- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเปลี่ยนชะตา ข้าขอตัดหน้าเหล่าบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 34 มุมที่ไม่มีใครล่วงรู้ของเยี่ยฉาน
ตอนที่ 34 มุมที่ไม่มีใครล่วงรู้ของเยี่ยฉาน
ตอนที่ 34 มุมที่ไม่มีใครล่วงรู้ของเยี่ยฉาน
หม่าหงจวิ้นล้มลงไปกองกับพื้น ลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เก้าวงแหวนวิญญาณ? นี่มันเป็นไปได้ยังไง?"
นิ้วมืออวบอ้วนของเขาเผลอจิกเกร็งลงไปในดินโดยไม่รู้ตัว ก้อนเนื้อบนใบหน้าสั่นกระเพื่อมไม่หยุด ร่างกายที่ถูกกดทับด้วยพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งก็มีเสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นมาหลายจุด
ในขณะเดียวกัน ไต้หมู่ไป๋ที่อยู่ด้านข้างก็มีสภาพไม่สู้ดีนัก เพราะเยี่ยฉานจะไม่มีวันยอมให้ใครมาหยามเกียรติตนเองได้
ราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 98 ย่อมต้องมีความน่าเกรงขามในแบบของตัวเอง
ไต้หมู่ไป๋สบถด่าในใจ นัยน์ตาสองสีจ้องเขม็งไปที่หม่าหงจวิ้นด้วยความเคียดแค้นอย่างเห็นได้ชัด
หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ หม่าหงจวิ้นคงถูกเขาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นไปแล้ว
"หึหึ เมื่อกี้ลมแรงไปหน่อย ข้าไม่ได้ยินที่เจ้าพูด ลองพูดใหม่อีกทีสิ"
หนังตาของหม่าหงจวิ้นกระตุกรัวๆ ตอนนี้ต่อให้เอาไม้หน้าสามมาฟาดให้ตาย เขาก็ไม่กล้าพูดอีกแล้ว
"หึหึ โบราณว่าไว้ ภัยร้ายล้วนออกจากปาก แต่ข้าเป็นคนมีเมตตา วันนี้ข้าจะไม่เอาชีวิตพวกเจ้า แต่ข้าขอขอยืมของสิ่งหนึ่งจากพวกเจ้าก็แล้วกัน"
เยี่ยฉานฉีกยิ้มประหลาด
"ได้ๆๆ! ขอบพระคุณผู้อาวุโส! ขอบพระคุณผู้อาวุโส!"
"ขอเพียงวันนี้ท่านไว้ชีวิตข้า ไม่ว่าข้า หม่าหงจวิ้น จะมีของมีค่าอะไรติดตัว ข้าก็จะขอมอบให้ท่านทั้งหมดโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น"
"ดีมาก"
เยี่ยฉานเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลังวิญญาณอันมหาศาลที่ทำเอาอากาศรอบๆ ถึงกับส่งเสียงครวญครางถูกบีบอัดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะระเบิดออกดัง
'ปัง'
และตำแหน่งที่เกิดการระเบิด ก็คือตรงเป้าของหม่าหงจวิ้นนั่นเอง พริบตาเดียว เลือดสดๆ ก็ไหลซึมออกมาจนเปียกชุ่มกางเกง หม่าหงจวิ้นถึงกับแยกเขี้ยวร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
ความสุขทางเพศของเขา... จบสิ้นลงแล้ว...
เขาเหม่อมองลงไปเบื้องล่าง มันเจ็บปวดเหลือแสน แต่นั่นก็ยังเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดในใจเขาเลย
"เจ้านกน้อยของข้า! ทำไมเจ้าถึงได้ตายอนาถขนาดนี้!"
หม่าหงจวิ้นตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา เสียงดังยิ่งกว่าตอนที่ท่อนไม้ลอยน้ำของเขาตายเสียอีก
ไต้หมู่ไป๋ใจสั่นสะท้าน เอามือกุมเป้าตัวเองตามสัญชาตญาณ
"เดี๋ยวนะ ของข้ามันหายไปตั้งนานแล้วนี่นา จะไปกลัวอะไรเล่า"
จู่ๆ ไต้หมู่ไป๋ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา โชคดีที่ของเขาโดนตัดไปก่อนแล้ว วันนี้เขาไม่ได้ล่วงเกินผู้อาวุโสท่านนี้อย่างจริงจัง คงไม่ต้องมารับเคราะห์กรรมทางร่างกายอีกหรอกมั้ง
เยี่ยฉานหันขวับมามองไต้หมู่ไป๋ กำลังจะลงมือ แต่ก็ชะงักไป
"ที่แท้ก็โดนคนอื่นตอนไปก่อนแล้วนี่เอง น่าเสียดายจัง รสชาติของการเห็นไข่แตกกระจายนี่มันช่างหอมหวานนัก ข้ายังฟังเสียงไม่จุใจเลย"
เยี่ยฉานส่ายหน้า ก่อนจะเดินทอดน่องไปตามทางเดินแคบๆ ในชนบทต่อไป
ทิ้งให้หม่าหงจวิ้นและไต้หมู่ไป๋ สองคู่หูผู้ร่วมชะตากรรมต้องนั่งแกร่วอยู่ที่เดิม
"ไอ้อ้วน ดูซิว่าเจ้าก่อเรื่องอะไรไว้! ทีนี้ก็ดีเลย ต่อไปนี้คงได้อยู่กันอย่างสงบสุขเสียที"
"ข้าเตือนเจ้าตั้งกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าให้หัวล่างมาบงการหัวบน อย่าไปเที่ยวลวนลามคนอื่นมั่วซั่ว ข้าว่านะ ต่อไปนี้เจ้าคงได้ตั้งใจฝึกฝนจริงๆ จังๆ เสียที"
หม่าหงจวิ้นน้ำตาไหลพราก มืออวบอ้วนเผลอกรีดนิ้วเป็นรูปดอกกล้วยไม้ (ท่าทางตุ้งติ้ง) อย่างลืมตัว ก่อนจะใช้เสียงแหลมปรี๊ดที่ต่างไปจากปกติบ่นใส่ไต้หมู่ไป๋
"ลูกพี่ไต้ ท่านยังมีหน้ามาพูดอีกเรอะ!"
