- หน้าแรก
- ถูกบังคับให้เป็นเภสัชกรสาวใส เพื่อเส้นทางเซียน
- ตอนที่ 7: สายตาจากเบื้องบน
ตอนที่ 7: สายตาจากเบื้องบน
ตอนที่ 7: สายตาจากเบื้องบน
ทั้งสองเดินโซเซไปหาศิษย์ที่นั่งอยู่ตรงประตู
"ศิษย์น้องทั้งสองช่างมีพรสวรรค์ยิ่งนัก ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วยามก็มาถึงจุดหมาย อนาคตไกลแน่นอน พวกเจ้ามีนามว่าอะไรหรือ?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม
"หลินอ้าวเสวี่ย"
"เย่หลิวอวี่"
ทั้งสองเอ่ยชื่อออกมาพร้อมกัน
หลินอ้าวเสวี่ยปรายตามองเย่หลิวอวิ๋นเมื่อได้ยินชื่อปลอม แต่แน่นอนว่านางไม่ได้ห้ามปราม ท้ายที่สุดแล้ว รูปลักษณ์ปัจจุบันของเย่หลิวอวิ๋นก็ไม่เหมาะที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
"อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว นี่ ป้ายประจำตัวศิษย์สายนอกของสำนักอวิ๋นเสียของเรา นำป้ายนี้ไปที่โถงกิจการของสำนักเพื่อทำขั้นตอนการเข้าเป็นศิษย์ให้เสร็จสิ้น" ศิษย์ผู้นั้นเขียนชื่อของพวกนางลงบนป้ายประจำตัวแล้วยื่นให้
ทั้งสองรับป้ายมาและเดินผ่านม่านแสงที่ประตู ขณะอยู่ข้างนอก พวกนางมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายในประตู
แต่พอเข้าไปข้างใน ก็เหมือนกับได้ก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง พวกนางรู้สึกราวกับว่ากำลังยืนอยู่ในเมืองที่พลุกพล่าน
ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยชายหนุ่มและหญิงสาวในชุดขาว ที่นี่คือพื้นที่กว้างขวางที่รายล้อมไปด้วยร้านค้า
สถานที่แห่งนี้คือตลาดของสำนักอวิ๋นเสีย ซึ่งเป็นย่านการค้าภายในสำนัก
ผู้บำเพ็ญเพียรก็เป็นคนเช่นกัน และต้องการสิ่งของต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษ โอสถ และของใช้สิ้นเปลืองอื่นๆ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นทั้งสิ้น
สำนักอวิ๋นเสียมีศิษย์เกือบสามพันคน แบ่งเป็นศิษย์สายในและศิษย์สายนอก
มีศิษย์สายนอกประมาณสองพันคน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแดนลับไห่หลุน ศิษย์สายนอกยังแบ่งย่อยออกเป็น ศิษย์จดนาม ศิษย์ระดับต้น ศิษย์ระดับกลาง และศิษย์ระดับสูง ซึ่งจะสัมพันธ์กับขอบเขตพลังของพวกเขา
ศิษย์จดนามคือศิษย์แรกเข้า ศิษย์ใหม่ทุกคนจะต้องรับหน้าที่เป็นศิษย์จดนามเป็นเวลาสามปี ในช่วงสามปีนี้ หากทำผลงานได้ดีและมีพรสวรรค์ หากโชคดีไปเข้าตาผู้อาวุโสของสำนักเข้า ก็อาจจะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในโดยตรง
"แม่หนูสองคนนี้ไม่เลวเลย อยู่ในขอบเขตหลิงซีกันแล้ว ดูเหมือนจะเคยบำเพ็ญเพียรมาก่อน เป็นต้นกล้าชั้นดีทีเดียว" ในขณะนั้น ลึกเข้าไปในเขตศิษย์สายในของสำนักอวิ๋นเสีย กลุ่มชายหญิงที่ดูราวกับเทพเซียนกำลังเฝ้าสังเกตการณ์หลินอ้าวเสวี่ยและเย่หลิวอวิ๋นผ่านอาคมบางอย่าง
