เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ยกให้เลย

บทที่ 6 ยกให้เลย

บทที่ 6 ยกให้เลย


บทที่ 6 ยกให้เลย

"ปัง ปัง ปัง!"

เสียงต่อสู้ดังสนั่นไปทั่วยอดเขาฟังหิมะ

บนพื้นที่รกร้าง หนานซินเยว่และเสิ่นจิ้งปิงต่อสู้พัวพันกันไปมา

เสิ่นจิ้งปิง ถือว่าตนมีระดับพลังสูงกว่าหนานซินเยว่มาก เดิมทีคิดว่าเพียงแค่ใช้กำลังห้าส่วน ก็สามารถจัดการ กับหนานซินเยว่ได้อย่างง่ายดาย

ใครจะคาดคิดว่าหนานซินเยว่ผู้นี้ใช้ท่วงท่าที่คล่องแคล่ว หลบหลีก และต่อสู้ กับเธอได้หลายสิบกระบวนท่า โดยที่ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอหรือเพลี่ยงพล้ำใด ๆ เลย

ตรงกันข้าม เจียงเฉินในตอนนี้ กลับทำตัวเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราว นั่งอยู่ริมสระน้ำอย่างสบาย ๆ ชมการต่อสู้ ของหญิงสาวทั้งสอง

"ตามหลักเหตุผลแล้ว กายาน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ ที่ประสาน กับวิชาระดับสวรรค์ ขั้นกลาง ไม่น่าจะมีพลังต่อสู้เพียงแค่ระดับนี้

เจียงเฉินเท้าคาง ครุ่นคิด

แม้ว่าโลกในแต่ละชาติ จะไม่เหมือนกัน ระบบการฝึกฝนก็แตกต่างกัน แต่ประสบการณ์การต่อสู้จริงที่เขาสั่งสมมานั้นมากมายมหาศาลยากเกินกว่าที่คนจะขาดเดา

เพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็รู้ปัญหาที่มีอยู่ในตัวของหนานซินเยว่ นั่นคือ ประสบการณ์การต่อสู้จริงยังมีไม่มากพอการใช้พลังวิญญาณก็ยังไม่คล่องแคล่ว

ในขณะที่ หนานซินเยว่และเสิ่นจิ้งปิงกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด จู่แสงสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากระยะไกล เพียงพริบตาก็มาปรากฏตัวข้างกายของเจียงเฉินแล้ว คนผู้นั่นก็คือ หวังเต้าหลิน ที่จากไปกลางคันก่อนหน้านี้

"เสี่ยวเฉิน นี่... มันเกิดอะไรขึ้น?"

เมื่อมองดู คนทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอยู่ไม่ไกล หวังเต้าหลินก็ถามด้วยความสงสัย

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเฉินก็อธิบาย เรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟัง

เมื่อรู้เรื่องแล้ว หวังเต้าหลินก็มองตะกร้าที่แตกกระจายอยู่ที่เท้าอย่างหงุดหงิด

"แล้วทีนี้จะเอายังไง? พวกเรายังแข่งไม่จบเลยนะ!"

"เอาอย่างไรหรือ? ตะกร้าของข้าเกือบจะใส่ไม่พอแล้ว ท่านยังไม่มีสักตัว เช่นนั้นก็ต้องเป็นท่านที่แพ้สิ อายุก็มากแล้วอย่าได้เล่นโกงเลย แพ้ก็ต้องยอมรับ เอามา!"

"ไอ้เด็กเวร! ทำไมในตะกร้าของเจ้าถึงมีรอยประทับพลังวิญญาณของข้า?!"

ในเวลานี้ เสิ่นจิ้งปิงยิ่งสู้ก็ยิ่งตกใจ

หนานซินเยว่เป็นเพียงขั้นผู้ใช้วิญญาณ ระดับหนึ่ง แต่พลังวิญญาณในร่างกายกลับไหลเวียน ไม่ขาดสาย ไม่มีทีท่า ว่าจะหมด

ในเวลานี้เอง หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็น เจียงเฉินและหวังเต้าหลินที่ริมสระน้ำ

ปากของหวังเต้าหลิน เป็นที่รู้กันทั่วทั้งสำนักเทียนซวน

การต่อสู้ครั้งนี้ หากแม้แต่ศิษย์ใหม่ ขั้นผู้ใช้วิญญาณ ระดับหนึ่ง ก็จัดการไม่ได้ คาดว่าวันรุ่งขึ้น ทั้งสำนักเทียนซวน ก็คงจะรู้ เรื่องนี้กันทั้งสำนักแน่

ถึงตอนนั้น เธอคงจะต้องอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน!

