บทที่3
บทที่3
[ผู้พิทักษ์ความทรงจำ] - [SSR]
ในฐานะผู้พิทักษ์ความทรงจำ คุณได้รับพลังดังต่อไปนี้: ความจำแบบภาพถ่าย (Photographic Memory)
- [Phantom]: มอบความสามารถในการสร้าง "ร่างลวงตา" สิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการเคลื่อนที่ พูดคุย แอ็กชัน และแสดงพฤติกรรมตามคำสั่ง หรือเหมือนกับที่อยู่ในความทรงจำของคุณ ยิ่งความทรงจำนั้นเด่นชัดมากเท่าไหร่ ร่างลวงตาก็จะยิ่งเหมือนตัวจริงมากขึ้นเท่านั้น
• มอบความสามารถในการอ่านและแก้ไขความทรงจำของผู้อื่น
• มอบความสามารถในการอ่านความทรงจำของสิ่งไม่มีชีวิต
ราคา: 31,000 GCP
สึบากิฮารา ยูจิ: "หวา... สุดยอดไปเลยแฮะ... ขึ้นอยู่กับวิธีใช้เลยนะเนี่ย แต่ถ้าใช้ดี ๆ ล่ะก็ คุณซาโตรุจะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในโลกใบใหม่ยิ่งกว่าเดิมอีกนะครับ แถมมันยังค่อนข้างมีประโยชน์กับโลกฝั่งนี้ในตอนนี้ด้วยไม่ใช่เหรอครับ?"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "ใช่แล้วครับ! ยิ่งผมเป็นพวกความจำแย่กับเรื่องที่ไม่ใช่เกมอยู่ด้วย อันนี้คงช่วยเรื่องงานได้เยอะเลย! อย่างน้อยก็จนกว่าผมจะหลุดเข้าไปในอิกดราซิลล่ะนะ..."
ยูจิมองข้อความของซาโตรุด้วยความกังวล เขายังคงดูลังเลอย่างเห็นได้ชัดว่าจะอยู่ในโลกปัจจุบันต่อไป หรือจะก้าวออกจากเซฟโซนไปยังอิกดราซิลดี...
ก็แหงล่ะ โลกของอิกดราซิลมันอันตรายสุด ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีพวกตัวตนที่ทรงพลังอย่าง ลอร์ดมังกรผู้เจิดจรัส (Brightness Dragon Lord), ลอร์ดมังกรแพลทินัม (Platinum Dragon Lord) และ ลอร์ดมังกรคอฟฟินโบราณ (Elder Coffin Dragon Lord) รวมถึงขั้วอำนาจต่าง ๆ ที่ปกครองโลกฝั่งนั้น ถ้าซาโตรุต้องกลายเป็นโมมอนกะและผู้นำของ ไอนซ์ อูล โกวน์ จริง ๆ ล่ะก็ เขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่ากลัวพวกนั้น
ต่อให้มีแรงสนับสนุนจากคนทั้ง นาซาริค และกลุ่มแชทต่างมิติ (Multiverse Group Chat) แต่การตัดสินใจไปโลกแบบนั้นมันก็น่ากลัวเกินไปอยู่ดี โดยเฉพาะกับคนที่ในโลกเดิมเป็นแค่พนักงานบริษัทกินเงินเดือนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ยูจิสะบัดหัวไล่ความความคิดนั้น เขาจะมามัวคิดแง่ลบและหดหู่แบบนี้ไม่ได้ เขาแค่ต้องเชื่อมั่นในการตัดสินใจของซาโตรุ และพร้อมจะสนับสนุนไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง
สึบากิฮารา ยูจิ: "เฮะ ๆ ๆ มันทรงพลังมากก็จริง แต่ได้โปรดอย่าเอาไปใช้กับเรื่องไม่ดีล่ะครับ เข้าใจไหม? อย่างเช่น... เอาไปใช้กับพวกผู้หญิงน่ะ..."
ซูซูกิ ซาโตรุ: "ไม่ทำหรอกครับ! ท-ถึงอยากทำ ผมก็ไม่มีความกล้าพอจะทำเรื่องแบบนั้นอยู่ดีนั่นแหละ..."
สึบากิฮารา ยูจิ: "แบบนั้นก็ดีแล้วครับ"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "จะว่าไป แล้วยูจิได้อะไรมางั้นเหรอครับ?"
สึบากิฮารา ยูจิ: "อ่า ผมโชคดีมากเลยครับ ได้ [กายาเทพ] ระดับ SSR ที่เราเคยคุยกันไว้ ตอนที่ได้รับมาเนี่ย ทั่วทั้งร่างเจ็บปวดเจียนตายเลยล่ะครับ แต่ว่า... ผลลัพธ์ของมันก็เป็นไปตามที่คำอธิบายไอเทมบอกไว้เป๊ะ ๆ เลย ตอนที่ผมส่องกระจกดูเงาตัวเองในสมาร์ตโฟน ผมยังช็อกสุด ๆ เลยเนี่ย"
คิริว ไอกะ: "เอ๋~! นายได้ [กายาเทพ] งั้นเหรอ?!!! อิจฉาชะมัดเลย!!"
