บทที่ 19 ต่อสู้
บทที่ 19 ต่อสู้
บทที่ 19 ต่อสู้
ด้านนอกโถงใหญ่ของสำนักเทียนซวน เป็นลานกว้างขนาดใหญ่มองเห็นเวทีประลองได้อย่างชัดเจน
บันไดหินที่เชื่อมต่อลานกว้างกับประตูสำนัก สองร่างเดินมาอย่างช้าๆ
เจียงเฉินสวมชุดสีขาวสองมือไขว้หลัง บางครั้งก็หาว ดูผ่อนคลายอย่างมาก
ส่วนหนานซินเยว่ที่เดินตามอยู่ข้างกาย ใบหน้าที่งดงามยังคงมีสีหน้าเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์
"ท่านอาจารย์พักผ่อนไม่เพียงพอหรือ? ศิษย์คนเดียวก็เพียงพอแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องมาด้วย" หนานซินเยว่กล่าว
หลังจากฝากตัวเป็นศิษย์ หนานซินเยว่ก็ค้นพบนิสัยการใช้ชีวิตของเจียงเฉิน การนอนจะต้องนอนหลับจนถึงเที่ยงวันถึงจะตื่น
เมื่อครู่นี้ระหว่างทางมา เธอเห็นเจียงเฉินหาวไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ
"ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพื่อสร้างบารมีของเจ้าในสำนัก อาจารย์จะต้องมาเป็นกำลังใจให้อยู่แล้ว" เจียงเฉินตอบกลับ
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน ก็มาถึงบนลานกว้าง
ครั้งนี้ผู้ที่รับผิดชอบดูแลเวทีประลองคือผู้อาวุโสคนหนึ่งของสำนัก
หลังจากอธิบายกฎอย่างคร่าวๆ ผู้อาวุโสคนนั้นก็ออกจากเวที
เหล่าศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างที่เตรียมพร้อมมานาน ต่างก็ตื่นเต้นจนหน้าแดงคอแดง
"เด็กเหลือขอแห่งยอดเขาฟังหิมะ! ขึ้นมารับความตาย!"
เห็นศิษย์ชายร่างใหญ่คนหนึ่งกระโดดขึ้นเวทีด้วยท่าทีดุดัน
"ท่านอาจารย์ ศิษย์ไปก่อน" หนานซินเยว่พูดเบาๆ
"ศิษย์รัก จำคำพูดของอาจารย์ก่อนมาไว้ให้ดี ลงมือให้หนัก จะได้ไม่ต้องเสียเวลา"
หนานซินเยว่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ก้าวเท้ากระโดดขึ้นเวทีอย่างแผ่วเบา
ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาอย่างรุนแรงปรากฏว่าอยู่ในขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับแปด
"เด็กเหลือขอ! วันนี้จะให้เจ้า..."
ศิษย์คนนี้เดิมทีคิดจะพูดจาข่มขู่เสียหน่อยเพื่อแสดงอำนาจ แต่กลับไม่ทันคาดคิดหนานซินเยว่ก็ชักดาบออกจากฝักอย่างรวดเร็วแล้วฟันออกไป
"เด็กเหลือขอ! ไร้มารยาท!"
หลังจากตะโกน ศิษย์คนนี้ก็ไม่กล้าประมาทรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่หมัดแล้วชกออกไป
แต่เพียงพริบตาเดียวก็เห็นศิษย์คนนั้นร้องโหยหวนล้มลงกระเด็นออกจากเวที พยายามลุกขึ้นแต่แล้วก็หมดสติไป
"คนต่อไป"
หนานซินเยว่ยืนถือดาบ น้ำเสียงสงบนิ่งจนไม่มีความรู้สึกใดๆ
ส่วนผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบเวทีต่างก็อ้าปากค้าง
"ครั้งล่าสุดที่เวทีประลอง หนานซินเยว่ยังอยู่ขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสี่ไม่ใช่หรือ? นี่เพิ่งผ่านไปกี่วันก็เลื่อนขึ้นไปขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับหกแล้ว?"
"นี่ยังต้องคิดอีกหรือ ต้องเป็นเจียงเฉินให้โอสถกับเด็กคนนั้นอีกแล้ว!"
"พูดไปก็คงไม่พ้นการพึ่งพาอาวุธวิญญาณระดับเก้าในมือของนาง!"
"ทั้งกินโอสถทั้งใช้อาวุธวิญญาณระดับเก้า เจียงเฉินเพื่อที่จะได้หน้า ช่างทุ่มสุดตัวไม่อายฟ้าดินซะจริง!"
