- หน้าแรก
- หยุดก่อนเถิดแม่ผีสาว
- บทที่ 33 ฉันจะเอาศักดิ์ศรีไปทำไม
บทที่ 33 ฉันจะเอาศักดิ์ศรีไปทำไม
บทที่ 33 ฉันจะเอาศักดิ์ศรีไปทำไม
ผีปากกาโผล่มาเพราะเงินหนึ่งหมื่นหยวนเนี่ยนะ ผีที่ไหนจะไปเชื่อคำโกหกพรรค์นี้ แต่ความจริงมันก็บัดซบแบบนี้แหละ
ตอนนี้ทุกคนทั้งตกใจทั้งกลัว แถมยังอยากจะขำด้วย เพราะมีบางคนปากเสีย ดันไปสร้างความประทับใจให้ผีปากกาจนโดนหมายหัวเข้าให้ แบบนี้มันถูกรางวัลที่หนึ่งชัดๆ
ใต้เท้าตงฟางอยากจะร้องไห้ จำฉันไปทำไม ฉันไม่ใช่ชานมไข่มุกของเธอนะ เลิกเล่นได้ไหม แถวนั้นมีลูกพลับนิ่มๆ อยู่เพียบเลยนะ ทั้งใหญ่ทั้งนุ่มด้วย
เพื่อความแน่ใจว่าใช่ผีปากกาไหม ตงฟางหยิบมือถือออกมาค้นหาผีในบริเวณใกล้เคียง
ผลการค้นหา: ห่างออกไปหนึ่งเมตรมีสิ่งที่ไม่ใช่วิญญาณอยู่หนึ่งตน ข้อมูลเฉพาะยังไม่ชัดเจน
ผลลัพธ์นี้ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย ไม่ใช่ผีงั้นเหรอ แต่คำว่า 'สิ่งที่ไม่ใช่วิญญาณ' มันเด่นหราเลยนะ เจ้านี่น่าจะเป็นปีศาจ ในเมื่อเกี่ยวข้องกับผีปากกา ก็คงจะเป็นปีศาจปากกา แหละมั้ง ข้อสันนิษฐานนี้ไม่มีที่ติ
“เฮ้ ผีปากกาเรียกนายแน่ะ”
จู่ๆ ก็มีคนผลักเขา ตงฟางมองไปที่โต๊ะ บนกระดาษเขียนไว้ว่า: ใครเล่นมือถืออีก โดนสิงแล้วจับแก้ผ้าวิ่งโทงๆ แน่!
คำว่า โดนสิงแล้วจับแก้ผ้าวิ่งโทงๆ ช่างทรงพลังเหลือเกิน ตอนนี้คงเทียบได้กับคำสั่งประหารชีวิต ปีศาจปากกาโกรธแล้ว ตงฟางหัวเราะแหะๆ ยันต์ขับไล่ผี ใช้กับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ผล คงต้องคิดแผนระยะยาว
พวกผู้หญิงเห็นคำว่าแก้ผ้าวิ่งโทงๆ ก็แทบจะฉี่ราด ถ้าต้องโดนแบบนั้น สู้ตายไปเลยยังดีกว่า แต่ละคนทำตัวว่านอนสอนง่ายเหมือนเด็กดี ไม่กล้ามองซ้ายมองขวาเลย
ผู้ชายที่มีออร่าพระเอกอย่างซ่งฉีฉีก็ปอดแหก พอเผชิญหน้ากับผี ต่อให้มีเงินก็ยืดอกไม่ขึ้น
เมื่อเห็นทุกคนปอดแหก ตงฟางรู้สึกว่าจำเป็นต้องออกโรง “ท่านผีปากกา ผมเพิ่งเคยครั้งแรก ท่านบอกมาเลยว่าต้องเล่นยังไง พวกเราไม่รู้กฎจริงๆ”
คนอื่นๆ ทำหน้าแปลกๆ ไอ้หมอนี่มันมี 'ครั้งแรก' กี่ครั้งกันแน่ ทำไมถึงใช้ไม่รู้จักหมดซะที
ปากกาลูกลื่นสั่นกึกๆ เหมือนจะตอบไม่ถูก นั่นสิ ต้องเล่นยังไงล่ะ ปกติมีแต่คนอื่นมาเล่นฉัน พอให้เป็นฝ่ายเริ่มเล่นบ้างก็ทำไม่ค่อยเป็นเหมือนกันแฮะ
บรรยากาศในตอนนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่มันอึดอัด คนเจ็ดคนยืนโง่ๆ ปากกาด้ามหนึ่งตั้งโด่เด่ เหมือนเสาค้ำฟ้า มันช่างโดดเด่น และดูติดเรทนิดๆ ด้วย
แกรกๆๆ ปีศาจปากกาขยับแล้ว รีบเขียนข้อความอย่างรวดเร็ว: พวกนายถาม ฉันตอบ
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดี ในที่สุดก็เข้าสู่ขั้นตอนปกติสักที คราวนี้จะได้เล่นเกมอย่างสบายใจแล้ว
“เอาความจริงหรือท้าทายอีกแล้วเหรอ เมื่อกี้พวกเราเพิ่งเล่นไปเอง เปลี่ยนเกมได้ไหม?” ตงฟางไม่ค่อยพอใจ เสนอความเห็นออกมา
ทุกคนสะดุ้ง เชี่ยเอ๊ย นายอยากตายก็อย่าลากพวกเราไปเกี่ยวด้วยสิฟะ
แต่เรื่องที่น่าพูดไม่ออกก็คือ ปากกาลูกลื่นแกว่งไปมาสองที เหมือนกำลังพยักหน้า ยอมรับข้อเสนอนี้ซะงั้น
แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ ผีปากกา ศักดิ์ศรีของท่านไปไหนหมดแล้วเนี่ย
แกรกๆๆ เขียนข้อความอีกบรรทัด: เล่นต่อคำพังเพย ใครแพ้ต้องรับโทษจากฉัน
ทุกคนพยักหน้า ท่านเป็นลูกพี่ ท่านว่าไงก็ว่าตามนั้น ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
ทว่า พวกเขาลืมคนๆ หนึ่งไป คนที่ไม่สร้างเรื่องแล้วจะครั่นเนื้อครั่นตัว ตงฟางส่ายหน้า “โตป่านนี้แล้วยังจะมาต่อคำพังเพยอีก มีแต่เด็กประถมเท่านั้นแหละที่เล่นกัน เปลี่ยนใหม่”
“แม่มึงสิ อยากตายใช่ไหม! กูส่งปากกาให้มึง มึงคิดมาเลย ถ้าคิดไม่ออกกูจะตีมึงให้ตายไอ้ลูกเต่า!!!”
ปัง! ปากกาลูกลื่นกระโดดเด้งขึ้นมา ปลายปากกาชี้ไปที่ตงฟางพร้อมกับแผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด แถมเสียงยังเป็นผู้ชายอีกต่างหาก
ตึกตัก~ ตึกตัก~
บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงหัวใจเต้นรัว ทุกคนอยู่ในอาการมึนงงปนโง่เขลา แม่เจ้า ปีศาจปากกาโกรธแล้ว แถมยังสบถคำหยาบ ฟังจากสำเนียงน่าจะเป็นคนแถบจงหยวน
แม่จ๋า ปีศาจปากกาด่าคน แถมยังด่าเป็นภาษาถิ่นด้วย พอมองดูปากกาลูกลื่นที่กำลังเต้นเร่าๆ ด้วยความโมโห ทุกคนรู้สึกเบลอๆ เหมือนหลงเข้าไปในเมฆหมอก เกิดอาการสับสนว่าตัวเองมาจากไหน
ฟางหย่าหรูอยากจะร้องไห้ นี่ฉันตาบอดขนาดไหนเนี่ย ถึงไปแหย่เอาตัวประหลาดหนึ่งในล้านมาได้ ผีปากกายังโดนกวนจนเป็นบ้า ช่างเถอะ สู้ไม่ไหวก็ถอย ลาออกไปอยู่เมืองนอกเลยดีกว่า ชาตินี้ไม่กลับมาอีกเลยก็ยอม
คนอยากร้องไห้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ซ่งฉีฉีก็อยากร้องเหมือนกัน เรื่องรักนวลสงวนตัวก็เสียคะแนนไปแล้ว เรื่องความกล้าหาญบ้าบิ่นก็ยังแพ้อีก
