เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ราตรีอันมืดมิดบนดวงจันทร์โฉมใหม่

ตอนที่ 4 ราตรีอันมืดมิดบนดวงจันทร์โฉมใหม่

ตอนที่ 4 ราตรีอันมืดมิดบนดวงจันทร์โฉมใหม่


ตอนที่ 4 ราตรีอันมืดมิดบนดวงจันทร์โฉมใหม่

ครอบครัวมียุนมีทรัพย์สมบัติเยอะพอสมควร เขาเคยหวังว่าครอบครัวเธอคงพอช่วยได้บ้าง แต่ทว่าเขาโยนความหวังนั้นทิ้งไปแล้ว ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะร่ำรวยแต่มันคงไม่มากพอที่จะจ่ายหนี้หลายล้านให้หมดได้

ซังยอนนึกถึงเรื่องนั้น ทั้งตระหนักว่าคงไม่อาจหลีกเลี่ยงทางเลือกที่มียุนเสนอให้

ถึงกระนั้นเขาเองไม่สามารถทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวและปล่อยเธอจากไป ธุรกิจเขาล้มละลายและยังโดนเพื่อนทรยศหักหลัง สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงลูกและภรรยาเท่านั้น ครอบครัวเพียงเท่านี้ที่เขาเหลืออยู่

“คุณรอผมอีกสักหน่อยได้ไหม? ได้โปรดรอผมอีกสักหน่อยเถอะ”

เขาเอ่ยคำถามที่บีบเค้นออกมาจากหัวใจ เขาขอร้อง ไม่สิเขาอ้อนวอนเลยละ เขาทำตัวเอะอะเหมือนเด็กที่ร้องงอแงอยากได้ของเล่น

“ทั้งหมดมันเป็นความผิดแจโฮ ผมจะฟื้นฟูเทคโนโลยีที่เขาเอามันไปจากผม ผมจะทำทุกวิถีทาง แล้วถ้าสำเร็จ ผมจะทำให้คุณกับชินเฮมีชีวิตที่สุขสบายที่สุด”

“ไม่ต้อง”

มียุนปฏิเสธข้อเสนอเขาอย่างเย็นชา

มันรู้สึกราวกับถูกดึงพรมออกจากเท้า ทั้งอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าและไกลสุดลูกหูลูกตา สิ่งเดียวที่เขายืนยัดไว้ได้ก็กำลังหายไป ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนถูกผลักลงไปในเหวลึก

“อย่า...ทำแบบนั้นเลย ผมจะลุกขึ้นใหม่ให้ได้ มันจะใช้เวลาไม่นาน ได้โปรดรอผมเถอะ”

ซังยอนสงสัยว่าจะออกจากฝันร้ายนี้ได้อย่างไร ถ้าเธอบอกให้เขาคุกเข่าอ้อนวอน เขาก็จะยอมทำโดยไม่ลังเลสักนิดเขาคิดอย่างสิ้นหวัง

มียุนยังคงเย็นชาดังเดิม เมื่อก่อนเธอมักมีแต่รอยยิ้มและคำหวานให้เขาแต่ตอนนี้ไม่มีแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว

“ถ้าคุณกังวลเรื่องหนี้สิน พวกเราก็หย่ากันแบบปลอม ๆ ก็ได้”

จากที่เห็นมียุนไม่ได้แสดงท่าทีอันใด แต่ซังยอนยังพยายามที่จะทำให้เธอกลับมา เขาไม่ยอมแพ้ที่จะโน้มน้าวเธอ

“ผมสามารถเอาชนะเขาได้จริงนะ ถึงแจโฮคิดว่าเขามีแผนที่ดีที่สุดแล้ว แต่ผมมีหลักฐานทั้งสัญญาและเอกสาร ผมเอาชนะเขาในศาลได้แน่ มันอาจจะยากเย็นหน่อยแต่ขอร้องละอยู่กับผมเถอะ ถ้าผมชนะคดีนี้ได้ผมเริ่มต้นใหม่ได้แน่!”

“ไม่ มันเป็นไปไม่ได้”

ซังยอนพยายามยื่นข้อเสนอที่ดีให้กับมียุน แต่เธอไม่สนใจทั้งพยายามที่จะตัดเขาออกไปจากชีวิต

“เอกสารพวกนั้นไม่มีแล้ว”

“อะไรนะ?”

