- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เต้าจวินไร้พ่ายแค่ข้าก้มหัว เทพยุทธก็ยังต้องคุกเข่า
- บทที่ 3 - ลงมือ
บทที่ 3 - ลงมือ
บทที่ 3 - ลงมือ
บทที่ 3 - ลงมือ
ฟุ่บ!
แส้ม้าพุ่งฝ่าอากาศส่งเสียงหวีดหวิว ฟาดตรงไปที่ฮูหยินอวี่โหรว
ฮูหยินอวี่โหรวคิดไม่ถึงเลยว่า ขันทีชุดแดงจะหยิ่งผยองโอหังถึงเพียงนี้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่า ขันทีชุดแดงจะกล้าลงมือในสถานที่แห่งนี้
"ฮูหยิน ระวังขอรับ!"
องครักษ์หลายคนพุ่งตัวออกมารั้งตัวฮูหยินอวี่โหรวหลบออกไปได้ทัน ทว่าแส้ม้านั้นกลับฟาดลงบนตัวขององครักษ์แทน
เมื่อสิ้นเสียงแส้ม้าฟาดดังเพียะเพียะ หน้าผากขององครักษ์หลายคนก็พลันมีเลือดอาบทะลักออกมาทันที
"ไอ้พวกบ่าวชั้นต่ำ กล้าขวางแส้ของข้าเชียวหรือ! จวนหย่งผิงโหวของพวกเจ้าคิดจะก่อกบฏหรือไง!" ขันทีชุดแดงตวาดแหวด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด
ปัง!
ในตอนนั้นเอง ประตูโถงหลักก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง
ลู่อวี่ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาจากนอกประตู ใบหน้าทะมึนตึง มือหนึ่งหักกิ่งไม้จากกระถางต้นไม้ในโถงหลักติดมือมาด้วย
เมื่อครู่แม้ลู่อวี่จะยังไม่ได้เดินเข้ามาในโถงหลัก แต่ด้วยประสาทการได้ยินอันยอดเยี่ยม เขาก็ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโถงหลักไปกว่าครึ่งแล้ว
ในเวลานี้ ขันทีชุดแดงกำลังวางอำนาจบาตรใหญ่ มั่นใจว่าจวนหย่งผิงโหวไม่มีทางกล้าลงมือ จึงยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น เมื่อลู่อวี่พังประตูเข้ามา คนเหล่านี้จึงตกใจสะดุ้งกันไปตามๆ กัน
"ที่แท้ก็ซื่อจื่อน้อยกลับมาแล้วนี่เอง!" ขันทีชุดแดงหันขวับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นลู่อวี่ รอยยิ้มก็กลับมาปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง
ที่แท้ ก็เจ้าโง่นี่เอง
ขันทีชุดแดงสะบัดแส้หางม้า แค่นยิ้มเย็นพลางกล่าวว่า "ที่แท้ก็ซื่อจื่อน้อยกลับมาแล้วนี่เอง ขอแสดงความยินดีกับซื่อจื่อน้อยด้วยนะขอรับ อีกไม่นานก็จะได้เป็นพระญาติแล้ว"
ลู่อวี่ปรายตามองขันทีชุดแดงผู้นั้นแวบหนึ่ง เดินผ่านขันทีชุดแดงไปหยุดอยู่ตรงหน้าฮูหยินอวี่โหรว
ขันทีชุดแดงคิดไม่ถึงว่าจะถูกเมิน กำลังจะบันดาลโทสะ แต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าลู่อวี่คือคนโง่ชื่อดังแห่งเมืองหลงจิง สติปัญญาไม่สมประกอบมาแต่กำเนิด จึงไม่คิดจะเอาความอีก
นั่นสิ คนปกติที่ไหนจะไปถือสาหาความกับคนโง่กันเล่า?