"ไม่ พูดให้ถูกก็คือ เด็กที่ชื่อหลินอ้าวเสวี่ยคนนี้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม ส่วนเย่หลิวอวี่คนนี้มีพรสวรรค์ระดับปานกลาง รากปราณของนางผสมปนเปกันเกินไป นางมีครบทั้งเบญจธาตุ ซึ่งนั่นถือว่าย่ำแย่มาก ชั่วชีวิตนี้นางคงบำเพ็ญเพียรไปถึงขอบเขตแม่น้ำวิญญาณได้ยาก" ผู้อาวุโสหญิงคนหนึ่งกล่าวเสริม
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็หมดความสนใจในตัวเย่หลิวอวิ๋นทันที เพราะในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ยิ่งรากปราณบริสุทธิ์เท่าไรก็ยิ่งดี ภายใต้การสังเกตการณ์ของพวกเขา หลินอ้าวเสวี่ยมีรากปราณกลายพันธุ์ธาตุลมที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง
แต่เย่หลิวอวิ๋นนั้นไม่ดีเลย นางมีรากปราณเบญจธาตุ
ธาตุของรากปราณผู้บำเพ็ญเพียรแบ่งออกเป็น ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ลม สายฟ้า และน้ำแข็ง การมีธาตุเดียวถือว่ามีพรสวรรค์ที่ดี หากมีหลายธาตุถือว่าย่ำแย่ เย่หลิวอวิ๋นมีถึงห้าธาตุ ซึ่งในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นเทียบเท่ากับร่างกายที่ไร้ค่า เป็นประเภทที่แย่ที่สุด
"เอ๋? เด็กคนนี้ ข้ารู้จักนาง ฮ่าฮ่า ที่แท้ก็นางนี่เอง มิน่าล่ะข้าถึงได้คุ้นหน้านัก เด็กคนนี้ไม่ใช่แค่มีรากปราณธาตุลมบริสุทธิ์ธรรมดาๆ หรอกนะ ศิษย์น้องทั้งหลาย รอเดี๋ยว ข้าจะรีบกลับมา" สตรีชุดขาวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ประมุขสำนักจู่ๆ ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
คนผู้นี้คือ อวิ๋นอวิ๋น ประมุขสำนักอวิ๋นเสีย
ขณะที่ทุกคนกำลังจะถามอวิ๋นอวิ๋นว่าเกิดอะไรขึ้น นางก็หายตัวไปจากบัลลังก์ประมุขสำนักและโบยบินออกจากโถงไปเสียแล้ว
"เอ๋? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมจู่ๆ ศิษย์พี่ประมุขสำนักถึงได้ดูตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะ?" ทุกคนต่างงุนงงสงสัย
"อ้อ... ข้าจำได้แล้ว ข้าจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ศิษย์พี่ประมุขสำนักบอกว่านางเจอตันกล้าชั้นดีตอนที่ออกไปข้างนอก เดิมทีนางอยากจะพากลับมาที่สำนักอวิ๋นเสีย แต่เพราะเด็กคนนั้นปฏิเสธ นางก็เลยทำได้แค่รับนางเป็นศิษย์จดนามชั่วคราว สอนวิชาบำเพ็ญเพียรให้ และบอกว่าถ้าวันไหนอยากมา ก็ให้มาที่สำนักอวิ๋นเสียได้เลย ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเด็กคนนี้นี่แหละ" ใครบางคนจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้
แท้จริงแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรที่ไปยังเมืองชีเสียในตอนนั้นก็คือ อวิ๋นอวิ๋น และนางก็เป็นผู้สอนวิชาบำเพ็ญเพียรให้กับหลินอ้าวเสวี่ยนั่นเอง