“ฉันเอามันทั้งหมดให้คุณแจโฮแล้ว”

“···”

ขณะเดียวกันซังยอนยังคิดว่าเขาได้ยินผิดรึเปล่า บริษัทที่เขาอุทิศให้ทั้งชีวิตได้ถูกทำลายด้วยฝีมือลีแจโฮผู้ซึ่งเป็นทายาทของตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล เขามีหลักฐานที่จะเอาคืนลีแจโฮ เขาบดฟันพร้อมกับนึกถึงการแก้แค้น แต่แล้วไม่มีหลักฐานพวกนั้นอีกต่อไป เมื่อครั้นที่บริษัทล้มละลาย เขาได้ฝากหลักฐานไว้ที่ภรรยาคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด

“มันคือเอกสารที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยบนห้องนอนใช่ไหม? มันไม่มีแล้ว เลิกฝันเถอะ”

หรือซังยอนฟังผิดไป? เขายืนอึ้งพร้อมทั้งพูดไม่ออก นี่ไม่ใช่ภรรยาเขาอีกต่อไปแต่มันคือปีศาจที่อาศัยร่างภรรยาเขาอยู่ ปีศาจตนนี้เหมือนเพึ่งหลุดออกมาจากนรกอย่างไรอย่างนั้น

“ท...ทำไม”

ลิ้นเขาเริ่มชาราวกับว่าดื่มโซจูไปสองขวดแต่ถึงอย่างนั้นเขายังมีสติดี ถ้าสมองเขาได้รับแอลกอฮอล์ก็คงทำให้หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ความความจริงนี้ได้

“คุณไม่มีโอกาสจะชนะแจโฮได้เลยถ้าไม่มีหลักฐานพวกนั้น คุณไม่มีเงินสักวอน ยอมแพ้ไปเถอะ”

“ทำไมถึงทำแบบนี้!”

เมื่อเขารู้ตัวอีกทีก็ได้กระชากเสื้อมียุนแล้ว

“นั้นมันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ผม คุณและชินเฮได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ทำไมคุณถึงเอาไปให้มันง่ายดายขนาดนี้!”

“ปล่อยฉัน!”

มียุนปัดมือซังยอนออกไป มือที่แข็งแรงยังคงยึดติดเสื้อเธอไว้เล็กน้อย เมื่อเธอเห็นเช่นนั้น มียุนจ้องมองซังยอนด้วยความโกรธ

“คุณรู้ไหมว่านี่มันราคาเท่าไหร่!”

เสื้อผ้าราคาแพงของเธอยังมีค่ามากกว่าสามีเธอเสียอีก

ซังยอนรู้สึกสับสน นี่เธอไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปเลยเหรอ? อีกทั้งยังห่วงเสื้อผ้าราคาแพงของเธออีก เขารู้ว่าเธอเป็นคนที่คอยใส่ใจเรื่องเครื่องประดับและเสื้อผ้าอยู่เสมอ แต่มันไม่ใช่เวลาที่เธอจะถามเรื่องแบบนี้

“แล้วมันเท่าไหร่ล่ะ ผมคงไม่มีปัญญาจ่ายเพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้ของเราไง ต้องขอบคุณคุณอย่างสุดซึ้ง!”

“คุณนี่ยังพูดจาประชดประชันเหมือนเดิมเลยนะ แต่อย่างไรก็เถอะมันไม่ใช่หนี้สินของพวกเรา มันคือหนี้สินของคุณคนเดียวต่างหากละ!”

“นี่คุณ...”

เขามีหลายอย่างที่อยากจะพูดออกไป ทั้งอยากรู้ว่าได้ทำอะไรให้เธอแค้นเคืองใจ เขาอยากถามถึงเหตุผลเหล่านั้นและแทบอยากจะระเบิดมันออกมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ราวกับลำคอเขาอยู่บนทางจราจรที่ติดขัดจนไม่สามารถกล่าวคำใดออกมาได้

อย่างไรแล้วมียุนมองอย่างไม่สะทกสะท้านว่าเขาจะรับเรื่องทั้งหมดนี้ได้หรือไม่ ในความจริงเธอเริ่มพรั่งพรูคำพูดที่ฟังแล้วสะเทือนใจออกมาอีกครั้ง

“ฉันจะบอกอะไรให้คุณฟัง เอาไหม? ใช่ ฉันเองนี่แหละที่บอกความลับทางธุรกิจของคุณให้คุณแจโฮรู้ตั้งแต่แรก”

“อะไรนะ?”