"ท่านแม่ ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ" ลู่อวี่มองฮูหยินอวี่โหรว เมื่อเห็นว่ามารดาไม่ได้รับบาดเจ็บ จิตใจก็ค่อยๆ สงบลง
"แม่ไม่เป็นอะไร อวี่เอ๋อร์ เจ้ากลับไปที่เรือนหลังก่อนเถอะ" ฮูหยินอวี่โหรวเห็นบุตรชายกลับมา ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่น
บุตรชายสติปัญญาไม่สมประกอบมาแต่กำเนิด บุตรสาวก็ถูกคนลักพาตัวไป หย่งผิงโหวลู่ไคซานก็ไม่อยู่บ้าน
ความกดดันทั้งหมด ล้วนตกมาอยู่ที่นางเพียงผู้เดียว
ฮูหยินอวี่โหรวกำลังจะบอกให้ลู่อวี่รีบกลับไป แต่คาดไม่ถึงว่าลู่อวี่จะชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน
"พวกเจ้า ประคองฮูหยินกลับไปพักผ่อน" ลู่อวี่เรียกสาวใช้หลายคนที่กำลังตัวสั่นเทาเข้ามา
ฮูหยินอวี่โหรวกล่าวอย่างร้อนรนว่า "อวี่เอ๋อร์ เรื่องที่นี่เจ้าเข้ามายุ่งไม่ได้หรอก รีบถอยไปเถอะ!"
ลู่อวี่ยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า "ท่านแม่ วางใจเถอะขอรับ ลูกหลับใหลมาสิบเจ็ดปี บัดนี้เพิ่งจะเบิกเนตร จะไม่โง่งมเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว"
ฮูหยินอวี่โหรวเบิกตากว้าง มองบุตรชายของตนเองด้วยความเหลือเชื่อ
นางมั่นใจว่า หากเป็นลู่อวี่คนก่อน ย่อมไม่มีทางพูดจาเช่นนี้ออกมาได้เด็ดขาด
"พวกเจ้า ยังไม่รีบประคองฮูหยินกลับไปอีก!" ลู่อวี่ตวาดซ้ำอีกครั้ง
สาวใช้หลายคนถูกขันทีชุดแดงข่มขู่จนตัวสั่นเทาไปหมดแล้ว รีบเข้ามาประคองฮูหยินอวี่โหรวกลับไปที่เรือนหลังอย่างลุกลน
ลู่อวี่ปรายตามององครักษ์ที่ถูกเฆี่ยนจนเลือดอาบอีกครั้ง เอ่ยว่า "เจ้าทำได้ดีมาก ไปบอกพ่อบ้านว่า ต่อไปเจ้าคือผู้ติดตามของตระกูลลู่แล้ว!"
แม้องครักษ์ผู้นั้นจะมีเลือดเต็มหน้า ดูน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้ ดวงตาก็พลันเบิกโพลง รีบคุกเข่าโขกศีรษะพลางกล่าวว่า "ขอบคุณนายน้อยขอรับ!"
ผู้ติดตาม สถานะย่อมสูงกว่าที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้มากนัก
ลู่อวี่โบกมือ "เอาล่ะ พวกเจ้าไปเฝ้าอยู่หน้าประตูให้หมด ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด"
บรรดาองครักษ์โค้งคำนับแล้วถอยออกไป ประตูโถงหลักถูกปิดลง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทันที
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
ขันทีชุดแดงตบมือ หัวเราะลั่นพลางกล่าวว่า "ข้าสงสัยมาตลอด หย่งผิงโหวเก่งกล้าสามารถมาทั้งชีวิต เหตุใดจึงมีบุตรชายที่โง่เขลาได้ ที่แท้ซื่อจื่อน้อยก็ซ่อนคมงำประกายมาตลอด ยอมแบกรับชื่อเสียงคนโง่ก็ไม่ยอมเปิดเผยตัวตน!"
แววตาของขันทีชุดแดงพลันมีประกายเย็นยาวาบผ่าน "ซื่อจื่อน้อย ท่านทำเช่นนี้ มีจุดประสงค์อันใดกันแน่?"
