- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 21 จัดการด้วยตัวเอง
บทที่ 21 จัดการด้วยตัวเอง
บทที่ 21 จัดการด้วยตัวเอง
หลี่หมินโย่วเดินไปเดินมาในห้องทำงานของตัวเองด้วยความเคียดแค้นกัดฟันกรอด ก้นบุหรี่ถูกเขาโยนทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
ตั้งแต่เมื่อคืนตอนเช้ามืด เขาก็ถูกจางหรงจิ่นโทรศัพท์มาปลุกให้ตื่น พอรับสายปุ๊บก็โดนด่าเปิงและสั่งให้เขาลากตัวเหยียนสยงออกมาให้ได้
หลี่หมินโย่วรีบเดินทางจากบ้านมาที่สถานีตำรวจโหยวหมาตี้ ถามลูกน้องหลายคนก็ไม่มีใครรู้ว่าเหยียนสยงหายไปไหน และไม่รู้ด้วยว่าทำไมจางหรงจิ่นถึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ท้ายที่สุดหลี่หมินโย่วต้องโทรศัพท์ไปหาคนสนิทของจางหรงจิ่นที่เขามีความสัมพันธ์อันดีด้วย ถึงได้รู้ว่าลูกชายคนรองของฉู่เย่าจงประธานสมาคมการค้าแต้จิ๋วไปทำร้ายร่างกายลูกบุญธรรมของจางหรงจิ่นที่ไนต์คลับลี่ฉือ และเหยียนสยงซึ่งเป็นหัวหน้านักสืบใต้บังคับบัญชาของเขา กลับกล้าท้าทายอำนาจจางหรงจิ่นแบบหัวชนฝา ผลักจางหรงจิ่นไปย่างบนกองไฟ
หลังจากเข้าใจต้นสายปลายเหตุอย่างชัดเจนแล้ว ถ้าตอนนี้เหยียนสยงมายืนอยู่ตรงหน้าหลี่หมินโย่วล่ะก็ หลี่หมินโย่วก็คงมีความคิดอยากจะชักปืนออกมายิงหัวเหยียนสยงให้ตายไปเลย
มารดามึงสิเหยียนสยง! สมองกลับหรือไงถึงได้ไปหาเรื่องจางหรงจิ่น?
สำหรับเหยียนสยงแล้ว หลี่หมินโย่วคิดว่าตัวเองก็ดีด้วยไม่น้อย คนแต้จิ๋วที่ไม่ได้รับความสำคัญจากคนแคะแต้จิ๋วด้วยกันเอง มาสวามิภักดิ์กับคนตงก่วนอย่างเขา หลี่หมินโย่วก็ยังอุตส่าห์มอบหมายให้เหยียนสยงดูแลโรงฝิ่นและบ่อนหวยหนึ่งในสี่ของพื้นที่ทำเงินในโหยวหมาตี้ ถึงแม้แหล่งทำเงินก้อนโตอย่างบ่อนขายผงขาวและบ่อนพนันจะอยู่ในมือคนอื่น แต่สำหรับคนต่างถิ่นที่มาขอพึ่งพา หลี่หมินโย่วก็รู้สึกว่าตัวเองให้ความสำคัญกับเหยียนสยงมากแล้ว แต่ผลปรากฏว่าตอนนี้เหยียนสยงกลับกล้าไปหาเรื่องจางหรงจิ่นโดยไม่ยอมรายงานเขาสักคำ?
ในกรมตำรวจทุกคนต่างก็ให้ความสำคัญกับการไว้หน้ากันและกัน ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้จางหรงจิ่นเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงของหลี่หมินโย่ว ต่อให้เป็นลูกพี่ตัวจริงของหลี่หมินโย่วอย่างหลิวฝูซึ่งเป็นผู้บัญชาการสืบสวนชาวจีนคนปัจจุบัน หากต้องการจัดกำลังปฏิบัติการใดๆ ในเขตเกาลูน ก็ยังต้องบอกกล่าวกับจางหรงจิ่นล่วงหน้าสักคำ
เหยียนสยงไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน? คิดว่าเกาะขาเหยาหมู่ที่เกษียณไปแล้ว ก็จะกล้าไปล่วงเกินจางหรงจิ่นแถมยังถือโอกาสขุดหลุมฝังเขาไปด้วยงั้นหรือ?
ในความทรงจำของหลี่หมินโย่ว เหยียนสยงเป็นลูกน้องที่อัธยาศัยดีและหัวไวมาตลอด ไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำตัวไม่รู้ประสีประสาแบบนี้
ไอ้สวะเอ๊ย! รอให้มันกลับมาสถานีตำรวจก่อนเถอะ! จะไล่มันไปทำงานเป็นภารโรงซะเลย!