"ที่แท้ของท่านก็หายไปตั้งนานแล้ว ทีข้ายังอุตส่าห์เป็นห่วงท่าน ถ้าท่านบอกข้ามาตั้งแต่แรก เรื่องพรรค์นี้มันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก"
"นี่เจ้า! ไอ้หมูตอน!"
ไต้หมู่ไป๋แผดเสียงแหลมปรี๊ดแบบขันที เสียงแหบเป็ดอันเป็นเอกลักษณ์ชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน และตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่มือของเขาก็กรีดนิ้วเป็นรูปดอกกล้วยไม้เช่นกัน
ทั้งสองคนนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้น เหมือนกับพวกผู้หญิงชาวบ้าน หรือไม่ก็ป้าๆ ตามท้องไร่ท้องนาที่กำลังด่าทอทึ้งหัวกันไม่มีผิด
"เพราะท่านนั่นแหละ! เป็นความผิดของท่าน!"
"ไอ้หมูตอน ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะ! ถ้าวันนี้เจ้าไม่ยอมรับผิด ข้าก็จะไม่พาเจ้ากลับโรงเรียน ปล่อยให้เจ้าคลานกลับไปเองเลย!"
"ส่วนเรื่องที่ความลับนี้จะถูกเปิดเผยหรือแพร่งพรายออกไปหรือไม่ และมันจะส่งผลกระทบต่อเจ้ายังไงในอนาคต ก็ไปคิดเอาเองก็แล้วกัน!"
ไต้หมู่ไป๋แค่นเสียงเย็นชา
"ท่านกล้าเรอะ! ถ้าวันนี้ท่านไม่พยุงข้ากลับ ข้าก็จะแฉเรื่องของท่านเหมือนกัน! ยังไงซะพวกเรามันก็คนไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว!"
"ลูกพี่ไต้ ท่านเองก็คงไม่อยากให้ใครรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ ว่าท่านเป็นผู้ชายไม่ได้ความแล้ว?"
แววตาของไต้หมู่ไป๋วาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร แต่เขาก็รีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว
"ตกลง ข้าจะพยุงเจ้ากลับโรงเรียน แต่เรื่องนี้ห้ามใครปริปากพูดออกไปเด็ดขาด!"
"ได้"
ในขณะเดียวกัน ที่บริเวณใกล้กับประตูทางเข้าโรงเรียนเทียนสิง เยี่ยฉานก็เดินทางมาถึงแล้ว
เมื่อเห็นเงาร่างของชายหนุ่มยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตูโรงเรียน นางก็ฉีกยิ้มหวานหยดย้อย รีบก้าวฉับๆ เข้าไปหาโดยไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามของราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 98 เลยแม้แต่น้อย กลับดูเหมือนสาวน้อยแรกแย้มที่กำลังกระตือรือร้นและเร่าร้อนเมื่อได้พบกับชายหนุ่มในดวงใจ
"นายท่าน!"
เย่เฉินยืนนิ่งงัน เพราะตอนนี้ เยี่ยฉานได้กระโจนเข้ามาในอ้อมกอดของเขาเสียแล้ว ด้วยความเร็วของราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 98 เย่เฉินไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ เลย
"เอ่อ... นี่... เจ้าปล่อยข้าก่อนได้ไหม?"
"ไม่เอา เยี่ยฉานชอบนายท่านที่สุดเลย ต่อไปนี้จะไม่ยอมห่างจากนายท่านไปไหนอีกแล้ว"
เย่เฉินรู้สึกปวดหัวตึบ นี่เจ้าเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 98 เชียวนะ หญิงสาวที่มีบุคลิกสูงส่งราวกับเทพธิดาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะเย็นชา ไม่สนใจเรื่องทางโลก และมุ่งมั่นแต่การฝึกฝนเหมือนอย่างหลิงซวงหรอกหรือ?
ไหงถึงได้มาทำตัวออดอ้อนเหมือนลูกแมวเชื่องๆ แบบนี้ล่ะ นี่มันใช่เหรอ?
"ก่อนอื่น ข้าไม่ใช่นายท่านของเจ้า ต่อไปนี้ให้เรียกข้าว่า ผู้อำนวยการ"
"ประการที่สอง ต่อไปนี้ถ้าข้าไม่ได้อนุญาต ห้ามเข้ามาใกล้ข้าในระยะหนึ่งเมตร เป็นผู้หญิงยิงเรือ ต้องรู้จักสำรวม วางตัวให้เหมาะสมระหว่างชายหญิง"
เย่เฉินใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากเนียนเกลี้ยงของเยี่ยฉาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่เอา ไม่เอา... ท่านเป็นคนเรียกข้าออกมา ท่านก็คือนายท่านของข้านั่นแหละ"
"อีกอย่าง นายท่านตัวหอมจังเลย เยี่ยฉานอยากจะกลืนกินท่านเข้าไปทั้งตัวเลย"
เยี่ยฉานแนบชิดกับเย่เฉิน สูดดมกลิ่นอายจากตัวเขาเข้าเต็มปอด
ท่าสูดดมอย่างลึกซึ้งนี่มันสุดยอดจริงๆ ไม่มีใครเทียบได้เลย
"หยี... เจ้านี่มันโรคจิตชัดๆ"
"ในเมื่อเจ้าบอกว่าข้าเป็นนายท่านของเจ้า งั้นเจ้าก็ต้องฟังคำสั่งของนายท่านทุกอย่างใช่ไหม?"
"ใช่แล้ว!"
"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้นายท่านขอสั่งให้เจ้า ถอยออกไปจากตัวนายท่านเดี๋ยวนี้ และต่อไปนี้ ถ้าข้าไม่อนุญาต ห้ามเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด"
เยี่ยฉานตอบ
"อือ" อย่างซึมๆ ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมกอดแบบปลาหมึก แล้วผละออกจากร่างสูงใหญ่ของเย่เฉินอย่างอ้อยอิ่ง
แม้จะยืนอยู่ข้างๆ แต่นางก็ยังไม่วายส่งนิ้วไปจิ้มแขน หรือไม่ก็ดึงชายเสื้อของเย่เฉินเล่นเป็นระยะๆ
เย่เฉินทำเป็นไม่สนใจ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าเข้าไปในโรงเรียน
"ว้าย นายท่าน รอข้าด้วยสิ"
"บอกให้เรียกข้าว่าผู้อำนวยการไง"
เย่เฉินหน้าดำคร่ำเครียด บารมีที่เขาอุตส่าห์สร้างมาแทบตายต่อหน้าลูกศิษย์ จะมาพังทลายลงเพราะสรรพนามเดียวของเยี่ยฉานไม่ได้เด็ดขาด
"เจ้าค่ะ นายท่าน"
เย่เฉินขมวดคิ้ว
"เรียกข้าว่าผู้อำนวยการ"
"เจ้าค่ะ นายท่าน"
เยี่ยฉานยังคงฟังหูซ้ายทะลุหูขวา
"หืม?"
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านผู้อำนวยการ!"
จู่ๆ เยี่ยฉานก็เปลี่ยนมาทำสีหน้าจริงจัง เย่เฉินถึงได้มีท่าทีอ่อนลงบ้าง
ที่หน้าประตูโรงเรียนสื่อไหลเค่อ ไต้หมู่ไป๋และหม่าหงจวิ้นพยุงกันเดินโซซัดโซเซเข้ามา ใบหน้าของหม่าหงจวิ้นซีดเผือด เห็นได้ชัดว่ากำลังจะหมดสติเพราะเสียเลือดมาก
ในขณะที่สติกำลังเลือนราง จู่ๆ เขาก็หันกลับไปมองด้านหลังโดยไม่มีสาเหตุ และการกระทำนั้นก็ทำให้แผลที่เพิ่งจะทุเลาลงฉีกขาดอีกครั้ง เลือดพุ่งกระฉูดออกมาทันที
"ราชทินนามพรหมยุทธ์คนนั้น... เดินเข้าไปในโรงเรียนเทียนสิง!"
"อะไรนะ!"
ไต้หมู่ไป๋ใจสั่นสะท้าน จูจู๋ชิง คู่หมั้นของเขาที่ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเทียนสิงก็เป็นคนลงมือตอนเขา แล้วผู้หญิงที่ลงมือตอนหม่าหงจวิ้นก็ยังเดินเข้าไปในโรงเรียนเทียนสิงอีก นี่ตกลงชีวิตเขาเกิดมาเพื่อเป็นศัตรูกับคำว่า 'โรงเรียนเทียนสิง' ใช่ไหมเนี่ย?
"ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ เจ้านอนลงก่อน เดี๋ยวข้าจะไปขอไส้กรอกฟื้นฟูจากอ้าวซือข่ามาให้ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้หรอก คืนนี้เรื่องของเจ้าได้แดงออกมาแน่"