณน้าของเขาเลยทีเดียว การได้เห็นเธอสวมชุดเดรสกระโปรงยาวชิ้นเดียวแบบเปิดไหล่ที่ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งและทรวดทรงอันงดงามคงเป็นบุญตาสำหรับผู้ชายทุกคน... แต่เขายังคงมีหลักการของตัวเองอยู่ และเขารู้สึกว่ามันคงจะแปลกพิลึกหากเขาจะมองเพื่อนที่ยังไม่เคยเจอตัวจริงในโลกออฟไลน์ด้วยสายตาหื่นกระหาย

น่าเสียดายที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจง่าย ๆ เพราะทัตสึยะและลูลูชต่างพากันเงียบหายไม่ยอมตอบแชทของเธอ ส่วนซูซูกิก็ได้แต่พิมพ์อ้อนวอนขอร้องเธอว่าอย่าส่งเขาเข้าคุกเลย

ดังนั้น ด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาจึงต้องยอมจำนนและเออออตามน้ำไปกับความเอาแต่ใจของเธออยู่ครู่หนึ่ง

ในที่สุด หลังจากที่เธอขู่เข็ญบังคับและสัญญาวาดฝันว่าจะส่งรูปที่สยิวกิ้วกว่านี้มาให้อีกถ้าเขายอมส่งรูปกึ่งเปลือยท่อนบนของตัวเองไปให้เธอ ไอกะก็หยุดส่งข้อความและขึ้นสถานะออฟไลน์ไป

"เฮ้อ... สาบานได้เลย ยัยคนนี้ต้องเป็นเหตุสังหารฉันสักวันแน่ ๆ..."

นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลามื้อค่ำ ยูจิเลยใช้เวลาที่เหลือเปิดเช็กดูไอเทมในคลังระบบ (Inventory) จากตู้กาชาที่เขาเปิดได้

'หืม... จริง ๆ ก็อยากเอาพวกเครื่องประดับเพชรลงอาคมพวกนี้ไปให้ทุกคนตอนนี้เลยนะ แต่คิดดูอีกที เอาไว้ให้หลังจากที่เราเริ่มทำกำไรจากการลงทุนได้แล้วน่าจะดูมีเหตุมีผลมากกว่าแฮะ'

เขาโน้ตเตือนตัวเองในใจ ก่อนจะหันไปสำรวจไอเทมชิ้นอื่น ๆ ที่เขามี

เขามีเค้กหรูหราราคาแพงระยับสองก้อนและสตรอว์เบอร์รี รวมถึงชุดน้ำชาโบราณ ซึ่งก็เหมือนกับชุดเครื่องประดับเพชรนั่นแหละ มันคงจะดูสมเหตุสมผลสำหรับคนในครอบครัวมากกว่าถ้าเขาเอาออกมาใช้หลังจากที่เขาหาเงินได้จากการลงทุนแล้ว

คทาแห่งสรวงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ (Scepter of Divine Sanctuary) ก็น่าจะจัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ด้วยเช่นกัน ทว่า...

'...แต่เราอยากติดตั้งมันตอนนี้เลยนี่นา ถ้าทำแบบนั้น เราจะได้มั่นใจและอุ่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าบ้านของเราจะปลอดภัย'

เขาทำการเรียก คทาแห่งสรวงสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ออกมาจากคลังระบบ ทันใดนั้น แท่งทองคำยาว 50 เซนติเมตรที่ดูหรูหราพร้อมกับไพลินทรงหยดน้ำที่ถูกยึดโยงไว้ด้วยเถาวัลย์ทองคำตรงส่วนปลายก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเขา ก่อนจะร่วงลงมาสู่ฝ่ามือของเขาอย่างพอดิบพอดี

"ว้าว... งดงามชะมัด"

พื้นผิวสีทองของคทาทอประกายแวววาวอย่างงดงามภายใต้แสงไฟในห้องนอน และอัญมณีไพลินก็เปล่งประกายระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราย เขาไม่เคยเห็นสิ่งของอะไรที่งดงามขนาดนี้มาก่อนในชีวิต...

'...แต่แบบนี้แย่แน่ เราไม่รู้จะอธิบายกับทุกคนยังไงเนี่ยสิ'

วัตถุโบราณที่งดงามและสะดุดตาขนาดนี้ แน่นอนว่าจะต้องตกเป็นเป้าสายตาของคุณแม่ พวกพี่น้อง และคุณน้าอย่างแน่นอน และเขาคิดข้ออ้างไม่ออกเลยว่าจะบอกว่าได้มันมาจากไหน!

การจะแอบซ่อนมันก็เป็นเรื่องยาก เนื่องจากขนาดของมัน และความจริงที่ว่าพวกพี่สาว รวมถึงคุณแม่และคุณน้า ต่างรู้จักห้องนอนของเขาดีในทุกซอกทุกมุม ราวกับว่าพวกเธอสามารถหาของในห้องเขาได้เก่งกว่าตัวเขาเองเสียอีกด้วยเหตุผลบางประการ

เขาจ้องมองคทาในมืออีกครั้ง... ก่อนจะเหลือบไปมองสมาร์ตโฟนของตัวเอง

"...หรือว่าเราจะแกล้งเนียนบอกว่าเป็น คทาเวทมนตร์ของสาวน้อยเวทมนตร์ ที่เพื่อนให้มาดีนะ?"

หลังจากใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตกลงใจและเริ่มพิมพ์ข้อความลงในสมาร์ตโฟน

[สึบากิฮาระ ยูจิ: ไอกะ ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย]

***************************

จบบทที่ บทที่6

คัดลอกลิงก์แล้ว