- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เต้าจวินไร้พ่ายแค่ข้าก้มหัว เทพยุทธก็ยังต้องคุกเข่า
- บทที่ 19 - กลับจวน
บทที่ 19 - กลับจวน
บทที่ 19 - กลับจวน
บทที่ 19 - กลับจวน
แน่นอนว่า แม้ตอนนี้โลกใบเล็กแห่งนี้จะยังอยู่ในสภาพเสียหาย แต่พื้นที่จัดเก็บของมัน กลับกว้างขวางกว่าถุงเก็บของไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า
ลู่อวี่ใช้สัมผัสวิญญาณ เคลียร์เศษหินเศษอิฐในห้องโถงแห่งหนึ่งของสำนักสวรรค์เป่ยโต่วออก เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บของ
"ในเมื่อเว่ยอ๋องตายไปแล้ว ของพวกนี้ก็ให้ข้าเป็นคนเก็บไว้เองก็แล้วกัน"
ลู่อวี่นึกคิดในใจ ทันใดนั้นถุงเก็บของก็ปลดปล่อยแรงดูดอันมหาศาล ดูดเอาโอสถและอาวุธทั้งหมดในคลังสมบัติของเว่ยอ๋องเข้าไปจนหมดเกลี้ยง
โอสถและอาวุธเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นของระดับธรรมดา สำหรับลู่อวี่แล้วไม่ได้มีแรงดึงดูดใจอะไรมากนัก
ทว่า ของเหล่านี้ หากนำไปใช้รวบรวมคน กลับมีประโยชน์อย่างมหาศาล
ตอนนี้ลู่อวี่มีโลกใบเล็กที่สำนักสวรรค์เป่ยโต่วทิ้งไว้ให้แล้ว โครงร่างของสำนักก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ แต่เขาเพียงแค่คิดไตร่ตรองชั่วครู่ ก็ไม่ได้คิดอะไรให้ลึกซึ้งไปกว่านั้น
การจะก่อตั้งสำนักขึ้นมา ยังมีหนทางอีกยาวไกลนัก
ลู่อวี่เดินออกจากทางลับ หันไปเอ่ยกับหญิงสาวที่ยังคงรออยู่ด้านนอกว่า "ข้างในยังมีเงินทองอยู่อีกไม่น้อย พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันเถอะ ภายหน้าจะได้มีที่พึ่งพิง"
ในคลังสมบัติของเว่ยอ๋อง ลู่อวี่ไม่ได้เก็บทองคำและอัญมณีมีค่าเหล่านั้นมาด้วย
ชาติก่อนเขาผ่านอะไรมามากมาย ย่อมรู้ดีว่า หากวันหน้าเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเซียนเทียนได้ ทรัพย์สินเงินทองของคนธรรมดา ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาอีกเลย
ตัวอย่างเช่น เงินตราของแคว้นเหลียง หากนำไปใช้ในประเทศมนุษย์ประเทศอื่น ก็จะหมดความหมายทันที
แต่เงินทองที่เว่ยอ๋องกอบโกยมาเหล่านี้ กลับสามารถทำให้หญิงสาวทุกคนในที่นี้ใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างสุขสบายไปตลอดชีวิต
"บุญคุณของคุณชาย พวกเราจะไม่มีวันลืม หากคุณชายโปรดบอกนามของท่าน ภายหน้าพวกเราจะได้ตอบแทนพระคุณได้ถูก" หญิงสาวหลายคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ลู่อวี่โบกมือ "ข้าไม่ต้องการให้พวกเจ้ามาตอบแทน ใช้ชีวิตที่เหลือให้ดีก็พอแล้ว"
พูดจบ ท่ามกลางสายตาของหญิงสาวทั้งหลาย ลู่อวี่ก็แบกร่างของลู่เหลิ่งซวงที่อ่อนปวกเปียกขึ้นหลัง แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางประตูใหญ่
"นั่นคือครอบครัวของท่านผู้มีพระคุณหรือ ช่างงดงามเหลือเกิน"
"หากมีใครสามารถบุกเข้ามาช่วยข้าออกไปจากที่นี่ได้ ข้ายินดีจะมอบกายถวายชีวิตให้เขาเลย"
"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว คนที่สามารถบุกเข้ามาช่วยคนในจวนอ๋องได้ ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือที่เก่งกาจ ไฉนเลยจะมาสนใจผู้หญิงดาษดื่นอย่างพวกเรา"
บทสนทนาของหญิงสาวเหล่านั้น ลู่อวี่ไม่ได้ยินเลย
เขาแบกลู่เหลิ่งซวง เดินมุ่งหน้าไปยังประตูหน้าจวนอ๋อง
กลุ่มที่ปรึกษาของเว่ยอ๋องที่หนีรอดไปได้ อุตส่าห์รวบรวมองครักษ์ของจวนอ๋องมาได้กลุ่มหนึ่ง แต่พอได้เผชิญหน้ากับลู่อวี่เข้าจริงๆ กลับขาสั่นพั่บๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ลู่อวี่ปรายตามองพวกมันด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะตวาดลั่น "ไสหัวไป!"