สึบากิฮารา ยูจิ: "อืม... พอดีสุ่มได้โชคดีสุด ๆ เลยน่ะครับ เอ่อ... ขอโทษด้วยนะ?"
คิริว ไอกะ: "ฮะฮะ... ก็น่าเสียดายอยู่หรอก แต่ฉันก็ได้ของดีมาเหมือนกัน เพราะงั้นไม่ต้องคิดมาก! ตอนได้มานี่ก็ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวเหมือนกัน พูดตามตรงนะ นั่นคือความเจ็บปวดที่ทรมานที่สุดในชีวิตฉันเลยล่ะ..."
คิริว ไอกะ: "แต่ว่านะ! ตอนนี้ฉันกลายเป็นสาวสุดเซ็กซี่ไปแล้วล่ะ~ ฮี่ ๆ ~ พวกนายอยากเห็นไหมล่ะ~? ถ้าอยากเห็นล่ะก็ ฉันส่งรูปตัวเองตอนใส่แค่ชุดชั้นให้ดูได้นะ~ แต่มีข้อแม้ว่าพวกนายต้องส่งภาพนู้ดของตัวเองมาแลก! โดยเฉพาะคนที่ได้รูปลักษณ์ที่ 'เป็นดั่งจุดสูงสุดแห่งความงามของบุรุษเพศ' คนนั้นน่ะ ฉันสนใจเป็นพิเศษเลยล่ะ~!"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ฉันขอปฏิเสธ ฉันไม่มีความสนใจในเรือนร่างของเธอ"
ชิบะ ทัตสึยะ: "ผมก็ขอปฏิเสธเช่นกัน"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "ผ-ผมก็ขอปฏิเสธเหมือนกันครับ! ถ้ามีรูปเด็กสาว ม.ปลาย (JK) ในโทรศัพท์ล่ะก็ ผมคงโดนตำรวจจับก่อนจะได้ตัดสินใจไปอิกดราซิลซะอีก..."
ยูจิคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอาเข้าจริงเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอกะจะสวยขึ้นขนาดไหนเมื่อเทียบกับตัวเขาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน แต่ถ้าค่าตอบแทนมันคือรูปนู้ดของตัวเองล่ะก็...
เขาทำไม่ได้เฟ้ย! ถ้าจะมีใครสักคนที่เขาอยากให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าในรูปลักษณ์ใหม่นี้ คน ๆ นั้นก็ควรจะเป็น...
อาาาา! นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย!
สึบากิฮารา ยูจิ: "...ผมขอปฏิเสธอย่างสุภาพเช่นกันครับ ว่าแต่ ถ้าไม่ได้ [กายาเทพ] แล้วเธอได้อะไรมาล่ะ ไอกะ?"
คิริว ไอกะ: "ชิ~ พวกนาย นี่จืดชืดชะมัด~ เอาเถอะ ไว้รอเจอตัวจริงในชีวิตจริงแล้วค่อยดูรูปร่างใหม่ของกันและกันก็ได้~ สิ่งที่ฉันได้มาคือ [ปลดล็อกศักยภาพทั่วร่าง] ละ! นี่ไง~!"
[ปลดล็อกศักยภาพทั่วร่าง] - [SSR]
จากการเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ คุณได้กลายเป็น ไฮฮิวแมน (High Human) พร้อมผลลัพธ์ดังต่อไปนี้:
• ภูมิคุ้มกันต่อยาพิษ, โรคภัยไข้เจ็บ และผลกระทบจากความชรา
• รูปลักษณ์ที่เป็นตัวแทนและรวบรวมจุดสูงสุดแห่งความงามของมนุษย์ปุถุชน
• ยกระดับสมรรถภาพทางกาย (Enhanced Physique)
• ยกระดับความทรงจำ และมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบที่ทำร้ายจิตใจทั้งหมด
• ประสาทสัมผัสเฉียบคม (Heightened Senses)
• ความเร็วในการเรียนรู้ก้าวโดด (Accelerated Learning Speed)
• การส่งกระแสประสาทสั่งการฉับไว (High-Speed impulse)
• ขยายอายุขัยยาวนานยิ่งขึ้น
ราคา: 30,000 GCP
สึบากิฮารา ยูจิ: "หวา... เข้าถึงจุดสูงสุดของมนุษยชาติเลยงั้นเหรอ สุดยอดไปเลยนะ"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "มนุษย์ที่เข้าถึงจุดสูงสุดจนกลายเป็นไฮฮิวแมนงั้นรึ? น่าทึ่งมากจริง ๆ"
คิริว ไอกะ: "โอ้! ฉันชอบคำนั้นจัง! จุดสูงสุดของมนุษยชาติงั้นเหรอ~? ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ฉันก็กลายเป็น 'ดอกฟ้าบนยอดเขา' (สิ่งเอื้อมไม่ถึง) ของจริงแล้วล่ะสิ!"