แม้จะรับรู้ได้ถึงท่าทีไม่ประสงค์ดีของขันทีชุดแดง แต่ลู่อวี่กลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
ลู่อวี่กวาดสายตามองขันทีชุดแดง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่มือขวาของขันทีชุดแดงที่ถือแส้ม้าอยู่ แล้วเอ่ยว่า "เจ้าสินะ ที่คิดจะใช้แส้เฆี่ยนมารดาของข้า?"
ขันทีชุดแดงหัวเราะลั่น "มีคนไม่ฟังคำสั่ง ย่อมต้องสั่งสอนสักหน่อย ข้าถือราชโองการมาประกาศเจตนารมณ์ของฝ่าบาท แต่มารดาของท่านกลับเอาแต่พูดพล่ามไม่หยุด ช่างน่ารำคาญจริงๆ!"
"น่ารำคาญงั้นหรือ? เช่นนั้นหูของเจ้าก็ไม่ต้องเอาไว้แล้วกระมัง!" จู่ๆ ลู่อวี่ก็ลงมือ ซัดกิ่งไม้ที่เพิ่งหักมาเมื่อครู่ พุ่งตรงไปยังเบื้องหน้าของขันทีชุดแดง
ฉึก!
กิ่งไม้เสียบทะลุหูของขันทีชุดแดงในชั่วพริบตา พลังอันแข็งแกร่งกระชากหูจนขาดกระเด็น ถูกกิ่งไม้ปักตรึงติดกับกำแพง
กระทั่งพลังของกิ่งไม้ก็ยังไม่จางหาย กำแพงที่ก่อด้วยอิฐและหิน ปรากฏรอยแตกร้าวที่น่าสยดสยองให้เห็นอย่างชัดเจน
"อ๊ากกกกกก!"
ขันทีชุดแดงกุมหูร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ปากก็ตะโกนลั่น "ฆ่ามันให้ข้า!"
ข้างกายขันทีชุดแดงยังมีขันทีชุดเขียวอีกหลายคน เมื่อเห็นขันทีชุดแดงถูกทำร้าย ทุกคนต่างก็ชักอาวุธจากในแขนเสื้อ พุ่งเข้าใส่ลู่อวี่ทันที
ลู่อวี่ไพล่มือไว้ด้านหลัง ดูเหมือนจะไม่ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย "บุกจวนโหวขั้นหนึ่ง ยังกล้าพกอาวุธซ่อนเร้น พวกเจ้าช่างใจกล้าไม่เบา!"
แม้ขันทีชุดแดงจะกุมหูอยู่ แต่เลือดก็เริ่มซึมผ่านง่ามนิ้วของเขาออกมาจนดูน่าสยดสยอง
ทว่าขันทีชุดแดงกลับหัวเราะอย่างโอหัง "ตงฉ่างทำงาน นึกอยากทำสิ่งใดก็ทำ ต่อให้เป็นจวนกั๋วกงขั้นหนึ่ง พวกเราก็จับได้ไม่เว้น ประสาอะไรกับแค่จวนโหวขั้นหนึ่ง!"
"ตงฉ่าง!"
แววตาของลู่อวี่ทอประกายเย็นเยียบ เขาลงมืออย่างดุดัน!
ขันทีชุดเขียวสองคนกำลังจะประชิดตัว แต่ลู่อวี่กลับปล่อยหมัดซ้ายขวา กระแทกเข้าที่ท้องของคนทั้งสองอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น
ขันทีสองคนนั้นปลิวละลิ่ว กระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง
"ตันเถียนของข้าถูกทำลายแล้ว!" ขันทีชุดเขียวคนหนึ่งหน้าซีดเผือด กรีดร้องเสียงแหลม
ลู่อวี่ปล่อยหมัดซัดเข้าใส่อีกหลายหมัด กระแทกเข้าที่ศีรษะของขันทีชุดเขียวเหล่านั้น
ปัง! ปัง! ปัง!