"หึ! นี่เจ้าหาเรื่องเองนะ!"

เสิ่นจิ้งปิง เร่งเร้าพลังวิญญาณในร่างไม่เก็บงำอีกต่อไป ปล่อยออกมาทั้งหมด

หลังจากตะโกนเสียงดัง แส้ยาวในมือของเธอก็เปล่งประกายด้วยแสงสีแดงจาง ๆ ในทันที

ริมสระน้ำ หวังเต้าหลินที่เดิมทีกำลังตกปลาอย่างสบายอารมณ์ก็เหลือบมองฉากการต่อสู้ของทั้งสองคน

"แส้เพลิงวิญญาณ ของแม่หนูปิง เป็นอาวุธวิญญาณระดับห้า ที่เสิ่นเซี่ยวเทียนมอบให้เธอเมื่อก่อน ดาบเหล็กในมือศิษย์ของเจ้านั่น เป็นแค่อาวุธธรรมดาคงไม่สามารถทนได้นาน"

เป็นไปตามคาด ทันทีที่ หวังเต้าหลินพูดจบ ก็เห็นว่าดาบเหล็กในมือของหนานซินเยว่แตกเป็นชิ้น ๆ

เมื่อเห็นดาบที่หักในมือ หนานซินเยว่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงเฉินก็วางคันเบ็ดอย่างเกียจคร้าน แล้วใช้นิ้วแตะหวนเก็บของ

เมื่อเห็นดาบยาวในมือของเจียงเฉิน หวังเต้าหลินก็ตาเป็นประกาย

"นั้นอาวุธวิญญาณระดับเก้าหรือ? ไอ้หนูข้ารู้อยู่แล้วว่าลั่วทิงเสวี่ยต้องเหลือของดี ๆ ไว้ให้เจ้าไม่น้อย!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเฉินก็เพียงแค่เบ้ปาก แต่ในใจกลับด่าระบบห่วย ๆ ว่าขี้เหนียวจริง ๆ

ไม่ให้ อาวุธจักรพรรดิก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็น่าจะให้อาวุธกึ่งจักรพรรดิสักหน่อย?

"ศิษย์รัก รับไป"

เจียงเฉินยกมือขึ้น โยยดาบยาวออกไป

เมื่อเห็นดาบยาวที่ลอยมา หนานซินเยว่ก็กระโดดขึ้นรับไว้ แล้วนำมาพิจารณาดูอย่างละเอียด

ดาบยาว สามฉื่อ(ประมาณ 1 เมตร) ตัวดาบสีขาวราวหิมะเย็นยะเยือก ปลายดาบมีแสงวูบวาบ

เพียงแค่มองปราดเดียวเธอก็รู้ว่าดาบเล่มนี้ มีระดับไม่ต่ำแน่นอน อย่างน้อยก็อยู่เหนืออาวุธวิญญาณระดับห้า ขึ้นไป

ตอนแรกก็โอสถหลอมรวมปราณระดับ เก้า ตอนนี้ก็เป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง หนานซินเยว่รู้สึกว่า ฐานะของท่านอาจารย์คนนี้ดูเหมือนจะร่ำรวยไม่เบา

เมื่อมีอาวุธวิญญาณระดับเก้าอยู่ในมือ หนานซินเยว่ก็กลับมาต่อสู้พัวพันกับเสิ่นจิ้งปิงอีกครั้ง

หากจะพูดถึงความสามารถโดยรวม เดิมทีก็ไม่ได้เป็นรองเสิ่นจิ้งปิงอยู่แล้ว เมื่อมีอาวุธวิญญาณระดับเก้าคอยสริม ก็ยิ่งได้เปรียบ

"ฉัวะ!"

แสงเย็นยะเยือกวูบหนึ่ง พาดผ่านเสิ่นจิ้งปิงทำให้ต้องถอยหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดูก็พบว่าชายแขนเสื้อ ของตนเองถูกตัดขาดไป เผยให้เห็นต้นแขนขาวผ่อง

เดิมทีเธอเพียงแค่คิดจะสั่งสอนหนานซินเยว่ต่อหน้าเจียงเฉิน แต่ตอนนี้เธอก็เริ่มจะคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว

เพราะฐานะเธอที่ได้จากเสิ่นเซี่ยวเทียนไม่มีใครกล้าทำกับเธอแบบนี้มาก่อน ในสำนักแม้แต่ผู้อาวุโสบางคน ก็ยังต้องเกรงใจเธอ