สึบากิฮารา ยูจิ: "เมื่อพิจารณาจากที่ตัวผมเปลี่ยนไปขนาดนี้ ผมว่าตอนนี้เธอน่าจะสวยเทียบเท่า หรืออาจจะเหนือกว่า 'สองสาวงามแห่งโรงเรียนคุโอ' (จากเรื่อง High School DxD) ไปแล้วมั้งครับเนี่ย?"
คิริว ไอกะ: "ฮี่ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว~! ถึงฉันจะยังไม่ได้ 'ตรวจเช็ก' ร่างกายตัวเองแบบละเอียดก็เถอะ แต่ดูแค่หน้า, เสียง, หน้าอก แล้วก็ก้นเนี่ย ฉันมั่นใจว่าฉันสวยและเซ็กซี่กว่าพวกเธอชัวร์ ๆ ~"
คิริว ไอกะ: "แถมตอนนี้ฉันยังเป็นผู้หญิงที่โชคชะตารักด้วยนะ~! แบบอักษรตัวเป้ง ๆ เลยล่ะ!!!"
คิริว ไอกะ: "แล้วก็ ฉันได้ความเชี่ยวชาญด้านไอคิโด, ความเชี่ยวชาญด้านบัลเล่ต์ และความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูเด็กมาด้วย! นี่มันไม่ใช่วัตถุดิบชั้นยอดในการเป็นเจ้าสาวที่สมบูรณ์แบบรึไงกัน?!"
สึบากิฮารา ยูจิ: "นั่นมัน... อือออ ผมก็คงต้องเห็นด้วยล่ะนะ"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ใช่ ถ้าเพียงแต่เธอไม่ได้มีนิสัยหยาบโลนแบบนั้น ฉันมั่นใจว่าเธอคงเป็นวัตถุดิบเจ้าสาวที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว"
ชิบะ ทัตสึยะ: "เห็นด้วย เธอขาดความสง่างามและความสำรวมที่กุลสตรีพึงมี"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "...ขอโทษด้วยนะ ไอกะ แต่ผมเห็นด้วยกับพวกเขาล่ะ"
คิริว ไอกะ: "ฮะ?! พวกนายพูดเรื่องอะไรกันยะ?! นี่เขาเรียกว่า แก๊ปโมเอะ (Gap Moe) ต่างหาก! มันไม่เซ็กซี่ตรงไหนกับการมีภรรยาที่แสนดีข้างนอก แต่พอบนเตียงปุ๊บก็กลายเป็นยัยตัวแสบสุดลามกน่ะ!"
สึบากิฮารา ยูจิ: "ยกเว้นแต่ว่าผมคิดว่าเธอไม่ได้ลามกแค่บนเตียงน่ะสิครับ..."
คิริว ไอกะ: "...หึ! งั้นต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ส่งเซลฟี่สุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วให้พวกนายดูอีกแล้ว! น่าเสียดายแทนชะมัด~"
ในวินาทีนั้น เหล่าชายหนุ่มในห้องแชทต่างพากันหลังเหงื่อตก (Sweatdrop) แม้จะอยู่ต่างมิติ แต่ความคิดของพวกเขากลับซิงโครไนซ์กันได้อย่างสมบูรณ์แบบ... 'ดีแล้วล่ะที่ไม่ส่ง'
คิริว ไอกะ: "เอาล่ะ คนต่อไป ๆ ! ฉันอยากรู้แล้วว่าลูลูชกับทัตสึยะได้อะไรกันมาบ้าง!"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ฉันได้รับ [จดหมายเหตุแห่งความรอบรู้สากล (Archivist of Universal Knowledge)] แม้มันจะไม่ได้รับพลังเพิ่มพูนทางกายภาพ แต่มันเป็นไอเทมที่ยอดเยี่ยมและเข้ากับฉันมาก มันจะมีประโยชน์อย่างยิ่งหลังจากนี้"
[จดหมายเหตุแห่งความรอบรู้สากล] - [SSR]
ในฐานะผู้บันทึกความรู้แห่งจักรวาล คุณจะได้รับสติปัญญาอันหาที่เปรียบมิได้ รวมถึงความสามารถและผลลัพธ์ดังต่อไปนี้:
- [จิตวิญญาณแห่งโลก (Mind of the World)]:
• มอบความสามารถในการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณแห่งโลกได้ 3 ครั้งต่อวัน เพื่อ: ตอบคำถาม 1 ข้อ / รับความรู้ในหัวข้อเฉพาะ / ส่องดูสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิตใด ๆ ในโลก
• ความเร็วในการอ่านก้าวโดด (Accelerated Reading Speed)
• ยกระดับความทรงจำ
• ความเข้าใจในทุกภาษา (All Language Comprehension)
• ภูมิคุ้มกันต่อความสามารถหรือเวทมนตร์ที่มีผลต่อจิตใจทั้งหมด
• มอบความสามารถในการมองเห็นอนาคตอันใกล้ในยามที่ตกอยู่ในอันตราย
