- หน้าแรก
- หยุดก่อนเถิดแม่ผีสาว
- บทที่ 34 การแข่งขันต่อกลอน
บทที่ 34 การแข่งขันต่อกลอน
บทที่ 34 การแข่งขันต่อกลอน
แค่เกมต่อคำพังเพยเล็กๆ กลับเผยให้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์ได้ถึงขนาดนี้ ทั้งหมดนี้ก็เพราะปีศาจปากกาไม่เอาถ่าน ทุกคนเลยต้องงัดความสามารถเฉพาะตัวออกมา
“ดีมาก วนไปรอบนึงแล้ว ทุกคนแสดงความสามารถออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก เล่นต่อ”
ถ้ากรรมการคนนี้เป็นคนล่ะก็ ป่านนี้โดนรุมกระทืบตายไปร้อยรอบแล้ว
เมื่อกี้คำสุดท้ายคือคำว่า 'ฉัน' ตงฟางยิ้มมุมปาก คำถามแจกคะแนนชัดๆ “เราไม่เหมือนกัน แต่ละคนหน้าตาดีไม่เท่ากัน”
“เอ่อ เหมือนจะร้องผิดหรือเปล่า”
“ไม่ใช่เหมือนจะ แต่ผิดเลยล่ะ”
“ลงโทษมันเลย!”
ดูเหมือนทุกคนจะแค้นเขามาก แต่ละคนแทบจะภาวนาให้เขาโดนปีศาจปากกาเล่นงานจนตาย
พอเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ตงฟางก็ทำหน้าเศร้า “พี่ชาย พี่จะเชื่อพวกนั้น หรือจะเชื่อน้องชายคนนี้ดีล่ะ?”
เชี่ยเอ๊ย ทำไมแกไม่บอกว่าเป็นเมียมันไปเลยล่ะ จะหน้าด้านไปถึงไหน?
“ฉันเชื่อนาย คนต่อไป” ปีศาจปากกาไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เจ้านี่มันคือปีศาจที่เห็นศักดิ์ศรีเป็นแค่ลมตดชัดๆ
ยังจะเล่นเกมกันดีๆ ได้อีกไหม ลำเอียงขนาดนี้ ชาตินี้พวกเราไม่มีทางชนะหรอก
เจียงไห่หลาง: “เพียง 998 หยวน ก็อุ้มตุ๊กตายางกลับบ้านได้เลย”
ทุกคนหันไปมองไอ้คนขายตุ๊กตายาง ดีมาก แกกะจะไม่เหลือทางรอดให้ใครเลยใช่ไหม
ตงฟางยกนิ้วโป้งให้ พี่หลางแกสุดยอดจริงๆ
ซ่งฉีฉี: “หากชีวิตหลอกลวงคุณ คุณก็แจ้งตำรวจสิ”
กัวซาน: “อา~ ถนนวงแหวนรอบที่ห้า เธอมีวงแหวนมากกว่ารอบที่สี่หนึ่งวง”
ฟางหย่าหรู: “องค์หญิงกำมะลอสนุกจริงๆ”
โจวอิ่ง: “ดูจบแล้วก็อยากดูอีก”
ฉีลู่: “มองเหี้ยอะไร”
“ถึง... ถึงตาฉันแล้วเหรอ?”
ใต้เท้าตงฟางถึงกับงง เมื่อกี้กูได้ยินอะไรวะ นี่มันต่อคำพังเพยเหรอ? การศึกษาภาคบังคับเก้าปีไม่ได้กระจายไปทั่วถึงหรือไง ทำไมถึงมีคนไร้การศึกษาเยอะขนาดนี้
“มองเหี้ยอะไร อันนี้ไม่ผ่านนะ” ปีศาจปากกาเข้มงวดขึ้นมาทันที คิดว่าฉันฟังคำด่าไม่ออกหรือไง
“พี่ชาย หยวนๆ ให้หน่อยไม่ได้เหรอคะ” ฉีลู่เริ่มติดสินบน ออดอ้อนนิดหน่อย สั่นสะเทือนอีกนิด
ถึงกับใช้มารยาหญิง ซวยแล้ว มุกนี้ต้องได้ผลแน่ๆ เพิ่มคนที่แตะต้องไม่ได้มาอีกคนแล้ว
“ไร้สาระ!”