แต่ตอนนี้ เธอกลับเสียท่าอย่างมากให้กับศิษย์ใหม่คนหนึ่ง

หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เสิ่นจิ้งปิงก็ถอดปิ่นปักผมออก ผมยาวสลวยก็ทิ้งตัวลงมาปลิวไสว ตามมาด้วย ความผันผวนของพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้

พลังนี้ราวกับว่า ต้องการจะทะลวงไปถึงขั้นราชันย์วิญญาณ

ในเวลาเดียวกัน หลังจากที่รับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเสิ่นจิ้งปิง เจียงเฉินและหวังเต้าหลินก็สบตากัน

"เธอคงจะโกรธจัดจริงๆแล้ว" เจียงเฉินยักไหล่ตอบกลับ

"เฮ้อ... แม่หนูปิง ทำเกินไปหน่อยแล้ว การประลองของคนในสำนักเดียวกัน ถึงกับคิดจะใช้นั้นได้อย่างไร?"

เหมือนจะรู้ว่าเสิ่นจิ้งปิงถอดปิ่นปักผมออก หมายถึงอะไร หวังเต้าหลินก็ถอนหายใจเบา ๆ ร่างก็หายวับไปจากที่เดิม

"แม่หนูปิง หยุดมือเถอะ"

ปรากฏตัวอีกครั้ง หวังเต้าหลินก็อยู่ตรงหน้าเสิ่นจิ้งปิงแล้ว เพียงยกมือขึ้นสะบัด ก็กดพลังวิญญาณรอบตัวเธอลงทั้งหมด

"ท่านผู้อาวุโสหวัง นี่ไม่เกี่ยวกับท่าน" เสิ่นจิ้งปิงพูดออกมาอย่างขุ่นเคือง

"หากวันนี้ ข้าอยู่ที่นี่แต่ไม่ห้ามเจ้า รอให้พ่อของเจ้ารู้ เกรงว่าเขาจะมาหาเรื่องข้าแน่ๆ และอีกครึ่งปีก็จะมีการทดสอบของสำนักแล้ว หากต้องการจะตัดสินแพ้ชนะก็ยังไม่สาย"

เสิ่นจิ้งปิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อสงบลงแล้วก็แค่นเสียงแล้วมัดผมใหม่

"หึ เห็นแก่ท่านผู้อาวุโสหวัง ถือว่าว่าวันนี้เจ้าโชคดีไป การทดสอบของสำนักในอีกครึ่งปีข้างหน้า ข้าจะสั่งสอนเจ้าอีกครั้ง"

เมื่อเผชิญหน้ากับคำท้าทายของเสิ่นจิ้งปิง หนานซินเยว่กลับเพียงแค่มองเธออย่างเฉยเมยแล้วหันหลัง เดินไป หา เจียงเฉิน

"เจ้า!"

เสิ่นจิ้งปิง รู้สึกโกรธเมื่อถูกเมินเช่นนี้ แต่ทำได้แค่มองเจียงเฉินอย่างขุ่นเคือง

"หึ! เจียงเฉิน เจ้าคอยดูเถอะ! เรื่องนี้ยังไม่จบอีกครึ่งปี รอให้จ้าถูกไล่ออกจากสำนัก ข้าจะดูซิว่าเจ้าจะทำยังไง!"

"ข้ารู้ว่าเจ้าใจร้อนแต่อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ ยังมีเวลาอีกครึ่งปี ไม่แน่ ศิษย์ของข้าคนนี้อาจจะทำได้ดีคว้าที่หนึ่ง กลับมา ให้ข้าก็ได้ ถึงตอนนั้นยอดเขาดาบหยกก็จะเป็นของข้าแล้ว เฮ้อ น่าเสียดายที่เจ้าไม่ได้อยู่ที่ยอดเขาดาบหยก ไม่อย่างนั้นถึงตอนนั้นให้เจ้ามาเป็นสาวใช้ คอยรับใช้ศิษย์ของข้าก็คงจะดีไม่น้อย"

คำพูด ของเจียงเฉิน ทำให้เสิ่นจิ้งปิงหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

"ดี ดี ดี! ข้า จะคอยดู ว่าการสอบของสำนัก อีกครึ่งปีข้างหน้า เธอจะอย่างไรเพื่อคว้าที่หนึ่ง!"