• มอบความสามารถในการมองเห็นผลลัพธ์ในอนาคตจากการตัดสินใจของคุณ
ราคา: 32,500 GCP
ชิบะ ทัตสึยะ: "ผมได้รับ [แสงนำทางแห่งแชมเปียน (Champion’s Light)] ต่างจากพวกคุณทุกคน ดูเหมือนมันจะเป็นสถานะ (State) ที่ผมสามารถเปิดใช้งานได้ตามใจนึก มันน่าจะมีประโยชน์มากในระหว่างการต่อสู้หรือสถานการณ์คับขัน ผมพอใจกับมันครับ"
[แสงนำทางแห่งแชมเปียน] - [SSR]
แสงสว่างในความมืด ประกายไฟแห่งความหวัง สถานะแห่งการตื่นรู้ที่สามารถเปิดใช้งานเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ เมื่อเปิดใช้งาน คุณจะได้รับผลลัพธ์ดังต่อไปนี้:
- ขจัดผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายทั้งหมดออกจากร่างกายทันทีเมื่อเปิดใช้งาน
- [สะท้อนกลับ (Reflect)]: สะท้อนการโจมตีทางกายภาพและทางเวทมนตร์ทุกรูปแบบกลับไปยังผู้โจมตี
- [ผู้ท้าทายความตาย (Death Defier)]: เมื่อได้รับความเสียหายถึงแก่ชีวิตแล้วไม่ได้รับการรักษาภายใน 5 วินาที คุณจะฟื้นคืนชีพโดยอัตโนมัติทันที พร้อมรักษาความเสียหายทางกายภาพและทางเวทมนตร์ทั้งหมด รวมถึงขจัดผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายออกจากร่างกาย และจะเข้าสู่สถานะ [แสงนำทางแห่งแชมเปียน] ทันทีหากยังไม่ได้เปิดใช้งาน
• การฟื้นฟูความเร็วเหนือแสง (Superspeed Regeneration)
• ลบล้างความเจ็บปวด (Pain Nullifier)
• ประสาทสัมผัสเฉียบคม
• พละกำลัง, ความเร็ว และความทนทานอันมหาศาล
• พลังเวท (Mana Pool) มหาศาล
• ความรุนแรงของเวทมนตร์อันมหาศาล
ราคา: 32,500 GCP
ซูซูกิ ซาโตรุ: "หวา... ทั้งสองอย่างสุดยอดมากเลยครับ! สมเป็นระดับ SSR จริง ๆ"
สึบากิฮารา ยูจิ: "ใช่ครับ... ไอเทมชิ้นอื่น ๆ ก็ดีนะ แต่ระดับ SSR นี่มันอยู่คนละเลเวลเลยจริง ๆ"
คิริว ไอกะ: "ใช่เลย... ถึงฉันจะชอบ 'เรียวกังสุดหรูในเกียวโต' ที่สุ่มได้มาก็เถอะ แต่ฉันรัก [ปลดล็อกศักยภาพทั่วร่าง] นี่มากกว่าเยอะเลย"
สึบากิฮารา ยูจิ: "โอ้? เธอได้เรียวกังสุดหรูมาด้วยเหรอครับ? ยินดีด้วยนะ!"
คิริว ไอกะ: "ขอบใจจ้า~ ฉันได้เอกสารสิทธิ์ทุกอย่างมาอยู่ในคลัง (Inventory) เรียบร้อยแล้วเนี่ย~ แทบรอให้ถึงวันหยุดยาวเพื่อไปเที่ยวที่นั่นไม่ไหวแล้ว~"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "โห สุดยอดเลย... ผมได้มาแค่ไอเทมเวทมนตร์ไม่กี่ชิ้นเอง ถึงมันจะสุดยอดทั้งหมดก็เถอะ แต่มันก็น่าผิดหวังนิดหน่อยแฮะ"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ฉันได้รับหุ้นส่วนจำนวนหนึ่งจากบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียงในโลกนี้ และพวกมันทั้งหมดก็เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองศักดิ์สิทธิ์ ซากุราไดต์ (Sakuradite) ในญี่ปุ่นด้วย สิ่งนี้จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก"
ชิบะ ทัตสึยะ: "ผมก็เหมือนกับคุณซาโตรุครับ ผมได้ไอเทมเวทมนตร์มาสองสามชิ้นสำหรับระดับ SR และ R พวกมันค่อนข้างมีประโยชน์ในการช่วยปกป้องบ้านของผม"
สึบากิฮารา ยูจิ: "โอ้ ผมก็ได้อะไรที่คล้าย ๆ แบบนั้นเหมือนกันครับ แล้วก็พวกหุ้นของบริษัทใหญ่ ๆ ในโลกของผมด้วย"
คิริว ไอกะ: "โอ้~ งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้พวกเราก็รู้แล้วสินะว่าใครรวยที่สุดในกลุ่มแชทนี้~?"