ทุกหมัดล้วนมีเลือดสาดกระเซ็นออกมา จากนั้นขันทีชุดเขียวเหล่านี้ก็ขาดใจตายไปทีละคน
ขันทีชุดเขียวที่เหลืออยู่ถูกภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ตกตะลึง ยืนอึ้งอยู่กับที่
ครู่หนึ่ง พวกเขาก็ได้สติ ไม่สนขันทีชุดแดงอีกต่อไป พากันวิ่งหนีออกไปทางประตู
"พวกเจ้าคิดจะหนีรอดงั้นหรือ!" ลู่อวี่ตวัดมือ จู่ๆ ในฝ่ามือก็ปรากฏเปลวเพลิงสีทองสายหนึ่งขึ้น!
จากนั้นลู่อวี่ก็ดีดนิ้ว เปลวเพลิงนั้นก็ลอยละลิ่วตกลงบนร่างของขันทีชุดเขียวที่กำลังจะหลบหนี
"อ๊ากกกกกก!"
ขันทีชุดเขียวเหล่านี้แผดเสียงร้องลั่น เพียงชั่วพริบตาทั่วร่างก็ถูกเปลวเพลิงสีทองห่อหุ้ม สามลมหายใจต่อมา ก็ถูกเปลวเพลิงสีทองกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
ขันทีชุดเขียวหลายคนราวกับระเหยหายไปจากโลกนี้ ไม่หลงเหลือแม้แต่โครงกระดูก
ขันทีชุดแดงรู้สึกขนลุกซู่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ จู่ๆ ก็ตะโกนลั่นพุ่งเข้าใส่ลู่อวี่
เขาแตกต่างจากขันทีคนอื่นๆ บนร่างของเขายังมีแสงสีม่วงจางๆ แผ่ออกมาให้เห็นลางๆ
นี่คือยอดฝีมือขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นเจ็ด!
ผู้ฝึกยุทธ์ต้องฝึกฝนจนเกิดพลังปราณแท้ จึงจะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตโฮ่วเทียนได้ และขอบเขตโฮ่วเทียนนี้มีทั้งหมดหนึ่งถึงเก้าขั้น ทุกๆ ขั้นที่เลื่อนระดับขึ้นไป ล้วนเป็นการก้าวกระโดดเชิงคุณภาพอย่างแท้จริง
และขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นเจ็ด ก็ถือเป็นผู้ที่โดดเด่นในขอบเขตโฮ่วเทียนแล้ว น้อยคนนักที่จะต่อกรได้!
ขันทีชุดแดงปล่อยหมัดออกไป ปราณแท้สีม่วงพัดพาเอาพายุฝนฟ้าคะนอง พุ่งเข้ากระแทกลู่อวี่
ขันทีชุดแดงไม่ได้คิดจะต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตายกับลู่อวี่ จุดประสงค์ของเขามีเพียงแค่ต้องการจะหนีออกไปจากที่นี่เท่านั้น!
เปลวเพลิงสีทองที่ลู่อวี่ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ กลับทำให้เขารู้สึกไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน ผู้ฝึกยุทธ์มักจะมีสัญชาตญาณการรับรู้ที่ชัดเจนกว่าคนทั่วไปมาก
ขันทีชุดแดงคาดเดาอยู่ในใจว่า ลู่อวี่ผู้นี้จะต้องพบพานวาสนาเหนือความคาดหมาย ซุกซ่อนของวิเศษเอาไว้กับตัวแน่ๆ ถึงได้มีฝีมือเช่นนี้!
หนีออกไป!
หนีออกไปจากที่นี่!
รอให้กลับไปถึงตงฉ่าง รวบรวมยอดฝีมือ แล้วค่อยกลับมาแย่งชิงของวิเศษของลู่อวี่!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ในแววตาของขันทีชุดแดงก็มีสีหน้าโลภโมโทสันฉายชัดขึ้นมา
ทว่าเขาหารู้ไม่ว่า สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขานั้น ล้วนตกอยู่ในสายตาของลู่อวี่ทั้งหมด!
