เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เสิ่นจิ้งปิง

บทที่ 5 เสิ่นจิ้งปิง

บทที่ 5 เสิ่นจิ้งปิง


บทที่ 5 เสิ่นจิ้งปิง

เมื่อได้ยิน เสียงตะโกนนี้ เจียงเฉินก็เลิกคิ้วขึ้น

เมื่อหันกลับไปก็เห็นนกกระเรียนวิญญาณตัวหนึ่งค่อย ๆ ร่อนลง

"ตึก"

หญิงสาวรูปร่างอรชร ใบหน้างดงามคนหนึ่งกระโดดลง จากหลังนกกระเรียนอย่างแผ่วเบา

ผู้ที่มาก็คือ เสิ่นจิ้งปิง บุตรสาวของเสิ่นเซี่ยวเทียน เจ้าของยอดเขาดาบหยกนั่นเอง

พูดตามตรง ตอนแรกที่เจียงเฉินเพิ่งจะเริ่มต้นการเวียนว่ายตายเกิดในชาตินี้ เมื่อรู้ชื่อของหญิงสาวคนนี้ เขาก็ขำ แทบบ้า

เสิ่นจิ้งปิง? (โรคประสาท - เป็นการเล่นคำพ้องเสียงในภาษาจีน)

ชื่ออะไรจะแปลกขนาดนี้!

เจียงเฉินบิดขี้เกียจ แล้วพูดขึ้นว่า:

"โอ้ คุณหนูเสิ่นนี่เอง ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วของเสิ่นจิ้งปิงก็เลิกขึ้นเล็กน้อย กอดอกกล่าวว่า

"อย่าพูดมาก เจ้าก็รู้ว่าข้ามาหาเจ้าเพราะเรื่องอะไร!"

"เฮ้อ..."

เจียงเฉินถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า:

"เมื่อก่อนเจ้าก็แค่โลภในความหล่อและพรสวรรค์ของข้าเท่านั้น แต่เวลานั้นก็ผ่านมานานแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าข้าไม่มีหวัง ในการฝึกตนอีกต่อไป เจ้าก็ยังคงไม่ตัดใจ ต้องการข้ามากขนาดนั้นเลยอหรือ?"

คำพูดของเขาทำให้เสิ่นจิ้งปิงหน้าแดงก่ำ สบถอย่างโมโห

"หึ! หน้าไม่อาย!"

พูดจบ เธอก็แค่นเสียงแล้วพูดต่อว่า:

"ได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้ ในพิธี เจ้าแสดงความไม่เคารพต่อท่านพ่อของข้า ทั้งยังพูดจาโอ้อวดว่าศิษย์ ของยอดเขาหลักทั้งหลายหมดเป็นพวกไร้ค่า นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่?"

"อ๋า? เจ้าพูดถึงเรื่องนั้นเหรอ อืม ข้าพูดแบบนั้นจริง ๆ"

เจียงเฉินพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อเห็นว่าเขาไม่มี แม้แต่คำแก้ตัวสักคำ ความโกรธในใจของเสิ่นจิ้งปิงก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว:

"เจียงเฉิน! ใครให้ความกล้ากับเจ้า ถึงได้กล้าโอหังขนาดนี้? ตอนนี้เจ้าไปกับข้า ไปหาท่านพ่อ ไปขอโทษท่านซะ มิฉะนั้น..."

เมื่อพูดถึงตรงนี้สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมยกมือขึ้นและสะบัด แส้ยาวก็ปรากฏขึ้น

ทันใดนั้น พลังวิญญาณในร่างกายก็พลุ่งพล่านราวนำเดือด

"ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนท่านพ่อและเจ้าของยอดเขาทั้งหลายให้กับพวกเขาเอง"

เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงเฉินก็เพียงแค่โบกมือ

"ถ้าเจ้าว่างมากนัก ก็ไปหาคนอื่นมาเล่นด้วยเถอะ ข้ายุ่งอยู่ ไม่มีเวลามาไร้สาระกับเจ้าหรอกนะ"

พูดจบก็หันหลัง กำลังจะจากไป

เมื่อเห็นว่าเจียงเฉินไม่เห็นหัวเธอเช่นนี้ เสิ่นจิ้งปิงก็ยิ่งโกรธ ยกแส้ยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว

"เพียะ!"

ได้ยินเพียงเสียงแส้ดัง ตะกร้าที่อยู่ใต้เท้าของเจียงเฉินก็แตกกระจายในทันที ปลาอ้วนที่อยู่ในนั้นก็พลอย ได้รับเคราะห์ไปด้วย

เมื่อเห็นว่าเสิ่นจิ้งปิงไม่ยอมเลิกราเช่นนี้ เจียงเฉินก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว ต้องการจะต่อว่านาง แต่พอลองคิดดูแล้ว

โชคดี ตระกร้าทึ่โดนทำลายไม่ใช่ตะกร้าปลาของเขา เพราะงั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

"เจียงเฉิน ข้าไม่มีความอดทนมากนักนะ อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือจริง ๆ เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?"