สึบากิฮารา ยูจิ, ลูลูช แลมเพอรูจ: "เฮ้ย"
คิริว ไอกะ: "อะฮะฮะฮะ~ เออจริงด้วย แล้วพวกนายได้ความเชี่ยวชาญ (Proficiency) อะไรกันมาบ้างล่ะ? ฉันบอกของฉันไปแล้ว พวกนายก็บอกของตัวเองมาซะดี ๆ !!!"
สึบากิฮารา ยูจิ: "ผมได้ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน, การเขียนโปรแกรม, นักแม่นปืน แล้วก็ศิลปะการต่อสู้คราฟมากา (Krav Maga) ครับ"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนงั้นรึ? ยอดเยี่ยมมาก... นายพอจะช่วยฉันเรื่องการลงทุนหน่อยได้ไหม? ด้วยทรัพย์สินที่เพิ่งได้มาใหม่นี้ ฉันอยากจะลงทุนในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยน่ะ"
ชิบะ ทัตสึยะ: "ผมเองก็อยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณเช่นกันหากไม่เป็นการรบกวน ถึงจะไม่ใช่เรื่องการลงทุน แต่ผมอยากให้คุณช่วยเรื่องโปรเจกต์ของผม โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรมของคุณหน่อยครับ"
สึบากิฮารา ยูจิ: "แน่นอนครับ ยินดีเสมอเลย ทักส่วนตัว (DM) มาหาผมได้ทุกเมื่อที่ต้องการความช่วยเหลือเลยนะครับ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน... ดีจังเลยนะ น่าอิจฉาชะมัด"
คิริว ไอกะ: "ใช่ไหมล่ะ! เอาล่ะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าในบรรดาสองคนนี้ ฉันต้องลากใครมาที่โลกของฉันให้ได้ถ้าเป็นไปได้! ฉันจะให้เขาปั๊มเงินให้ฉันชัวร์ ๆ !"
สึบากิฮารา ยูจิ: "..."
ยูจิส่ายหัวและถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้อยู่แล้วว่าไอกะมีนิสัยลามกและ... "ร่าเริงเกินเหตุ" (ถ้าจะใช้คำให้ดูดีน่ะนะ) แต่เขาไม่คิดว่าเธอจะเปิดเผยความปรารถนาที่ไม่ใช่เรื่องลามกออกมาตรง ๆ ขนาดนี้
...เอาน่ะ มันก็ยังดีกว่าพวกที่เก็บซ่อนไว้แล้วพยายามมาปั่นหัวเพื่อหลอกใช้ให้เราหาเงินให้ละนะ
ยูจิเชื่อใจทุกคนในกลุ่มแชทนี้ เพราะทุกคนต่างรู้เนื้อแท้และนิสัยใจคอของกันและกันผ่านเรื่องเล่าของตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงดีใจที่ทุกคนซื่อสัตย์และเปิดเผยความต้องการของตัวเองออกมาตรง ๆ
สึบากิฮารา ยูจิ: "ว่าแต่ คนอื่น ๆ ได้ความเชี่ยวชาญอะไรกันบ้างครับ?"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "ผมได้ความเชี่ยวชาญด้านการหยั่งรู้สถานการณ์ (Insight) กับความเชี่ยวชาญด้านมารยาทและพิธีการ (Etiquette) ครับ อะฮะฮะ... รู้สึกเหมือนระบบมันกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับผมเลย"
ยูจิอดไม่ได้ที่จะเห็นด้วย ก็แหงล่ะ ความเชี่ยวชาญทั้งสองอย่างนั้นมันช่างเพอร์เฟกต์สุด ๆ หากเขาต้องเข้าสู่อิกดราซิลและกลายเป็นโมมอนกะ ผู้ปกครองแห่งมหาสุสานนาซาริค (Great Tomb of Nazarick)
ชิบะ ทัตสึยะ: "ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ คุณซาโตรุ ทุกอย่างมันเป็นระบบสุ่ม ความเชี่ยวชาญเหล่านั้นมีประโยชน์ในทุก ๆ โลกอยู่แล้วครับ"
ซูซูกิ ซาโตรุ: "...ขอบคุณนะ ทัตสึยะคุง นายพูดถูกเลย ผมแค่คิดมากไปเองน่ะ"
ข้อความเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ข้อความจากซาโตรุจะเด้งขึ้นมาอีกครั้ง
ซูซูกิ ซาโตรุ: "อา ขอโทษทีครับที่ทำให้บรรยากาศกร่อย คุยกันต่อเถอะครับ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทัตสึยะคุงกับลูลูชได้ความเชี่ยวชาญอะไรมา"
ชิบะ ทัตสึยะ: "ผมได้ความเชี่ยวชาญด้านการขับขี่ครับ ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก แต่ก็มีประโยชน์ในแบบของมัน ส่วนไอเทมกาชาที่เหลือผมได้พวกผลไม้หรู ๆ, เค้ก แล้วก็โคมไฟระย้าแอนทีิกโบราณครับ"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ฉันได้ความเชี่ยวชาญด้านกรีฑา (วิ่งแข่ง) กับความเชี่ยวชาญด้านการพับกระดาษ (โอริกามิ) ฉันไม่รังเกียจวิชาพับกระดาษหรอกนะเพราะ นันนาลี่ ชอบมันมาก แต่ไอ้กรีฑานี่สิ..."