เมื่อได้ยินเสียงอิจฉาริษยาของผู้คนที่ยืนดู เจียงเฉินก็เพียงแค่เบ้ปาก
"ไม่พอใจหรือ? ไม่พอใจก็ให้ท่านอาจารย์ของพวกเจ้าให้โอสถพวกเจ้าบ้างสิ แล้วก็ไปหาอาวุธวิญญาณระดับเก้ามาใช้ซะ"
คำพูดของเจียงเฉินทำให้ทุกคนพูดไม่ออก และยังกระตุ้นความโกรธของฝูงชนได้สำเร็จ
"คนของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้าง! ช่วยเอาจริงหน่อย!"
"ใช่! แม้แต่เด็กผู้หญิงขั้นผู้ใช้วิญญาณก็ยังจัดการไม่ได้หรือ!"
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของผู้คนที่อยู่ด้านล่างเวที สีหน้าของเหล่าศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างก็ยิ่งดูไม่ได้
"หึ! จ้าวเอ้อร์โก่วแห่งยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้าง ขอประลอง!"
มีศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างอีกคนหนึ่งกระโดดขึ้นเวที
"วูม!"
หนานซินเยว่ยกมือขึ้นฟันดาบส่งเขากระเด็นออกไป
"คนต่อไป"
"เหลวไหลสิ้นดี! เฉียนเอ้อร์มาจื่อแห่งยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้าง ขอประมือ!"
"ปัง!"
"คนต่อไป"
"ซุนซานพั่งมา..."
"ปัง!"
"คนต่อไป"
ศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างกระโดดขึ้นเวทีทีละคน พลังต่ำสุดก็คือขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับเจ็ด สูงสุดถึงกับมีศิษย์ขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับเก้าสองสามคน แต่กลับไม่สามารถรับดาบเดียวของหนานซินเยว่ได้
ผู้คนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างเวทียิ่งดูก็ยิ่งเงียบ แต่ในทางกลับกัน เจียงเฉินกลับมีรอยยิ้มที่มุมปากตลอดเวลา
【ติ๊ง! ศิษย์หนานซินเยว่เอาชนะจ้าวเอ้อร์โก่ว กำลังช่วงชิงความเข้าใจ】
【ติ๊ง! ศิษย์หนานซินเยว่เอาชนะเฉียนเอ้อร์มาจื่อ กำลังช่วงชิงความเข้าใจ】
【ติ๊ง! ศิษย์หนานซินเยว่เอาชนะซุนซานพั่ง กำลังช่วงชิงความเข้าใจ】
【ติ๊ง! ศิษย์หนานซินเยว่เอาชนะหลี่ซื่อพั่ง กำลังช่วงชิงความเข้าใจ】
...
หลังจากเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พลังวิญญาณก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเจียงเฉินอย่างไม่ขาดสาย
ครั้งล่าสุดหลังจากหนานซินเยว่เอาชนะซ่งซื่อเจี๋ย วิชาช่วงชิงไร้ยางอายก็ทำให้เขาจากคนไร้ค่าที่ไม่สามารถฝึกฝนได้กลายเป็นขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับเจ็ด
แต่ตอนนี้เจียงเฉินสัมผัสถึงพลังวิญญาณที่เต็มเปี่ยมในร่างกาย ก็รู้ว่าตนเองเป็นขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุดแล้ว
ทันใดนั้นก็รีบเปิดหน้าต่างระบบ
【โฮสต์: เจียงเฉิน】
【ระดับ: ขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุด】
【ทักษะ: ดาบเดียวพิชิตใต้หล้า ส่วนทักษะอื่น ๆ ยังถูกผนึกอยู่】
【ศิษย์: หนานซินเยว่】
【ระดับ: ขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับหก】
【ร่างกาย: กายาน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ (ยังไม่ตื่น) ได้รับการฟื้นฟูเจ็ดส่วน】
【วิชา: เคล็ดวิชาหมื่นบุปผาน้ำแข็ง (ระดับสวรรค์ขั้นกลาง)】
【ค่าความสนิทสนมศิษย์อาจารย์: 122.5 (คนแปลกหน้า)】
แม้ว่าจะบรรลุขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุดแล้ว แต่ตอนนี้เจียงเฉินก็ยังคงใช้ได้เพียงดาบเดียวพิชิตใต้หล้า ไม่เพียงแต่ทักษะอีกเจ็ดชนิดยังคงถูกผนึกอยู่ แม้แต่ระยะเวลาคูลดาวน์สิบวันก็ยังไม่ลดลง
จากนั้นเขาก็เปิดร้านค้าของระบบ พบว่าหน้าต่างร้านค้ายังคงมีเพียงฟังก์ชัน "วงล้อเสี่ยงโชค" รายการแลกเปลี่ยนยังคงว่างเปล่า
พูดอีกอย่างก็คือ ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นก็เท่านั้น ไม่มีประโยชน์
"ระบบ เจ้ากำลังเล่นตลกกับข้าหรือ? ตอนนี้ข้าก็บรรลุขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุดแล้ว รางวัลสักเล็กน้อยก็ไม่ให้เลยหรือ?"
【ระบบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบ่มเพาะหญิงสาวผู้มีวาสนา ความแข็งแกร่งของโฮสต์เป็นเพียงการเพิ่มขึ้นโดยบังเอิญหากโฮสต์ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง นอกจากจะเปิดใช้งานวิชาช่วงชิงไร้ยางอายแล้ว ยังสามารถไปที่ร้านค้าของระบบ ใช้วงล้อเสี่ยงโชคเพื่อสุ่มจับรางวัลได้】
"วงล้อเสี่ยงโชค? มีรางวัลอะไรบ้าง?"
แม้ว่าตอนนี้จะสะสมค่าความสนิทสนมได้บ้างแล้ว แต่เจียงเฉินไม่อยากเป็นผีพนัน เดิมทีคิดจะเก็บสะสมค่าความสนิทสนมไว้ทั้งหมด รอหลังจากเปิดใช้งานฟังก์ชันอื่น ๆ ของร้านค้าแล้ว ค่อยเอาไปแลกของล้ำค่าให้ศิษย์รักของเขาทั้งหมด
แต่ฟังจากที่ระบบพูด ดูเหมือนว่าการสุ่มสักครั้งก็มีโอกาสได้ของดี
【ระบบนี้ไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ โปรดโฮสต์ลองด้วยตนเอง】
เจียงเฉิน: "=.= งั้นเจ้าจะพูดทำไม!"
ในเวลาเดียวกัน บนเวทีประลอง
"ปัง!"
หลังจากฟันส่งศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างอีกคนหนึ่งกระเด็นออกไป หนานซินเยว่ก็ยืนถือดาบ ดวงตาที่เย็นชากวาดมองไปยังตำแหน่งของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้าง
"คนต่อไป"
ในตอนนี้สีหน้าของศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างทั้งหมดมืดครึ้มอย่างยิ่ง
ส่วนผู้คนที่ยืนดูอยู่ด้านล่างเวทีก็เงียบลง
"อึก! ติดต่อกันสิบคนแล้ว ตั้งแต่ขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับเจ็ดไปจนถึงขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับเก้า ไม่มีใครสามารถรับดาบเดียวของหนานซินเยว่ได้เลย!"
"ถึงแม้ว่าจะมีอาวุธวิญญาณระดับเก้า ก็ไม่น่าจะทำได้เหลือเชื่อขนาดนี้ไม่ใช่หรือ? หรือว่าเธอจะเข้าใจจิตสังหารดาบที่เป็นหนึ่งในวิธีจริง ๆ?"
"แย่แล้ว หรือว่าเจียงเฉินไอ้คนไร้ค่านั้นจะได้ของดีเข้าแล้วจริง ๆ?"
ในขณะที่ผู้คนกำลังซุบซิบกัน ก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมาอย่างช้า ๆ จากตำแหน่งของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้าง แล้วกระโดดขึ้นเวที
เดิมทีศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างที่ค่อนข้างจะท้อแท้ ก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที
"ศิษย์น้องเฟิงลงมือแล้ว คราวนี้ชนะแน่!"
"ศิษย์น้องเฟิง! ให้เด็กนั่นได้รู้ความร้ายกาจของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างของพวกเรา!"
เมื่อเห็นศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างต่างก็มีความมั่นใจในตัวศิษย์น้องเฟิงคนนี้มากขนาดนี้ ผู้คนที่มุงดูก็เริ่มซุบซิบถึงตัวตนของคน ๆ นี้
"คนนั้นใคร? เป็นศิษย์ใหม่ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างหรือ?"
"ข้าจำได้แล้ว! เขาคือเฟิงเฮ่าเซวียน! อัจฉริยะที่ปีนขึ้นไปถึงแปดสิบขั้นของบันไดหินสู่สวรรค์!"
"เป็นเขานี่เอง! ได้ยินมาว่าคน ๆ นี้มีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง ตอนพิธีรับศิษย์ก็อยุ่ขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับแปดแล้วตอนนี้คาดว่าคงจะเป็นขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุดแล้วใช่ไหม?"
"ความสามารถโดยรวมของคน ๆ นี้ในบรรดาศิษย์ใหม่รุ่นนี้ สามารถติดอันดับหนึ่งในสามสิบอันดับแรกได้อย่างแน่นอน! หนานซินเยว่แพ้แน่!"