“ฉันเป็นคนที่เอาความลับของบริษัทเฮงซวยของคุณไปเผยแพร่ไงละ! แต่คุณก็ไม่เคยสงสัย! ทั้งยังบอกความลับทุกอย่าง!”

เธอมักจะพูดจาไพเราะอ่อนหวาน แต่ตอนนี้กลับมีแต่คำพ่นพิษร้ายออกมาใส่เขา ใบหน้าของเธอเคยเต็มไปด้วยความรัก แต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยคำเยาะเย้ยถากถาง มันยิ่งทำให้เขาสงสัยว่าเธอคือภรรยาที่เขาเคยรักมาตลอดจริงหรือเปล่า แต่ยังไงเธอก็คือมียุน คนที่เคยเป็นทั้งภรรยา แม่ของลูกเขาและผู้หญิงที่เขาเคยรัก

“ใช่ แน่นอน ฉันไม่สามารถบอกข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดได้ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าข้อมูลไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ ก็แค่บอกเขาทุกอย่างทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่เราคุยกัน มันคงเพียงพอสำหรับเขาแล้ว”

เธอไม่ใช่ภรรยาที่เขาเคยรู้จัก เธอเหมือนปีศาจร้าย

“ทำไม ...ทำไมคุณถึงทำกับผมแบบนี้”

เขายังอยากรู้ถึงแม้เรื่องจริงมันจะโหดร้ายและสาหัสเพียงใดพร้อมถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ

มียุนให้คำตอบอย่างง่ายดาย

“เงิน”

เงินเพียงคำเดียวแต่อธิบายทุกอย่างได้ดี

“เมื่อคุณแจโฮเริ่มจับตามองธุรกิจคุณ ฉันก็รู้เลยว่าธุรกิจคุณมาถึงจุดจบแล้ว และมันก็เหมือนจะเป็นแบบที่คิดไว้ด้วยสิ ฉันเองก็ได้รับผลประโยชน์จากการส่งมอบธุรกิจของคุณเช่นกัน”

ราวกับเธอสวมหน้ากากเหล็กไว้ เหมือนเธอไม่รู้ตัวเลยว่ามันน่าละอายแค่ไหนกับสิ่งที่ทำลงไป

“สารเลว! แม้เขาจะเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ แต่บริษัทผมจะไม่ตกเป็นของเขาโดยง่ายอย่างแน่นอน!”

“ก็ไม่เห็นต่างอะไรกับแย่งขนมจากมือเด็ก”

เส้นเลือดเริ่มโผล่ออกมาให้เห็นเต็มบริเวณคอของซังยอน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีผลอะไรต่อมียุน

“สามีคุณสร้างบริษัทมาด้วยเลือด หยาดเหงื่อ และน้ำตา แต่คุณกลับให้มันเพื่อแลกกับเงินเนี่ยนะ!”

“แน่นอน เหตุผลส่วนใหญ่ก็คือเงินนั่นแหละ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด”

มียุนสะบัดผมเธอไปด้านข้าง

“คุณคงไม่รู้ เพราะคุณมันโง่ ฉันกำลังคบกับคุณแจโฮอยู่”

“อะไรนะ!”

เขาไม่รู้ว่าจะรับสิ่งเหล่านี้ได้อีกมากแค่ไหน หัวใจเขาเต้นแรงและรู้สึกได้ถึงความตกใจและความโกรธ หน้าซังยอนเริ่มแดงราวกับว่าหัวเขาจะระเบิด

“ตอนคุณยังเด็กคุณช่างดูเป็นคนยอดเยี่ยมไปทุกเรื่อง แต่พอคุณโตขึ้นคุณกลับดูเป็นแค่ชายวัยกลางคนที่เหมือนลุงแก่ชราที่โคตรจะน่าเบื่อ ฉันไม่ยอมอยู่กับคนแบบนี้ไปทั้งชีวิตแน่ ฉันยังสวยและดูดี ฉันว่าคุณถามฉันมากเกินไปแล้ว”

ขณะเดียวกันมียุนแสดงท่าทางออกมาอย่างภาคภูมิใจ เธอมีอายุมากขึ้นแต่ในฐานะผู้หญิงเธอปลื้มใจในความจริงที่ว่าเธอยังสวยไม่แพ้ใคร

“คุณแจโฮเป็นคนรวยและเขาดูแลตัวเองอยู่เสมอ เขาเลยยังหล่อเหลาและดูดี คุณเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว”

มียุนเริ่มชายตามองเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง เธอมองไปที่พุงยื่นออกมาและริ้วรอยบนหน้าเขาพร้อมถอนหายใจ แต่ละการกระทำที่ทำอยู่นั้นมันทำให้หัวใจของซังยอนแหลกสลาย

“… นี่คุณนอกใจผม? คุณคิดเหรอว่าเขาจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต! เขาคิดว่าคุณเป็นแค่ของเล่นแค่นั้นแหละ!”