สึบากิฮารา ยูจิ: "มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอครับ? มันไม่ดีเหรอ? ตอนนี้คุณสามารถวิ่งได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วแล้วนะ"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "ใช่ แต่ก็แค่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นแหละ ความเชี่ยวชาญนี้... มันไม่ได้เพิ่มค่าความอึด (Stamina) ให้ฉันเลยสักนิด..."
อา... ยูจิเข้าใจแจ้งในทันที ในบรรดาคนทั้งหมดในกลุ่มแชทนี้ ลูลูชเป็นคนที่มีความอึดน้อยที่สุด เผลอ ๆ อาจจะน้อยกว่าไอกะในอดีตที่เป็นแค่เด็กสาว ม.ปลาย ธรรมดา ๆ ซะอีก ยิ่งตอนนี้เธอได้ [ปลดล็อกศักยภาพทั่วร่าง] ไปแล้ว ลูลูชคงกลายเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในด้านพละกำลังอย่างไม่ต้องสงสัย
สึบากิฮารา ยูจิ: "...บางทีคุณอาจจะต้องเริ่มฝึกเพื่อเพิ่มมันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมั้งครับ?"
ลูลูช แลมเพอรูจ: "...ฉันจะลองดู"
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็จำเป็นต้องมีความอึดในระดับหนึ่งหากต้องการเข้าร่วมภารกิจของกลุ่มแชท ลูลูชตระหนักถึงข้อนี้ดี แต่ความจริงข้อนี้ก็ยังทำให้เขาต้องถอนหายใจอยู่ดี
คิริว ไอกะ: "โยช~! พักเรื่องแรงน้อยของลูลูชไว้ก่อน แล้วมาคุยเรื่องสนุก ๆ กันดีกว่า~! พวกนายมี 'รสนิยมทางเพศ' (Fetish) แบบไหนกันบ้างเหรอจ๊ะ หนุ่ม ๆ ~? ฉันอยากรู้ซะจนตัวสั่นแล้วนะ~! ก็แหม นอกจากยูจิแล้ว ในเรื่องเล่าของพวกนายไม่เห็นเคยพูดถึงเรื่องพวกนี้เลยนี่นา!"
ยูจิเหงื่อตกพลางยิ้มแห้ง ๆ ถึงแม้เธอจะเปลี่ยนไปเป็นสาวงามหยาดเยิ้มขนาดไหน แต่เนื้อแท้ก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อตัณหาของตัวเองไม่เปลี่ยน เป็นยายลามกคนเดิมเป๊ะ... เหมือนกับเขานั่นแหละ
ความคิดแรกของเขาตอนที่ได้ [กายาเทพ] ไอเทมสุดโกงที่เปลี่ยนร่างกายของเขาให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเทพ และมอบคุุณสมบัติรวมถึงความสามารถเจ๋ง ๆ มากมายให้ ไม่ใช่เรื่องพลังที่ได้มาเลย แต่เป็นเรื่อง "รูปร่างหน้าตา" ของตัวเองต่างหาก
ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาขนาดนี้ กล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามไร้ที่ติ และหุ่นนักกีฬาที่ส่งให้พวกนายแบบระดับโลกหรือนักกีฬาโอลิมปิกต้องชิดซ้าย เขาอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะจินตนาการว่าตัวเองจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจต่อคุณแม่ คุณน้า และน้องสาวฝาแฝดของเขาขนาดไหน
เขาก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อความปรารถนาลึก ๆ ของตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ
ยูจิเหล่มองนาฬิกาบนสมาร์ตโฟน มันเป็นเวลาประมาณเจ็ดโมงครึ่ง ซึ่งปกติแล้วจะเป็นเวลาที่น้องสาวมักจะมาปลุกเขาให้ตื่นเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน นี่ก็ผ่านมาสองสามชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่เขาตื่นขึ้นมาจากอาการปวดหัวอย่างรุนแรง
อืม... ไปล้างหน้าล้างตาหน่อยดีกว่า
ลุกขึ้นยืนพลางวางสมาร์ตโฟนสำหรับแชทต่างมิติไว้บนโต๊ะ
"อา จริงด้วย ต้องบอกลูลูชเรื่องไอเทมขจัดคำสาป (Curse Remover) ก่อน"
เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ส่งข้อความส่วนตัว (DM) หาลูลูชเกี่ยวกับไอเทมชิ้นนั้น จากนั้นก็วางมันลงที่เดิม
แต่ในตอนที่เขากำลังจะเดินไปที่ประตูนั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากนอกห้อง
"นีน่า! เดี๋ยวพี่จะไปปลุกยูจิเอง! เธอไปช่วยแม่ทำมื้อเช้าเถอะ!"