เมื่อเห็น ทั้งสองคน โต้เถียงกัน หวังเต้าหลินก็ปวดหัวรีบพูดขึ้นว่า:

"แม่หนูปิง พอดีเลยข้าจะไปหาพ่อของเจ้า พวกเราไปด้วยกันเถอะ"

พูดจบ ก็ไม่สนใจว่าเสิ่นจิ้งปิงจะตอบอย่างไร เขาสะบัดแขนเสื้อ พาเธอ ทะยานขึ้น สู่ท้องฟ้า

เมื่อเห็น เสิ่นจิ้งปิงจากไปอย่างพ่ายแพ้ และยังมีหินวิญญาณบางส่วน ที่เพิ่งจะหลอกได้มาจาก ลหวังเต้าหลิน เจียงเฉินก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"ศิษย์รัก เมื่อกี้เจ้าทำได้ดีมาก ดาบวิญญาณระดับเก้า เล่มนี้ข้ายกให้เจ้า ระดับอาจจะต่ำไปหน่อยเจ้าใช้ไปพลาง ๆ เอาไว้แก้ขัดก่อนก็แล้วกัน"

ดาบวิญญาณเก้า?

หนานซินเยว่ประหลาดใจเล็กน้อย แม้จะคาดเดาว่าดาบเล่มนี้ มีระดับ ไม่ต่ำ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็น ดาบวิญญาณระดับเก้า

อาวุธวิญญาณระดับนี้ แม้แต่ในสำนักเทียนซวนก็ยังถือว่าล้ำค่ามาก

"ท่านอาจารย์ ศิษย์ได้รับพระคุณอันยิ่งใหญ่จากท่านแล้ว ดาบเล่มนี้ ข้ารับไว้ไม่ได้จริงๆ"

"อาจารย์ยกเจ้าไปแล้ว จะรับกลับคืนมาได้อย่างไร? ในเมื่อตอนนี้เจ้าไม่มีอาวุธที่ถนัดมือ ก็ใช้ไปพลาง ๆ ก่อนเถอะเดี๋ยวอาจารย์จะไปหาอาวุธจักรพรรดิมาให้เจ้า ศิษย์ของเจียงเฉินจะต้องไม่ใช้ของห่วยๆ”

แม้จะรู้ว่าเจียงเฉินชอบขี้โม้ แต่ครั้งนี้หนานซินเยว่กลับรู้ดีว่าที่ท่านอาจารย์พูดเช่นนี้ ก็เพื่อไม่ให้ เธอรู้สึกกดดันมากเกินไป

【ติ๊ง! ค่าความสนิทสนมศิษย์อาจารย์ +10】

เสียงแจ้งเตือนของระบบ ที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เจียงเฉินตกตะลึง

นี่มันอะไรกัน?

ศิษย์รัก ของเขาคนนี้ดูเหมือนจะเย็นชา แต่จริง ๆ แล้วจิตใจอ่อนไหวขนาดนี้เลยเหรอ?

เพียงแค่ให้ดาบห่วย ๆ ไปเล่มหนึ่ง?

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ศิษย์... ขอบคุณท่านอาจารย์"

หนานซินเยว่ยกมือขึ้น ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป

"ท่านอาจารย์ ดาบเล่มนี้มีชื่อหรือไม่? "

"ชื่อหรือ ไม่มีหรอก แต่ในเมื่อเป็นของเจ้าแล้ว เจ้าจะตั้งชื่ออะไรก็ได้" เจียงเฉินพูดอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานซินเยว่กลับส่ายหน้า มองเจียงเฉิน

"ไม่ ข้าอยากให้ท่านอาจารย์เป็นผู้ตั้งชื่อให้"

เรื่องตั้งชื่อ เป็นสิ่งที่เจียงเฉินเบื่อที่สุด

ระบบห่วย ๆ นี่ก็เหมือนกัน ให้ดาบห่วย ๆ มาก็พอแล้ว ยังไม่มีชื่ออีก

เจียงเฉินมอง หนานซินเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วมองดาบยาวในมือของเธอ

"อาจารย์เห็นว่า ดาบเล่มนี้คมกริบและยังบางเบามาก เรียกมันว่า..."

"กัง เบิน หลิง เตี่ยน หลิง อี" (เป็นการออกเสียงเลียนแบบคำว่า ถุงยางอนามัยยี่ห้อนึงในจีน)

หนานซินเยว่: "ท่านอาจารย์ทำไมชื่อนี้ฟังดูแปลก ๆ"

เจียงเฉิน: "ศิษย์รัก เจ้าไม่เข้าใจในบ้านเกิดของอาจารย์ นี่คือชื่อของสุดยอดอาวุธเทพ"

จบบทที่ บทที่ 6 ยกให้เลย

คัดลอกลิงก์แล้ว