“ฉันรู้”

มียุนดูไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของซังยอน

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต ถึงแม้ฉันจะคอยดูแลตัวเองอยู่เสมอแต่ก็ทำอะไรไม่ได้กับอายุที่มากขึ้นอยู่ดี ฉันจะวนเวียนอยู่อีกสักพักก่อนที่จะแต่งงานกับชายหนุ่ม”

เขาเจ็บใจและหัวเราะว่าเขามาถึงจุดนี้ได้ยังไง นี่คือธาตุแท้ของภรรยาเขาคนที่เห็นคุณค่าและเชื่อใจมาตลอด

“คุณคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองหรือยังไง?”

“ฉันอยากได้เงินเพื่อที่จะมีความสุข ถ้ามีเงินโลกคงหมุนรอบตัวฉัน แล้วการที่ฉันได้เปิดโปงหลักฐานของคุณ ฉันก็ได้รับเงินค่อนข้างมากเลยล่ะ”

“พวกแกนี้มันคล้ายกับสุนัขที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกัน!”

เขารู้สึกโง่เง่าที่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมให้พวกเขาเล่น

‘ฉันอยากจะฆ่าเธอให้สิ้นซาก’

ซังยอนรู้สึกประหลาดใจที่ยังควบคุมตัวเองได้ เขาอยากจะต่อยเธอแต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ ในสถานการณ์เช่นนี้เขาคิดว่าการฆ่าเธอทิ้ง มันคงเหมาะสมที่สุดแล้ว

เขาใช้การควบคุมตัวเองอย่างมากในการสยบอารมณ์โกรธ

“มันไม่จบแค่นี้แน่!”

เขารู้สึกเจ็บใจและจะไม่มีวันปล่อยเรื่องนี้ไป

“สิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำ คือการเอาพวกแกทั้งสองเข้าคุกให้ได้!”

“มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ ฉันสัญญากับคุณแจโฮไว้แล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“เธอได้เงินจากการทำแบบนี้?”

“แน่นอน ฉันได้เงินมาค่อนข้างมากเลยล่ะ”

“ฮ่า ผมดูเหมือนคนปัญญาอ่อนเหรอ? นี่คุณคิดว่าผมจะไม่แก้แค้นอะไรเลยหลังจากที่โดนทำร้ายขนาดนี้ใช่ไหม?”

“งั้นเหรอ?”

ซังยอนตะโกนออกมาด้วยเสียงที่โกรธแค้น แต่เธอก็ยังดูเงียบสงบเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่ายังมีไพ่เหนือกว่า ซังยอนเริ่มกังวล จากการถูกหักหลังอย่างต่อเนื่องมันทำให้จิตใจเขาสั่นคลอน แต่เขารู้ว่าเธอจะทำอะไรบางอย่าง อีกทั้งยังรับรู้ได้ถึงความเย็นชาของเธอ

มียุนเริ่มกล่าวอย่างใจเย็นพร้อมกับคำพูดที่ซังยอนแทบคาดไม่ถึง

“ถ้านายยังไม่ยอมหยุด คงไม่เกิดผลดีกับชินเฮแน่”

ซังยอนมั่นใจว่าเขาได้ยินไม่ผิด

“เธอ... นี่เธอ!”

ซังยอนไม่เคยลืมสิ่งที่เธอกล่าว เขาไม่สนอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา แต่กับชินเฮ...

“เธอมันสารเลว! ชินเฮคือลูกสาวเธอนะ!..”

เขาด่าเธอออกมาในที่สุด ครั้นยังเคยเป็นสามีภรรยากัน เขาไม่เคยสบถกับเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่สามารถสยบอารมณ์ได้อีกต่อไป

“เธอไม่ใช่ลูกสาวฉันคนเดียว! แต่เธอคือลูกสาวของเรา!”

เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าเธอไม่เห็นแก่เงินและยังคำนึงถึงความเป็นแม่ เธอเอาลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอมาขู่กันได้อย่างไร?