"ไม่ได้หรอกค่ะ พี่ เดี๋ยวหนูจะไปปลุกยูจิเอง มันเป็นหน้าที่ของหนูในฐานะน้องสาวนะ"
"พี่ก็เป็นน้องสาวเหมือนกันนะ! โธ่เอ๊ย! พี่แค่อยากมีเวลาอยู่กับยูจิสองต่อสองตอนเช้าบ้างนี่นา!"
"หนูเองก็อยากเห็นหน้าตอนตื่นนอนของยูจิเหมือนกันค่ะ"
เมื่อได้ยินพวกเธอเถียงกัน ยูจิก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน
เขารู้ดีว่าสองคนนี้เถียงกันบ่อยแค่ไหน ทั้ง ๆ ที่ปกติอีกครึ่งวันก็เข้ากันได้ดีแท้ ๆ
เขาเคยได้ยินพวกเธอเถียงกันเรื่องไร้สาระที่สุด อย่างเช่นใครจะได้กินไก่ทอด (คาราอาเกะ) ชิ้นสุดท้ายในมื้อเย็น หรือใครจะได้กินพุดดิ้งชิ้นสุดท้ายในตู้เย็น (ซึ่งสุดท้ายมักจะโดนคุณน้าแอบกินไปโดยไม่ตั้งใจ) แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกเธอจะมาเถียงกันเรื่อง 'ใครจะได้เป็นคนปลุกเขา'
เขารู้สึกดีใจนิดหน่อยที่รู้ว่าน้องสาวเป็นห่วงและใส่ใจเขาขนาดนี้ แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง มันก็ยังน่าอายอยู่ดีที่จะต้องให้เด็กสาวที่ตัวเองสนใจมาเห็นหน้าตอนนอนหลับน่ะนะ
เสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนถึงหน้าห้องของเขา และในตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้
ฉิบหายแล้ว! ช-ฉันยังไม่ได้คิดข้ออ้างดี ๆ เลยนี่หว่า!
ก่อนหน้านี้หน้าตาและรูปร่างของเขาจัดอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีกว่ามาตรฐานนิดหน่อย แต่ตอนนี้ จากเด็กหนุ่ม ม.ปลาย หน้าตาดีธรรมดา ๆ กลับกลายเป็น อิเคเมน (หนุ่มหล่อพิมพ์นิยม) ระดับซูเปอร์อัลตราเด็ดขาด ที่มีใบหน้าและเรือนร่างเหนือกว่าซูเปอร์โมเดลระดับโลกและนักกีฬาโอลิมปิก... มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้!
และในวินาทีถัดมา ก่อนที่เขาจะได้ทันคิดอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออก และทั้งสองคนก็ก้าวเข้ามาพร้อม ๆ กัน
ยูจิตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก และทั้งสองสาวก็ตัวแข็งทื่อไปด้วยความช็อกในทันทีที่สายตาของพวกเธอจับจ้องมาที่เขา
"ยู...คุง...?"
"ยู...จิ...?"
"อ-อา... ยูนะ... นีน่า... เปล่าคือ... น-นี่มัน..."
ดวงตาของพวกเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง และยืนนิ่งสนิทราวกับถูกแช่แข็งไปทั้งตัว
ยูจิเริ่มหลบสายตาและมองไปรอบ ๆ ห้อง พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อหาข้ออ้าง แต่สุดท้าย...
"ข-ขอโทษทีนะ พอดีฉันเพิ่งออกกำลังกายเสร็จน่ะ เนื้อตัวเลยชุ่มเหงื่อไปหน่อย... อ-เอ่อ... งั้นฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ! จะรีบตามลงไปกินมื้อเช้าให้เร็วที่สุดเลย!"