"รนหาที่ตาย!" แววตาของลู่อวี่ทอประกายเย็นเยียบ จู่ๆ ทั่วร่างก็มีพลังปราณสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมา
พลังปราณสายนี้พัดพาแขนเสื้อของเขาให้พลิ้วไหวไปมา แสงสีขาวจางๆ ปรากฏขึ้นข้างกายของลู่อวี่
"เป็นไปได้อย่างไร แค่ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นหนึ่ง เหตุใดจึงมีกลิ่นอายที่ทำให้ข้าใจสั่นขวัญผวาได้ปานนี้!" ขันทีชุดแดงลอบตระหนกอยู่ในใจ
แต่ถึงอย่างไร โฮ่วเทียนขั้นหนึ่งก็เป็นแค่โฮ่วเทียนขั้นหนึ่ง!
เขาคือโฮ่วเทียนขั้นเจ็ด ระดับความห่างชั้นนั้นราวกับฟ้ากับเหว!
"ไปลงนรกซะ!" ขันทีชุดแดงกรีดร้องเสียงแหลม ปราณแท้สีม่วงบนหมัดก็เข้มข้นขึ้นอีกหลายส่วน
หมัดนี้ดุดันเหี้ยมเกรียม แต่ในสายตาของลู่อวี่ กลับเต็มไปด้วยช่องโหว่
ลู่อวี่ไพล่มือไว้ด้านหลัง เผชิญหน้ากับหมัดนี้โดยไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แววตาเย็นเยียบ จู่ๆ ก็ยกเท้าขึ้น เตะเข้าที่หัวเข่าของขันทีชุดแดงอย่างจัง
"กร๊อบ!"
ขันทีชุดแดงทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปที่หมัด ไม่คาดคิดเลยว่าหัวเข่าจะถูกโจมตี
แรงเตะของลู่อวี่ ผสานเข้ากับแรงพุ่งตัวของเขาพอดี
ขันทีชุดแดงร้องลั่น หัวเข่าแตกละเอียด ร่างทั้งร่างทรุดลงไปคุกเข่าอย่างหมดสภาพ
ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นพล่านไปทั่วร่าง ปราณแท้สีม่วงที่โอบล้อมอยู่รอบกายของขันทีชุดแดงสลายหายไปในพริบตา แม้แต่ปราณแท้เพียงสายเดียวก็ไม่อาจเรียกใช้ได้
"มือข้างนี้ของเจ้าที่ถือแส้ม้าเตรียมจะเฆี่ยนมารดาข้า เช่นนั้นมือข้างนี้ก็ไม่ต้องเอาไว้แล้ว!" ลู่อวี่โผล่มาอยู่ด้านหลังขันทีชุดแดงอย่างผีหลอก ดึงกริชที่ขันทีชุดแดงซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมา
"ฉึก!"
มือขวาของขันทีชุดแดงถูกฟันขาดสะบั้น เลือดสาดกระเซ็น
"อ๊ากกกกกก มือข้า!" ขันทีชุดแดงเจ็บปวดจนแทบจะหมดสติ
"อยากจะรักษามืออีกข้างไว้ ข้าถามอะไร เจ้าก็จงตอบมาตามนั้น!" ลู่อวี่เอ่ยเสียงเย็น
เวลานี้ขันทีชุดแดงไม่มีความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว พยักหน้ารัวๆ ราวกับบ่าวรับใช้
ลู่อวี่สูดหายใจลึก เอ่ยถามเสียงต่ำ "ใครสั่งให้พวกเจ้ามาถ่ายทอดราชโองการ?"