จบกัน จบสิ้นกันที นอกจากเงินกับหน้าตาแล้วฉันยังมีอะไรอีก? ไม่เหลืออะไรเลย! ฉันคือฉีฉี ตอนนี้ฉันลนลานสุดๆ เพราะนกแห่งความรักของฉันกำลังจะบินหนีไปแล้ว
ตงฟางเหงื่อตก ถึงกับบีบให้พูดภาษาถิ่นออกมาได้ ปีศาจปากกาคงโกรธจัดจริงๆ ต้องดับไฟ ด่วนเลย
พริบตาเดียว เขาก็ปั้นหน้าระรื่น “ลูกพี่อย่าเพิ่งโกรธสิครับ ผมอาจจะพูดไม่เคลียร์เอง ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของลูกพี่ทุกประการเลยนะ แค่อยากให้เพิ่มบทกวีเข้าไปด้วย จะได้เล่นกันสนุกๆ หลากหลายขึ้น พวกนายฟังไว้นะ ใครกล้าคัดค้านลูกพี่ของฉัน ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!”
สถานการณ์ตอนนี้สิ้นหวังสุดๆ ในโลกนี้ยังมีใครหน้าด้านกว่านี้อีกไหม? ไม่มีอีกแล้ว!
ปีศาจปากกาก็งงเป็นไก่ตาแตก เมื่อกี้กูด่าผิดคนหรือเปล่าวะ? มันดูสนับสนุนกูจังเลยนี่หว่า ปากกาเฮงซวยนี่สงสัยจะทำให้หูตึง
“ดีมาก ข้อเสนอของน้องชายดีมาก บทกวีก็ได้ คำพ้องเสียงก็ได้ เริ่มกันเลย”
ปีศาจปากกาเริ่มพูดภาษาจีนกลางมาตรฐาน ถึงสำเนียงจะเพี้ยนๆ จนพอเดาออกว่าบ้านเกิดอยู่ไหนก็เถอะ คนอื่นๆ พูดไม่ออก ผีปากกาก็บ้าจี้ชอบคนประจบสอพลอเหมือนกันเหรอเนี่ย ไม่นึกเลยว่าท่านจะเป็นผีปากกาแบบนี้
ทุกคนกลับมาล้อมวงกันอีกครั้ง ปีศาจปากกาเขียนคำพังเพยลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว: สะท้านฟ้าสะเทือนดิน
ปากกาชี้ไปที่ตงฟาง ส่งสัญญาณให้เขาเริ่มเป็นคนแรก
“ชีวิตดั่งความฝัน ในฝันมิรู้ว่าตนเป็นแขก” ตงฟางพูดจบก็ยิ้มอย่างภูมิใจ ฉลาดล้ำเลิศจริงๆ เรา
“มีกลอนบทนี้ด้วยเหรอ?”
ทุกคนสงสัย ฟังดูคล้องจองกันดีนะ แต่นึกไม่ออกว่ามาจากไหน
“ช่างเถอะว่ามีหรือเปล่า แค่อ่านแล้วคล้องจองก็พอแล้ว ใช่ไหมลูกพี่?” ตงฟางก็เพิ่งรู้ตัวว่าเหมือนจะไม่มี เลยรีบประจบปีศาจปากกาทันที
“อืม คล้ายๆ กันก็ใช้ได้ คนต่อไป” พรหมลิขิตช่างน่าประหลาด วินาทีที่แล้วยังชักดาบจะฟันกันอยู่เลย วินาทีต่อมากลับเข้าข้างตงฟางซะงั้น ดูท่าปีศาจปากกาก็ไม่มีศักดิ์ศรีเหมือนกันแฮะ
เชี่ย แบบนี้ก็ได้เหรอ พวกนายหน้าด้านกันไปหมดแล้ว พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ไหนล่ะ
เจียงไห่หลาง: “สลักเรือขอจันทรา”
ซ่งฉีฉี: “นังร่านนี่มันดัดจริต”
“หืม???”