สิ่งที่ทำให้ทุกคนอึ้งก็คือ ปีศาจปากกาดันโมโหซะงั้น นี่มันสถานการณ์อะไรกัน เขาไม่ชอบผู้หญิงเหรอ พอนึกย้อนไปถึงตอนที่เข้าข้างตงฟางก่อนหน้านี้ แม่จ๋า เจ้านี่ต้องเป็นพวกไม้ป่าเดียวกันแน่ๆ
ตงฟางรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที ถ้าไอ้ตัวนี้ยื่นข้อเสนอแปลกๆ เขาจะปฏิเสธหรือตามน้ำดีวะ? แม่จ๋า ถ้าต้องโดนปากกาด้ามเดียวย่ำยี คงไม่มีหน้าอยู่บนโลกนี้แล้ว
“ลูกพี่ น้องเขาไม่ได้ตั้งใจหรอก ยกโทษให้เธอเถอะนะ” ตงฟางลองหยั่งเชิงดู เขาไม่ได้ทำเพื่อช่วยน้องสาวหรอก แค่อยากจะดูท่าทีของปีศาจปากกาว่ามีใจคิดอกุศลกับเขาหรือเปล่า
“ก็ได้ คราวหน้าอย่าทำอีกนะ”
ทุกคนพูดไม่ออก ปีศาจปากกายอมตกลงจริงๆ ด้วย กลุ่มคนพากันมองตงฟางด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับกำลังบอกว่า เขามองนายน่ะ
ภาพลวงตา ทุกอย่างมันคือภาพลวงตา พระเจ้า ฉันเคยข้ามภูเขาและทะเลมามากมาย แต่ก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ใครเคยมีประสบการณ์โดนปากกาปิ๊งบ้าง ช่วยชี้แนะที
“เห็นว่าหัวข้อมันกว้างเกินไป ฉันตัดสินใจจะเปลี่ยนวิธีเล่นใหม่ ฉันจะท่องกลอนวรรคแรก พวกนายก็ท่องวรรคต่อไป แย่งกันตอบได้ ใครตอบได้ตรงใจที่สุดได้หนึ่งคะแนน สุดท้ายใครคะแนนน้อยสุด คนนั้นโดนทำโทษ!”
ปีศาจปากกามีคำว่า 'ปากกา' อยู่ในชื่อ ดูปุ๊บก็รู้ว่าเป็นปีศาจที่มีการศึกษา การแต่งกลอนเป็นงานอดิเรกของเขา ถือโอกาสนี้มาสนุกสักหน่อย
แต่งกลอนเหรอ? เชี่ยเอ๊ย ทางถนัดกูเลยนี่หว่า คราวนี้ล่ะจะได้โชว์ออฟเต็มที่ ใต้เท้าตงฟางดีใจสุดๆ ถ้าไม่มีของดีติดตัว จะกล้าเรียกตัวเองว่าใต้เท้าได้ยังไง
“ผีปากกามาท่องกลอน!”
“เยี่ยม! สุดยอดไปเลย! เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์! หาตัวจับยากจริงๆ!” คนอื่นๆ ยังไม่ทันตั้งตัว ตงฟางก็ชิงประจบสอพลอเสร็จสรรพ ความเร็วระดับนี้ ต่อให้เป็นม้าก็ยังสงสัยว่าบั้นท้ายม้านี่ใช่ของตัวเองหรือเปล่า
เวรเอ๊ย พวกเราขอถอนตัวได้ไหม ขืนอยู่กับไอ้หน้าด้านนี่ต่อไป มีหวังสติแตกแน่ๆ
แม้แต่เจียงไห่หลางก็ยังทนดูไม่ได้ เกือบจะเกิดอาการอยากดูดเลือดเป็นครั้งแรก บาปกรรมๆ ไห่หลาง อย่าดูดเด็ดขาดนะ ขืนติดเชื้อหน้าด้านมาล่ะก็ คงต้องล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าไปตลอดชีวิตแน่ๆ
“น้องชายที่รัก เบาๆ หน่อย” คุยกันถูกคอเหมือนรู้ใจกันมานาน ตอนนี้ปีศาจปากกายิ่งมองตงฟางก็ยิ่งถูกใจ “พวกนายใครจะต่อวรรคต่อไป?”
ผีปากกามาท่องกลอน! ดูจากประโยคสุดคล้องจองนี่แล้ว แค่เรียนจบประถมก็รับมือได้สบายๆ
“เสือสองตัววิ่งเร็วไว” ซ่งฉีฉีอดใจไม่ไหวต้องพูดออกมา นี่มันข้อสอบแจกคะแนน พี่ขอรับไว้ล่ะนะ
“ดีมาก ถึงจะไม่ค่อยสัมผัสกัน แต่ก็มีความหมายดี” ปีศาจปากกาวิจารณ์
แบบนี้ก็ได้เหรอ!
เอาล่ะ พวกเราพอจะรู้แล้วว่าต้องเล่นยังไง
ตงฟาง: “ลูกหมูสามตัวชื่อเปปป้าพิก”
“เยี่ยมมาก น้องชายเก่งมาก”
เจียงไห่หลาง: “สี่ทิศแปดทางไม่ลอดสายตา”
ฟางหย่าหรู: “ดอกไม้ทองห้าดอกหน้าตาสะสวย”
โจวอิ่ง: “เดือนหกมาถึงวันที่หกเดือนหก”
กัวซาน: “ตัวเลขเจ็ดตัวลอตเตอรี่”
ฉีลู่: “แปดหมื่นจั่วเองสีเดียวกันหมด”
เทพทั้งเจ็ดไม่มีใครติดขัดเลยแม้แต่น้อย ไหลลื่นรวดเดียวจบ ไอ้ของบ้าๆ บอๆ พวกนี้แหละคือบทกวีชิ้นเอก ต่อให้หลี่ไป๋กับตู้ฝู่มาได้ยินก็คงกระอักเลือดตาย
ทุกคนมองหน้ากัน ต่างก็มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ไม่ลองแต่งไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าล้วนเป็นนักกวีกันทั้งนั้น พวกนายร้ายกาจจริงๆ ซ่อนความสามารถไว้ซะลึก เกือบจะโดนฝังกลบไปแล้วไหมล่ะ
ปีศาจปากกาเริ่มลำบากใจ ทุกคนล้วนมีพรสวรรค์ ต่อกลอนกันได้ดีมาก ทำยังไงดีล่ะ จะเลือกใครดี?