ในขณะที่เจียงเฉินกำลังจะตอบกลับเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

【ติ๊ง! ศิษย์หนานซินเยว่ ทะลวงไปถึงขั้นผู้ใช้วิญญาณได้สำเร็จ】

【ติ๊ง! รางวัล อาวุธวิญญาณระดับเก้า รางวัลได้ถูกส่งไปเรียบร้อยแล้ว】

【ติ๊ง! ค่าความสนิทสนมศิษย์อาจารย์ +20】

ทะลวงได้เร็วขนาดนี้เลยหรอ?

เจียงเฉินยิ้มกว้างอย่างมีความสุขไม่สนใจที่จะเสียเวลากับเสิ่นจิ้งปิงอีกต่อไป

"ขออภัย ข้าไม่มีเวลามาไร้สาระกับเจ้าจริง ๆ"

พูดจบก็หันหลังเดินจากไปทันที เมื่อเห็นเช่นนั้นเสิ่นจิ้งปิงก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ

"เจ้า! ข้าเหลือจะทนแล้วนะ!"

เธอพลิกข้อมือ แส้ยาวกลายเป็นภาพติดตาพร้อมกับเสียงแหวกอากาศ ฟาดไปยังทางเจียงเฉิน

แม้ว่าจะไม่ได้ใช้พลังวิญญาณ แต่หากฟาดโดนจริง ๆ ด้วยความสามารถของเจียงเฉินในตอนนี้ ก็คงไม่พ้นถูกฟาดจนเนื้อแตก

เจียงเฉินก็ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้ จะกล้าลงมือที่ยอดเขาฟังหิมะจริง ๆ อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็เป็นเจ้าของยอดเขาฟังหิมะตามหน้าฉากก็มีฐานะเท่าเทียมกับเจ้าของยอดเขาอื่น ๆ

ในขณะที่ เขากำลังจะหลบก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีภาพพร่ามัว จากนั้นก็เห็นร่างเล็กปรากฏตัวต่อหน้าเขา และยกมือขึ้นจับแส้ยาวไว้แน่นในมือ

เมื่อเห็นหญิงสาวแปลกหน้าที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันเสิ่นจิ้งปิงก็ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"นี่ เจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงมายุ่งเรื่องของข้า!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานซินเยว่ก็เพียงแค่มองเสิ่นจิ้งปิงอย่างเย็นชา แล้วสะบัดแส้ยาวทิ้งไป

"โอ้ ศิษย์รัก ไม่คิดว่าจะสามารถทะลวงไปถึงขั้นผู้ใช้วิญญาณได้เร็วขนาดนี้เลย ฮาๆดีมาก ๆ"

หนานซินเยว่ที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นการบ่มเพาะ เดิมทีคิดจะมาขอบคุณเจียงเฉิน แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อมาถึงก็เห็นคนกำลังจะทำร้ายเจียงเฉิน จึงได้ลงมือป้องกันได้ทันท่วงที

เมื่อมองเจียงเฉินที่อยู่ตรงหน้า หนานซินเยว่ก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย รู้สึกทึ่งกับโชคชะตาของตน

สำหรับโอสถที่เล่าลือกันว่าเป็น "โอสถเต๋าสร้างรากฐาน" ของสำนักเทียนซวนนั้น เธอไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก และไม่รู้ว่าตัวเองจะยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่

แต่ใครจะคาดคิดว่าการได้มาเป็นศิษย์ของเจียงเฉิน กลับได้รับโอสถหลอมรวมปราณระดับเก้าที่เปลี่ยนโชคชะตา ได้

เป็นเจียงเฉิน ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ

"บุญคุณของท่านอาจารย์ศิษย์จะจดจำไว้ในใจ"

หนานซินเยว่ยกมือขึ้นทำความเคารพ เจียงเฉินอย่างนอบน้อม การคารวะครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับความสามารถใดทั้งสิ้น แต่เธอขอบคุณเขาจากใจจริง

【ติ๊ง! ค่าความสนิทสนมศิษย์อาจารย์ +10】

【ติ๊ง! ค่าความสนิทสนมศิษย์อาจารย์ +10】

เสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มุมปากของเจียงเฉินค่อย ๆ ยกขึ้นจนถึงใบหู เขาก็รีบเปิดแผงควบคุมของระบบทันที

【ศิษย์: หนานซินเยว่】

【ระดับพลัง: ผู้ใช้วิญญาณ ขั้นที่หนึ่ง】

【กายา: กายาน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์(ยังไม่ตื่น) ได้รับการฟื้นฟูเจ็ดส่วน】

【วิชา: เคล็ดวิชาหมื่นบุปผาน้ำแข็ง ระดับสวรรค์ ขั้นกลาง】

กายาศักดิ์สิทธิ์ฟื้นฟู ได้แค่เจ็ดส่วน?