ดวงตาทั้งหกคู่กับปากกาอีกหนึ่งด้าม จ้องเขม็งไปที่ซ่งฉีฉี คำตอบนี้มันจะโดดเด่นเป็นสง่าเกินไปหน่อยไหม แกกวนประสาทใครอยู่เนี่ย
ซ่งฉีฉีก็รู้สึกว่าตัวเองหาเรื่องใส่ตัวแล้ว ทำไงดี ขืนโดนสิงแล้วจับแก้ผ้าวิ่งโทงๆ เขาไม่อยู่บนโลกนี้แล้วแน่ๆ เขาจึงลองหยั่งเชิงดู “ลูกพี่ เพิ่งเจอกันครั้งแรกยังไม่ได้ให้ของขวัญเลย เดี๋ยวผมจัดให้หมื่นนึงนะ ถ้าไม่รับแปลว่าดูถูกน้องชายคนนี้นะครับ”
เวรเอ๊ย ติดสินบนกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยเรอะ เห็นพวกเราตาบอดหรือไง หรือคิดว่าผีปากกาจะยอมร่วมมือด้วย
“อืม ต่อได้ดี คนต่อไป”
วินาทีต่อมา ปีศาจปากกาก็ใช้การกระทำบอกทุกคนว่า กูเป็นปีศาจกูจะหน้าด้าน พวกมึงจะทำไม
ฉันจะเอา~ ศักดิ์ศรีนี้ไปทำไม! ช่างเถอะๆ คราวนี้หน้าด้านจริงๆ ด้วย
กัวซาน: “ไม่อาจห้ามใจ”
ฟางหย่าหรู: “วันนี้เป็นวันดี เรื่องที่หวังไว้ล้วนสมดั่งใจ”
ขีดเส้นใต้เน้นๆ: ประโยคนี้ เธอร้องออกมาเป็นเพลง
บัดซบเอ๊ย ถ้าแค่นี้ยังผ่าน พวกเราก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่แล้วจริงๆ
“ร้องได้เพราะมาก วันหลังเพิ่มกฎให้ร้องเพลงได้ด้วย คนต่อไป” ปีศาจปากกาไม่เพียงแต่ให้ผ่าน ยังชมเธออีก แบบนี้ถือว่าบีบให้พวกเราไปตายใช่ไหม
โจวอิ่ง: “ทำดีไม่สู้ทำลาย”
ฉีลู่: “ถ้าเธอรักฉัน เธอต้องจุ๊บๆ ฉันนะ”
ยัยนี่ก็ร้องเพลงเหมือนกัน แต่ทำไมสำเนียงมันแปร่งๆ ล่ะ
“ถ้าอะไรนะ?” ปีศาจปากกาเหมือนจะฟังไม่ถนัด
“ถ้าไงคะ หนังเรื่อง 'ถ้า' รักไงล่ะคะ” ฉีลู่รู้สึกน้อยใจ ทำไมต้องมาจ้องจับผิดผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอด้วย
“เธอเป็นคนที่ไหน?” ปีศาจปากกาถาม
“คนฝูเจี้ยนค่ะ” ฉีลู่ตอบอย่างจริงจัง
“โอเค คนต่อไป”
ปีศาจปากกาเข้าใจอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เพราะสำเนียงจีนกลางของเขาก็เพี้ยนเหมือนกัน
ทุกคนเริ่มสติแตก ทำไมพวกเราถึงเล่นเกมกันออกมาสภาพนี้ได้วะ นี่มันผีปากกาตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย?
..........