เขาใช้แผน 'ถอยทัพเชิงยุทธวิธี' รีบแทรกตัวผ่านพวกเธอแล้วพุ่งตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างตัวทันที
ทันทีที่เขาจากไป ยูนะและนีน่าก็ทรุดเข่าลงกับพื้นราวกับเรี่ยวแรงที่ขามันอันตรธานหายไปเฉย ๆ ใบหน้าของพวกเธอแดงซ่านจนถึงใบหู และดวงตายังคงจับจ้องอยู่ตรงจุดที่พี่ชายต่างสายเลือดที่พวกเธอตกหลุมรักเคยยืนอยู่เมื่อครู่
ทั้งยูนะและนีน่าต่างก็เป็นเด็กสาวที่สวย ฉลาด และมีความสามารถโดดเด่นที่สุดในโรงเรียน
ยูนะมีรูปลักษณ์ที่สวยงามจนน่าทึ่งและมีหุ่นทรงสะบึม (Curvaceous figure) ที่สืบทอดมาจากคุณแม่ของเธอ เส้นผมยาวสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายเงางามทิ้งตัวลงมาอย่างสง่างามจนถึงสะโพก และมีริบบิ้นสีแดงเส้นเล็ก ๆ ผูกอยู่บนศีรษะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่เข้ากับนิสัยร่าเริงของเธอ ดวงตาสีมรกตอันงดงามและเป็นประกายของเธอเบิกกว้าง ขณะที่เธอกำลังเหม่อลอยจ้องมองไปยังจุดที่ยูจิเคยอยู่
ในทำนองเดียวกัน ในฐานะฝาแฝดที่คลอดจากครรภ์มารดาเดียวกัน นีน่าเองก็เป็นสาวงามที่หยาดเยิ้มและมีหุ่นทรงสะบึมไม่แพ้พี่สาวของเธอ เส้นผมยาวสีน้ำตาลอ่อนที่สวยงามของเธอถูกมัดเป็นทรง ทวินเทล (Twin tail) อย่างน่ารัก ซึ่งเป็นสไตล์ที่สร้าง แก๊ปโมเอะ อันน่าดึงดูดใจเมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ที่ดูสุขุม เยือกเย็น และเคร่งขรึมของเธอ ซึ่งยิ่งขับเน้นให้เด่นชัดขึ้นด้วยแว่นตาไร้กรอบทรงรี
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยนิสัยที่ใจดี เป็นมิตร และน่าเข้าหา พวกเธอจึงกลายเป็นเด็กสาวที่ป็อปปูลาร์ที่สุดในโรงเรียน มีเพื่อนผู้หญิงมากมายที่ชื่นชมและรักพวกเธอในแบบที่พวกเธอเป็น และแน่นอนว่ามีผู้ชายจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตกหลุมรักพวกเธอเช่นกัน
จำนวนครั้งที่มีคนมาสารภาพรักกับพวกเธอนั้นจัดว่าอยู่ในระดับปรากฏการณ์ เริ่มตั้งแต่วันแรกที่พวกเธอเข้าเรียนในฐานะนักเรียนปีหนึ่ง พวกเธอได้รับจดหมายสารภาพรักเกือบจะมากกว่าหนึ่งร้อยฉบับจากเด็กหนุ่มปีหนึ่ง ปีสอง และปีสาม ภายในเวลาเพียงแค่ 30 วันเท่านั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งยากและน่ารำคาญใจสุด ๆ สำหรับพวกเธอที่ต้องเดินไปยังสถานที่นัดพบเพื่อปฏิเสธคำสารภาพรักเหล่านั้นทีละคน ๆ เวลาพักของพวกเธอเกือบทั้งหมดตลอดทั้งเดือนต้องหมดไปกับเรื่องชวนปวดหัวแบบนั้น
พวกเธอจะปฏิเสธอย่างรวดเร็วโดยบอกไปตรง ๆ ว่า 'มีคนที่ชอบอยู่แล้ว' จากนั้นก็มูฟออนไปปฏิเสธคนต่อไปทันที
และในตอนนี้ คน ๆ นั้นคนที่พวกเธอตกหลุมรัก... กำลังทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ...
"น-น-นีน่าจัง... ยู...คุง... เขา..."
"อื-อืม... ข-เขา... เปลี่ยนไปนะ ดู... ดูหล่อขึ้น... มาก ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?!"
"อื้อ! เขาหล่อขึ้นมาก ๆ เลย... ม-มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?! ทำไมเขาถึงหล่อขึ้นกะทันหันขนาดนี้ล่ะ?! ฉ-ฉันหมายถึง... ข-เขาหล่อกว่าพวกนายแบบในนิตยสารที่เพื่อน ๆ เอามาให้ดูซะอีกนะ!"
"ห-หนูไม่รู้ค่ะ... ส-เสียงของเขาก็เปลี่ยนไปด้วยนะ มันดูทุ้มต่ำและ... น-น่าดึงดูดใจขึ้น เ-เป็นเพราะเขาอยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ (Puberty) รึเปล่านะ...? ต-แต่มันก็ยังอธิบายไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมเขาถึงได้กลายเป็นคนที่... เปล่งประกายขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้น... แย่แน่ ๆ แบบนี้มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปแล้ว"
"อื้อออ..."
ทั้งสองคนหันมาสบตากัน หัวใจของพวกเธอเต้นโครมคราม และใบหน้ายิ่งแดงก่ำขึ้นราวกับมะเขือเทศสุก
เพียงแค่มองตากัน แฝดทั้งสองก็เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายในทันที เพราะพวกเธอกำลังคิดเรื่องเดียวกันเป๊ะ ๆ
ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย... ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ล่ะก็... ฉันเริ่มจะทนเก็บความรู้สึกนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วนะ...
***************************