"เป็นเว่ยอ๋อง! เขากับท่านผู้บัญชาการของพวกเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาตลอด ครั้งนี้จึงไหว้วานให้พวกเรามาประกาศราชโองการ เพื่อเป็นการกดดันจวนหย่งผิงโหว ให้งานมงคลสมรสนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี!" ขันทีชุดแดงเจ็บปวดจนเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งหน้า
"แล้วพี่หญิงของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"เป็นความคิดของเว่ยอ๋อง พวกเขาวางยาสลบในอาหารของลู่เหลิ่งซวง แล้วฉวยโอกาสตอนที่ลู่เหลิ่งซวงหมดสติ บังคับลักพาตัวนางไปที่จวนอ๋อง"
"เว่ยอ๋องบอกว่า ต่อให้จวนหย่งผิงโหวไม่เห็นด้วย แต่รอจนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก จวนหย่งผิงโหวจะไม่ยอมรับก็ไม่ได้แล้ว!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง ขันทีชุดแดงก็ขวัญหนีดีฝ่อ ร้องลั่น "ข้าไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย ข้าแค่มาประกาศราชโองการ ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย!"
"แค่เจ้ากล้าชี้แส้มาที่มารดาของข้า เจ้าก็สมควรตายแล้ว!" ลู่อวี่เอ่ยเสียงขรึม
ขันทีชุดแดงตื่นตระหนกถึงขีดสุด กรีดร้องเสียงแหลม "เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ พ่อบุญธรรมของข้าคือกงกงหลิว ผู้บัญชาการตงฉ่าง..."
ฉึก!
ลู่อวี่แทงกริชเข้าที่ศีรษะของขันทีชุดแดง คำพูดของขันทีชุดแดงขาดห้วงไปทันที ศพไร้วิญญาณร่วงลงกองกับพื้น
จู่ๆ ลู่อวี่ก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงชักมือออกจากกริช
"หลีกทาง ข้าจะไปหาอวี่เอ๋อร์!" เสียงของฮูหยินอวี่โหรวดังมาจากนอกประตู
องครักษ์เอ่ยอย่างขมขื่น "ฮูหยิน นายน้อยสั่งไว้ว่าห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด ท่านอย่าเข้าไปเลยจะดีกว่าขอรับ"
เอี๊ยด!
ประตูถูกเปิดออก ลู่อวี่เดินออกมาจากด้านใน
"ท่านแม่ ไม่มีเรื่องอะไรแล้วขอรับ" ลู่อวี่ยิ้มแย้ม
ฮูหยินอวี่โหรวกวาดตามองร่างของลู่อวี่ เมื่อเห็นว่าบุตรชายปลอดภัยดี ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่เมื่อเห็นศพขันทีหลายศพนอนเกลื่อนอยู่ในโถงหลักอันกว้างใหญ่ และคราบเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บนกำแพง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
"ลูกคนนี้ เจ้าก่อเรื่องใหญ่แล้วรู้หรือไม่!" ฮูหยินอวี่โหรวเอ่ยอย่างร้อนรน
ลู่อวี่ยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เอ่ยกับฮูหยินอวี่โหรวว่า "ท่านแม่ วางใจเถอะขอรับ ลูกจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่นอน"
พูดจบ ลู่อวี่ก็ปรายตามององครักษ์ เอ่ยว่า "ทำความสะอาดโถงหลักให้เรียบร้อย แล้วส่งคนไปคุ้มกันรอบๆ จวนโหว ใครกล้าบุกรุกก็ฆ่าทิ้งซะ!"
บรรดาองครักษ์ตกใจ รีบขานรับเสียงดัง
"เตรียมม้าเร็วให้ข้าตัวหนึ่ง!" ลู่อวี่สั่งการอีกครั้ง
ฮูหยินอวี่โหรวตกใจ "อวี่เอ๋อร์ เจ้าจะไปทำอะไร?"
"วางใจเถอะท่านแม่ ข้าจะไปรับพี่หญิงกลับมา!" ลู่อวี่ก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปที่ประตูจวน
(จบแล้ว)