เสียงของลู่อวี่ แฝงไปด้วยแรงกดดันจากดวงจิตของราชันมรรคา ครอบงำลงบนร่างของคนกลุ่มนั้นในทันที
กลุ่มที่ปรึกษาเหล่านั้นเคยเห็นฝีมือของลู่อวี่มาแล้ว จึงตกใจจนฉี่ราดกางเกง เอามือกุมหัววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง
ส่วนบรรดาองครักษ์ของจวนอ๋อง ซึ่งก็เป็นเพียงแค่ผู้ที่มีวรยุทธ์งูๆ ปลาๆ เมื่อถูกกลิ่นอายของลู่อวี่ข่มขู่ ก็ไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามาขวางทาง ถึงกับพร้อมใจกันแหวกทางให้
ลู่อวี่แบกลู่เหลิ่งซวง ก้าวยาวๆ ออกจากประตูจวนอ๋อง
ตลอดทาง ลู่เหลิ่งซวงไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเลย จนกระทั่งถึงหน้าประตูบ้าน ก็พบว่ามารดา ฮูหยินอวี่โหรว กำลังยืนชะเง้อคอรออยู่อย่างร้อนรน
"อวี่เอ๋อร์ ซวงเอ๋อร์!"
เมื่อเห็นลู่อวี่และลู่เหลิ่งซวงกลับมาอย่างปลอดภัย ฮูหยินอวี่โหรวก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอเบ้า รีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ
ทว่านางก็สังเกตเห็นว่า ลู่เหลิ่งซวงที่ปกติแล้วมักจะดูองอาจสง่างาม บัดนี้กลับนอนพาดอยู่บนหลังของลู่อวี่อย่างหมดสภาพ ในแววตาก็พลันมีความตื่นตระหนกวาบผ่าน
"อวี่เอ๋อร์ ซวงเอ๋อร์เป็นอะไรไป?" ฮูหยินอวี่โหรวรีบเอ่ยถาม
ลู่อวี่รีบเอ่ยตอบอย่างนุ่มนวล "ท่านแม่ พี่หญิงโดนยาอ่อนกระดูก เลยไม่มีแรงน่ะขอรับ"
"ลุงจง รีบไปตามหมอมาเร็ว!" ฮูหยินอวี่โหรวรีบสั่งพ่อบ้านที่อยู่ข้างๆ
ลุงจงรับคำเตรียมจะวิ่งออกไป แต่กลับถูกลู่อวี่ห้ามไว้
"ท่านแม่ ยาอ่อนกระดูกรออีกสักพักก็จะหมดฤทธิ์ไปเอง แต่ตอนนี้เส้นลมปราณของพี่หญิงถูกคนผนึกเอาไว้ หากไม่รีบคลายผนึก เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการฝึกยุทธ์ในภายภาคหน้าได้" ลู่อวี่เอ่ย
(จบแล้ว)