เจียงเฉินตะลึง ดูเหมือนว่าโอสถหลอมรวมปราณ ระดับเก้าหนึ่งเม็ดจะยังไม่เพียงพอ และกายาศักดิ์สิทธิ์นี้ที่ยังไม่ตื่นในอนาคตก็คงต้องศึกษาดูว่าจะช่วยศิษย์รักปลุกกายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร

"ศิษย์รัก ไม่ต้องเกรงใจอาจารย์ขนาดนั้น เดี๋ยวอาจารย์จะทำอาหารอร่อยๆให้กิน เรามาฉลองกันดีกว่า"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานซินเยว่ก็ตอบกลับอย่างเรียบเฉย  :

"แล้วแต่ท่านอาจารย์ แต่ว่าเราควรจัดการเรื่องยุ่งยากตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อนดีไหม"

เมื่อเห็นว่าสองศิษย์อาจารย์ทำเหมือนกับว่าเธอเป็นอากาศ เสิ่นจิ้งปิงก็โกรธขึ้นมาทันที

"นี่! เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง? เจ้าเป็นใครกันแน่?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนานซินเยว่ก็หันกลับมา ร่างเล็ก ๆ ของเธอยืนบังอยู่หน้าของเจียงเฉินไว้

"ศิษย์แห่งยอดเขาฟังหิมะ หนานซินเยว่"

อาจจะเป็นเพราะกายาศักดิ์สิทธิ์ได้รับการฟื้นฟูแล้ว ในตอนนี้รูปร่างภายนอกของหนานซินเยว่ก็เปลี่ยนแปลงไป บ้างผิวพรรณขาวเนียนขึ้น เส้นผมสีดำก็กลายเป็นนุ่มสลวย พลิ้วไหวตามสายลม

บุคลิกที่เดิมทีเย็นชา ก็ยิ่งเย็นชาและมีเสน่ห์ระหว่างคิ้วที่งดงามก็แฝงไว้ด้วย ความเย่อหยิ่งที่ดูแคลน สรรพสิ่ง

เมื่อเห็นรูปร่างที่โดดเด่นและบุคลิกที่งดงามของหนานซินเยว่ ในชั่วขณะหนึ่งเสิ่นจิ้งปิง ก็รู้สึกละอายใจ ในตัวเอง

เมื่อรับรู้ถึงความคิดที่แล่นผ่านเข้ามาในหัว เธอก็กำแส้ยาวในมือแน่น แค่นเสียง :

"ที่แท้ ก็คือศิษย์ไร้ค่าที่เจียงเฉินเพิ่งรับมานี่เอง นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับเขา เจ้าไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง ไสหัวไป ไม่อย่างนั้นข้าจะสั่งสอนเจ้ารวมไปด้วย!"

"เช่นนั้น เจ้าก็ลองดูสิ"

น้ำเสียงของหนานซินเยว่ยังคงสงบเหมือนเคยพลิกข้อมือดาบเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิม ก็ปรากฏในมือ

เจียงเฉินที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าเธอ ดุดันขนาดนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจทำปากจู๋

ในแปดชาติก่อน เขาถูกระบบกำหนดให้มีพลังสูงส่งมาโดยตลอด มีแต่เขาที่ปกป้องคนอื่น

แต่ในชาตินี้ กลับเริ่มต้นด้วยการเป็นคนไร้ค่า ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ถูกผู่อื่นปกป้อง

มันกลับรู้สึกดีไม่น้อย!

เมื่อเผชิญหน้ากับท่าทีที่แข็งกร้าว เช่นนี้ของหนานซินเยว่ สีหน้าของเสิ่นจิ้งปิงก็ค่อย ๆ เย็นชาลง

"แค่เจ้า ที่เพิ่งจะทะลวงขั้นผู้ใช้วิญญาณก็กล้าอวดดีแล้วหรือ ข้าเป็นถึงขั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุด!"

เมื่อได้ยิน ความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย หนานซินเยว่ก็ไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ตอนอายุสิบสี่เธอก็เป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสูงสุดแล้ว แม้ว่าระดับพลังจะตกลงมา แต่บัดนี้ กายาศักดิ์สิทธิ์ก็ฟื้นฟูไปมากแล้ว เธอมีความมั่นใจที่จะสู้

"อยากสู้ ก็เข้ามา"

คำพูด ที่เรียบง่ายของหนานซินเยว่ ทำให้เสิ่นจิ้งปิงกำหมัดแน่นจนส่งเสียงกรอด ๆออกมา

เธอมองเจียงเฉินอย่างขุ่นเคือง

"เจียงเฉิน นี่หรือศิษย์ที่เจ้ารับมา? หึ ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงวันนี้ ข้าจะสั่งสอนเด็กคนนี้แทนเจ้าเอง นางจะได้รู้ว่าอะไรคือมารยาท!"

พูดจบ เธอก็สะบัดแส้ยาวในมือพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งก็พลุ่งพล่านกลายเป็นภาพติดตา ฟาด ไปยัง หนานซินเยว่

จบบทที่ บทที่ 5 เสิ่นจิ้งปิง

คัดลอกลิงก์แล้ว