หลี่หมินโย่วสบถด่าอย่างเกรี้ยวกราดในห้องทำงาน น่าเสียดายที่รอตั้งแต่เมื่อคืนจนสว่าง ลูกน้องสองคนที่ส่งไปตามหาเหยียนสยงก็ยังไม่โผล่หัวมา มองดูนาฬิกาแขวนผนังในห้องก็ปาเข้าไปแปดโมงเช้าแล้ว หลี่หมินโย่วคิดในใจว่า หรือจางหรงจิ่นจะแอบส่งคนไปเก็บเหยียนสยงซะแล้ว ต้องรู้ไว้ว่าสมาคมการค้าอู่ยี่ที่อยู่เบื้องหลังจางหรงจิ่น ก็เลี้ยงดูแก๊งอิทธิพลไว้ไม่น้อย การจะแอบหาคนไปเก็บหัวหน้านักสืบสักคนมันง่ายดายจะตายไป
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลี่หมินโย่วก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นมีเหตุผล หัวหน้านักสืบชาวแต้จิ๋วกระจอกๆ คนนึงกล้าไปกระตุกหนวดเสือสารวัตรสืบสวนชาวจีนเขตเกาลูน จางหรงจิ่นก็น่าจะเกิดจิตสังหารขึ้นมาจริงๆ ถ้าเป็นแบบนั้น ตำแหน่งหัวหน้านักสืบใต้บังคับบัญชาของเขาก็จะว่างลงหนึ่งตำแหน่ง แล้วตำแหน่งนี้ควรจะยกให้ลูกน้องคนไหนดีล่ะ?
จังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก หลี่หมินโย่วยืดตัวตรงแล้วบอกให้เข้ามา ลูกน้องสองคนที่เขาไล่ให้ไปตามหาเหยียนสยงก็เดินคอตกเข้ามา
หลี่หมินโย่วเอ่ยปากถาม "เหยียนสยงล่ะ?"
"พี่หมิน เมื่อคืนเหยียนสยงค้างที่บ้านเหยาหมู่ครับ เช้าตรู่วันนี้ก็นั่งรถของเหยาหมู่ไปที่ท่าเรือเซ็นทรัล พอพวกผมตามไป เฉินอาสือก็พาพวกสิบกว่าคนของแก๊งเฉาย่งอี้มาต้อนรับพวกเขาไปที่บริษัทการค้าลี่เหิงแล้วครับ" ตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น "เหยียนสยงยังบอกอีกว่า รอให้เขาจัดการธุระที่เหยาหมู่สั่งเสร็จแล้ว ถึงจะกลับมาพบพี่ครับ"
"มารดามึงสิเหยียนสยง!" หลี่หมินโย่วปาบุหรี่ที่คีบอยู่ในมือลงพื้นอย่างแรง ประกายไฟและขี้เถ้าแตกกระจาย "ฟังคำสั่งเหยาหมู่งั้นเรอะ? ดี! ฉันจะให้แกถอดเครื่องแบบนี้ออก แล้วไปคอยรับใช้เหยาหมู่ซะให้พอเลย!"
……
ในขณะที่หลี่หมินโย่วกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ซ่งเทียนเย่ากับเหยียนสยงกำลังอยู่ในห้องบัญชีของบริษัทการค้าลี่เหิงที่ท่าเรือเซ็นทรัล แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่ฉู่เย่าจงจะมาพบกับตัวละครเล็กๆ สองคนนี้ คนที่พบพวกเขาคือลุงเอิน พ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูลฉู่ เขานั่งอยู่บนตำแหน่งประธานในห้องบัญชี ด้วยวัยห้าสิบสองปี สวมชุดฉางซานผ้าไหม กำลังต้อนรับขับสู้ให้ซ่งเทียนเย่าและเหยียนสยงดื่มชาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง
ถึงจะเป็นแค่พ่อบ้านของตระกูลฉู่ แต่พอซ่งเทียนเย่าเห็นท่าทางโค้งคำนับนอบน้อมของเหยียนสยงที่อยู่ข้างๆ ก็คิดว่าถ้าเขาไม่อยู่ตรงนี้ด้วย หมอนี่ก็อาจจะคุกเข่าลงไปกราบขอเป็นลูกบุญธรรมเลยก็เป็นได้
ซ่งเทียนเย่าเดาความคิดของเหยียนสยงถูกเผง เหยียนสยงคิดจริงๆ ว่าถ้าไม่มีซ่งเทียนเย่าอยู่ตรงนี้ มีแค่เขากับลุงเอินสองคน เขาก็คงคุกเข่าลงไปขอเป็นลูกบุญธรรมจริงๆ แบบนั้นในอนาคตถ้าลุงเอินพูดกับฉู่เย่าจงสักประโยคว่า มีคนบ้านเดียวกันชาวแต้จิ๋วชื่อเหยียนสยง เป็นคนมีน้ำใจ ยอมออกหน้าช่วยเหลือคนบ้านเดียวกันเต็มที่ แต่น่าเสียดายที่อายุสามสิบกว่าแล้วยังเป็นแค่หัวหน้านักสืบ
ไม่แน่ว่าฉู่เย่าจงอาจจะไม่กะพริบตา โยนเงินมาให้สักแสนสองแสนเหรียญ เพื่อให้เขาไต่เต้าขึ้นไปได้สักขั้นหรือครึ่งขั้น
เขาไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นลูกบุญธรรมของฉู่เย่าจงหรอก แต่การเป็นลูกบุญธรรมของพ่อบ้านตระกูลฉู่น่ะยังพอเป็นไปได้
"พี่สยงต้องเหน็ดเหนื่อยเพราะเรื่องของคุณชายเสี้ยวซิ่นแล้ว นายท่านบอกไว้ว่า พอจบเรื่องนี้แล้วจะต้องให้ผมมากล่าวขอบคุณพี่สยงให้ได้..." ลุงเอินประคองถ้วยชานั่งอยู่กับที่ พลางยิ้มตาหยีพูดกับเหยียนสยง
เหยียนสยงรีบวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน พูดกับลุงเอินด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ลุงเอินครับ คุณชายเสี้ยวซิ่นให้เกียรติผม คอยสนับสนุนผมมาตั้งหลายครั้ง ถ้าลุงเอินยังพูดคำว่าขอบคุณอีก นั่นก็เท่ากับตบหน้าผมชัดๆ เลยนะครับ อยู่ต่อหน้าลุงเอิน ผมจะกล้าให้ลุงเรียกว่าพี่สยงได้ยังไง เรียกผมว่าอาสยงก็พอครับ ต่อให้ผมไม่ได้เป็นตำรวจ ผมก็ยังเป็นคนแต้จิ๋ว พอคุณชายเสี้ยวซิ่นมีเรื่อง ในฐานะคนแต้จิ๋ว การลุกขึ้นมาช่วยถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วครับ"
"พี่สยง..." ลุงเอินจิบชาแล้วพยักหน้า กำลังจะพูดต่อ เหยียนสยงก็รีบขัดจังหวะเพื่อแก้ไขสรรพนามของลุงเอินทันที
"ลุงเอินครับ ถ้าลุงยังเรียกผมว่าพี่สยงอีก ผมจะหันหลังกลับเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ตกลง งั้นเรียกเธอว่าอาสยงก็แล้วกัน อาสยง ตอนนี้คุณชายเสี้ยวซิ่นยังอยู่ที่สถานีตำรวจเกาลูน เมื่อเช้าฉันให้คนรับใช้ที่บ้านไปดูที่สถานีตำรวจเกาลูนมาแล้ว ถึงคุณชายเสี้ยวซิ่นจะพักผ่อนอยู่ในห้องทำงานของสารวัตรสืบสวน และไม่ได้ถูกรังแกอะไร แต่ก็คงจะถูกกักตัวไว้ที่นั่นตลอดไปไม่ได้ ไม่รู้ว่าอาสยงเตรียมจะจัดการเรื่องนี้ยังไงต่อไป?" ลุงเอินมองไปที่เหยียนสยง แล้วเอ่ยถามอย่างไม่รีบร้อน
เหยียนสยงชะงักไปทันที ที่เขาอุตส่าห์มาที่บริษัทการค้าลี่เหิงตรงท่าเรือเซ็นทรัลแต่เช้าตรู่อย่างว่าง่าย ก็เพราะอยากฟังว่าฉู่เย่าจงมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ และจะจัดการอย่างไรต่อไป ขอเพียงฉู่เย่าจงสั่งการลงมา ต่อให้ยากลำบากแค่ไหน เหยียนสยงก็จะหาทางทำให้สำเร็จให้จงได้ ต่อให้ต้องแตกหักกับจางหรงจิ่นจริงๆ ก็ไม่สน
แต่ตอนนี้ ลุงเอินกลับมาถามเขาว่าจะจัดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร พอสมองประมวลผล เหยียนสยงก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า
"ลุงเอินสั่งมายังไง อาสยงก็จะทำตามนั้นครับ จะจัดการตามที่ลุงสั่งให้เรียบร้อยไร้ที่ติเลยครับ"
ลุงเอินหัวเราะร่วน "อาสยง ที่มันยากก็คือ นายท่านไม่ได้สั่งการอะไรลงมาเลยนี่สิ เมื่อคืนหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ นายท่านก็จิบชาแล้วเข้านอน ก่อนนอนพูดแค่ประโยคเดียวว่า ให้คุณชายเสี้ยวซิ่นจัดการสะสางเรื่องนี้เอาเอง"
"ให้ฉู่เสี้ยวซิ่นจัดการสะสางเรื่องนี้เอาเอง?" เหยียนสยงขบคิดประโยคนี้ในใจ ตอนนี้ฉู่เสี้ยวซิ่นถูกกักตัวอยู่ในถิ่นของจางหรงจิ่น ถึงแม้จะไม่โดนลงโทษศาลเตี้ย แต่ก็ถูกจำกัดอิสรภาพไปแล้ว จะให้เขาจัดการสะสางเรื่องนี้ได้ยังไง
ซ่งเทียนเย่าที่นั่งเงียบมาตลอดค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนจากที่นั่งด้านข้าง ยิ้มให้ลุงเอินแล้วกล่าวว่า
"เข้าใจแล้วครับลุงเอิน เมื่อคืนคุณชายเสี้ยวซิ่นได้บอกความคิดของเขาให้ผมฟังแล้วครับ"