“รอบนี้ น้องชายเหนือกว่านิดหน่อย” ปีศาจปากกาเอาด้ามปากกาถูไถพูดโกหกหน้าตาเฉย ทำไงได้ล่ะ ก็ความรักมันบังตา~
“ยอมรับเลยๆ~”
ตงฟางรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสมควรแล้ว หลายปีมานี้เขาแต่งกลอนมานับไม่ถ้วน ระดับความสามารถก็สูงส่ง นอกจากหลี่ไป๋กับตู้ฝู่แล้ว ก็ไม่เคยยอมแพ้ใครหน้าไหน แน่นอนว่าไม่นับกำแพงกับคุณยายหรอกนะ
ล็อกผล! ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีล็อกผล สังคมมันเสื่อมทรามจริงๆ
“กลางวันไม่เข้าใจความมืดมิดของยามราตรี พวกนายใช้สี แดง ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง มาต่อประโยคนี้ คนนึงใช้ได้แค่สีเดียวเท่านั้น” ปีศาจปากกาตั้งโจทย์ขึ้นมาอีกข้อ ความยากเพิ่มขึ้นอีกระดับ
พอได้ยินแบบนี้ ระดับความยากก็พุ่งปรี๊ด ใครต่อก่อนได้เปรียบ คนสุดท้ายเสียเปรียบสุด ดังนั้นแต่ละคนจึงเค้นสมองคิดกันอย่างหนัก
“ฉันเอง” ตงฟางก้าวออกมาหนึ่งก้าว ก้าวนี้คือจุดสูงสุดในชีวิตของเขา
“ใต้เขาชิงเฉิงมีไป๋ซู่เจิน”
“ฮ่าๆ ดีมาก มีสีฟ้า (ชิง) มีสีส้ม (เฉิง) ยอดเยี่ยมๆ แต่คิดเป็นคะแนนเดียว จะเอาสีไหนล่ะ?” ปีศาจปากกาชมอย่างไม่หวงคำ เขาชื่นชมผู้ชายที่มีความสามารถที่สุด
ทุกคนตาโต แกปัญญาอ่อนหรือเปล่าเนี่ย คำว่า 'เฉิง' ในชื่อภูเขาชิงเฉิงมันใช่สีส้มที่ไหนล่ะ ระดับครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ยังมีหน้ามาเป็นกรรมการอีก มิน่าถึงมีเรื่องเป่านกหวีดลำเอียงให้เห็นอยู่บ่อยๆ
“สีฟ้า (ชิง) แล้วกัน” ตงฟางยิ้ม ลูกพี่เป็นคนรักหน้าตา มองทะลุแต่ไม่พูดให้เสียหน้า เดี๋ยวจะเก้อซะเปล่าๆ
“คนต่อไป ใครจะต่อ?”
“ฉันเอง!” ฉีลู่ยกมือ ทุกครั้งเธอจะเป็นคนสุดท้ายตลอด เสียเปรียบสุดๆ คราวนี้เธอต้องพลิกสถานการณ์ให้ได้
“รถแบ็กโฮโรงเรียนอาชีวะหลานเสียง”
“โห เข้าคู่กันได้ดีมาก สาวน้อยเก่งจัง” ปีศาจปากกาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
คนอื่นๆ หน้ากระตุก แม้แต่รถแบ็คโฮก็ยังขนมา ไม่ปล่อยให้ใครรอดเลยสินะ
“คนต่อไป”
กัวซานตาเป็นประกาย พูดขึ้นว่า “ใบหน้าสีเหลืองดวงตาสีดำ”
“พอใช้ได้ คนต่อไป”
เจียงไห่หลาง: “อดนอนก็ต้องดื่มเรดบูลล์”
“สีไม่ได้อยู่ตัวแรก อนุโลมให้ผ่านได้ แต่ไม่ให้คะแนนนะ คนต่อไป”
ตอนนี้ปีศาจปากกาเข้มงวดมาก นี่คืองานอดิเรกเพียงอย่างเดียวของเขา จะทำลวกๆ ไม่ได้
“เหลือแค่สีส้ม เขียว แล้วก็ม่วงสามสีแล้ว ฉันยังมีนัดที่อื่นอีก พวกเธอสามคนรีบๆ หน่อย ใครแพ้โดนลงโทษ!”
จู่ๆ ปีศาจปากกาก็เปลี่ยนเรื่อง พลิกลิ้นซะงั้น ทุกคนชะงักไป ไอ้เจ้านี่มันมีสัจจะบ้างไหมเนี่ย พูดจาเหมือนผายลม แกทำได้ยังไงวะ
...........