- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเปลี่ยนชะตา ข้าขอตัดหน้าเหล่าบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 25: เย่เฉินทะลวงสู่ระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ - การมาเยือนของพรหมยุทธ์กระบี่
ตอนที่ 25: เย่เฉินทะลวงสู่ระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ - การมาเยือนของพรหมยุทธ์กระบี่
ตอนที่ 25: เย่เฉินทะลวงสู่ระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ - การมาเยือนของพรหมยุทธ์กระบี่
ช่วงเวลาหลายวันถัดมา สถาบันเทียนสิงก็ค่อยๆ ก้าวเข้าสู่ความมีระเบียบแบบแผน
แม้เย่เฉินจะปิดด่านบ่มเพาะอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูดซับหญ้าอัสนียกระดับพลังวิญญาณ และผสานกระดูกวิญญาณแขนซ้ายภูตอัสนีระดับแสนปี ทว่าเหล่าลูกศิษย์ของเขากลับไม่มีผู้ใดกล้าเกียจคร้านแม้แต่น้อย
ยามรุ่งอรุณ พวกเขาฝึกฝนพลังวิญญาณและรีดเร้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในคุกกระดูกของขวางจ้าน ผู้เป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ ควบคู่ไปกับการแช่น้ำยาสมุนไพรและการบำรุงด้วยอาหารวิญญาณ เพื่อเร่งระดับการบ่มเพาะ
ยามสาย เข้าปะทะฝีมือกับเหล่ายอดฝีมือระดับวิญญาณพรหมยุทธ์และราชทินนามพรหมยุทธ์ ประสบการณ์การต่อสู้จริงของพวกเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าทุกคนจะถูกอัดจนบอบช้ำเจ็บปวดเจียนตายก็ตาม
ยามบ่าย ฝึกฝนเคล็ดวิชาลับและพลังวิญญาณ แม้กระทั่งยามค่ำคืนก็ยังคงมุมานะบ่มเพาะอยู่ภายในสนามฝึกซ้อมจำลองสภาพแวดล้อมของตนเอง
ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด ทุกคนล้วนทะลวงระดับเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขั้น หนิงหรงหรงก้าวสู่ระดับ 39 กลายเป็นศิษย์คนที่สองในหมู่พี่น้องที่เตรียมทะลวงสู่ระดับปรมาจารย์วิญญาณ
ยิ่งไปกว่านั้น พลังรบของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใดเลย ภายใต้การชี้แนะอย่างใกล้ชิดจากหลี่จิ่ง นางสามารถบรรลุขั้นต้นของวิชาย่อขยายดังใจนึกแล้ว เพียงแค่ตวัดมือโจมตี ก็มีอานุภาพเทียบเท่ากับอัคราจารย์วิญญาณสายต่อสู้ ซ้ำยังสามารถซ้อนทับพลังสนับสนุนจากวิญญาณยุทธ์ของตนเองลงในหอแก้วเก้าสมบัติได้อีกด้วย พลังรบของนางในตอนนี้ถือว่าน่าสะพรึงกลัวที่สุด เป็นรองก็เพียงแค่จูจู๋ชิงเท่านั้น
เย็นวันหนึ่ง เมื่อทุกคนประลองฝีมือกันอีกครั้ง และล้วนพ่ายแพ้ให้กับหนิงหรงหรงอย่างราบคาบ ความอดทนของพวกเขาก็ถึงคราวสิ้นสุด
"บ้าเอ๊ย! หอแก้วเก้าสมบัตินี่คงหนักเป็นพันชั่งแล้วมั้ง ฟาดตูมเดียวลงมาบนตัวข้า เจ็บปางตายเลย!" หลงจิ่วนอนหมอบอยู่บนพื้น ตามคาด... เขาถูกหอแก้วเก้าสมบัติทับแบนติดดินอีกแล้ว
"เล่นแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย ทำแบบนี้พวกเราก็ดูเป็นพวกไร้น้ำยาไปเลยสิ" อวิ๋นเจิงและเฉินหานพยักหน้าเห็นด้วย แม้ความเร็วในการโจมตีของหนิงหรงหรงจะยังไม่รวดเร็วนัก ทว่าหากโดนฟาดเข้าสักที รับรองว่าได้ไปคุยกับรากมะม่วงแน่
"แบร่ๆๆ ใครใช้ให้คุณหนูอย่างข้ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศมาแต่เกิดเล่า เพียงไม่กี่วันก็สำเร็จวิชาย่อขยายดังใจนึกแล้ว พวกเจ้าก็เตรียมตัวนอนสบายๆ อยู่ข้างหลังได้เลย คุณหนูคนนี้จะคุ้มกะลาหัวพวกเจ้าเอง"
"ช่างเถอะๆ นอนรอให้คนแบกก็ไม่เลวหรอกน่า มีศิษย์น้องหญิงที่แข็งแกร่งขนาดนี้ พูดไปก็มีหน้ามีตาจะตาย"
หลงจิ่วตัดสินใจเออออห่อหมกไปตามน้ำ ทว่าขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรต่อ พลันปรากฏร่างที่ถูกโอบล้อมไปด้วยสายฟ้าฟาดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือหอพักบุคลากร
"นั่นวิญญาณยุทธ์ของท่านอาจารย์นี่! ท่านออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?"
"กลิ่นอายแรงกดดันระดับนี้... หรือว่าท่านอาจารย์ทะลวงระดับสำเร็จแล้ว?"
ทุกคนต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ แววตาที่ทอดมองไปยังร่างนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความเคารพและเลื่อมใส
ท่านอาจารย์... ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน แข็งแกร่งเสียจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิดเทียบเคียง
"แรงกดดันระดับนี้ ไม่ด้อยไปกว่าท่านปู่กระบี่เลยแม้แต่น้อย ตกลงท่านอาจารย์ทะลวงถึงระดับใดกันแน่?"
"อะแฮ่ม! ท่านผู้อำนวยการน่าจะทะลวงถึงระดับแปดสิบแล้วล่ะ ต้องการเพียงวงแหวนวิญญาณอีกเพียงหนึ่งวงก็จะก้าวเข้าสู่ระดับวิญญาณพรหมยุทธ์โดยสมบูรณ์" หลี่จิ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยปากอธิบาย
"วิญญาณพรหมยุทธ์? ท่านอาจารย์อายุเท่าไหร่กันเชียว นี่มันฝืนลิขิตสวรรค์ชัดๆ"
"นั่นสิ ท่านอาจารย์มีระดับเพียงกึ่งวิญญาณพรหมยุทธ์ แต่กลับมีแรงกดดันไม่ด้อยไปกว่าราชทินนามพรหมยุทธ์เลย วิญญาณยุทธ์ของท่านอยู่ในระดับใดกันแน่?"
"ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆ คือแข็งแกร่งกว่าของข้าแน่นอน ยามที่วิญญาณยุทธ์ของข้าเผชิญหน้ากับวิญญาณยุทธ์ของท่านอาจารย์ มันมีความรู้สึกอยากจะยอมศิโรราบแฝงอยู่ลึกๆ" อวิ๋นเจิงพึมพำ
"ท่านอาจารย์เคยบอกว่า วิญญาณยุทธ์ของพี่เจิงอยู่ในระดับกึ่งเทพ เช่นนั้นวิญญาณยุทธ์ของท่านอาจารย์ก็ต้องเป็นระดับเทพแน่ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร"
"ข้าทราบ... ท่านอาจารย์เคยบอกข้าว่า วิญญาณยุทธ์ของท่านมีนามว่า เทพสวรรค์ทัณฑ์อัสนี" จูจู๋ชิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน ทุกครั้งที่นางเอ่ยชื่อวิญญาณยุทธ์นี้ นางจะรู้สึกใจสั่นระรัว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้าที่แท้จริง
"ซี๊ด... เทพสวรรค์ทัณฑ์อัสนี? ช่างเป็นนามที่ดุดันนัก มีเพียงบุคคลผู้เปี่ยมพรสวรรค์และน่าเกรงขามอย่างท่านอาจารย์เท่านั้นที่คู่ควร"
"ทัณฑ์ อัสนี บาต... สามคำที่เปี่ยมไปด้วยความโอ่อ่า น่าเกรงขาม ข้าคงไม่อาจเอื้อมถึงจริงๆ" ทั้งสี่ต่างพากันถอนหายใจด้วยความชื่นชม
ในเวลาเดียวกัน เย่เฉินที่อยู่ภายในห้องก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
วินาทีนี้ เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของตนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพอย่างใหญ่หลวง ความรู้สึกนั้นราวกับว่า... เขาไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่สัตว์วิญญาณ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นจากฟ้าดินอย่างแท้จริง
"ตัวข้าในยามนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นภูตอัสนีอย่างเต็มตัว เพียงแต่ไม่สามารถควบแน่นวงแหวนวิญญาณได้ด้วยตนเองเท่านั้น"
เย่เฉินตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีในฐานะมนุษย์ การกดทับจากฟ้าดินที่มีต่อตนได้มลายหายไปจนสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความใกล้ชิดผูกพัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอณูสายฟ้าในอากาศ ที่ต่างพากันพุ่งเข้ามาสักการะเขาราวกับได้พบพานจักรพรรดิแห่งสายฟ้า
"บางที สถานการณ์ของข้าในตอนนี้อาจจะคล้ายคลึงกับจักรพรรดินีหิมะ (เสวี่ยตี้) ที่ถือกำเนิดจากฟ้าดิน ไม่สังกัดเผ่าพันธุ์ใดๆ" เย่เฉินเดาะลิ้น อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ดูเหมือนว่าผลลัพธ์จะออกมายอดเยี่ยมทีเดียว
"ผู้อาวุโสหวัง ท่านกลับมาแล้วหรือ?"
"เรียนท่านผู้อำนวยการ ข้าได้เดินทางไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุนตามคำสั่งของท่านแล้ว และก็เป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้ ข้าค้นพบกระดูกวิญญาณส่วนขาจักรพรรดิหญ้าเงินครามระดับแสนปี ชิ้นนั้นจริงๆ ขอรับ"
"ยิ่งไปกว่านั้น มันยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พลังชีวิตภายในเอ่อล้นบริบูรณ์ เรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้เลยทีเดียว"
หวังอี้พยักหน้า ก่อนจะล้วงเอากล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ เมื่อเปิดกล่องออก กระดูกวิญญาณส่วนขาสีฟ้าครามที่ทอประกายงดงามและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิต ก็ปรากฏแก่สายตา
เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของถังฮ่าว เย่เฉินก็แอบส่งหวังอี้ ราชทินนามพรหมยุทธ์สายโจมตีว่องไวผู้นี้ ให้ลอบเดินทางไปยังหมู่บ้านเซิ่งหุน กระดูกวิญญาณระดับแสนปี แม้จะไม่เข้ากับธาตุของเขา ทว่ามันย่อมมีประโยชน์มหาศาล มีของดีอยู่ตรงหน้า หากไม่คว้าไว้ก็โง่เต็มทน
เขาเพียงแค่อยากรู้ว่า เมื่อไร้ซึ่งกระดูกส่วนขานี้แล้ว ถังซานจะยังสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ดังเดิมหรือไม่
"หือ... มีแขกมาเยือน ตามข้าไปต้อนรับเสียหน่อยเถอะ"
เย่เฉินสัมผัสได้ถึงยอดฝีมือที่แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าหลี่จิ่งกำลังพุ่งทะยานมาทางนี้ ปราณกระบี่ที่แหลมคมบาดลึกถึงกระดูกเช่นนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร
ขณะเดียวกัน ภายในสถาบันสือไหลเค่อ
ถังซานที่กำลังนั่งบ่มเพาะอยู่อย่างโดดเดี่ยว พลันสะดุ้งตื่นขึ้น ความรู้สึกสับสน สูญเสีย และว่างเปล่า โถมเข้าใส่หัวใจอย่างรุนแรง น้ำตาอุ่นๆ หยดหนึ่งไหลรินลงมาจากหางตาโดยไม่รู้ตัว
"ข้าเป็นอะไรไป... เหตุใดจู่ๆ ถึงได้ร้องไห้ออกมา?"
ณ ด้านนอกสถาบันเทียนสิง ชายชราผมขาวโพลนทว่าใบหน้ากลับเต่งตึงประดุจทารก ผู้ถือกระบี่เล่มงามไว้ในมือ ได้หยุดฝีเท้าลง ณ ที่แห่งนี้
เรือนผมสีขาวของเขาถูกหวีจัดทรงอย่างเป็นระเบียบ สายตาคมกริบประดุจคมกระบี่จดจ้องไปยังทิศทางหนึ่งอย่างไม่วางตา
"สหาย ซ่อนตัวไปก็ไร้ประโยชน์ สู้มาประลองฝีมือกันสักตั้งไม่ดีกว่าหรือ?"
"ให้ชายชราผู้นี้เดา... เจ้าคงเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์ที่คอยหนุนหลังสถาบันเทียนสิงอยู่สินะ หรือไม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น"
พรหมยุทธ์กระบี่ (เฉินซิน) ชูสองนิ้วขึ้นชี้แทนกระบี่ นัยน์ตาดุดันหรี่แคบลง
"หึหึ ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงผู้อาวุโสรับเชิญต่ำต้อยของสถาบัน มีหน้าที่เพียงสั่งสอนการต่อสู้จริงให้แก่เด็กๆ ในยามว่างเท่านั้น มิกล้าอาจเอื้อมเป็นผู้หนุนหลังหรอก"
กวนหมิงในชุดเกราะก้าวเดินออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้า ดวงตาทั้งสองข้างลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ก่อนหน้านี้ เขากำลังบ่มเพาะอยู่ภายในสถาบัน ทว่าจู่ๆ กลับสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่อันรุนแรง ทำให้เขาเกิดความคันไม้คันมืออยากประลองฝีมือ จึงตั้งใจปลดปล่อยกลิ่นอายเพื่อล่อให้พรหมยุทธ์กระบี่ตามมา
"ราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 95 มาเป็นผู้ฝึกสอนการต่อสู้จริง สถาบันของพวกเจ้าช่างมั่งคั่งและโอ่อ่ายิ่งนัก"
"เรื่องนั้นเป็นความจริง ใครใช้ให้ท่านผู้อำนวยการของพวกเราตั้งปณิธานไว้ว่าจะสร้างสถาบันวิญญาจารย์อันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินเล่า"
"เช่นนั้น... ขอแลกเปลี่ยนกระบวนท่าสักคราจะได้หรือไม่?" พรหมยุทธ์กระบี่ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา เอ่ยปากท้าประลองในทันที
"ตรงใจข้ายิ่งนัก!"
"เฉินซิน วิญญาณยุทธ์กระบี่เจ็ดสังหาร ราชทินนามพรหมยุทธ์สายโจมตีหนักระดับ 96 ฉายากระบี่ โปรดชี้แนะ!"
เฉินซินยกมือขึ้น คว้ากระบี่เจ็ดสังหารไว้มั่น วงแหวนวิญญาณสองเหลือง สองม่วง ห้าดำ ทั้งเก้าวงปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าเกรงขามของระดับ 96 ออกมาอย่างเต็มพิกัด
"กวนหมิง วิญญาณยุทธ์ทวนข้ามฟ้า ราชทินนามพรหมยุทธ์สายโจมตีหนักระดับ 95 ฉายาข้ามฟ้า เชิญ!"
กวนหมิงสะบัดข้อมือ ทวนข้ามฟ้าในมือระเบิดแรงกดดันที่ไม่ด้อยไปกว่ากระบี่เจ็ดสังหารออกมา วงแหวนวิญญาณสองเหลือง สองม่วง สี่ดำ หนึ่งแดง ทั้งเก้าวงปรากฏขึ้นสู่สายตา!
"วงแหวนวิญญาณระดับแสนปี สหายช่างมีวาสนายิ่งนัก"
"มิกล้าๆ สู้พวกเราใช้เพียงเพลงทวนและเพลงกระบี่มาประลองกันเถอะ จะได้ไม่เสียไมตรี"
"สมควรเป็นเช่นนั้น"