“ใช่ ถ้าเรายังจดทะเบียนสมรสกันเธอยังคงเป็นลูกสาวเรา แต่ฉันเลือกแล้วที่จะหย่ากับคุณ เด็กคนนั้นก็เป็นแค่สัมภาระที่ฉุดอนาคตฉันให้แย่ลงเท่านั้น”

ในฐานะแม่หม้าย เธอจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มียุนไม่สามารถทนกับสิ่งนั้นได้และไม่สามารถกลบความเป็นจริงที่เคยมีลูกมาก่อนจึงปฏิเสธภาระนี้แทน

“...เธอเอาจริงงั้นเหรอ”

เธอเรียกลูกสาวของเธอโดยใช้คำว่า ‘เด็กคนนั้น’ และ ‘สัมภาระ’ เธอไม่สนใจสิ่งใด ซังยอนคงต้องยอมรับว่าเรื่องตลกนี้เป็นเรื่องจริงในที่สุด

“ใช่ ฉันพูดจริง คุณควรปล่อยให้เรื่องนี้จบไปเงียบ ๆ มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และ ชินเฮ”

“ทางเลือกนี้มันดีต่อเธอคนเดียวละสิ!”

“งั้นนายจะไม่ยอมจบเรื่องนี้สินะ? ดูเหมือนนายจะไม่ได้กังวลเกี่ยวกับลูกสาวเลยใช่ไหม?”

“นี่เธอต้องการทำแบบนี้จริงเหรอ!”

“นี่คุณคิดว่าฉันไม่กล้า? ใช่ ฉันอาจจะไม่สามารถเพิกเฉยหรือว่าทำร้ายเด็กคนนั้นได้ มันโจ่งแจ้งเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายวิธีที่ฉันจะทรมานเธอได้  มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันที่จะกำจัดเด็กหญิงอายุห้าปีออกไปให้พ้นโลกนี้!”

ใครกันจะไปคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแม่คน? ถ้าไม่ใช่คนบ้า แม้แต่คนแปลกหน้ายังไม่กล้าข่มขู่เด็กถึงขนาดนี้

ที่เขายอมให้ชินแฮหลบไปอยู่กับฝ่ายแม่ของภรรยา มันทำให้เขาสำนึกเสียใจที่ทำแบบนั้น เมื่อคิดว่าตัวเองยอมปล่อยให้ชินแฮไปอยู่กับมียุนก็ทำเขาแทบเป็นบ้าแล้ว

“ถ้านายอยู่เงียบ ๆ ฉันจะยอมพานายไปหาเธอตอนนี้ ฉันไม่ต้องการเด็กนั้นอีกต่อไปแล้ว”

“คุณไม่ต้องการลูก? คุณนี่มันต่ำที่สุดของคำว่าต่ำ คุณคิดเหรอว่าฉันจะยืนอยู่เฉยโดยไม่ทำอะไร!”

“คุณจะฟ้องฉันเหรอ?”

มียุนมองซังยอนอย่างเย้ยหยัน ราวกับเธอกำลังจ้องมองแมลงใกล้ตายที่ดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์

“ฉันน่ะไม่ทำร้ายชินแฮ แต่ดูตัวคุณที่มีหนี้สินมหาศาล รู้ใช่ไหมว่าประเทศนี้ฝ่ายแม่มีโอกาสได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างนั้นแล้วคุณคิดว่าศาลจะเข้าข้างใครกัน?”

“เธอ... นี่เธอ!”

“ถ้าเรื่องมันไปไกลถึงขั้นนั้น คุณแจโฮจะส่งทนายให้ฉัน นายจะสามารถจ้างทนายความที่ดีได้แค่ไหนกันเชียว?”

ซังยอนไร้ซึ่งคำตอบ ถ้าเขายังต่อสู้ที่จะได้สิทธิ์การเลี้ยงดู เขามีแต่ข้อเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เหนือสิ่งอื่นใดปัญหาที่แท้จริงคือหนี้สินอันมหาศาลของเขา

“แน่นอน มันอาจจะเป็นไปได้ที่นายจะได้สิทธิ์การเลี้ยงดู ถ้านายสามารถพิสูจน์ความผิดของฉันได้ แต่อย่างไรแล้วคงไม่เป็นผลดีกับเด็กแน่ นายจะรับผลลัพธ์นั้นได้เหรอ?”

คำพูดเหล่านั้นเหมือนขุดหลุมฝังศพเขาท้ายที่สุดซังยอนทำได้แค่คอตก

จบบทที่ ตอนที่ 4 ราตรีอันมืดมิดบนดวงจันทร์โฉมใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว