เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 - บัวฉี่งู

บทที่ 62 - บัวฉี่งู

บทที่ 62 - บัวฉี่งู


บทที่ 62 - บัวฉี่งู

เมื่อลงมาแล้ว ก็ไม่มีใครรีบร้อนกลับขึ้นไป

เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่ลวีต้าเป่าคนเดียวที่มีความคิดแบบนี้ ฟางเยว่เหลียน เซวียเอ้อร์เหนียง ถูเหล่าซาน หรือแม้แต่เซี่ยเมี่ยวอวิ้นก็คิดเหมือนกัน

'แม่งู' ตรงนั้นกำลังวางไข่ ไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา อุตส่าห์ลงมาถึงรังงูทั้งที จะเก็บแค่ดอกบัวขาวต้นเดียวได้ยังไง มันก็ต้องค้นหาให้ทั่วสิ

งูยักษ์สองตัวนี้ อย่าว่าแต่บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นปีศาจเลย อย่างน้อยพวกมันก็ต้องมีชีวิตอยู่มาเป็นพันปีแล้ว ในถ้ำของพวกมันย่อมต้องมีของวิเศษคู่บุญซ่อนอยู่ เอาออกไปก็ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่าทั้งนั้น

"เห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือต้นใหญ่มาก!" จู่ๆ ถูเหล่าซานก็ชี้ไปที่หินก้อนยักษ์หนักนับพันชั่งที่อยู่ตรงขอบถ้ำ พลางตะโกนเสียงหลง

ท่าทางตื่นเต้นดีใจ ราวกับค้นพบสุดยอดสมบัติ

"เห็ดหลินจือ? เห็ดหลินจือมาจากไหน!" ลวีต้าเป่าสงสัย นั่นมันก้อนหินไม่ใช่เหรอ

แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ถูเหล่าซานกำลังเกิดภาพหลอนสินะ

ฟางเยว่เหลียนและเซวียเอ้อร์เหนียงสบตากัน "ไป!"

ผู้หญิงสองคนทิ้งถูเหล่าซานไว้ แล้วหันหลังวิ่งกลับไปทางปากถ้ำที่พวกเขาเพิ่งลงมา โดยไม่หันกลับมามองเลย

"ไอพิษงูรุนแรงมาก ยังจะมัวยืนบื้ออยู่อีก ไปเร็ว!" เซี่ยเมี่ยวอวิ้นไม่ได้ใจจืดใจดำถึงขนาดทิ้งลวีต้าเป่าไว้ในรังงู เธอหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะร้องเรียกเขา

ฟางเยว่เหลียนบอกว่าพวกเขาสามารถอยู่ในรังงูได้สิบห้านาที แต่ตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าข้อมูลนั้นจะไม่ค่อยตรงความจริงเท่าไหร่นะ

ส่วนถูเหล่าซานนั้น เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มคลุ้มคลั่งแล้ว เขาวิ่งเข้าไปหาก้อนหินยักษ์ก้อนนั้น ออกแรงสุดชีวิต พยายามจะอุ้มมันขึ้นมา

พร้อมกับหันมาเรียกชวนลวีต้าเป่า "มัวยืนบื้ออยู่ทำไม ยังไม่รีบมาช่วยอีก เห็ดหลินจือต้นใหญ่ขนาดนี้ เดี๋ยวพี่ชายแบ่งให้ครึ่งหนึ่งเลย"

เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นบนหน้าผาก หินยักษ์หนักนับพันชั่ง ถูกถูเหล่าซานดันจนขยับไปได้สิบกว่าเซนติเมตร

ลวีต้าเป่าเองก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะไม่ไหวแล้ว เมื่อมองไปยังสระน้ำที่เจ้างูตัวเมียกำลังวางไข่อยู่ เขากลับมองเห็นประกายแสงระยิบระยับ เขากำลังจะเกิดภาพหลอนเหมือนกัน!

"ไปสิ!" เซี่ยเมี่ยวอวิ้นตะคอกเสียงดัง ทำให้ลวีต้าเป่าได้สติขึ้นมาบ้าง

ลวีต้าเป่ามองไปยังถูเหล่าซานที่อยู่ไม่ไกล กัดฟันพูดว่า "ศาสตราจารย์เซี่ย คุณไปก่อนเลย!"

พูดจบ เขาก็พุ่งตัวเข้าไปหาถูเหล่าซาน

ถ้าทิ้งถูเหล่าซานไว้ เขาต้องตายแน่ๆ ต่อให้ไอพิษงูไม่ทำให้ตายทันที แต่การปล่อยให้เขาร้องตะโกนโวยวายอยู่ในรังงูแบบนี้ พองูตัวเมียที่กำลังวางไข่อยู่เข้ามาหา ก็คงเขมือบเขากลืนลงท้องไปทั้งเป็น

ลวีต้าเป่าเป็นคนจิตใจดี ถูเหล่าซานจะเป็นคนดีหรือไม่ เขาไม่รู้ แต่สำหรับลวีต้าเป่าแล้ว ชายหน้าเสือยิ้มยากคนนี้ ยังไม่เคยทำร้ายเขา

ตอนที่มา เขาก็ให้เงินค่าจ้างนำทาง ถึงแม้จะหลอกล่อให้เขาเข้าไปใน 'หุบเขามรณะ' แต่ก็ใช้เงินฟาดหัว ไม่ได้ใช้กำลังบังคับ

ไม่ว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย สำหรับลวีต้าเป่าแล้ว การช่วยดึงเขากลับมา ก็แค่เรื่องง่ายๆ

"ถูเหล่าซาน!" เมื่อมาถึง ลวีต้าเป่าก็ตะโกนเรียกถูเทียนสยงก่อน

ถูเทียนสยงเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความสับสน งุนงงว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงต้องตะโกนเรียกเขาด้วย

เพียะ!

ลวีต้าเป่าตบหน้าถูเทียนสยงฉาดใหญ่ เสียงดังฟังชัด แรงตบทำให้ถูเทียนสยงสะดุ้งสุดตัว

แววตาของเขากลับมาแจ่มใสอีกครั้ง พอก้มลงมอง ก็พบว่าสิ่งที่เขาอุ้มอยู่ ไม่ใช่เห็ดหลินจือยักษ์อะไรเลย แต่เป็นก้อนหินสีดำเหม็นสาบก้อนหนึ่ง

"รีบไป!" ลวีต้าเป่าตะโกนจบ ก็ไม่สนใจเขาอีก รีบสับเท้าวิ่งไปที่ปากถ้ำด้านบนเนินลาดชันทันที

ถูเทียนสยงที่ได้สติกลับมา ก็ตอบสนองรวดเร็วไม่แพ้กัน เขาวิ่งตามหลังลวีต้าเป่ามาติดๆ

เจ้างูตัวเมียที่กำลังวางไข่อยู่ที่ริมสระน้ำ สายตายังคงจับจ้องมองพวกเขา แต่ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวางไข่ต่อไป

"แม่งเอ๊ย!" ถูเทียนสยงทรุดตัวลงนั่งแหมะที่ปากถ้ำ หอบหายใจแฮกๆ เขารู้ดีว่าถ้าเมื่อกี้ไอ้หนุ่มนี่ไม่ตบเรียกสติเขา ป่านนี้เขาคงปีนขึ้นมาไม่ได้แล้ว

"ไม่ใช่บอกว่าทนได้สิบห้านาทีไง?" ลวีต้าเป่าตาขวาง จ้องฟางเยว่เหลียนที่ขึ้นมาก่อนอย่างเอาเรื่อง

ฟางเยว่เหลียนขมวดคิ้ว "งูตัวเมียกำลังวางไข่ มันอาจจะปล่อยสารคัดหลั่งพิเศษบางอย่างออกมา ทำให้พิษงูในรังรุนแรงขึ้นกว่าเดิมก็ได้"

ลวีต้าเป่าอึ้งไป หันกลับไปมองรังงูด้านล่าง ดูเหมือนว่าละอองสีชมพูจะหนาแน่นขึ้นกว่าเดิมจริงๆ

"ดอกบัวขาวล่ะ!" ฟางเยว่เหลียนหันไปมองเซี่ยเมี่ยวอวิ้น ทวงถามทันที

เซี่ยเมี่ยวอวิ้นหยิบดอกบัวขาวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ทันทีที่เห็นดอกบัวขาว แววตาของฟางเยว่เหลียนและเซวียเอ้อร์เหนียงก็เต็มไปด้วยความดีใจ

ดอกบัวขาวมีขนาดประมาณสิบกว่าเซนติเมตร ประกอบด้วยกลีบดอกหลายสิบกลีบ ตรงกลางคือเกสร

กลีบดอกแต่ละกลีบอวบอิ่มเต่งตึง มีแสงเรืองรองบางๆ ล้อมรอบ บ่งบอกว่ามันคือสมุนไพรวิเศษ

"คนละส่วน!" ความหมายของฟางเยว่เหลียนชัดเจนมาก คือแบ่งของที่ได้มาตรงนี้เลย คนละส่วนเท่าๆ กัน

เซี่ยเมี่ยวอวิ้นขมวดคิ้ว "ไม่รอให้ออกไปก่อนหรือไง?"

ฟางเยว่เหลียนพูดอย่างไม่เกรงใจ "รอได้ซะที่ไหนล่ะ? แบ่งตอนนี้เลย!"

เซี่ยเมี่ยวอวิ้นไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่ถามเรียบๆ "แล้วใบบัว ก้านบัว กับรากบัวล่ะ?"

ฟางเยว่เหลียนกับเซวียเอ้อร์เหนียงก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง หยิบเอาส่วนที่พวกเธอได้มาออกมาวางให้ดู

รากบัวอยู่กับถูเหล่าซาน ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกรธเคืองฟางเยว่เหลียนและเซวียเอ้อร์เหนียงเลย อย่างน้อยก็ไม่แสดงออกทางสีหน้า

ลวีต้าเป่านิ่งเงียบ ไม่ยอมเอาฝักบัวที่เหี่ยวแห้งสีเทาดำออกมา

ดอกบัวขาวหนึ่งต้น ดอกบัวย่อมดีที่สุด รองลงมาคือรากบัว ส่วนใบบัวและก้านบัวก็มีสรรพคุณทางยาเช่นกัน

ฟางเยว่เหลียนหันไปมองลวีต้าเป่าด้วยท่าทีสบายๆ ทุกคนเห็นว่าเขาเก็บอะไรบางอย่างมาจากรังงู

ในเมื่อตกลงกันว่าจะแบ่งเท่าๆ กัน ทุกคนก็ต้องเอาของที่ตัวเองได้มาออกมากองรวมกัน รวมถึงของที่ลวีต้าเป่าแอบเก็บไว้ด้วย

"น้องต้าเป่า เป็นคนต้องใจกว้างหน่อยสิ มันถึงจะไม่มีผลเสียตามมาทีหลังนะจ๊ะ!" เซวียเอ้อร์เหนียงขยิบตาให้ลวีต้าเป่า

ลวีต้าเป่าจำใจต้องล้วงเอาฝักบัวที่แห้งกรังสีเทาดำออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมหนังแกะอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

เมื่อกี้เขายังไม่ทันสังเกต แต่ตอนนี้ทุกคนได้กลิ่นเหม็นสาบฉี่โชยออกมาจากทางแยกเล็กๆ นี้อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นดอกบัว ใบบัว ก้านบัว รากบัว หรือแม้แต่ฝักบัวที่เหี่ยวแห้ง ล้วนมีกลิ่นเหม็นฉุนนี้ติดมาด้วย

ลวีต้าเป่าอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า "สระน้ำเล็กๆ นั่น คงไม่ได้เป็นฉี่ของงูยักษ์สองตัวนั้นจริงๆ หรอกนะ?"

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ สมุนไพรวิเศษดอกบัวขาวที่ว่า ก็คือ... บัวฉี่งูน่ะสิ?

เซี่ยเมี่ยวอวิ้น "..."

มีความเป็นไปได้สูงมากว่ามันจะเป็นความจริง

แต่ตอนนี้ ไม่มีใครสนใจคำพูดของลวีต้าเป่า ต่อให้มันเติบโตในบ่อฉี่งู มันก็ยังเป็นสมุนไพรวิเศษ ขอแค่เป็นสมุนไพรวิเศษ มูลค่าของมันย่อมไม่ธรรมดา

"ดอกบัวขาวมีกลีบดอกสามสิบหกกลีบ..." ลวีต้าเป่าได้ส่วนแบ่งเป็นกลีบดอกเจ็ดกลีบ รากบัวหนึ่งท่อน ก้านบัวยาวสิบกว่าเซนติเมตร ใบบัวหนึ่งใบ และเม็ดบัวสี่เม็ด

ง่ายๆ ตรงๆ รวดเร็ว ทุกคนรีบเก็บส่วนแบ่งของตัวเองเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 62 - บัวฉี่งู

คัดลอกลิงก์แล้ว